*ัท่องภพ บทที่ 2 : ชาคารวะหรือยาขม*
ไป๋ลู่ฉินขมวดคิ้ว แค่นเสียงเย็น "สือถู"
"คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเ้าจะดั้นด้นมาเก็บสมุนไพรไกลถึงเพียงนี้"ชายร่างกำยำเอ่ยพลางวางขวานเล่มโตลงกับพื้น *ตึง!* เสียงดังสนั่น เขายกเท้าข้างหนึ่งขึ้นพาดบนด้ามขวาน แล้วหัวเราะร่า
แต่เมื่อั์ตาดุดันราวพยัคฆ์กวาดมองไป เห็นซากงูเหลือมทองสามตัว รวมถึงซากงูเหลือมทองิญญาระดับสองที่ขาดเป็สองท่อน รอยยิ้มบนใบหน้าพลันหุบลงฉับพลัน
"หัวหน้า... นี่คือ" หนึ่งในลูกน้องเอ่ยขึ้นเสียงอ่อย ทุกคนจ้องมองไปยังซากงู และความระเนระนาดรอบบริเวณด้วยสีหน้าบึ้งตึง
"งูเหลือมทองพวกนี้... คงเป็เ้าที่สังหารสินะ" สือถูกล่าวเสียงเรียบ
"ใช่ แล้วอย่างไร" ไป๋ลู่ฉินตอบกลับสั้นๆ ในใจพลันบังเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
"เ้ารู้หรือไม่ ว่าทำไมพวกข้าถึงมาอยู่ที่แห่งนี้ได้" สือถูกล่าวพลางจ้องเขม็งมายังชายวัยกลางคนเบื้องหน้า
"ข้าไม่ใช่พ่อเ้า ใครจะไปรู้" ไป๋ลู่ฉินย้อนกลับทันควัน
*"นี่เ้า!"* ใบหน้าหยาบกระด้างของสือถูพลันแดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธหลินเย่ที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับกลั้นหายใจ บรรยากาศตึงเครียดจนราวกับจะเกิดการต่อสู้ขึ้นได้ทุกเมื่อ
แม้ในใจจะกรุ่นโกรธ แต่สือถูเองก็มิใช่คนโง่ เขาย่อมรู้ดีถึงฝีมือของไป๋ลู่ฉิน แม้นด้านพละกำลังตนจะเหนือกว่า แต่เื่ความเร็วและเคล็ดวิชา อีกฝ่ายกลับสูงล้ำกว่าเขามาก หากปะทะกันตอนนี้ คงมิใช่เื่ดีนักเขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วเอ่ยขึ้นอย่างกัดฟัน
"เมื่อสามวันก่อน พวกเราได้แกะรอยติดตามงูพวกนี้ พอเจอตัว พวกเราสิบกว่าชีวิตก็ล้อมโจมตีมัน พี่น้องของเราาเ็ล้มตายไม่น้อย ทว่ากลับไม่อาจรั้ง _สัตว์ิญญาระดับสอง_ ตัวนี้ไว้ได้ แต่อย่างน้อย... ข้าก็ฝากรอยแผลไว้ที่ท้องของมันหนึ่งจุด"สือถูชี้ไปยังแผลบริเวณเกือบโคนหาง ตรงนั้นปรากฏรอยแผลฉีกขาดขนาดใหญ่อยู่จริงๆ
"แล้วข้าจะไปรู้ได้อย่างไร" ไป๋ลู่ฉินตอบหน้าตาเฉย "งูตัวนั้นมันก็ไม่ได้บอกข้า"
*"นี่ๆ!!"* คนทั้งกลุ่มที่ได้ยินคำพูดนั้นแทบจะกระอักเื แท้จริงแล้ว พวกตนเป็คนพบงูตัวนี้ก่อน ซ้ำยังลงเรี่ยวแรงไปมากโข แต่เมื่อพลาดไปแล้ว ก็เปรียบเสมือน _กวางหลุดจากมือเสือ_ ย่อมต้องถูก _หมาป่าคาบไปกิน_ เป็ธรรมดา
"ไป๋ลู่ฉิน อย่ารังแกกันนักเลย" สือถูหน้าแดงก่ำ ชี้นิ้วมา "แม้เ้าจะพูดถูกอยู่ข้อหนึ่ง แต่อีกข้อก็เพราะพวกเราพี่น้องร่วมมือกัน ไม่งั้นเ้าจะสังหารมันได้ง่ายเพียงนี้หรือ"
"แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร" ไป๋ลู่ฉินเลิกคิ้ว "ทั้งเนื้อทั้งเกล็ดของมันก็มีมูลค่า หรือเ้าจะมาแบ่ง?"
