เฟยหรงเดินเข้ามาด้านในห้องของตนพร้อมทั้งเรียกของที่ได้จากการเก็บเกี่ยวออกมาทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ศพของสัตว์อสูรระดับราชันทั้งสองอย่างพยัคฆ์สายฟ้าและสิงโตเพลิงเมฆา
"เ้าหนู รีบชำแหละบริเวณส่วนหน้าผากของพวกมันดูว่ามีแก่นพลังหรือไม่"กู่เทียนหลงกล่าวแนะนำ ทางด้านเฟยหรงเองก็ไม่รอช้ารีบทำการใช้มือของตนที่เคลือบไปด้วยปราณักรีดลงไปบริเวณหน้าผากของทั้งสองสัตว์อสูรในทันทีและสิ่งที่พบเจอคือแก่นพลังที่มีลักษณะเป็ลูกแก้วสองลูก ลูกหนึ่งมีเปลวเพลิงสีขาวราวกับเมฆ ส่วนอีกหนึ่งมีสายฟ้าสีขาวไหลเวียนอยู่ด้านในเช่นกัน
"ยอดเยี่ยมๆเป็แก่นเพลิงเมฆากับแก่นสายฟ้าอสูรจริงๆแม้จะไม่ได้เป็สมบัติชั้นสูงอะไรแต่ในทวีประดับต่ำเช่นนี้ก็นับว่าหายาก"กู่เทียนหลงกล่าวอย่างยินดี แม้แก่นเพลิงเมฆาและแก่นสายฟ้าอสูรจะไม่ถูกจัดว่ายอดเยี่ยมที่สุดแต่มันก็เป็เปลวเพลิงและสายฟ้าเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ฝึกวิญญานเนื่องจากมันควบคุมได้ง่ายกว่านั่นเอง
"ศิษย์ข้าดูดซับมันเข้าไปเสีย เริ่มจากแก่นเปลวเพลิงก่อน"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงพลันทำตามอย่างเชื่อฟังอย่างสุดวึ้ง เขานั่งลงแล้วชักนำพลังวิญญานดูดซับแก่นเพลิงเมฆาในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อไหลออกมาไม่ขาดสายเนื่องจากความร้อนของเพลิงเมฆานี้มีมากอย่างไม่น่าเชื่อก่อนที่มันจะค่อยๆสงบลงพร้อมกับพลังวิญญานของเฟยหรงที่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งระดับ
"หลอมรวมวิญญานขั้นที่สอง บวกกับจิตเพลิงเมฆา ไม่เลวๆ"กู่เทียนหลงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจนี่สิถึงจะสมเป็ศิษย์ของเขาอย่างแท้จริง เด็กคนนี้ในสายตาของเขานั้นเปรียบเสมือนเพชรเม็ดงามเลยก็ว่าได้การได้ศิษย์เช่นนี้นับว่าเขาเองก็โชคดีไม่น้อยเลยทีเดียว
ตัดกลับมาที่เฟยหรงเมื่อดูดซับแก่นเพลิงเมฆาเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ดูดซับแก่นสายฟ้าอสูรในทันที ชั่วพริบตาในร่างกายของเขาพลันเต็มไปด้วยสายฟ้าสีขาวที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวพร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้เนื่องจากอำนาจทำลายล้างที่รุนแรงของสายฟ้าอสูรแต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรเฟยหรงไปได้มากกว่านั้น เนื่องจากกายเทพัะของเขาพลันดูดซับเอาความเ็ปพวกนี้ไปจนหมดก่อนจะแปรเปลี่ยนมันเป็พลังให้กับร่างกายของเขาอย่างน่าเหลือเชื่อ
เฟยหรงใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็สามารถสยบสายฟ้าอสูรสีขาวได้อย่างหมดจรดและดูดซับมันเข้าไปในห่วงจิตวิญญานจนหมดสิ้นพร้อมกับพลังวิญญานเลื่อนขั้นไปอีกหนึ่งขั้นกลายเป็หลอมรวมวิญญานขั้นที่สามอย่างรวดเร็วและมั่นคงอย่างถึงที่สุด เฟยหรงเมื่อสำเร็จการดูดซับแล้วเขาลืมตาขึ้นมาในทันทีพร้อมมองดูมือของเขาที่บัดนี้มีเปลวเพลิงสีขาวขุ่นถูกห้อมล้อมด้วยสายฟ้าที่เป็สีขาวเช่นกันดูน่าอัศจรรย์ใจ
