หลังจากความพินาศของฝูงหมูป่าเกราะหินผ่านพ้นไป ความเงียบงันปนเปด้วยกลิ่นอายควันไหม้ก็เข้าปกคลุมราวป่าทิศใต้ นักสู้ทั้งห้าคนพาร่างกายอันสะบักสะบอมเดินลึกเข้ามาหาชัยภูมิปลอดภัยเพื่อทรุดตัวลงนั่งพักผ่อน ร่างกายของโอมที่เพิ่งโดนชนกระเด็นได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจนพ้นขีดอันตราย ตอนนี้ในหน้าต่างระบบของทุกคน ขอบเขตพื้นที่สว่างไสวบนแผนที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกเขาทะลวงลึกเข้ามาไกลเกินกว่า 20 กิโลเมตรจากจุดเริ่มต้นเมืองเริ่มต้นแล้ว! และเข็มไมล์จำลองบนหน้าต่างระบบก็ส่งสัญญาณบอกเวลาว่ากำลังจะเข้าสู่่เที่ยงตรงพอดิบพอดี
ข่าวดีที่ทำให้ทุกคนต้องยิ้มออกคือ อัตราค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากมอนสเตอร์เขตนอกรอบนี้มหาศาลมาก ส่งผลให้ โอม มาร์โก และจีฮยอน เลเวลอัปทะยานสู่ Lv.3 พร้อมกันทั้งหมดเรียบร้อย! ส่วนพี่กล้าจอมเดือดขยับนำโด่งทะลุไปถึง Lv.4 เป็ที่แรกของเผ่า!
เมื่อเลเวลอัป ข้อตกลงร่วมกันของปาร์ตี้เบญจภาคีก็ถูกบังคับใช้ทันที ทุกคนพร้อมใจกันเทแต้มสเตตัสอิสระลงไปที่ ค่าความเร็ว (AGI) เป็หลักโดยไม่ปันใจให้ค่าพลังโจมตีเลยในข่วงแรก
"ในโลกที่อันตรายและแปลกถิ่นแบบนี้ ความเร็วคือทุกสิ่งทุกอย่างเว้ยพวกเรา! อย่างน้อยที่สุดถ้าสู้ไม่ได้... พวกเราก็ยังมีฝีเท้าสปีดจัดพอจะสับขากลุ่มวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอดกลับมาได้!" พี่กล้าเอ่ยกำชับพลางนวดน่องขา
ในระหว่างที่นั่งพัก นัทไม่รอช้า รีบกวดสายตาพิมพ์สรุป "สูตรเคล็ดลับการเดินลมปราณจุดะเิขาจากหัวใจสู่ปลายนิ้วเท้า" ที่เขาแกะรอยมาจากพี่กล้า ส่งตรงขึ้นสู่แชตกลุ่มมนุษย์โลกเรียลไทม์ทันที เพื่อให้เพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 195 คนนอกถ้ำได้ลองนำไปประยุกต์และคลำทางใช้ตามสไตล์ของตัวเอง
ทว่า ภายหลังจากการเค้นะเิมหาคอมโบไปเมื่อครู่ ทั้งนัทและพี่กล้าต่างต้องปักหลักนอนแช่นิ่งๆ พักผ่อนอยู่เป็เวลานานพอสมควร การฝืนดึงพลังปราณมาใช้งานจริงในสนามรบส่งผลกระทบทำให้กล้ามเนื้อและอณูเนื้อเยื่อถูกบีบคั้นขยับใช้งานอย่างรุนแรงจนถึงขีดสุด แต่เนื่องจากทักษะ "การโคจรปราณพื้นฐาน" ของพวกเขายังคงเป็แค่ขั้นแรกเริ่ม อัตราความเร็วในการฟื้นฟูสรีระ (Recovery Rate) จึงยังทำได้ช้ามาก ยังคงต้องปล่อยให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสมดุลกล้ามเนื้ออย่างค่อยเป็ค่อยไป
แต่สิ่งที่ทำให้นัทต้องเบิกตาค้างตาโตด้วยความสะใจ คือการแจ้งเตือนบนคอลัมน์สีฟ้ากะพริบในหน้าต่างสเปรดชีต Excel ของตนเอง ทฤษฎีกล้ามเนื้อฝ่อที่ตื่นรู้ท่ามกลางสภาวะเป็ตายกระตุ้นผลลัพธ์ได้อย่างบ้าคลั่ง!
