บทที่ 7
"ท่านอา"จ้าวหรงเรียกเฟิงเสวียนที่กำลังมองอะไรบางอย่างอยู่
"ว่าอย่างไรหรือหรงเอ๋อร์"เฟิงเสวียนหันไปมองเด็กตัวน้อยที่มายืนอยู่ข้างๆ
"ท่านอากำลังมองอะไรอยู่หรือขอรับ หรงเอ๋อร์เดินมาท่านอาก็ไม่ได้ยินทั้งๆ ที่ปกติแล้วท่านอาจะรู้ตัวเร็วมาก"จ้าวหรงถามด้วยความแปลกใจ
"อามีอะไรให้คิดนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่ทำไมถึงเดินมาถึงที่นี่ได้ล่ะ"เพราะที่ที่พวกเขายืนอยู่ตรงนี้เป็พื้นที่ด้านนอกของค่ายทหาร และแน่นอนว่าความปลอดภัยจะมีน้อยกว่าถ้าเทียบกับใจกลางกองทัพ
"หรงเอ๋อร์ตามหาท่านอาไปทั่วแล้วก็ไม่เจอทหารบอกว่าท่านอาเดินมาแถวนี้หรงเอ๋อร์ก็เลยตามมา ท่านอามาทำอะไรแถวนี้หรือขอรับ"จ้าวหรงถามด้วยความเป็ห่วง
"อามาส่งอู๋จวินไปทำงานนะ"เฟิงเสวียนตอบตามตรง
"ท่านอาส่งอู๋จวินไปทำงานอะไรหรือขอรับ ทำไมสีหน้าท่านอาเคร่งเครียดจัง มีอะไรบอกหรงเอ๋อร์ได้นะ หรงเอ๋อร์พร้อมช่วยเหลือท่านอาเสมอแค่ขอท่านอาบอกมาก็พอ"จ้าวหรงบอกด้วยความเป็ห่วง
"อามีเื่ให้คิดนิดหน่อยน่ะ เป็อย่างไรบ้างกับการใช้ชีวิตในกองทัพปรับตัวได้หรือยัง" เฟิงเสวียนถามด้วยความเป็ห่วง เพราะการใช้ชีวิตในกองทัพไม่ได้เหมือนกับตอนที่อยู่ที่ค่ายชานเมืองแม้แต่น้อย
"หรงเอ๋อร์เริ่มปรับตัวได้แล้วขอรับ แต่อู๋จวินไปทำงานด้านนอกให้ท่านอาแบบนี้แล้วใครจะช่วยดูแลท่านอาเล่า"จ้าวหรงถามด้วยความเป็ห่วง เพราะท่านอามีเพียงอู๋จวินเป็คนสนิทเพียงแค่คนเดียว
"อาโตแล้วดูแลตัวเองได้ หรงเอ๋อร์ยังดูแลตัวเองได้เลยนี่นา"
"หรงเอ๋อร์ต้องแข็งแกร่งขึ้นขอรับ เพื่อเสด็จพ่อ เสด็จแม่และเพื่อทุกคน"
"เคยลังเลหรือไม่ที่ตัดสินใจมาอยู่กับอาที่ค่ายทหาร"เฟิงเสวียนถามออกไปทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว
"ไม่เคยขอรับ การที่หรงเอ๋อร์ตัดสินใจมาอยู่กับท่านอา หรงเอ๋อร์คิดว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเลย"จ้าวหรงพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
"แม้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ อาจจะไม่ได้พบพวกเขาอีกอย่างนั้นหรือ"คำถามของเฟิงเสวียนทำให้จ้าวหรงชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
"หรงเอ๋อร์เชื่อว่าถ้าเสร็จศึกเราคงได้พบกัน"จ้าวหรงพูดออกมา
เฟิงเสวียนอยากจะพูดอะไรออกมามากมายแต่ก็เลือกที่จะปิดเงียบเอาไว้ จ้าวหรงในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเชื่อมั่นในตัวของจ้าวิมาก ขืนเขาพูดอะไรออกไปคงจะทำให้จ้าวหรงไม่เชื่อแน่
หลังจากวันนั้นก็ผ่านไปเป็ปีแล้วที่ชายแดนเหนือยังมีการสู้รบกันและเด็กน้อยจ้าวหรงก็โตมากขึ้น และเขาเป็ที่ยอมรับของแม่ทัพนายกองมากขึ้นโดยมีเฟิงเสวียนคอยช่วยอยู่ด้านหลัง และอู๋จวินก็ไม่เคยกลับมาเลยเพียงแต่ส่งจดหมายมาเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น
"ท่านอ๋อง ทัพขององค์ชายใหญ่กลับมาแล้วขอรับ"ทหารนายหนึ่งเข้ามารายงาน
