4 2-2
ตอนที่7 ย้ายไปชนบท
อย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด!
เพราะเธอจำได้ว่า ในโครงเื่ของนวนิยายนี้ กู่หวานหวานเผลอทำเืหยดใส่จี้หยกนี้โดยไม่ตั้งใจ และนั่นได้ทำให้ห้วงมิติพื้นที่แห่งนี้ถูกเปิดใช้งานขึ้นด้วยความบังเอิญ
นับั้แ่นั้นเป็ต้นมา เธอก็อาศัยประโยชน์จากห้วงมิติพื้นที่แห่งนี้คดโกงทุกอย่าง จนมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองและสุขสบายไปทั้งชาติ
แต่เสียใจด้วย ห้วงมิตินี้เป็ของฉันแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่า!
ซูหนี่เพ่งสมาธิมุ่งจิตสำนึกลงสู่มิติแห่งนั้นและทำการตรวจสอบคร่าวๆ พบว่าพื้นที่โดยรวมมีอยู่ราว 20 ตารางเมตรเห็นจะได้ พร้อมด้วยบ่อน้ำพุแห่งจิติญญา เธอเร่งตรงไปยังบริเวณดังกล่าว จากนั้นจึงได้ตักน้ำจากภายในอาบชะโลมทั่วร่าง
ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำพุแห่งจิติญญาจนเสร็จสรรพ ผลปรากฏว่าร่างกายของเธอรู้สึกผ่อนคลายเบาหวิวดุจขนนก นี่เป็ครั้งแรกที่ไม่รู้สึกผิดหวังหลังจากทะลุมิติมาเกิดใหม่ในโลกนิยายแห่งนี้ อาการปวดหนึบและอ่อนล้าทั่วร่างเสมือนถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้น
เจ๋งแฮะ! วิเศษไปเลยไม่ใช่เหรอนั่น!
หลังตรวจสอบต่อไปอีกเล็กน้อย ซูหนี่จึงค่อยถอนสมาธิออกจากห้วงมิติโดยไว เธอยังมีหลายสิ่งที่ต้องทำอยู่อีกมากมาย นี่ยังไม่นับเื่ที่เวลานี้มีวายร้ายประจำเื่คอยวนเวียนอยู่ข้างกายเธออีก
ค้างแรมนอนในบ้านหลังนี้คืนหนึ่ง เช้าวันถัดมา ซูหนี่จึงรีบออกไปข้างนอกแต่เช้าตรู่ ตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่ว่าการเขตเพื่อลงทะเบียนเยาวชนผู้มีการศึกษาออกเดินทางสู่ชนบท
ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาภายในบ้านตระกูลกู่ ต้องบอกเลยว่าเธอแทบหลับไม่สนิทแม้แต่งีบเดียว เหตุเพราะกังวลเหลือเกินว่า กู่กัวเฉิงอาจเสียสติลอบเข้ามาฆ่าเธอคาห้องนอน
ต่อให้จะรู้ดีก็ตามว่า คนอย่างกู่กัวเฉิงไม่มีทางปล่อยให้มือตนเองเปื้อนเือย่างแน่นอน แต่อยู่ท่ามกลางถิ่นศัตรูที่ไร้ซึ่งคนไว้ใจได้แบบนี้ ซูหนี่ก็จำต้องระวังเนื้อระวังตัวเป็ธรรมดา
ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูมา เธอก็พบเห็นเงาร่างที่แสนคุ้นเคยกำลังเฝ้าคอยอยู่อีกฟากฝั่งของถนน และดูท่าชายคนนี้จะยืนรออยู่เป็เวลานานแล้วเช่นกัน
ซูหนี่แอบมุ่นคิ้วขมวดเล็กน้อย กลั้นใจทำใจดีสู้เสือตบเท้าเดินหน้าเข้าไปหาทันที พริบตาแรกที่เผชิญหน้ากัน เธอก็รีบฉุดเซิ่งเต๋าอันหลบเข้าไปในตรอกซอยอย่างว่องไว
“สหายเซิ่ง มาทำอะไรที่นี่?”
เซิ่งเต๋าอันแอบกัดฟันด้วยความสงสัยไม่เข้าใจ เหตุใดหญิงสาวร่างเล็กจิ้มลิ้มตรงหน้า ถึงได้ดูไม่อยากพบเจอหน้าเขาเท่าไหร่นัก? ทั้งที่เมื่อวาน สองเราต่างก็ใช้เวลาร่วมเตียงกันอยู่นานแท้ๆ มิหนำซ้ำ เธอเองก็ออกจะมีความสุขซะด้วย…
เขาเอ่ยพูดขึ้นว่า
“อยากจะมาหารือกับคุณซะหน่อย เพราะก่อนหน้านี้มีคำสั่งจากผู้บัญชาการ ให้ผมมาทำภารกิจในหมู่บ้านหยุนเฉิง และตอนนี้ผมก็กำลังจะกลับแล้ว ผมเลยอยากจะมาชวนคุณกลับไปที่กองพันตะวันตกเฉียงเหนือด้วยกัน คิดว่าพอกลับไปถึง ผมพอจะช่วยคุณหางานที่โน่นทำได้”
วายร้ายคนนี้จริงจังกับเธอเพียงนี้เชียว? ที่บอกว่าจะรับผิดชอบ คิดจะรับผิดชอบชีวิตเธอหลังจากนี้จริงๆน่ะเหรอ?
