“เดี๋ยว! ในเมื่อเ้ามีธุระสำคัญ เช่นนั้นข้าจะไปกับเ้าด้วย”
“ท่านเนี่ยนะจะไปทำธุระกับข้า” หยุนหนิงเอ๋อถามมู่หรงเฉินซ้ำ นางไม่แน่ใจว่านางฟังผิดไปหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เขาเอาแต่เลี่ยงไม่อยากอยู่กับนางตามลำพังหรอกหรือ
มู่หรงเฉินทำสีหน้าจริงจัง “ที่บ้านมีงานให้ทำมากมาย ให้เจี้ยนจงอยู่ทำงานที่นี่ล่ะ ส่วนจิงจิงก็ให้ดูแลเด็กๆ ทั้งสี่คน จึงเหลือแค่ข้าที่ว่างพอจะไปทำธุระกับเ้า”
“แล้วท่านจะทนเดินทางไหวหรือเ้าคะ บางทีข้าอาจจะต้องเดินทางไกล อีกอย่าง...หากเกิดเื่ร้าย ท่านจะคุ้มครองข้าได้หรือ” หยุนหนิงเอ๋อถามออกไปเป็ชุด แต่พอมองเห็นสีหน้าที่ดูแทบไม่ได้ของมู่หรงเฉินแล้วนางจึงเปลี่ยนมาพูดอย่างใจเย็น “คุณชายมู่หรง ความจริงแล้วท่านไม่จำเป็ต้องมาลำบากเพราะข้าหรอกเ้าค่ะ ถ้าพี่เจี้ยนจงไม่ว่าง ข้าสามารถเลื่อนธุระออกไปแล้วรอจนเขาว่างก็ได้ และที่ข้าไม่อยากให้ท่านไปกับข้าเพราะข้าเป็ห่วงท่านนะเ้าคะ”
“ข้าบอกว่าข้าพาเ้าไปได้ก็ต้องไปได้สิ ไม่ต้องพูดมากแล้ว เอาเป็ว่าตกลงตามนี้ แต่ตอนนี้ข้าว่าเ้ารีบกลับไปเตรียมตัวดีกว่าเพราะถ้าเ้าต้องหายไปหลายวัน เ้าจะบอกครอบครัวเ้าว่าอะไร หรือถ้านึกเหตุผลไม่ออก เ้าจะใช้ข้าเป็ข้ออ้างก็ได้” มู่หรงเฉินพูดจบก็เดินกลับห้องตัวเองไป
“นี่คือพี่เฉินจะเป็คนพาเ้าเข้าเมืองใช่ไหมหนิงเอ๋อ และข้าต้องรอเขาอยู่ที่บ้านใช่ไหม” ลี่เจี้ยนจงขมวดคิ้วและเริ่มโวยวาย “ข้ามีวรยุทธนะ ข้าดูแลเ้าได้ ข้าพาเ้าเข้าเมืองหรือว่าพาเ้าเดินทางไกลได้ดีกว่าเขามาก เขามาแย่งงานข้าทั้งที่ตัวเองป่วยอยู่เนี่ยนะ”
ลี่จิงจิงส่ายหน้าให้พี่ชายก่อนจะเดินไปกระชิบที่ข้างหู ‘บางทีพี่เฉินอาจจะหาข้ออ้างเพื่อออกไปกับหนิงเอ๋อตามลำพังก็ได้ ท่านไม่ได้ยินหรือไงว่าพี่เฉินอนุญาตให้หนิงเอ๋อใช้ชื่อเขาเป็ข้ออ้างในการออกจากบ้าน คนไม่เคยมีความรักอย่างท่านช่างไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ’
“ใครบอกว่าข้าไม่มีความรัก ข้ามี!” ลี่เจี้ยนจงะโกลับเสียงดังอย่างลืมตัว เมื่อเห็นทุกคนหันมามองจึงรีบปฏิเสธ “เอ่อ...ไม่มีๆ ข้ายังไม่มีความรัก รักใคร...ข้าไม่เคยรักใครทั้งนั้น”
