“ครั้งนี้พี่ช่วยซื้อได้แต่ในครั้งต่อๆไปเล่าใครจะช่วยเราซื้อกันละ เด็กน้อยการที่เราใช้ความสงสารเป็สิ่งดึงดูดให้ผู้คนสงสารนั้นมันก็ดีแต่ถ้านานๆครั้งเข้าละเรายังคิดว่าจะมีคนสงสารเราตลอดเวลาหรือไม่ ทำไม่ไม่ทำมันด้วยสองมือเราละ ดึงความสามารถในตัวเองออกมาแล้วนำมันมาใช้เอางี้ไหมเดี๋ยวพี่สาวจะทำเป็ตัวอย่างให้เราดูจากนั้นเราค่อยๆฝึกและเรียนรู้จากสิ่งรอบๆตัวเราดีหรือไม่จ่ะ”
หนิงฮวาเอ่ยจบเด็กน้อยก็พยักหน้าให้นางเป็เชิงบอกว่าอนุญาตแล้วจากนั้นนางก็เดินเข้าไปดูผักที่เด็กน้อยกับท่านยายของเขานำมาขาย เมื่อนางมองแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมถึงขายไม่ได้เพราะผักที่นำมาขายนั้นเริ่มที่จะเหี่ยวบ้างแล้วเพราะเจอแดดแถมน้ำก็ไม่ได้พรมเพื่อรักษาความชื่นไว้อีกอย่างผักแต่ละชนิดก็เป็พักที่มีขายอยู่ทั่วไปอยู่แล้วดังนั้นร้านของเด็กน้อยจึงไม่เป็ที่สนใจซักเท่าไหร่
“ผักพวกนี้เ้ากับท่านยายขายอย่างไรรึ”
“ขายเหลียงละสองอีแปะเ้าค่ะ”
“อืม งั้นพี่สาวจะพาเ้าขายวิธีใหม่นะ”
เอ่ยจบหนิงฮวาก็พับแขนเสื้อของตนเองขึ้นก่อนที่จะนำน้ำในถังมาพรมผักให้พอมีความชุ่มชื้นจากนั้นนางก็นำผักสองสามอย่างมามัดรวมกันให้เป็กำ กำละหนึ่งเหลียง ทำไปจนผักทั้งแผงรวมกันเป็กำๆจากนั้นนางจึงจัดหมวดหมู่ของกำผักแต่ละอย่างให้เป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างสวยงามได้มารวมๆสิบห้ากำก่อนที่นางจะะโเสียงใสๆว่า
“สวัสดีเ้าค่ะท่านลุง ท่านป้า ท่านน้า ท่านอาทั้งหลายวันนี้ข้ามีผักสดมาขาย เพียงกำละสามอีแปะเท่านั้นเ้าค่ะ แต่ในหนึ่งกำนั้นพวกท่านจะได้ผักอย่างละสามอย่างไม่จำเป็ต้องซื้ออย่างละเหลียงนะเ้าคะ เร่เข้ามาเลยเ้าค่ะของมีจำนวนจำกัดหมดแล้วหมดเลยนะเ้าค่ะ เข้ามาดูมาชมกันก่อนได้เลยนะเ้าค่ะ”
หลังจากที่เสียงใสๆของหนิงฮวาจบลงชาวบ้านที่เดินซื้อของอยู่นั้นต่างหันมาสนใจในสิ่งที่นางพูดเพราะพวกตนบางทีก็อยากได้ผักเพียงอย่างละนิดละหน่อยแต่กับต้องซื้อแยกอย่างละเหลียงพอได้ยินดังนั้นพวกเขาจึงสนใจและพากันเดินไปมุงดูร้านที่นางยืนอยู่กันอย่างมากมายบางคนเห็นผักที่ตนอยากได้ก็ซื้อไปคนละกำสองกำ บางคนซื้อสามกำเลยก็มีเพราะ้าหลายอย่างใช้เวลาเพียง 1 เคอ ผักทุกอย่างก็ขายเกลี้ยงจนหมดแผง จนทั้งมารดา พี่สาว ท่านยายหลานสาวและบุรุษทั้งสามคนถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก พวกเขาไม่คิดว่าเวลาเพียงแค่ 1 เคอจะขายผักพวกนี้จนหมดไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว
“อะนี้เ้าค่ะท่านยายเงินที่ขายผักเมื่อซักครู่นี้ทั้งหมด สี่สิบห้าอีแปะเ้าค่ะ เด็กน้อยมารับเงินไปให้ท่านยายเร็วเข้าแล้วก็พาท่านยายไปหาหมอด้วยนะ”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะพี่สาว ”
