ตอนที่ 53ความเงียบสงบก่อนเกิดพายุ!
ทนายรักโทรติดต่อไปที่พี่ดำรงส่วนพี่ดำรงก็รีบประสานงานผ่านไปที่…เล็กผู้บริหารร้านและเขาสั่งการให้เอากล้องวงจรปิดให้ทนายรักโดยด่วน
ทั้งสามแห่งมีเพียงแค่สองที่ ยินยอมมอบให้อย่างรวดเร็ว ทนายรักก็ไม่ชักช้าดำเนินการรวบรวมหลักฐานจากบุคคลที่อยู่โดยรอบที่อยู่ตอนเกิดเหตุ ทุกคนก็พร้อมใจกันเป็นพยานให้ ‘นายน้อย’ ของพวกเขาอย่างเต็มที่!
ที่โรงพยาบาลแม่กับพ่อนั่งรออยู่ด้านนอกห้องผู้ป่วยฉุกเฉินพอแม่ขับชบารถพามาโรงพยาบาลเอกชนแถวตลาดพูนทรัพย์ซึ่งเพื่อนพ่อผันที่เป็นหมอซึ่งทำงานอยู่ที่นี่
ระหว่างที่แม่ขับรถพ่อก็โทรถามเพื่อนว่าอยู่เวรมั้ย? และปรากฏว่าเขาอยู่พอดีเสือน้อยจึงได้รับการดูแลจาก ‘ลุงหมอนิธิ’ คุณหมอหน้าประจำที่ไปมาหาสู่กับพ่ออยู่บ่อย ๆ
ลุงหมอก็เข้ามาดูอาการหลานชายก่อนจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรีบส่งตัวต่อให้หมอเฉพาะทางที่อยู่ประจำโรงพยาบาลโดยด่วน!
ลุงหมอเข้ามาปลอบใจเพื่อนว่า“ลูกมึงไม่เป็นไรมากแล้วใจเย็น ๆ ไอ้ผัน…เราก็ด้วยแม่ชบา”หมอนิธิก็ยืนปลอบใจเพื่อนอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะขอตัวไปประจำห้องฉุกเฉินเพราะช่วงวันสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุเยอะมาก
ดังนั้นจึงต้องมีหมอฉุกเฉินประจำอยู่ตลอด“เป็นอย่างนี้ตลอดเจ็ดวันอันตราย ของเทศกาลสงกรานต์”
หลังออกมาจากห้องคุณหมอก็ออกมาแจ้งข่าวบอกอาการของเสือน้อยเมื่อเห็นว่าไม่เป็นไรทั้งคู่ก็โล่งใจเป็นอย่างมาก ส่วนวิธีการดูแลรักษาสองสามีภรรยาตั้งอกตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก
เสือน้อยยังต้องเฝ้าติดตามอาการอีกระยะหนึ่งจึงต้องให้ใบนัด เรียกเสือน้อยมาตรวจดูอาการในอีกสามวันจากนั้นหมอก็ไม่ลืมเน้นย้ำแจ้งข้อควรระมัดระวัง ฯลฯ
พอกลับมาถึงบ้านทนายรักก็นั่งรออยู่นานรอเจ้าตัวกลับมาพร้อมใบรับรองแพทย์ เอกสารครบตอนนี้ก็ต้องไปแจ้งความที่โรงพักยังไม่ทันที่เสือน้อยจะได้นั่งหย่อนก้นพักก็ต้องออกเดินทางต่อแล้ว
พ่อกับแม่ก็พาเสือน้อยไปหาตำรวจด้วยตัวเองมีหรือพวกเขาจะไม่โกรธ!?
วันนี้พี่มอสไม่อยู่ประจำสถานีเขาออกไปควบคุม ตระเวนตามจุดสำคัญ ๆ ทั้งคอยดูแลรถ ทั้งดูแลเรื่องทะเลาะวิวาทที่เกิดเป็นประจำวันนี้เจ้าตัวขี่รถไม่หยุด
คำสั่งจากนายให้ช่วยดูแลให้ทั่วหากจุดไหนในจังหวัด กำลังไม่พออนุญาตให้โยกย้ายไปช่วยกันได้ ก่อนเจ็ดวันอันตรายก็มีการเรียก ไปอบรมสัมมนาให้ทำความรู้จักกันไว้แล้ว
บนโรงพักทนายได้เข้ามาแจ้งความไว้ก่อนแล้วตอนนี้เจ้าตัวมาพร้อมใบรับรองแพทย์อีกทั้งกล้องวงจรปิดหลักฐาน พยานพร้อมมูลครบอยู่ที่ตำรวจจะตามจับมาได้หรือเปล่า
ทนายรักให้ข้อสังเกตกับตำรวจว่า…อาจเป็นคนเมื่อวานที่มีเรื่องกับเจ้าเพชรโดยทนายแจ้งความกล่าวโทษถึงขั้นข้อหาพยายามฆ่า
หลังจากนั้นไม่นานร้อยเวรก็รีบดำเนินการหลักฐานมาแน่นขนาดนี้ ถ้าขืนจับไม่ได้ล่ะก็พวกตำรวจคงแย่แล้ว เพราะดูจากอีกฝ่ายคงเล่นงานข้อกฎหมายกับพวกเขารัวๆ เป็นแน่!
