ตอนที่ 8
ลักพาซึ่งหน้า
ผู้คนยังมิทันปรากฏ เสียงบ่นงึมงำอู้อี้ ก็แว่วดังมาจากด้านหลังร้านก่อนแล้วเพียงครู่เดียวหลังจากนั้นต้าฮวนก็เดินออกมาพร้อมเสมียนที่รับคำขอร้องจากหลงจิวเมิ่ง
“ไหน ใครกันที่มันกล้าอ้างตัวว่าเป็สหายของข้า”ต้าฮวนเอ่ยด้วยถ้อยคำเขื่องโข เพราะตัวมันมั่นใจว่าผู้ที่มาขอพบตนเองนั้นต้องเอ่ยถ้อยคำโป้ปดอย่างแน่นอน...ด้วยบิดาของต้าฮวนย้ายมาตั้งรกรากที่เขตแดนไกลโพ้นแห่งนี้ั้แ่ที่มันยังมิรู้ความ แถมยังอบรมสั่งสอนเข้มงวด เมื่อทุกวันต้องจมจ่อมอยู่กับตำรับตำราทำให้ต้าฮวนกลายเป็ประพฤติตนเยี่ยงอาชาโดดเดี่ยว มิเคยมีสหายในวัยเดียวกัน
ต้าฮวน !!!
หลงจิวเมิ่งเอ่ยเสียงดังกลบเกลื่อน ทำเอาผู้คนชะงักงันสงสัยรวมถึงต้าฮวนที่ไม่ทันได้คบคิดเฉลยความ หลงจิวเมิ่งพลันชิงเป็ฝ่ายลงมือก่อน ซึ่งระยะเพียงไม่ถึงสองจั้ง(1 จั้ง ประมาณ 3.3 เมตร) ด้วยความไวของผู้ฝึกตนล้วนเคลื่อนไหวเพียงเสี้ยวกะพริบตาเท่านั้นก็สามารถประชิดติดตัวได้
หลงจิวเมิ่งทะยานไวเข้าประชิดตัวของต้าฮวนที่ยังคงตะลึงงันอยู่กับที่ระหว่างที่ความสงสัยของผู้คนในร้านโอสถสุขสันต์ ยังไม่ได้รับคำตอบ หลงจิวเมิ่งจึงเร่งฉวยโอกาสล็อคคอของต้าฮวนเข้ามาชิดใกล้ราวกับเป็สหายสนิทในทันควัน แต่นั่นยังมิใช่ทั้งหมดเพราะต้าฮวนยามใ คิดจะะโเรียกผู้คนให้ช่วยเหลือตนหลุดพ้นจากเงื้อมมือเด็กหนุ่มแปลกหน้าวิกลจริตผู้นี้เมื่อต้าฮวนคิดได้มีหรือที่หลงจิวเมิ่งผู้ผ่านประสบการณ์ชีวิตอันหลากหลายจะคิดไม่ออกเมื่อตั้งใจมาพบต้าฮวนในวันนี้ หลงจิวเมิ่งก็วางแผนการล่วงหน้าเอาไว้เสร็จสรรพทุกขั้นตอนมือขวาที่ล็อกคอแน่นพลันโน้มลงเข้าหาลำตัว บดบังรัศมีของหมัดซ้าย ที่กำลังอัดกระทุ้งเข้าเต็มลิ้นปี่ของต้าฮวนจนหน้าเขียวปากอ้าค้างไม่อาจเอ่ยถ้อยคำใด ๆ ออกมา
...ดีนะตอนนี้เ้าต้าฮวนยังมิได้ตัวใหญ่โตเช่นเดียวกับที่เราเจอในชีวิตก่อน
“มา ๆ ไม่เจอกันนาน วันนี้ข้าซื้อหมั่นโถวติดมือมาด้วยเ้าลองชิมดู” หลงจิวเมิ่งพ่นคำหลอกล่อสับสนมิหยุดหย่อน มือขวาว่องไวก็ทำงานประสานเสริมไปพร้อมกันยัดหมั่นโถวที่เพิ่งซื้อมาก่อนถึงร้านโอสถสุขสันต์ ยัดใส่เข้าไปปิดปากที่อ้าค้างอยู่ของต้าฮวนจนแน่นก่อนจะเร่งเร้าลมปราณในร่างช่วยเพิ่มพละกำลังแขนและขา ออกแรงยกร่างของต้าฮวนลอยพ้นขึ้นจากพื้นเล็กน้อยเพื่อให้ยากสังเกตพลางบังคับลากสหายในอนาคตที่ส่งเสียงอู้อี้อยู่ตลอดเวลาออกไปจากร้านโอสถสุขสันต์ด้วยพละกำลังอย่างรวดเร็ว