เด็กน้อยเอ่ยขอบคุณหนิงฮวาด้วยรอยยิ้มที่แสนจะสดใสจนคนมองอย่างนางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบกลุ่มผมลื่นของเด็กน้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มที่สดใสมากเช่นกันกลับไปให้เด็กน้อย ซึ่งเป็ภาพที่น่าจดจำมากสำหรับใครหลายๆคนที่กำลังยืนมองอยู่
“ไม่เป็ไรเลยจ่ะ จำเอาไว้นะชีวิตของเรา เราต้องกำหนดและดิ้นรนเองอย่ามัวแต่รอให้์มาลิขิตให้เพราะเราเลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำได้เสมอเข้าใจที่พี่พูดหรือไม่”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ ข้าขอทราบชื่อพี่สาวได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ พี่ชื่อเหลียงหนิงฮวา ส่วนทั้งสองท่านนั้นก็คือท่านแม่และพี่สาวของพี่เอง พี่ต้องไปแล้วเ้าเองก็ต้องดูแลท่านยายกับตัวเองดีๆละเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่หนิงฮวา ”
“งั้นพี่ไปก่อนนะจ่ะ ท่านยายข้าขอตัวก่อนนะเ้าค่ะ ท่านยายมีหลานสาวที่น่ารักยิ่งนัก รักษาสุขภาพด้วยนะเ้าค่ะ”
เอ่ยลาจบหนิงฮวาก็หันหน้าเดินกลับไปหามารดาและพี่สาวของตนพร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสไปให้ทั้งสองคนก่อนที่สายตาของนางจะสบเข้ากับดวงตาเรียวสีเทาเข้มที่มองมายังนางจนทำให้การก้าวเดินของนางนั้นจะหยุดลงและยืนนิ่ง นางรู้สึกเหมือนว่าตนเองเคยเห็นบุรุษคนนี้ที่ไหนซักที่ไม่ว่าจะเป็รูปร่าง เสื้อผ้าที่สวมใส่แต่ก็คงเป็ไปไม่ได้ที่นางจะเคยพบเจอบุรุษที่รูปงามอย่างกับดาราซีรี่ย์จีนที่นางเคยดูขนาดนี้ จนนางเผลอสบทออกมาในใจ ‘นี้หลุดออกมาจากซีรี่ย์ซักเื่ป่ะเนี่ย จะหน้าตาดีอะไรขนาดนั้นแถมยังมาในลุคเ็าหน้าตายด้านเสียอีก แล้วไหนจะเพื่อนที่มาด้วยอีกสองคนที่หน้าตาก็หล่อพอๆกันอีกละ นี้แหละนะเขาถึงว่าคนหน้าตาดีมักจะคบแต่คนหน้าตาดีเหมือนตัวเอง เห้อ แต่ก็ช่างเถอะคนหล่อแบบนี้เราเจอบ่อยแระในโลกเดิมภูมิต้านทานฉันสูงหรอกยะอิอิ’ หลังจากที่หนิงฮวาสบทในใจเสร็จนางก็ส่งยิ้มพร้อมกับก้มศรีษะเพื่อเป็การทั้งทายส่งไปให้ทั้งสามคนก่อนจะก้าวเดินต่อไปยังมารดาและพี่สาวของตนอยู่
“เราไปเถิดเ้าค่ะ ข้าอยากไปดูร้านขายเครื่องปรุงซักเล็กน้อย แล้วก็ข้าจะไปดูร้านขายพวกต้นไม้ด้วยเ้าค่ะ”
เอ่ยจบทั้งสามคนก็เดินตรงไปยังร้านขายเครื่องปรุง ก่อนที่หนิงฮวาจะเดินเข้าไปซื้อพวก ซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำปลา น้ำตาลก้อนรวมแล้วนางซื้อไปทั้งหมดเจ็ดสิบอีแปะจากนั้นทั้งสามคนก็เดินต่อไปยังร้านขายต้นไม้ต่อทันที สวนทางด้านของบุรุษทั้งสามคนนั้นก็พากันกลับที่พักของตนเพื่อเตรียมตัวกลับค่ายทหารเช่นกัน