ตอนเสือน้อยกลับบ้านเขามีอาการเวียนหัว จากผลกระทบที่แก้วหูดับ จำเป็นต้องนอนพักผ่อนแต่ก็ไม่ลืมโทรไปสั่งงานอย่างลับ ๆ กับไอ้เพชร ยักษ์ใหญ่
สามคนให้พาพวกไปตามสืบไอ้คนที่มีเรื่องกับไอ้เพชรเมื่อวันก่อนให้ตามหาที่อยู่มันให้จงได้ และก็อนุญาตให้ติดต่อทนายรักได้ เขาให้เบอร์โทรศัพท์ไปสั่งการอยู่นานสองนาน ก่อนจะนอนตะแคงหลับไป
พ่อผันกับแม่ชบาที่ได้เห็นลูกชายนอนหลับไปก็น้ำตาไหลออกมา
เพราะถ้าเกิดว่าประทัดไม่เคลื่อนห่างจากตัวลูกชายสักหน่อยอาจถึงขั้นตาบอด นิ้วขาด ตามข่าวที่ออกเตือนอยู่บ่อย ๆหรืออาจจะเป็นอะไรมากกว่านั้น! อยู่ดี ๆ ลูกชายจะกลายเป็นคนพิการพ่อแม่คนไหนจะเตรียมใจรับมันได้บ้าง?
ในวันรุ่งขึ้น คือวันที่สามของสงกรานต์เสือน้อยตื่นขึ้นมากินข้าวได้หลังจากนอนหลับไปหลายสิบชั่วโมงเขาตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนสิบโมงเช้าพอแม่ชบาเห็นว่าลูกชายสุดที่รักตื่นจึงรีบไปหยิบสำรับอาหารมาให้เสือน้อยกิน
เสือน้อยเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าพยับเมฆบรรยากาศระหว่างกินข้าวจึงเต็มไปด้วยความเงียบสงบ พ่อแม่ไม่พูดปลอบใจอะไรมากคล้ายความเงียบก่อนพายุจะมา…พวกเขารู้ว่าไฟความโกรธในใจของเด็กหนุ่มจะปะทุอยู่รอมร่อ
……
หลังจากกินข้าวเสร็จตอนเที่ยงตำรวจโทรมาแจ้งว่าจับผู้ร้ายได้แล้ว เป็นเด็กตำบลข้าง ๆ อย่างที่คาดไว้เขาได้ก่อเรื่องเพราะเพื่อนของเขาทะเลาะวิวาทกับเพชรในวันแรกแล้วแพ้จึงตามมาล้างแค้น ล้างอายแทนเพื่อน!
เสือน้อยจึงต้องขึ้นโรงพักทั้งที่ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวมีแรงเขาใช้หูอีกข้างฟังจับใจความได้โดยอาศัยให้เจ้ายักษ์มานั่งเป็นพรายกระซิบที่ข้างหู
พอได้ยินคำสารภาพเขาก็ยกนิ้วชี้ด่าเสียงแผ่วเบา“แล้วกูคือคนที่ไปทำอะไรพวกมึงหรือไง! กูยืนของกูอยู่เฉย ๆ”
ชายหนุ่มวัยสิบเก้านิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อน เขาไม่กลัวเลยจึงตอบกลับดื้อ ๆ“แล้วมึงเสือกไปอยู่แถวนั้นทำไม!?”
เสือน้อยก็ไม่ได้ยินแต่ยักษ์กลับได้ยินชัดเจนเลย ทางทนายรัก พ่อผันแม่ชบาก็เช่นกัน พวกเขาได้ยินชัดทั้งคู่จึงส่งสายตาพิฆาตให้ยักษ์ ห้ามบอกลูกพี่ของเอ็งเด็ดขาด!