“ซื่อบื้ออย่างท่านก็ไม่น่าจะมีผู้หญิงคนไหนมาชอบหรอก” ลี่จิงจิงดุพี่ชาย “เ้าจะว่ายังไงหนิงเอ๋อ พี่เฉินอาสาจะพาเ้าไปทำธุระ”
นักอ่านนิยายตัวยงอย่างหยุนหนิงเอ๋อมีหรือจะมองการกระทำของมู่หรงเฉินไม่ออก ‘ไม่เสียแรงที่ข้าทำดีกับท่านมาตั้งนานนะมู่หรงเฉิน ท่านเริ่มเปิดใจให้ข้าแล้วสินะ แต่ยังเหลือเื่สำคัญอีกเื่หนึ่งคือท่านต้องรักข้าเสียก่อน เพราะการแต่งงานโดยปราศจากความรักมันอยู่กันไม่รอดหรอก’
“หนิงเอ๋อ! ตกลงว่ายังไง เ้าอยากไปกับพี่เฉินหรืออยากให้พี่เจี้ยนจงพาเ้าไป” ลี่จิงจิงถามหยุนหนิงเอ๋อเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ แต่ถ้ามองให้ดี หน้านิ่งๆ ของหยุนหนิงเอ๋อกลับมีรอยยิ้มที่มุมปาก
“เมื่อกี้ท่านพูดว่ายังไงนะเ้าคะ ข้าไม่ทันได้ฟัง” หยุนหนิงเอ๋อใตามเสียงเรียก
ลี่จิงจิงยิ้มล้อเลียน “แอบยิ้มหวานอย่างนี้แสดงว่าเข้าใจความหมายในคำพูดของพี่เฉินใช่ไหม งั้นก็เอาตามนี้เลย เ้าให้พี่เฉินพาไปทำธุระ ส่วนข้ากับพี่เจี้ยนจงจะดูแลบ้านและดูแลเด็กๆ เอง”
“แต่ครั้งนี้ข้าอาจจะต้องเดินทางไปหลายวัน ถ้าท่านพ่อของพวกเขาไม่อยู่ เด็กๆ จะไม่เป็อะไรใช่ไหมเ้าคะ”
“ท่านอาหนิงเอ๋อไม่ต้องห่วงพวกเราเ้าค่ะ พวกเราอยู่กับท่านอาเจี้ยนจงและท่านอาจิงจิงได้ ท่านกับท่านพ่อไปทำธุระได้ตามสบาย” มู่หรงฝูเยว่รีบพูด
“ข้าเคยสอนว่ายังไง เวลาผู้ใหญ่คุยกันห้ามพวกเ้ามาแอบฟังไม่ใช่หรือ เด็กดีไม่ควรแอบฟังผู้ใหญ่คุยกัน ข้าควรลงโทษพวกเ้ายังไงดี” หยุนหนิงเอ๋อเปลี่ยนมาเป็หน้าดุ
“พวกเราไม่ได้แอบฟังนะเ้าคะ แต่ห้องนอนของพวกเราอยู่ติดกับห้องนี้พอดีพอพวกท่านปรึกษากัน แม้เราจะไม่อยากฟังแต่พวกเราก็ได้ยินอยู่ดี” มู่หรงฝูเยว่รีบอธิบาย
“พี่ฝูเยว่พูดถูก พวกเราไม่ได้จะแอบฟังพวกท่านคุยกันเสียหน่อย เป็พวกท่านเองต่างหากที่พูดเสียงดังให้เราได้ยิน” มู่หรงเฉิงเยี่ยนสนับสนุนพี่สาว
มู่หรงฮุ่ยชิววิ่งมากอดขาหยุนหนิงเอ๋อ “ท่านอาหนิงเอ๋อ ท่านไม่ไปทำธุระอะไรนั่นได้ไหมเ้าคะ ถ้าท่านไปพวกเราก็จะไม่มีอาหารกับขนมอร่อยๆ ให้กินน่ะสิ”
มู่หรงเข่อชิงวิ่งมากอดขาอีกข้างหนึ่ง “แล้วก็จะไม่มีใครมาทำผมสวยๆ ให้ข้าด้วย”