หลงจิวเมิ่งพาร่างท้วมของต้าฮวน ออกมาจนถึงลานหิมะขาวโพลนแม้ไม่ไกลจากเขตการค้านัก แต่สถานที่บริเวณนี้เป็เขตรกร้างผู้คนสัญจรเบาบางหลงจิวเมิ่งค่อยยินยอมปลดปล่อยต้าฮวนให้เป็อิสระอีกครั้ง
“แคก...แคก...เ้าคนชั่ว แกทำเช่นนี้ทำไมกัน”ต้าฮวนเอ่ยพลาง...ไอคอกแคกแม้อยากจะใช้กำลังตอบโต้ แต่ระหว่างทางที่ถูกลากถูไถมาตลอดมันก็รับรู้ถึงระดับความแตกต่างในพละกำลังตนเองและหลงจิวเมิ่งดียิ่งคิดไปว่าด้วยอายุใกล้เคียงกันเ้าเด็กผู้นี้กลับมีความสำเร็จในการฝึกปรือเหนือกว่าตนเองจึงอยากจะลองสนทนาดูสักเล็กน้อย แต่ด้วยนิสัยถือดีของลูกคหบดีร่ำรวยผู้คนตามใจมันจึงอยากที่จะเป็ผู้ถือไพ่เหนือกว่าเสียก่อน
“ต้าฮวนเอ๊ย ต้าฮวน เ้ายังไม่รู้อีกว่าตอนนี้...ดาววาสนาในชีวิตของเ้าตอนนี้ได้โคจรมาอยู่ตรงหน้าของตนเองแล้ว”
“ถุย...ดาววาสนาบ้าบออันใดของเ้า สองตาข้าเห็นเพียงเ้าโจรน้อยตรงหน้าเท่านั้นหรือเ้ามีเหตุผลอันใดที่เหมาะให้ข้าเรียกเ้าว่าดาววาสนาของตนเองกัน หากไม่มีแล้วกล้ากล่าววาจาเขื่องโขเช่นนี้ก็นับว่าเ้าเป็พวกหลอกลวงต้มตุ๋นแล้ว” ต้าฮวนเอ่ยพลางหยิบหยกเชื่อมิญญาขึ้นมา“ดูนี้...เ้าคงรู้สินะว่าสิ่งนี้คืออันใด” หยกเชื่อมิญญาที่ต้าฮวนหยิบขึ้นมาอวดโอ่ถือเป็ของมีราคาไม่เบา ยามใช้งานหากบีบจนแตกสลายก็เสมือนหนึ่งผู้ที่เชื่อมต่อนั้นมีภัย และทำให้หยกอีกชิ้น ซึ่งตอนนี้อยู่ในมือบิดาของต้าฮวนจะเกิดผลดุจเดียวกัน
“แน่นอนข้ารู้ แต่ถ้าเ้าอยากรู้ว่าข้ามีสิ่งใดในถุงย่ามถึงได้กล้าลักพาตัวของเ้าออกมา โดยมิได้เรียกร้องใด ๆแถมยังเอ่ยว่าข้าเป็ดาววาสนาของเ้าเช่นนี้ เ้าที่เป็คนฉลาดอยู่แล้ว ก็คงจะสงสัยและอึดอัดใจหากว่ามิรู้คำตอบไม่ได้สินะ”
“ผายลมของเ้าเถอะ กระทำชั่วช้าลักพาข้ามา แล้วยังกล้าอวดอ้างตนเองไม่ละอายใจบ้างรึ...แต่เอาเถอะเห็นแก่ความพยายามของเ้าข้าจะให้เวลาเ้าครึ่งก้านธูป หากเ้าทำให้ข้าเปลี่ยนใจได้ข้าก็จะไม่ทุบทำลายหยกในมือชิ้นนี้ แถมยังจะยินยอมปล่อยเ้าจากไปแต่โดยดี”ต้าฮวนเอ่ย พลางลูบไล้ไปบนหยกเชื่อมิญญา ด้วยความรู้สึกของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า“หรือว่าเ้าจะคุกเข่าลง ขอขมาอ้อนวอนข้าก็ยินดีนะ”
“นั่นก็แล้วแต่เ้า ข้าเพียงจะบอกหนทางก้าวหน้าซึ่งอาจจะช่วยให้เ้าสามารถผ่านการทดสอบเข้าสู่..ตำหนักพฤกษา์ ได้ในอนาคตแถมยังช่วยย่นเวลาในการฝึกปรือลมปราณของเ้าให้ว่องไวยิ่งขึ้นก็เท่านั้น แต่หากเ้าไม่สนใจก็เชิญทำลายหยกชิ้นนั้นได้เลย แล้วเรามารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