"ไม่ถูกต้องข้าควรจะได้ธาตุสายฟ้ากับธาตุเปลวเพลิงนี่ทำไมมันถึงหลอมรวมกันเช่นนี้"เฟยหรงกล่าวอย่างแปลกใจ เปลวเพลิงเช่นนี้แม้แต่ในชีวิตก่อนเขาก็ไม่เคยเห็น มันดูลึกลับซับซ้อนแถมยังดูควบคุมยากอีกด้วยผิดกับที่กู่เทียนหลงบอกเอาไว้ราวฟ้ากับเหว
"จะ เ้าปีศาจน้อย!! เ้าจะดวงดีเกินไปหรือไม่ ธะ ธาตุพิเศษมันคือธาตุพิเศษ!!"เฟยหรงเมื่อได้ยินเขาก็ร้อง 'อ่อ'ออกมาในทันทีที่แท้เ้าเปลวเพลิงปริศนานี่คือธาตุพิเศษที่เกิดจากธาตุทั้งสองอย่างเปลวเพลิงเมฆาและสายฟ้าอสูรที่มารวมกัน หากเขาคาดเดาไม่ผิดเหตุผลที่เ้าสัตว์ระดับาาสู้กันน่าจะเพราะเหตุผลนี้เป็แน่ พวกมันคงคิดอยากจะ่ชิงแก่นพลังของกันและกันเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้นเลยได้สู้กันจนตายเช่นนี้
"หุหุ ท่านอาจารย์ข้าคิดว่าโชคชะตามักจะเข้าข้างเสมอท่านว่างั้นไหม"เฟยหรงกล่าวด้วยท่าทียียวน กู่เทียนหลงเมื่อได้ยินพลันยกมือไปเขกไปทั่วหัวของอีกฝ่ายด้วยความหมั่นใส้ก่อนที่เขาจะกลับมาได้สติอีกครา
"อย่าได้ใจไป แม้จะเป็ธาตุพิเศษแต่มันก็อ่อนแออยู่มาก มาเริ่มเรียนการปรุงยาได้แล้ว"เฟยหรงรีบนั่งลงอย่างเรียบร้อย เขามองไปที่กู่เทียนหลงด้วยดวงตาเป็ประกายและสนใจทุกการกระทำของเขา
"เอาละเริ่มจากเื่แรกกันก่อน การที่เ้าจะเป็นักปรุงยาได้นั้นเ้าจะต้องรู้ข้อมูลของสมุนไพรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่เื่นี้เ้าไม่ต้องกังวลไปและไม่ต้องเสียเวลาอ่านเพราะข้าจะถ่ายทอดให้เ้าโดยตรง"กล่าวจบกู่เทียนหลงพลันจิ้มนิ้วไปที่ระหว่างคิ้วของชายหนุ่ม ข้อมูลสมุนไพรต่างๆพลันหลังไหลเข้าไปสู่หัวสมองของเฟยหรงไม่ขาดสายและในที่สุดมันก็สิ้นสุกลงพร้อมกับเฟยหรงที่มีสภาพมึนงงเนื่องจากข้อมุลสมุนไพรที่อยู่ในหัวของเขามันมีมากจนเกินไป
"อาจารย์!!ทะ ท่านส่งมาทีละร้อยชนิดไม่ได้หรือท่านเล่นส่งมาทีเดียวหมื่นชนิดเช่นนี้แล้วข้าจะจำหมดได้อย่างไร"เฟยหรงทำหน้ามุ้ยพร้อมกล่าวขึ้น อาจารย์ของเขาเล่นส่งข้อมูลมามากมายขนาดนี้ไม่กลัวเขาจะบ้าตายหรืออย่างไร ยิ่งคิดเฟยหรงยิ่งรู้สึกเคืองเล็กน้อยแต่เขาก็นั่งย่อยข้อมูลที่ได้มาอย่างละเอียด ถี่ถ้วนและรวดเร็วจนในที่สุดสิบสองชั่วยามผ่านไปเฟยหรงก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงให้เห้นว่าเขาจำสมุนไพรต่างๆได้อย่างครบถ้วนแล้ว
"เอาละ ไม่มีเวลาให้เ้าได้พักหรอกนะ ต่อไปคือการฝึกควบคุมเปลวเพลิงและการฝึกนี้ข้าแนะนำให้ไปฝึกด้านนอกจะดีกว่าหากไม่อยากให้เรือนของเ้าต้องวอดวาย"