[ระบบแจ้งเตือน: ร่างกายและกระแสสมองผ่านการหลอมรวมพลังคู่สาย [จิตผสานปราณ] ใช้งานจริงในสนามรบสำเร็จ...]
[ค่าพลังจิต (INT/PSY) ขยายขีดจำกัดสูงสุดทันที: +5 แต้ม (ทะยานสู่ 25 แต้ม)]
[ค่าพลังปราณ (Qi) ขยายขีดจำกัดสูงสุดทันที: +5 แต้ม (ทะยานสู่ 13 แต้ม)]
"เชร้ดเข้... ยิ่งใช้จริงในสนามรบ แต้มยิ่งเด้งขึ้นทันทีเลยหรอเนี้ย!" นัทอุทานลั่นลึกๆ ในใจ พลังจิตของเขาพุ่งพรวดเป็ 25 แต้ม ส่วนลมปราณสะสมเป็ 13 แต้มถ้วน!
การผสานหนุนนำพลังงานล่องหนเข้าหุ้มฝ่ามือขวาพร้อมๆ กับการส่งแรงกระแทกจากขั้วตับในการชกหมัดทลายศิลาเมื่อกี้ มันเหมือนการเปิดสวิตช์รหัสหลังบ้านให้ร่างกายและกระแสสมองตื่นรู้และสร้างพื้นที่บรรจุพลังงานเพิ่มขึ้นทันทีอย่างละ 5 หน่วยในพริบตา! ตอนนี้สรีระของนัทกำลังแข็งแกร่งและพัฒนาขึ้นอย่างน่ากลัวในทุกๆ ลูปการหลั่งเืนองป่าดงดิบแห่งนี้!
หลังจากนั่งฟื้นฟูระบบร่างกายจนพอกระปรี้กระเปร่า ปาร์ตี้เบญจภาคีเฉพาะกิจทั้ง 5 ชีวิตก็ขยับเท้าก้าวเดินสำรวจลึกเข้าไปในพิกัด 20 กิโลเมตรถัดไปทันที ทว่า เดินทางสำรวจพื้นที่ป่าดิบชื้นแห่งใหม่ได้ไม่นาน ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ทำเอาทุกคนต้องหยุดกึก ร่างมหึมาสามร่างก้าวสามขุมออกมาจากดงไม้หนาป่าทึบ บดขยี้กิ่งไม้แห้งจนแหลกละเอียด
มันคือ [อสูรออร์ค (Orc)] สามตน!
รูปลักษณ์ของพวกมันน่ากลัวและชวนสยดสยองยิ่งกว่าก็อบลินป่าหลายเท่าตัว ิัสีเขียวขี้ม้าหนาหยาบกรัง เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อหนาชันราวกับแผ่นเหล็กกล้า ส่วนสูงเกือบสองเมตรครึ่ง ใบหน้าอัปลักษณ์มีเขี้ยวหมูป่าแหลมคมยาวโง้งแทงทะลุออกจากริมฝีปากล่าง ั์ตาสีโลหิตลุกโชนไปด้วยจิตสังหารดิบเถื่อน พวกมันสวมใส่เศษชุดเกราะเหล็กสนิมเขรอะ และถือศาตราวุธขนาดใหญ่ั์เกินกว่าที่มนุษย์ปกติจะยกไหว
"โฮกฮกกกกกก!"
เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทสะท้อนไปทั่วราวป่า ทันทีที่อสุรกายผิวเขียวทั้งสามเห็นกลุ่มมนุษย์โลก พวกมันก็กระชับอาวุธพุ่งทะยานจู่โจมเข้าใส่ทันทีด้วยความเร็วที่ขัดกับขนาดร่างกายมหึมา!
