“♪โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง โพงพางเอย นกกระยางเข้าลอด เสือปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง♪”
เสียงการละเล่นพื้นบ้านของเหล่าลูกทาสในเรือนเบี้ยและลูกทาสที่เกิดแต่นายบ่อนและนางทาสกำลังเล่นหัวกันอย่างสนุกสนานบริเวณลานโล่งใกล้กับโรงครัว ช่วยเรียกให้เ้าของเรือนดอกไม้ได้โผล่หน้าออกมาดูพร้อมกับ...
พรึ่บ!
“ว๊ายยยคุณหนู! เดี๋ยวก็ล้มแข้งขาหักดอกเ้าค่ะ!”
ดรุณกระโจนลงจากบันไดเรือนที่สูงและหักศอกไม่กี่ครั้งก็ถึงหัวบันไดขั้นแรก ก่อนจะออกวิ่งอย่างเร็วเพื่อเข้าไปร่วมวง
“ข้าขอเล่นด้วยคนได้หรือไม่ ฮิ ๆ”
“คุณหนู!/คุณพี่!”
ด้วยความอ่อนน้อม เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และอัธยาศัยดีของดรุณทำให้ค่อนข้างจะเป็ที่รักของคนในเรือนเว้นเสียแต่...
"เป็ถึงเ้านายลูกนายบ่อนกับนายหญิงของเรือน แต่มาเล่นหัวกับทาสให้พวกมันตีตนเสมอนาย มันเหมาะมันควรแล้วหรือคะคุณพี่ดรุณ!“ (แก้ว ลูกสาวคนที่ 1 ลูกเมีย 3)
“นั่นน่ะสิเ้าคะ รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น” (อบเชย ลูกสาวคนที่ 2 ลูกเมียคนที่ 2)
“คิก ๆ เขาลือกันให้ทั่วคุ้งน้ำเทียวว่าคุณหนูใหญ่วิปลาส ชอบให้ค่ากับพวกทาสชั้นต่ำมิมีหัวนอนปลายเท้า” (บุญ ลูกสาวคนที่ 3 ลูกเมีย 4)
“แล้วยังเป็ผกาด้วยนะเ้าคะ” (เย็น ลูกสาวคนที่ 4 ลูกเมีย 5)
เหล่าบรรดาลูกสาวเมียน้อยพ่อของเขานั่นเองที่คอยรวมหัวกันรุมกลั่นแกล้งอยู่เสมอ ทำให้ดรุณถึงได้โกรธนักเมื่ออินทรีบอกว่าเขาเป็เมียน้อยของนายบ่อน นิสัยขี้อิจฉามาั้แ่รุ่นแม่ที่เป็อนุส่งต่อๆกันมาจนถึงรุ่นลูกทำให้เขาจำฝังใจ
เหล่าทาสที่ไม่ใช่คนรับใช้ใกล้ชิดต่างก็หน้าเสียกันไปตามๆกัน เป็ทาสเพราะสถานะจำยอมไม่พอ ยังต้องโดนพวกเ้านายนิสัยเสียแบบนี้มาดูถูกกันอีก
“จะนายรึจะบ่าวก็คนเหมือนกันนั่นแหละหนา ดูนั่นสิ มันก็ลูกพ่อเดียวกันกับพวกเ้ามิใช่รึ ต่างเสียแต่ว่าพวกมันมิได้มีนิสัยชอบดูถูกผู้อื่นเยี่ยงนายอย่างพวกเ้า สูงเทียมฟ้ากันเสียจริง นี่ขนาดเป็เพียงแต่ลูกเมียน้อย ถ้าหากเป็ลูกเมียหลวงเยี่ยงข้าพวกมันก็คงจักถูกพวกเ้าจิกกะบาลขึ้นมาตบเรียงตัวกันสินะ”
“คิก ๆ”
เหล่าทาสที่ก้มหน้าก้มตาฟังเ้านายปะทะฝีปากกันอย่างเจียมตนมาตั้งนานก็หลุดขำออกมาในตอนที่คุณหนูดรุณของตนเน้นย้ำคำว่าลูกเมียน้อยและลูกเมียหลวงด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด ทำเอาบรรดาลูกๆเมียน้อยต่างก็กำมือพลางกัดริมฝีปากล่างตัวเองแน่นด้วยความโกรธ
“ถึงแม้จักเป็ลูกเมียน้อยแต่พ่อก็รัก เพราะเรามิใช่ผกา จริงหรือไม่วะพวกเรา ฮ่า ๆ ๆ”
“มันจะมากไปแล้วเ้าคะคุณแก้ว! ได้โปรดให้ความเคารพคุณหนูด้วยเ้าค่ะ”
เพี้ยะ!