"องค์ชายได้รับาเ็หรือไม่"เฟิงเสวียนถามเสียงเข้ม เท้าก็เร่งฝีเท้ามากขึ้นเพื่อไปดูว่าจ้าวหรงปลอดภัยดีหรือไม่
"องค์ชายปลอดภัยดีพ่ะย่ะค่ะ"ทหารรายงานและเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วยิ่งขึ้นเพราะถ้าช้ากว่านี้เกรงว่าจะตามท่านอ๋องไม่ทัน
"ดี"เฟิงเสวียนพูดแค่นั้น มองดูภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเพราะตอนนี้มีทหารหลายๆ คนเข้าไปต้อนรับและได้ยินเสียงทหารที่ตามจ้าวหรงไปร่วมออกรบต่างชื่นชมความสามารถของจ้าวหรงเป็อย่างมาก นั่นทำให้เฟิงเสวียนวางใจมากขึ้น
"ท่านอา"จ้าวหรงที่หันมาเจอเฟิงเสวียนเข้าพอดี เรียกเฟิงเสวียนด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งเข้ามาหา
"ดูสิเืกระเด็นโดนหน้าทำไมไม่เช็ดให้สะอาด"เฟิงเสวียนใช้มือเช็ดเืที่ใบหน้าจ้าวหรงเบาๆ
"หรงเอ๋อร์รีบนี่ขอรับ ท่านอาหรงเอ๋อร์เก่งหรือไม่"จ้าวหรงถามด้วยรอยยิ้มยืนให้เฟิงเสวียนเช็ดหน้าให้
"เก่งมาก แต่ครั้งต่อไปต้องระมัดระวังมาก กว่านี้เข้าใจหรือไม่"เฟิงเสวียนถามเสียงเข้ม
"เข้าใจขอรับ"จ้าวหรงรับคำหนักแน่น
"พวกเ้าที่เหลือไปพักผ่อนเถอะ"เฟิงเสวียนบอกกับพวกทหารที่เหลือ
"ขอรับ"เมื่อได้รับคำสั่งทหารต่างก็แยกย้ายกันออกไป ตอนนี้เหลือเพียงเฟิงเสวียนและจ้าวหรง
"อู๋จวินติดต่อมาบ้างหรือยังขอรับ"จ้าวหรงถามขณะที่เดินไปที่กระโจมของจ้าวหรง
"ยังเลย เขาหายไปนานขนาดนี้อาก็เป็ห่วงเขาเหมือนกัน"เฟิงเสวียนบอกเพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาการที่อู๋จวินติดต่อกลับมาน้อยมาก เช่นนี้ทำให้เขาคิดว่าเื่นี้ไม่ใช่แค่อันตรายธรรมดาแล้วแต่มันเป็เื่ที่อันตรายมาก
"ถ้าอย่างนั้นท่านอาจะเรียกอู๋จวินกลับมาก่อนดีหรือไม่ขอรับ ถ้ามันอันตรายขนาดนั้น ท่านอาก็อย่าให้อู๋จวินเข้าไปเสี่ยงเลย"ยิ่งได้ยินเฟิงเสวียนพูดเช่นนี้จ้าวหรงก็ยิ่งเป็ห่วง
"อาก็คิดเช่นนั้นเราไปพักผ่อนก่อนเถอะที่เหลืออาจัดการเองเ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะ"เฟิงเสวียนพูดปลอบเพื่อไม่ให้จ้าวหรงกังวลไปด้วย
"ขอรับท่านอา ท่านอาก็ควรพักผ่อนด้วยนะขอรับ"จ้าวหรงบอกด้วยความเป็ห่วง
"ได้ เ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ"เฟิงเสวียนลูบผมจ้าวหรงเบาๆ ก่อนจะให้จ้าวหรงกลับไปพักผ่อนที่กระโจมของตัวเอง
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสี่ปีแล้วอู๋จวินหายตัวไป เป็สี่ปีที่ไม่มีการติดต่อกลับมา นั่นยิ่งทำให้เฟิงเสวียนและจ้าวหรงยิ่งเป็ห่วงแต่พวกเขาก็ไม่สามารถปลีกตัวไปได้เพราะการรบกำลังเข้มข้น ทั้งสองฝ่ายต่างสู้รบกันอย่างหนักมีการสูญเสียเกิดขึ้น
"องค์ชายเกิดเื่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องอยู่ในวงล้อมศัตรู"ได้ยินเพียงแค่นี้จ้าวหรงในวัยสิบแปดปีควบม้าไปที่ตำแหน่งที่เฟิงเสวียนอยู่กำลังรบอยู่ทันที และภาพที่เห็นทำให้จ้าวหรงตัวแข็งทื่อไปทันทีเพราะเหตุการณ์ในตอนนี้ก็คือมีทหารของข้าศึกฝ่ายตรงข้ามกำลังล้อมเฟิงเสวียนเอาไว้