"ตั้งรับ! โอมระวัง!" พี่กล้าะโลั่นพลาตราดขวาจุดะเิลมปราณลงสู่ปลายเท้า
ออร์คตัวแรกโถมร่างกายขนาดั์เข้าใส่ ง้างขวานใหญ่ใบกว้างจามลงมาตรงๆ โอมขุดเอาพละกำลังทั้งหมดสืบเท้าลึกยกโล่หินหนาเข้าต้านรับแรงปะทะ โครม!!! แรงกระแทกหนักหน่วงมหาศาลทำเอาโล่หินสั่นสะท้าน โอมหน้าซีดเผือดกระอักเืมุมปากลอยถอยครูดไปหลายก้าว แต่ก่อนที่มันจะจามขวานซ้ำ นัทสลับขาหลบฉีกเข้าวงในด้วยความเร็ว สบโอกาสฮึดสู้ปล่อยลูกเตะขวาสวนเข้าสกัดใต้พับเข่าของมันจนออร์คร่างั์ทรุดฮวบลง จีฮยอนที่ซุ่มอยู่ด้านหลังไม่ปล่อยให้จังหวะหลุดลอย รัวสายธนูปล่อยศรเหล็กดอกจริงพุ่งปักเข้ากลางเบ้าตาซ้ายของมันจนเืสีเขียวหนืดพุ่งกระฉูด ออร์คตัวแรกกรีดร้องคลั่งสบัดขวานั์ปัดป้องอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะเดียวกัน ออร์คตัวที่สองและสามเบี่ยงพุ่งเข้าใส่มาร์โกและพี่กล้า ออร์คตัวที่สองเหวี่ยงดาบใหญ่ใบกว้างตัดลำตัวมาร์โก จอมโหดจากอิตาลีะเิฝีเท้าเอี้ยวหลบวิถีดาบอย่างฉิวเฉียด ผ้าขนหนูสีขาวบนบ่าสะบัดพริ้ว มาร์โกอาศัยแรงเหวี่ยงเหยียบขาขึ้นบนคมดาบออร์ค ขยับมือควงมีดสั้นเหล็กกล้าสองเล่มปักทะลวงแทงสับรัวๆ เข้าที่ข้างลำคอและหัวไหล่ของมันไม่ยั้งมือ เืสีเขียวฉีดกระจายเต็มชุดคลุมหนังหมาป่า แต่ออร์คถึกทนเกินคาด มันสะบัดไหล่กระแทกมาร์โกลอยละลิ่วไปกระแทกต้นไม้
"สลักดาบคานาตะ!"
พี่กล้าที่โคจรปราณวายุย่ำปฐีจนขาเกิดไอความร้อน สไลด์ร่างหลบคมอาวุธของออร์คตัวที่สามพุ่งไปโผล่ด้านหลังของมัน แววตาดุดันคุณพ่อลูกอ่อนลุกโชน ดาบซามูไรสลักแสงเงินวาบวับตวัดฟันเฉียงตัดเส้นเอ็นข้อพับขาหลังของมันจนขาดสะบั้น ร่างั์ของมันล้มตึงกระแทกพื้นดิน นัทวิ่งชาร์จเข้ามาสมทบ ง้างหมัดปราณทลายศิลาที่เขียนสูตรค้างไว้ ชกเปรี้ยงเข้าใส่ขมับของออร์คตัวที่สามซ้ำสองจนเกราะเหล็กสนิมบนหัวมันแตกกระจายละเอียด บดขยี้กะโหลกหนาชันจนมันแน่นิ่งสิ้นใจตายไปเป็ตัวแรก มาร์โกและพี่กล้าหันกลับมารวมพลังฉีกกระชาก สับฟัน และรัวแทงมีดคู่เข้าใส่ขั้วหัวใจออร์คอีกสองตัวที่เหลืออย่างพัวพันพินาศรากเื จนในที่สุดอสุรกายผิวเขียวทั้งสามตนก็สิ้นชีพลงนอนจมกองเื
ทว่า สิ่งที่แปลกประหลาดใจเกิดขึ้นทันที... ร่างของอสูรออร์คทั้งสามตนกลับไม่ได้แตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีฟ้าหายไปเหมือนสัตว์อสูรตัวอื่นๆ!