"ซากงูทุกตัว เกล็ดและเนื้อทุกชิ้น ข้ายอมถอยให้หนึ่งก้าว" สือถูกล่าวพลางจ้องเขม็ง
"แต่เ้าต้องเอา _แกนิญญาระดับสอง_ มาให้ข้า ว่าอย่างไร"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของไป๋ลู่ฉินพลันแปรเปลี่ยน เพราะก่อนหน้านี้ งูเหลือมทองิญญาตัวนั้น... ไม่ได้มีแกนิญญาเลยด้วยซ้ำ
"ข้าไม่มี" ไป๋ลู่ฉินตอบสั้นทันใดนั้น _พลังปราณระดับสร้างรากฐาน_ ก็ปะทุขึ้นจากร่างของสือถู แสงสีน้ำตาลดุจหินผาห่อหุ้มรอบกายอันกำยำกลุ่มคนเื้ัเองก็เตรียมพร้อมก่อนหน้าแล้ว ทั้งหมดปลดอาวุธออกมาพร้อมเพรียงกันสือถูแค่นเสียงในลำคอ กระแทกขวานลงพื้นจนะเื
"นี่ถือว่าข้าถอยให้เ้าแล้วนะ หากรับ _ชาคารวะ_ ไม่ได้ ก็รับ _ยาขม_ ลงคอไปก่อนแล้วกัน"
*บูม!* พลังลมปราณอันหนักหน่วงดุจขุนเขาถาโถมทับลงบนบ่าของไป๋ลู่ฉินและหลินเย่ใบหน้าเด็กชายถอดสีในทันที แต่ในเสี้ยวนั้นเอง ฝ่ามือของไป๋ลู่ฉินก็ตบบ่าหลินเย่เบาๆ แรงกดดันที่มหาศาลพลันจางหายไปไป๋ลู่ฉินก้าวออกมาหนึ่งก้าว แววตาขบขันเมื่อครู่ได้อันตรธานไป เหลือเพียงความเ็า รอบกายของเขา มีสายลมอ่อนๆ เริ่มหมุนวน
"สือถู" เสียงเรียบแต่หนักแน่นดังขึ้น"เ้าจะทำอะไรกับข้าก็ได้... แต่ห้ามแตะต้องเด็กคนนี้"สิ้นสุดคำพูด มวลพลังพลันม้วนตลบ ใบไม้แห้งและฝุ่นผงคลุ้งตลบไปทั่ว พลังปราณแผ่พุ่งออกโดยรอบ ซัดสาดจนผู้บำเพ็ญขั้นหลอมปราณต้องผงะถอย
นี่คือแรงกดดันของผู้บำเพ็ญ _ขั้นสร้างรากฐาน_ อย่างแน่นอน ซ้ำยังแกร่งกว่าสือถูอยู่หนึ่งขั้นหลินเย่ั์ตาเป็ประกาย เด็กชายจ้องมองแผ่นหลังของไป๋ลู่ฉินด้วยความนับถือ ในใจพลันบังเกิดความตื่นเต้นและความคาดหวังในตัวเองอย่างล้นพ้น
"ไป๋ลู่ฉิน! แม้เ้าจะแกร่งกว่าข้าก็จริง แต่เ้าก็มีดีแค่ความเร็วนั้นแหละ!" สือถูคำรามลั่น มัดกล้ามแขนพลันเหวี่ยงออกฉับ
*วู้ม!* ขวานั์กวัดแกว่งตามแรงเหวี่ยง ฟาดลงมาเสียงดังสนั่นไป๋ลู่ฉินย่อมหลบได้อย่างง่ายดายตามปกติ แต่หากหลบในตอนนี้ หลินเย่ที่อยู่ด้านหลังย่อมได้รับอันตราย เขาจึงได้แต่ชักมีดสั้นออกมาปัดป้อง เพียงตวัดมีดออกไปสะกัดกั้น*ครืน!* ทั้งร่างของไป๋ลู่ฉินพลันสะท้านไปถึงกระดูก
*"ฮ่าๆ"* สือถูยังคงหัวเราะลั่น ปากยังไม่ทันหุบก็ฟาดขวานลงมาอีกครั้งไป๋ลู่ฉินยกมีดขึ้นต้านรับอีกครั้ง พลางขบฟันแน่น