ถ้าเจ้ายักษ์บอกข้อความนี้กับลูกพี่มันประเดี๋ยวจะเส้นเลือดในสมองแตกตายเสียก่อนยักษ์ได้แต่ยิ้มเจื่อนจึงปั้นน้ำเป็นตัวให้พี่เสือของเขาฟังเพื่อเบี่ยงประเด็นเป็นเรื่องอื่น ๆ แทน
จากนั้นตำรวจก็ดำเนินคดีตามพยานและหลักฐาน “ผมขอให้เรื่องมันจบแค่นี้นะครับไม่ใช่เดียวพรุ่งนี้ก็มีคนมาล้างแค้นแทน วันมะรืนมาอีกคดี มะเรื่องก็มาอีกคดีสลับกันไปมาไม่จบไม่สิ้น” ตำรวจร้อยเวรกล่าวเตือน
ยักษ์พูดกระซิบใส่หูของลูกพี่เสือน้อยจึงตอบไปว่า “ผมได้ใช้สิทธิ์ตามกฎหมายแล้วส่วนคู่กรณีของผมไปก่อเรื่องอะไรไว้กับใครบ้าง ผมว่าคุณตำรวจถามให้ชัดเลยดีกว่าทางที่ดีขังคุกไว้เป็นการดีจะได้ไม่มีใครมาเอาเรื่องแถมยุติเรื่องที่จะตามมาได้อีก” เสือน้อยพูดด้วยท่าทีใจกว้าง พร้อมให้อภัย
ตำรวจก็มองไปที่ชายคู่กรณี“สรุปคุณไปก่อเรื่องที่อื่นไว้อีกมั้ย? บอกผมตามตรงจะได้กันไว้ดีกว่าแก้”
“ก็มีบ้างครับ…”ชายหนุ่มตอบอย่างว่าง่าย “พอดีเพื่อนผมกลุ่มวัดฉางไปมีเรื่องกับ…”
เสือน้อยที่นั่งฟังอยู่ครู่หนึ่งต้องให้คนคอยป้อนข้อมูล อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องมาเองก็ได้แค่ส่งพ่อแม่ หรือทนาย ให้เป็นตัวแทนมาสักคน!
แต่ที่ต้องมาในวันนี้เพราะเขาจำเป็นต้องการเก็บรวบรวมข้อมูล เตรียมเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกมีหรือคนแบบเขาจะปล่อยพวกมันไป โดยไม่ทำอะไรเลย!?
เขาให้ลูกน้องอยู่เฝ้าที่โรงพักไว้ถ้าเห็นว่ามันได้ประกันตัวก็โทรไปบอกไอ้เพชรตัวเขาได้มอบหมายเรื่องนี้ไปให้มันจัดการ เจ้าตัวเองก็ยินดี ที่ไอ้เสือน้อยเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวเขา
เสือน้อยวางแผนคร่าวๆ เตรียมอุปกรณ์ไว้ก่อน เขาวางแผนเสร็จก็กินยานอนหลับไปโดยให้เจ้ายักษ์-ใหญ่ผลัดกันนั่งเฝ้าอยู่ในห้อง
เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน ตัวเสือน้อยเองก็อาการแย่ไม่น้อยดังนั้นระหว่างที่ประคองสติได้ จำเป็นต้องใช้สมอง วางแผนล่วงหน้าให้พวกพ้องไปทำตาม
ชั้นสามของตึกร้านระฆังทอง กลุ่มคนประมาณยี่สิบกว่าคน ที่กำลังยืนรอแกนนำที่เสือน้อยจะส่งมาสั่งการ ไม่นานเพชรก็เดินขึ้นมาถึงเขาก็พูดเข้าประเด็น “เด็กวัดฉางนายน้อยโทรมายืนยันแล้ว”
“นายน้อยบอกว่าคืนนี้เราต้องใช้เรือใหญ่และก่อนถึงตอนกลางคืนเราต้องการอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ ได้แก่ เสื้อสีดำ ผ้าคลุมหัว…”เพชรอธิบายตามลำดับ
“ไอ้เชอยู่ไหน! วัดฉางที่นายน้อยให้มึงไปชี้เป้า มึงได้ไปทำหรือยัง?” เพชรตะโกนขึ้น กวาดสายตาไปมองหาเช รุ่นน้องคนสนิทของเขาที่อายุห่างกันแค่หนึ่งปี
“เช็กแล้วพี่มีไม่กี่แก๊งแถวนั้น เอาจริง ๆ ที่พอจะสร้างเรื่องได้มีแค่แก๊งเดียวแต่ต้องเห็นหน้ามันก่อนถึงจะยืนยันได้” เชพูดเสียงหนักแน่น