ซากศพขนาดใหญ่ยังคงนอนจมกองเืหนืดแน่นนิ่งอยู่บนผืนดิน ทั่วทั้งชุดเกราะหยาบและศาตราวุธั์ที่พวกมันใช้งานยังคงปักตรึงอยู่ข้างกาย นัทที่มือเปล่ามานานไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปคว้าจับ [ขวานั์เหล็กกล้า] ของออร์คขึ้นมาพาดบ่าทันที ขณะที่โอมก็รีบหยิบฉวย [ดาบใหญ่ใบกว้าง] ของมันมาเปลี่ยนแทนอาวุธเก่าทื่อดนทึบชิ้นเดิม ทว่าเงื่อนไขระบบสากลยังคงจำกัดการเก็บสิ่งของ ทำให้พวกเขายกและยึดเอาไปใช้งานต่อได้เพียงแค่อาวุธชิ้นสำคัญสองชิ้นนี้เท่านั้น ชุดเกราะหนาตัวอื่นยังคงหิ้วตามไปไม่ได้
"ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง!"
ยังไม่ทันที่ทั้ง 5 คนจะได้ชื่นชมอาวุธใหม่ แผ่นดินใต้เท้าพลันสั่นะเืเลื่อนลั่นรุนแรงกว่าเก่า ราวป่าทิศใต้ะเิเสียงคำรามโฮกฮกซ้อนทับกันจนแก้วหูแทบแตก เมื่อเงาร่างมหึมาสีเขียวขี้ม้าของอสูรออร์ค นับ 20 ตัว กระโจนแหวกพุ่มไม้พุ่งกรูตามออกมาล้อมหน้าล้อมหลังอย่างบ้าคลั่ง!
"ชิพหายของจริงแล้ว! มีเป็ฝูงเลย!" นัทสบถลั่น แววตาเหวอระทึก
"วิ่งดิพวกมึง! รออะไรอยู่เล่า!!" พี่กล้าแหกปากะโสั่งการสุดเสียง
ทั้ง 5 ชีวิตไม่รอช้า พากันหันหลังสับฝีเท้าออกสปีดสับขาโกยอ้าววิ่งหนีตายกันหน้าตั้งกะทันหัน! ทั่งๆ ที่ในเวลานี้ สภาพร่างกายและกล้ามเนื้อของทุกคนจะล้าเหน็ดเหนื่อยจนแทบจะไม่ไหวและก้าวขาไม่ออกจากการฝืนเค้นลมปราณและมานามาตลอด่เช้า แต่วินาทีเป็ตายสัญชาตญาณร้องเตือนว่าขืนอยู่ต่อได้กลายเป็ขี้ออร์คแน่
นัทใช้นิ้วรัวแป้นพิมพ์บนหน้าต่างระบบ คีย์ข้อมูลแจ้งเตือนฉุกเฉินและพิกัดแผนที่ลิงก์ิญญาสาดลงไปในแชตกลุ่มมนุษย์โลก 200 คนรัวๆ สัญญาณสีแดงกะพริบถี่ในโสตประสาทของเพื่อนทุกคนในแคมป์:
[แชตกลุ่ม] นัท: "ทุกคนช่วยด้วย!! ปาร์ตี้ผมโดนฝูงออร์คตัวเท่าบ้านยี่สิบตัวไล่กวด! ตอนนี้กำลังพุ่งวิ่งสู้ถ้ำน้ำตกป่าทิศใต้! ใครที่ฟื้นตัวพลังจิตพลังปราณแล้ว รีบเตรียมตัวสแตนบายหน้าน้ำตกด่วน!! ด่วนที่สุด!!"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของฝูงอสูรผิวเขียวไล่บดขยี้ตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด คลื่นกดดันไล่หลังมาจนขนลุกซู่ ห้าผู้กล้าในชุดหนังหมาป่ากระเสือกกระสนหลบหลีกคมขวานที่ขว้างไล่หลังมาอย่างสะบักสะบอม เป้าหมายเดียวในสายตาคือม่านน้ำตกเบื้องหน้าที่มีเพื่อนอีก 195 คนกำลังตั้งขบวนรบรอรับมือศึกใหญ่ข้ามสายพันธุ์อยู่!