"แน่จริงก็มาสู้กับข้าตัวต่อตัวสิ" เขาเอ่ยเสียงสั่น แวตามองลอดคมขวานเงินเล่มใหญ่ สบประสานกับั์ตาเหล็กกล้าของอีกฝ่ายทว่าสือถูไม่สนใจ ขวานเงินกวัดแกว่งอีกครั้ง ในครานี้ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม
ไป๋ลู่ฉินขมวดคิ้วแน่น รวบรวมพลังปราณเข้าต้าน*ตูม!* บังเกิดเสียงปะทะดังสนั่น ห้วงอากาศราวกับถูกบีบอัดแล้วสะท้อนออกไป๋ลู่ฉินถูกมวลพลังผลักให้ถอยเซถลาไปสามสี่ก้าว จึงจะยืนหยัดได้มั่นคง
ส่วนสือถูเองก็ไม่ต่างกัน ร่างกำยำผงะถอย เท้าคราดไปกับพื้นเป็ทางยาว แทบจะทรงตัวไม่อยู่"หัวหน้า!" ลูกน้องสามสี่คนรีบเข้ามาพยุงไว้สือถูยกมือขึ้นปราม แล้วกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ข้านับถือเ้าจริงๆ ไป๋ลู่ฉิน ที่สามารถรับ _กระบวนท่าผ่าฟืน_ ของข้าได้"
*"หึ..."* ไป๋ลู่ฉินเพียงสบถเบาๆ _วันนี้หากไม่มีหลินเย่อยู่ด้วย ไฉนพวกมันจะกล้าลงมือกับเขา_ _เกรงว่าแค่ได้ยินเสียงเขาผายลม พวกมันก็คงคร้านจะลงเขาหนีกลับหมู่บ้านไปแล้ว_
หลินเย่ที่แต่เดิมสะกดกลั้นหายใจไว้ พลันถอนใจเฮือกใหญ่ ที่แท้ผู้เฒ่าทั้งสองนี้ก็ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตกันั้แ่ต้น เพียงแต่หยั่งเชิงกันเท่านั้นเด็กชายเห็นได้ชัดว่า แม้นไป๋ลู่ฉินจะสู้กับงูเหลือมทองมาก่อนจนเสียเปรียบ แต่ในกระบวนท่าสุดท้าย เขาไม่ได้ต้านรับตรงๆ หากแต่อาศัยหยิบยืมพลังอีกฝ่าย ชักนำให้ย้อนคืน
_'ทำได้อย่างไรกัน...'_ นี่คือสิ่งที่เด็กชายคิดในใจขณะที่ริมฝีปากกำลังจะเอ่ยอะไรออกไป *ลำแสงสีม่วงสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เหนือเมฆ!*แรงผลักดันมหาศาลกวาดออกไปทั่วทิศ
ไป๋ลู่ฉินเผยสีหน้าตื่นตระหนก หันขวับไปมองยังกลุ่มของสือถู ทว่าก็เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าตื่นใไม่ต่างกัน
"นั่นคืออะไร" สือถูกล่าวเสียงเครียด มองไปยังลำแสงสีม่วงที่ยิงขึ้นฟ้าทะลุเมฆไป มวลพลังและแรงกดดันนั้น แม้แต่เขายังต้องหวาดหวั่นอยู่ถึงสามส่วน
"เหมือนจริงๆ... พลังเช่นนี้คล้ายมีบางอย่างกำลังจะทะลวงขั้น" ไป๋ลู่ฉินั์ตาเบิกโพลง
"บ้าไปแล้ว! ใครจะบ้ามาทะลวงขั้นที่นี่" สือถูตอกกลับ
ฉับพลันสายตาของทุกคนก็ตกลงไปยังร่างยาวเหยียดเบื้องหน้า ก่อนที่ทั้งหมดจะร้องขึ้นพร้อมกัน
*"งูเหลือมทอง!"* ????