“เส้นทางลัดในการฝึกปรือตำหนักพฤกษา์”เพียงสองคำที่จี้ตรงกับความ้าของต้าฮวน หลงจิวเมิ่งก็สั่นคลอนความคิดเอาเปรียบของอีกฝ่ายได้ในทันที“อืม...ที่เ้าพูดมา เป็เื่จริงใช่มั้ย” ต้าฮวนเริ่มลังเลและหยุดที่จะเล่นกับหยกเชื่อมิญญาในมือ หันมาสนใจหลงจิวเมิ่งมากขึ้น
...นิสัยตอนเด็กกับตอนโตของเ้านี่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริง ๆ หากมีทางลัดใดๆ ให้สืบเสาะแม้สุ่มเสี่ยงอยู่บ้าง แต่เ้าก็ไม่เคยลังเลที่จะทดลองทำมันในเมื่อชีวิตที่แล้วข้าติดหนี้บุญคุณเ้ามากมาย แถมแอบลักลอบจดจำวิชาปรุงโอสถพิสดารมาจากเ้าถ้าเช่นนั้นเอาเป็ว่านับั้แ่บัดนี้ ข้าจะขอชดเชยมันคืนให้กับเ้า พร้อมทั้งขอตอบแทนบางสิ่งเล็กๆ น้อยแลกเปลี่ยนกลับคืนก็แล้วกัน
“ถ้าเ้ากล้าที่จะเชื่อข้า ข้าก็กล้าที่จะพิสูจน์ให้เ้าเชื่อเช่นกัน”
“...” ต้าฮวนนิ่งงันใช้ความคิด “เ้ามิได้เป็พวกหลอกลวง...”
“อย่าเื่มากไปหน่อยเลยน่า หากข้าบอกเ้าว่าข้าไม่ใช่ แล้วเ้าจะเชื่อข้าในทันทีเช่นนั้นรึ”หลงจิวเมิ่งรู้ว่าต้าฮวนเริ่มจะคล้อยตาม จึงเดินถอยหลังยืดระยะห่างออกมาก่อนจะเลือกนั่งอยู่บนโขดหินใหญ่ก้อนหนึ่งรอคอย
“ข้า...”ต้าฮวนรู้ในสิ่งที่หลงจิวเมิ่งสื่อเป็อย่างดีแม้ยังไม่มั่นใจแต่ก็ก้าวเท้าเดินตามไปด้วยความอยากรู้ ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าจุดที่หลงจิวเมิ่งนั่งคอย
...ต้าฮวนเมื่อเ้าเดินตามมานั้นก็เท่ากับเ้าเปิดใจยอมรับข้าแล้ว ดีสหายโจรคนแรกทั้งในชีวิตก่อนและชีวิตนี้ของข้าวันนี้ข้าจะชักจูงเ้าที่เคยได้ฉายาว่า...หมอโอสถปีศาจให้กลับกลายเป็เซียนโอสถเทวะให้ดู
หลงจิวเมิ่งส่ายหน้าก่อนจะกระทุ้งด้วยถ้อยคำทางเลือกต่อเนื่อง “ข้าไม่มีเวลามากมายเพื่อมานั่งอธิบายความให้เ้าเชื่อข้า หากเ้ายังไม่เชื่อข้า อยากจะบีบทำลายหยกอะไรนั้นเ้าก็จงทำไปเถอะ ในเมื่อเ้าไม่สนใจสิ่งที่ข้าจะมอบให้ ข้าก็จะไปละ”หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางขยับลงจากโขดหินช้า ๆ
“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวววว...ถ้าข้าเชื่อเ้า ข้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง”
“ง่าย ๆ ข้อแรกถ้าเ้าเชื่อข้า เ้าก็จงหุบปากและอย่าได้ถามสิ่งใดมากความอีก”หลงจิวเมิ่งเอ่ยด้วยท่าทางรำคาญ แต่แท้จริงผู้คนบางจำพวกยิ่งรู้สึกถูกปฏิเสธกดขี่ ยิ่งรู้สึกหวงแหนและยากจะหักใจละทิ้ง“ก่อนอื่นเ้ามีโอสถบำรุงปราณติดตัวมาบ้างหรือไม่”
“เ้าไม่ได้คิดจะขโมยมัน...”
