เสียงนกหวีดกรีดก้องไปทั่วลานฝึกท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มทอแสง กล้า ภราดร ใจกล้า ผู้บังคับหมู่หน่วยรบพิเศษวัยสี่สิบปี รูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ กำลังนำพลทหารวิ่งออกกำลังกายอย่างแข็งขันเหงื่อไคลไหลอาบร่าง แต่แววตาของเขายังคงเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยพลังกล้าคือผู้นำที่ทุกคนให้ความเคารพ เขาเป็คนเข้มงวด มีระเบียบวินัยและไม่เคยอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ
ในโรงอาหาร นัทนัทพล แสนสุข พลทหารใหม่วัยยี่สิบสองปี รูปร่างแข็งแรงไม่แพ้กันยืนอยู่หน้าถาดอาหาร เขากำลังตักข้าวและกับข้าวอย่างคล่องแคล่วให้กับกล้านัทแอบมองกล้าด้วยแววตาชื่นชมั้แ่แรกเห็นความเป็ผู้นำที่เข้มแข็งและเด็ดขาดของกล้าตรึงใจเขาไว้ทั้งหมด
“ขอบใจ”กล้ารับจานข้าวจากมือของนัท เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย แต่นัทกลับยิ้มบางๆอย่างมีความสุข ความสุขเล็กๆ ที่ได้ดูแลคนที่เขาแอบหลงใหล
นัทเข้ามาอยู่ในค่ายทหารได้ไม่นานแต่เขาก็กลายเป็มือขวาของกล้าไปโดยปริยาย ไม่ว่ากล้าจะ้าอะไรนัทก็พร้อมจัดหาให้เสมอ ั้แ่รายงานข้อมูล ข่าวสารทางการรบไปจนถึงเื่ส่วนตัวอย่างอาหารและเสื้อผ้ากล้าเองก็รู้สึกเบาใจขึ้นมากที่มีนัทมาอยู่ด้วย เด็กหนุ่มคนนี้ดูใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ได้ดี และทำงานได้ถูกใจเขาไปเสียทุกอย่าง
เมื่อถึงเวลาออกปฏิบัติการในแนวหน้ากล้ามักจะพานัทไปด้วยเสมอ ทั้งคู่กลายเป็คู่หูที่รู้ใจกันในสนามรบเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ลูกะุเฉียดผ่านไปอย่างหวุดหวิดแต่กล้าก็ยังคงดึงนัทให้หมอบต่ำลงอย่างรวดเร็ว
“ไอ้ห่า!จะให้ตายคาที่รึไงวะ!” กล้าะโเสียงดังท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไม่หยุดหย่อนเขากระชากแขนนัทให้หลบหลังบังเกอร์ชั่วคราว “รบกับกูไม่มีวันยกธงขาว!พวกยกธงขาวมันคือพวกไม่มีศักดิ์ศรี! ขายชาติ! และหมดซึงความเป็ชายชาตรี!” กล้าย้ำคำพูดนี้เสมอมันเหมือนเป็คติประจำใจของเขา และเขาก็สอนให้นัทเรียนรู้การเอาตัวรอดการลาดตระเวน การสังเกตสิ่งรอบตัว ในแบบฉบับของทหารหาญผู้ไม่เคยยอมแพ้
เมื่อภารกิจจบลงและมี่พักรบกล้าก็ชวนนัทไปพักที่บ้านพักส่วนตัวของเขา นัทตอบรับด้วยความยินดีอย่างยิ่งนั่นหมายถึงการได้อยู่ใกล้ชิดกับกล้ามากขึ้นในทุกๆ วันและความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันท่ามกลางความกดดันและอันตรายของค่ายทหารหน่วยรบพิเศษแห่งนี้