“ท่านอาหนิงเอ๋อกับท่านพ่อของพวกเ้าไปทำธุระไม่กี่วันเท่านั้นเอง พวกเ้าก็อย่าทำเหมือนว่านางจะไปแล้วไม่ยอมกลับมาอย่างนั้นสิ” ลี่จิงจิงบอกกับเด็กๆ
เด็กแฝดทั้งสี่คนได้ยินก็หน้าซีดทันที พวกเขายังไม่ลืมที่ท่านแม่ทิ้งพวกเขาไป แล้วคราวนี้หากท่านพ่อกับท่านอาหนิงเอ๋อไม่ยอมกลับมาหาพวกเขาเล่า จากนั้นเสียงร้องไห้ก็ดังลั่นบ้าน
“เด็กๆ หยุดร้อง! พวกเ้าไม่ต้องร้องไห้แล้ว” หยุนหนิงเอ๋อพูดอย่างใ นางไม่เคยเห็นพวกเขาร้องไห้หนักเท่านี้มาก่อน
“แต่ท่านกับท่านพ่อกำลังจะทิ้งพวกเราไป” มู่หรงเข่อชิงร้องไห้หนักกว่าใคร
“ท่านเพิ่งบอกกับข้าว่าท่านรักและเป็ห่วงพวกเราสี่คนพี่น้อง อยากให้พวกเรามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยไม่ใช่หรือขอรับ แล้วทำไมตอนนี้ท่านจะพาท่านพ่อทิ้งพวกเราไป” มู่หรงเฉิงเยี่ยนมองหยุนหนิงเอ๋ออย่างผิดหวัง เขายังจำคำพูดของนางได้ แต่ทำไมเวลาผ่านไปไม่นานนางถึงกลับคำเสียแล้ว
“พวกเ้าชักจะไปกันใหญ่แล้ว ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าจะไปแล้วไม่กลับมา แล้วข้าบอกหรือว่าข้าจะพาท่านพ่อของเ้าไปแล้วทิ้งพวกเ้าไว้ที่นี่” หยุนหนิงเอ๋อทั้งโมโหทั้งสงสาร “ถ้าพวกเ้ายังไม่หยุดร้อง ข้าจะโกรธแล้วนะ”
เด็กแฝดทั้งสี่คนหยุดร้องไห้ลงทันทีที่เห็นว่าท่านอาหนิงเอ๋อของพวกเขากำลังโมโห แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังสะอื้นอยู่
หยุนหนิงเอ๋อถอนหายใจอย่างนึกสงสาร “ข้าแค่จะไปทำธุระที่อำเภอ และท่านพ่อของพวกเ้าก็อาสาจะไปเป็เพื่อนข้า เมื่อข้าทำธุระเสร็จเราก็จะกลับมาหาพวกเ้าแล้ว”
“ท่านไม่ได้หลอกเราแล้วคิดจะทิ้งพวกเราทีหลังใช่ไหมเ้าคะ” มู่หรงฝูเยว่ถาม
“ไม่ทิ้ง…ไม่ทิ้งแน่นอน” หยุนหนิงเอ๋อตอบ
“ท่านจะกลับมาหาพวกเราจริงๆ ใช่ไหมเ้าคะ” มู่หรงฮุ่ยชิวถาม
“กลับมาสิ พวกเ้าอยู่ที่ไหนข้าก็จะไปหาพวกเ้าที่นั่น”
“ท่านอาหนิงเอ๋อจะไม่ลืมพวกเราใช่ไหมเ้าคะ” มู่หรงเข่อชิงถาม
“ข้าไปทำธุระแค่ไม่กี่วันแล้วข้าจะลืมพวกเ้าได้ยังไง”
“ท่าน...ท่านกล้าสาบานหรือไม่ขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนถาม
“ถ้าข้าผิดคำพูดที่ให้ไว้กับพวกเ้าแม้แต่คำเดียว ขอให้ข้าถูกฟ้า...” หยุนหนิงเอ๋อยังพูดไม่จบ
“ข้าเชื่อแล้วขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนรีบห้าม ในความคิดของเขาคำสาบานนั้นมันร้ายแรงมาก ในเมื่อท่านอาหนิงเอ๋อกล้าเอ่ยคำสาบานออกมาแสดงว่านางต้องรักษาคำพูด เพราะฉะนั้นเขาเลือกที่จะเชื่อใจนาง
“ทำไมไม่ให้ข้าพูดให้จบล่ะ ข้าสาบานได้นะ พวกเ้าจะได้สบายใจด้วยไง” หยุนหนิงเอ๋อถามมู่หรงเฉิงเยี่ยน
“ท่านไม่จำเป็ต้องสาบานแล้วขอรับ เพราะข้าเชื่อใจท่าน”
“พวกเราก็เชื่อเ้าค่ะ” แฝดหญิงรีบสนับสนุน
เมื่อตกลงกับเด็กๆ ได้ หยุนหนิงเอ๋อจึงขอตัวกลับบ้าน และบอกกับเด็กๆ ว่าพรุ่งนี้นางจะเอาซาลาเปา เกี๊ยว และเนื้อหมูรมควันมาไว้ให้ลี่จิงจิงทำอาหารให้พวกเขากิน และยังจะเตรียมขนมและลูกอมหลายอย่างไว้ให้พวกเขาด้วย เด็กแฝดทั้งสี่คนดีใจกันยกใหญ่ รีบกล่าวขอบคุณแล้วกลับห้องของตัวเองไป
แต่ก่อนที่หยุนหนิงเอ๋อจะกลับ นางกำชับกับลี่เจี้ยนจงและลี่จิงจิงไว้ว่าให้ระวังเด็กผู้ชายที่ชื่อหานเสี่ยวตั้น เพราะนางกลัวว่าหานเสี่ยวตั้นจะแกล้งเข้ามาตีสนิทกับมู่หรงเฉิงเยี่ยนเพื่อ้าทำเื่ร้ายบางอย่าง
ลี่จิงจิงรับปากว่าจะดูแลเด็กๆ ให้ดี ส่วนลี่เจี้ยนจงรับปากว่าเขาจะไปสืบเื่นี้ให้ละเอียดเอง กว่าหยุนหนิงเอ๋อกับมู่หรงเฉินจะกลับมา ถึงตอนนั้นเขาคงสืบความได้เยอะแล้ว
“เ้าว่ายังไงนะ! เ้าจะเดินทางไปต่างอำเภอกับไอ้พ่อหม้ายลูกติดคนนั้นตามลำพัง ทุกวันนี้เ้าไปหามันถึงบ้านยังไม่พอให้คนนินทาใช่ไหม” แม่หยุนพูดขึ้นอย่างโมโห
“ข้ากับเขามีธุระที่ต้องไปจัดการเ้าค่ะ” หยุนหนิงเอ๋อตอบ
“ธุระอะไรก็ไม่ได้! ถ้าเ้าไปชื่อเสียงของบ้านเราจะเป็ยังไง”
“ข้าก็ไม่ยอมให้เ้าไป! เป็หญิงสาวที่พร้อมจะออกเรือนอยู่แล้วแต่ยังเที่ยวออกไปข้างนอกกับผู้ชาย อย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน ถึงเวลาก็ไม่มีใครกล้าตบแต่งเ้าพอดี” พ่อหยุนพูดสนับสนุนภรรยา