“ข้าเพิ่งบอกอยู่หยก ๆ ว่าให้หุบปาก แล้วจงจำเอาไว้ถ้าข้าจะขโมยมันจากเ้า ข้าคงทำไปั้แ่ตอนที่ลากเ้าออกมาแล้ว”
“อืม...”ต้าฮวนครางต่ำในลำคอพลางหยิบขวดโอสถสีขาวออกมาเทลงบนฝ่ามือ “ตอนนี้ในตัวข้ามีเหลืออยู่สามเม็ด”
“สามเม็ด” หลงจิวเมิ่งไม่พูดเปล่าหยิบฉวยเม็ดโอสถทั้งสามออกมาจากมือของต้าฮวน ที่กำลังพยายามจะเอ่ยคำตามหลังแต่ถูกหลงจิวเมิ่งยกมือปรามเอาไว้ก่อน “สามเม็ดนี้ข้าจะเปลี่ยนมันเป็โอสถที่ดียิ่งขึ้นให้เ้าดู”
“เ้าจะเปลี่ยนโอสถ มีวิธีการเช่นนั้น”
“บนโลกกว้างใบนี้ วิธีการปรุงโอสถและความรู้มีมากมายกว่าตำราที่เ้าอ่านนับพันนับหมื่นเท่าหากเ้าเอาแต่อุดอู้อยู่เพียงหน้ากระดาษ ไหนเลยจะเข้าใจแก่นแท้ของมัน”หลงจิ่วเมิ่งบีบทำลายโอสถบำรุงปราณทั้งสามเม็ดจนแหลกเละในกำมือ “จงดูและจดจำเอาไว้วิธีการนี้เรียกว่า...จิตปราณประสานเป็การปรุงโอสถที่เหนือชั้นกว่าการใช้เพลิงไฟ หรือลมปราณเพียงอย่างเดียวไปอีกขั้น”
ลมปราณอ่อนจางของหลงจิวเมิ่งหมุนวนคละเคล้าไปกับวัตถุดิบพิษที่ตระเตรียมมาก่อนหน้าทั้งหญ้าใบดาบที่หากได้รับมากเกิน จะทำให้ผลโลหิตไหลทะลักออกจากช่องเปิดแถมไม่จับตัวแข็งยากหยุดยั้งจนตกตายแต่หากใช้ปริมาณน้อยจะเกิดอาการร้อนรุ่มไปทั่วร่าง กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตรุนแรงก่อฤทธิ์หยางร้อนลวกในร่างของผู้ฝึกตน แต่หากเป็ร่างกายปุถุชนสามัญยังมิอาจรองรับพิษร้ายหากเผลอกินเข้าไปอาจจะทำให้หัวใจวายได้ ส่วนอีกชนิดคือสมุนไพรกล่อมประสาทที่ทำให้ผู้คนหลับใหลเมามาย ซึ่งทั้งสองล้วนได้รับมาจากหลงซุน
“นั่นมัน...หญ้าพิษใบดาบ กับ...เห็ดเมามาย”ต้าฮวนไม่เสียทีที่เป็หนอนตำราเพียงเห็นชิ้นส่วนที่หลงจิวเมิ่งเติมลงไปผสมรวมเพียงแวบเดียวก็สามารถเอ่ยชื่อออกมาได้ทันที
“สิ่งที่ข้าจะสอนเ้าก็คือเ้านี่นั่นละ มันคือก้าวแรกสู่...เส้นทางของโอสถพิษ”