"ทราบแล้วขอรับอาจารย์แต่ตอนนี้ท่านช่วยหลอมยาให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่ ข้าอยากจะเห็น เทวะโอสถ หลอมยาเต็มทนแล้วนะขอรับ"เฟยหรงกล่าวอย่างออดอ้อนพร้อมมองไปที่กู่เทียนหลงอย่างคาดหวัง จนกู่เทียนหลงต้องถอนหายใจยาวพร้อมใช้พลังวิญญานของเขาชักนำเอาวัตถุดิบที่กองรวมกันมาลอยอยู่ตรงหน้าของเขาทั้งหมด
"เหอะๆจำไว้เด็กน้อย นี่คือการปรุงยาของเทวะโอสถ"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ วัตถุดิบที่เขาเลือกมาลอยวนเวียนอยู่รอบกายพร้อมกับเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นและหล่อหลอมพวกมันด้วยอุณหภูมิที่แต่งต่างกันตามตามแต่ละสมุนไพรแต่ละชนิด และในระยะเวลาเพียงชั่วอึดใจสมุนไพรเ่าั้ก้พลันกลายเป็ของเหลวและยังคงลอยวนอยู่อย่างนั้น
กู่เทียนหลงมากลั่นสมุนไพรมาถึงขั้นตอนนี้พลันยกยิ้มก่อนที่เขาจะดึงเอาแก่นสัตว์อสูรธาตุไฟของสิงโตเพลิงเมฆาออกมาพร้อมกับกลั่นมันจนเหลือเพียงแก่นเล็กๆราวกับเม็ดถั่วสามเม็ด และชักนำของเหลวที่เขากลั่นเอาไว้เข้าผสานกันกับแก่นพลังของสิงโตเพลิงเมฆาทั้งสามในทันทีจนก่อให้เกิดเม็ดยาสีแดงฉานสามเม็ดด้วยกันในระยะเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
"มะ ไม่ใช้เตาแถมยังรวดเร็วถึงเพียงนี้ ทะ ท่านอาจารย์ท่านปรุงยาระดับใดกันขอรับ"เฟยหรงกล่าวถามอย่างตกตะลึงในใจ การหลอมยาเช่นนี้เห้นทีจะมีเพียงคำว่า 'ล้ำเลิศ' เท่านั้นที่คู่ควรจะเอ๋ยชม ด้วยท่วงท่าที่งดงามและการหลอมอย่างรวดเร็วเช่นนี้สมแล้วที่อาจารย์ของเขาได้ขึ้นชื่อว่าเป็ 'เทวะโอสถ'
ในเวลานี้เขารู้สึกประทับใจการหลอมยาของอาจารย์ของเขาอย่างถึงที่สุด แม้ว่าอาจารย์คนนี้จะขี้โม้ไปบ้างก็ตามแต่โดยรวมแล้วเฟยหรงก็ยังรู็สึกภูมิใจอยู่ดีที่ได้กราบกู่เทียนหลงเป็อาจารย์
"เม็ดยาวิญญานเปลวเพลิงระดับสาม เป็เม็ดยาที่เอาไว้บ่มเพาะพลังวิญญานโดยเฉพาะ แถมยังส่งผลดีต่อทักษะบ่มเพาะเพลิงวิญญานเก้าชาติภพอีกด้วย"เฟยหรงได้ยินดังนั้นก็พลันตาโต ยานี่มันช่างยอดเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อเขามากเลยทีเดียว
"เอาละเ้าไปฝึกควบคุมเปลวเพลิงด้านนอกก่อน ข้าจะหลอมยาไว้ให้เ้าอีกหน่อยแล้วคืนนี้ค่อยบ่มเพาะอีกทีแล้วกัน"กู่เทียนหลงไล่เฟยหรงออกไปในทันที ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มในตอนนี้เชื่อฟังอาจารย์ของเขา เมื่อกู่เทียนหลงให้ออกมาแม้จะอยากดูต่อเพียงใดแต่ก็ต้องออกมาและฝึกซ้อมตามที่อาจารย์ของเขาได้บอกเอาไว้อย่างเคร่งครัด
"เ้าเด็กคนนี้บทจะเชื่อฟังก็เชื่อฟังดีนี่"กู่เทียนหลงกล่าวก่อนจะละสายตาจากเฟยหรงไปและกลับมาหลอมยาในห้องตามเดิม
"ด้วยตบะของเ้าหนูนั่นรวมไปถึงวัตถุดิบที่มียาเสริมปราณระดับสามสักยี่สิบเม็ดก็พอได้"กู่เทียนหลงมองไปยังสมุนไพรต่างๆที่เหลืออยู่ ก่อนที่จะเริ่มหลอมยาเสริมปราณระดับสามในทันที