“มึงกล้าขึ้นเสียงใส่กูรึอีชุ่ม อีทาสสถุล!”
“บ่าวเองเ้าค่ะคุณแก้ว! อีชุ่ม มึงมานี่!”
“หยุดได้แล้ว!”
พลั่ก ซ่า!
“กรี๊ดดดด!”
อยู่ บ่าวรับใช้ของแก้วปราดเข้าหาชุ่มที่นั่งพับเพียบลงกองกับพื้นเพราะแรงตบของแก้ว ก่อนจะถูกคุณหนูดรุณคว้าเอาข้อมือแล้วปัดออกอย่าแรงจนล้มไปทับกับเ้านายของตน ถังน้ำรดพืชผักสวนครัวที่พวกบ่าวตักทิ้งไว้ถูกยกขึ้นมาสาดใส่น้องสาวต่างแม่ทั้ง 4 และบ่าวใกล้ชิดจนเปียกปอนกันไปตามๆกัน
“เป็ผกาแล้วมันเป็เยี่ยงไร พวกหล่อนห่วงตัวเองก่อนเถิด หากสิ้นบุญพ่อไป ทั้งแม่หล่อน แล้วก็ตัวหล่อนเองจะต้องไสหัวออกจากบ้านนี้ไปแต่ตัวเพราะเป็แค่เพียงลูกเมียน้อย!”
“กรี๊ดดดด!”
“หล่อนก็รู้ดีว่ากฎหมายของสยาม ลูกเมียน้อยมิมีสิทธิ์เท่ากับลูกเมียหลวง ฉันเป็ผกาก็จริง แต่สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็ของฉันกับพี่ทองปานอยู่วันยังค่ำ! ระวังตนไว้เถิด อนาคตข้างหน้าอาจจะต้องขายตนเองให้โรงชำเราบุรุษทั้งแม่ทั้งลูก”
“กรี๊ดดดดด”
“กงนั้นมีกระไรกัน?!”
“พ่อ!”
นายทองใบที่พึ่งจะกลับมาถึง เหยียบหัวกะไดเรือนเพียงขั้นแรกก็ต้องชะงักเพราะเสียงเอะอะโวยวายที่ดังมาจากทางโรงครัวขัดขึ้นเสียก่อน จึงได้เดินตามมาดูยังต้นเสียง
“พ่อถามว่ามีกระไรกัน”
เขาได้ยินทั้งหมดั้แ่แรก เพียงแต่อยากจะไต่สวนทวนความเพราะอยากรู้ว่าลูกๆของเขาจะแก้ตัวกันอย่างไร
“ลูกกับพี่อบเชย น้องเย็นแลน้องบุญเพียงแค่อยากจะมาเล่นกับพี่ดรุณแล้วก็น้องๆที่โรงครัว แต่พ่อดูสิจ้ะ คุณพี่ดรุณกลับสาดน้ำที่ใช้ซักผ้าสกปรกๆสาดใส่ลูก”
“ใช่จ้ะพ่อ ลูกอุตส่าห์มาขอเล่นด้วยดีๆแท้ๆ รวมถึงจะถามไถ่เื่ที่เกือบจะโดนพวกภมรกับธราฉุดไปเมื่อคืนที่งานวัด”
“ใช่จ้ะ ลูกได้ยินพวกชาวบ้านมันพูดกันที่ตลาด เลยอยากจะมาถามคุณพี่ว่าปลอดภัยดีหรือไม่ เพราะพึ่งหายจากตกไข่แท้ๆ กลิ่นดอกสายน้ำผึ้งคงจักหอมฟุ้งไปทั่วเทียว”
บรรดาลูกอนุได้ทีก็ขี่แพะไล่ ใส่สีตีไข่ให้เขากลายเป็ผู้ร้าย รวมถึงเอาเื่ที่เขาแอบหนีออกจากเรือนตอนกลางดึกมาฟ้อง ตาดุของนายบ่อนกวาดมองไปยังบ่าวไพร่จนทั่วแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
“จริงรึดรุณ”
“เื่ใดเล่าจ้ะพ่อ”
“อย่ามายอกย้อนพ่อนะ! จริงหรือไม่เื่ที่...”