"ท่านอา"จ้าวหรงะโเรียกเฟิงเสวียนด้วยความเป็ห่วง
"หรงเอ๋อร์อย่าเข้ามา"เฟิงเสวียนะโห้ามเมื่อเห็นจ้าวหรงกำลังบุกเข้ามาโดยไม่มีทหารตามมาแม้แต่คนเดียว ในที่สุดสิ่งที่เฟิงเสวียนกลัวก็เป็จริง จ้าวิไม่คิดจะปล่อยเขาเอาไว้และดูเหมือนว่าเขาคิดจะกำจัดจ้าวหรงไปในศึกครั้งนี้ไปพร้อมๆ กัน
เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมาั้แ่ที่จ้าวหรงได้รับราชโองการให้มาเป็แม่ทัพใหญ่ ชื่อเสียงของจ้าวหรงก็เป็ที่พูดถึงของชาวบ้านมากขึ้น จ้าวหรงถูกมองว่านี่คือองค์ชายรัชทายาทคนต่อไปของแคว้นจ้าว
เพราะตลอดห้าปีที่ผ่านมาทุกครั้งที่จ้าวหรงออกศึกจ้าวหรงชนะทุกครั้ง แม้ว่าจะมีเฟิงเสวียนอยู่ด้านหลังแต่พวกเขาชื่นชมจ้าวหรงและเฟิงเสวียนมากยิ่งขึ้น
และนั่นยิ่งทำให้จ้าวิจะต้องไม่พอใจเมื่อประชาชนชื่นชมคนอื่นมากกว่าตัวเองและสิ่งที่เฟิงเสวียนคิดเอาไว้ก็ถึงเวลาแล้ว จ้าวิไม่คิดจะเก็บเขาเอาไว้อีกเพราะศึกนี้จะเป็ศึกชี้ชะตาว่าแคว้นใดจะเป็ฝ่ายชนะ
และจากที่เขาดูมาตลอดวันนี้จะเป็วันตัดสินไม่อย่างนั้นทหารฝั่งตรงข้ามคงไม่มุ่งเป้าหมายมาที่เขาเช่นนี้
เมื่อเห็นว่าเป้าหมายอยู่ในวงล้อมทั้งสองคนแล้วทหารที่แต่งตัวเป็ทหารฝ่ายตรงข้ามต่างพากันแสยะยิ้มออกมา โดยที่ทหารของแคว้นจ้าวถูกกันอยู่วงนอก ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งมีการเคลื่อนไหวแค่ภายในวงล้อม
ทหารของแคว้นจ้าวต่างยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทั้งๆ ที่คนที่ได้ชื่อว่าเป็แม่ทัพ และเป็จวิ้นอ๋องของพวกเขากำลังตำอยู่ในอันตรายก็ตาม
"จะดีหรือขอรับท่านแม่ทัพที่เราจะยืนอยู่เฉยๆ แบบนี้"ทหารนายหนึ่งถามขึ้นมาเบาๆ ระหว่างที่กำลังมองจ้าวหรงและเฟิงเสวียนที่กำลังต่อสู้กับศัตรูในวงล้อมของศัตรูโดยที่ทหารแคว้นจ้าวไม่มีใครเข้าไปช่วยเลย
"เราได้รับคำสั่งมาเช่นนี้ เราจะขัดต่อคำสั่งได้อย่างไร"ชิงหม่าพูดออกมา แม้เขาจะไม่เต็มใจกับคำสั่งครั้งนี้นักแต่เขาเป็เพียงแค่ลูกน้องจะขัดคำสั่งเ้านายตัวจริงได้อย่างไร
"แต่นั่นคือองค์ชายใหญ่กับจวิ้นอ๋องนะขอรับ"ทหารคนสนิทนายเดิมถาม
"เ้าคิดว่าขนาดลูกชายแท้ๆ และน้องชายที่รู้จักกันมานานยังมีคำสั่งฆ่าลงมาได้แล้วพวกเราจะไปรอดได้อย่างไร"ชิงหม่าพูดออกมา และนั่นก็ทำให้ทหารที่อยู่แถวนั้นต่างพากันเงียบ เพราะสิ่งที่ชิงหม่าพูดเป็เื่จริง
"หรงเอ๋อร์"เฟิงเสวียนะโเรียกออกมาด้วยความเป็ห่วง เฟิงเสวียนตวัดดาบใส่ทหารของฝั่งตรงข้ามก่อนจะเอาร่างของตัวเองไปกอดจ้าวหรงเอาไว้และเพียงเสี้ยววินาทีลูกธนูนับสิบก็พุ่งตรงมาที่ร่างของทั้งสองคนเต็มๆ
"ท่านอา"จ้าวหรงร้องออกมาด้วยความเ็ปที่เห็นร่างของเฟิงเสวียนปักไปด้วยธนูนับสิบดอก
"ท่านแม่ทัพ"นายทหารคนสนิทเรียกชิงหม่าเสียงเบาเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
"ไป ไปช่วยองค์ชายใหญ่และจวิ้นอ๋อง"ชิงหม่าะโบอกทหารใต้บังคับบัญชาก่อนที่พวกเขาจะพุ่งรบเพื่อไปช่วยจ้าวหรงและเฟิงเสวียน