ดีที่หลายวันมานี้หม่าหลงไม่ได้อยู่ที่บ้าน เพราะอยู่ดีๆ ใบหน้าของนางก็เกิดตุ่มหนองขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านหยุนไม่มีเงินพอที่จะพานางไปรักษา นางจึงต้องทำใจห่างจากหยุนไป๋เพื่อกลับบ้านของตัวเองไป ไม่เช่นนั้นวันนี้หม่าหลงต้องเป็หนึ่งในคนที่คัดค้านไม่ให้หยุนหนิงเอ๋อเดินทางออกนอกหมู่บ้านเป็แน่
หยุนหนิงเอ๋อหันไปมองหยุนไป๋ก็เห็นเขาพยักหน้ารับ
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านให้หนิงเอ๋อไปทำธุระครั้งนี้เถิดขอรับ” หยุนไป๋บอกบิดามารดาด้วยท่าทางจริงจัง หลังจากที่เขาเล่าความจริงให้หยุนหนิงเอ๋อฟังทั้งหมด ผ่านไปไม่กี่วันน้องสาวก็มาบอกว่าจะช่วยเขาเื่ของหงเอ๋อ รวมถึงจะช่วยให้เขาหย่าจากหม่าหลงได้ และยังจะทำให้ครอบครัวมีความเป็อยู่ที่ดีขึ้น ขอแค่ให้เขาทำตามแผนของนาง
เมื่อได้ยินประโยคนั้นหยุนไป๋ทั้งซาบซึ้งและรู้สึกผิดกับเื่ในอดีตมากขึ้น และคิดได้ว่าเขาควรเริ่มทำหน้าที่ของพี่ชายได้แล้ว
“เ้าใหญ่! เ้าพูดอะไร น้องสาวของเ้ากำลังจะเดินทางไปข้างนอกกับผู้ชายตามลำพังนะ แล้วเื่ตาเฒ่าหม่าเล่า เงินตั้งสามตำลึงเชียวนะ” พ่อหยุนถามลูกชายอย่างไม่พอใจ
หยุนไป๋คุกเข่าลง “ท่านพ่อขอรับ ข้าไม่คิดจะให้หนิงเอ๋อแต่งกับตาเฒ่าคนนั้นแล้วขอรับ ความจริงเขาตกลงที่จะยกสินสอดให้เราห้าตำลึง และถ้าข้าพานางไปส่งที่บ้านเขาได้ เขาก็จะให้เงินเพิ่มมาอีกสี่ตำลึง พวกท่านคงคิดว่าเงินเก้าตำลึงนี้เป็เงินที่มากมายที่สุดที่บ้านเราเคยมี แต่มันจะดีหรือขอรับที่เราจะเอาความสุขทั้งชีวิตของน้องสาวไปแลกมันมา”
“เมื่อนางทำเงินให้เราได้ตั้งเก้าตำลึงแล้วทำไมเราจะไม่ให้นางแต่งออกไปเล่า ถ้าขืนนางยังอยู่กับเรามีหวังบ้านเราต้องมีแต่โชคร้ายไม่มีวันจบ เ้าอย่าลืมคำทำนายของหมอดูสิ” แม่หยุนบอกกับลูกชาย
หยุนไป๋มองหน้ามารดาและบิดาสลับกัน เื่ที่น้องสาวถูกกล่าวหาว่าเป็ตัวซวยนั้นก็เป็เพราะเขาไม่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อนางเหมือนหยุนเฮ่า จึงทำให้มารดาเข้าใจผิดน้องสาวมาจนถึงทุกวันนี้ ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มทำหน้าที่ของพี่ชาย เช่นนั้นก็เริ่มเสียั้แ่ตอนนี้เลย
“ท่านพ่อ ข้าไม่รู้ว่าท่านจะคิดยังไงกับหนิงเอ๋อ แต่ท่านแม่ควรที่จะรู้ความจริงเื่นี้ได้แล้วขอรับ”