“หึ! แล้วแต่พ่อจะตัดสินเถิดจ้ะ ฉันมันก็เป็เพียงแค่ลูกชายที่เป็ผกานอกคอกของพ่อเท่านั้น พูดกระไรไปก็คงมิเชื่อดอก เพราะพ่อก็มิเคยสนใจหรือเชื่อกระไรฉันอยู่แล้ว แล้วถ้าหากฉันถูกฉุดไปจริงๆพ่อก็คงจักดีใจใช่หรือไม่เล่า?”
“ดรุณ!”
ร่างบางของผกาหมุนตัวไปอีกด้านก่อนจะออกวิ่งกลับไปยังเรือนของตนอย่างรวดเร็ว หลังมืองามยกขึ้นมาปาดหยดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มลวกๆ
“เดี๋ยวฉันไปคุยกับน้องเองจ้ะพ่อ”
“หยุด! ไอ้ทองปาน ปล่อยมันไป”
ั้แ่ดรุณจำความได้ก็ไม่เคยถูกอุ้มหรือถูกหอมจากพ่อของตนเช่นพี่น้องคนอื่นๆเลย พ่อขับไล่ให้เขาออกจากเรือนใหญ่และปลูกเรือนให้อยู่แยกมาั้แ่เล็กๆ โตมากับชุ่มและทาสหญิงที่ทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยงให้อีก 3 คน แม่และพี่ชายเพียงแค่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้มาอยู่ร่วมเรือนกับเขาเลย
‘เป็ผกาต้องเข้มแข็ง หากมิมีใครอยู่ปกป้อง จักต้องอยู่คนเดียวให้ได้ เข้าใจหรือไม่’
‘พ่อรังเกียจฉันหรือจ้ะ’
‘…’
‘พ่อรักฉันหรือไม่จ้ะ’
‘…’
‘ฮึก! ฮืออ’
มีแต่เพียงสายตาอันเ็าของผู้เป็พ่อเท่านั้นเป็คำตอบ เขาสั่งให้ทาสชายทำรั้วรอบขอบชิดอย่างดีเพื่อไม่ให้ผกาหรือใครก็ตามเข้าออกเรือนนี้ได้ตามอำเภอใจ รวมถึงสั่งให้ปลูกไม้หอมนานาพันธุ์เพื่อช่วยอำพลางกลิ่นกายหอมของเขาในยามตกไข่
‘แล้วก็ห้ามออกจากเรือนตามอำเภอใจเด็ดขาด ต้องห้ามมิให้ใครรู้ว่ามีผกาอยู่ในเรือนนี้’
‘พ่อ...’
‘หากจักมิเชื่อฟังกัน ก็มิต้องมาเป็พ่อลูกกันอีก!’
แต่กระนั้นดรุณก็ยังพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อเอาใจพ่อ เขาเป็คนลงมือเข้าครัวเพื่อปรุงสำรับทุกมื้อและทุกวันด้วยตนเอง โดยไม่รู้เลยว่าพ่อจะกินบ้างหรือไม่ หากรู้ว่าสำรับที่ยกขึ้นไปให้เป็ฝีมือของลูกชายผกาน่ารังเกียจผู้นี้ เพราะดรุณเองก็ไม่อยากรับรู้และไม่เคยสอบถามเหล่าทาสที่ขึ้นไปเก็บสำรับลงมาสักครั้ง