คิดได้เช่นนั้น ซูหนี่ก็ถึงกับตัวสั่น เธอไม่อยากมีส่วนพัวพันกับวายร้ายในนิยายเื่นี้!
ไม่อยากนึกสภาพ ถ้าเนื้อเื่ดำเนินมาถึงตอนจบ มีหวังเธอได้กลายเป็ศพไร้ญาติแหงๆ!
แต่พูดก็พูดเถอะ วายร้ายคนนี้ออกจะเป็คนดีไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมถึงได้มีจุดจบที่มืดหม่นขนาดนั้นได้?
ซูหนี่นวดขมับถูไถอยู่หลายรอบ แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ทุกอย่างดูเลือนลางไปเสียหมด ่เวลาที่อ่านนิยายเื่นี้ เธอก็แทบจดจำเนื้อหาไม่ได้แล้ว เป็เพราะตัวเธอเองชอบเปิดอ่านข้ามๆ ไม่ค่อยใส่ใจอ่านเท่าที่ควร
รู้งี้ตั้งใจอ่านั้แ่แรกก็ดี!
เวลาผ่านไปยังไร้ซึ่งคำตอบ สีหน้าของเซิ่งเต๋าอันแปรเปลี่ยนเป็ขึงขังขึ้นฉับพลัน เฝ้าสังเกตใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวร่างเล็กที่ดูสับสนงุนงงอย่างมาก ตัดสินใจยากขนาดนั้นเชียวเหรอ?
ตัวเขาเองก็ออกจะหล่อเหลา บุคลิกดีเลิศราศีจับขนาดนี้ ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็พนันได้เลยว่า ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะสามารถตามหาผู้ชายไร้ที่ติอย่างเขาได้อีกแล้ว
ต้องถามว่า จะใช้เวลาสักกี่ชาติกว่าจะพบเจอผู้ชายอย่างเขาสักคน!
เซิ่งเต๋าอันพูดเสริมขึ้นทันทีโดยไม่รอคำตอบ
“หรือจะเข้ารับราชการทำงานร่วมกันกับผมก็ได้ ทันทีที่กลับไปถึง เราสองคนจะแต่งงานกันเลย”
“ห๊ะ?”
ซูหนี่อ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน
ใจเย็นสิเห้ยพ่อหนุ่ม! ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น~
เธอกระแอมไอเบาๆอยู่สองสามครั้ง พยายามอธิบายให้อีกฝ่ายฟังว่า
“สหายเซิ่ง คือแบบนี้นะ ทั้งฉันทั้งคุณต่างก็ตกเป็เหยื่อของเหตุการณ์ครั้งนี้ ถูกต้องมั้ย? ดังนั้น เื่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ฉันไม่คิดที่จะตำหนิคุณเลยแม้แต่น้อย คุณไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น แล้วก็ไม่ต้องรู้สึกผิดด้วย เข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย??”
“จะทำอย่างนั้นได้ยังไง?”
เซิ่งเต๋าอันขมวดคิ้วคัดค้านทันที
“ในเมื่อทุกส่วนบนร่างกายคุณเป็ของผมแล้ว ถ้าไม่ให้ผมแต่งงานกับคุณ แล้วคุณจะไปแต่งงานกับใครล่ะ? หรือเพราะว่าคุณมีคนที่ชอบอยู่แล้ว?”
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่”
ซูหนี่โบกไม้โบกมือปฏิเสธให้ควั่ก หลังจากปวดเศียรเพลียใจอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงพอจะเข้าใจอะไรได้บ้าง ด้วยบริบทความรักระหว่างชายหญิงที่ค่อนข้างเข้มงวดและถูกตีกรอบในยุคสมัยนี้ จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะแสดงอาการเช่นนี้ออกมา แต่ถึงอย่างนั้น หากต้องลงหลักปักฐานกับวายร้ายคนนี้จริงๆ เธอเองก็ไม่ยอมเช่นกัน
เธอยังไม่อยากตาย!
ซูหนี่คิดได้เช่นนั้นก็รีบยื่นข้อเสนอทันที
“สหายเซิ่ง เอาแบบนี้ดีกว่ามั้ย ทำไมเราไม่ลองคบหาดูใจกันไปก่อนล่ะ? แต่งงานกันครั้งหนึ่งเท่ากับต้องอยู่กินร่วมกันไปทั้งชีวิตเชียวนะ เราจะรีบร้อนเพียงเพราะเกิดอุบัติเหตุสุดวิสัยไม่ได้ ที่สำคัญเลยนะ ฉันยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำไป!”
“อืม…ผมพอเข้าใจ แล้วจะเอายังไงต่อล่ะ? ยังจะทนอยู่ในหมู่บ้านหยุนเฉิงนี่อีกต่อไปเหรอ ทั้งๆที่พ่อแม่บุญธรรมของคุณ…”
“ใครทนอยู่ก็บ้าแล้ว ฉันกำลังจะไปลงทะเบียนเยาวชนผู้มีการศึกษา ตั้งใจว่าจะไปทำงานแถบชนบทน่ะ”
“แถบชนบทงั้นเหรอ?”