จางหย่งขืนใจยืดหลังตั้งตรงทั้งที่ธนูพิษยังคงปักคาอยู่ตรงสีข้างสองแข้งในสนับเกราะเตืองน่อง[1]เข้ากับสีข้างของอาชาสีนิล “ย่ะ!!” ยังไม่ทันสิ้นหางเสียงฝีเท้าหนักแน่นของอาชาศึกก็ทะยานฝ่าความมืดเข้าไปยังป่าลึกอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัวจวบจนความวับวาวของเกราะทองเหลืองที่ต้องแสงจันทร์ลับตาของเสิ่นเฉิงไป
ชายหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าฝากริ้วเมฆที่ลอยเลื่อนกลบเกลื่อนแสงจันทร์ไม่ให้สาดส่องต้องพื้นจนกว่าไท่เว่ย์ของเขาจะเดินทางถึงค่ายหัวเมืองเหนืออย่างปลอดภัย
…
ถึงแม้ว่าจางหย่งจะเยี่ยมยุทธ์และขึ้นชื่อว่ามีความอดทนเป็เลิศทว่าสีหน้าที่อิดโรย อีกทั้งใบหน้าที่ซีดเผือดก็ไม่อาจทำให้เสิ่นเฉิงมือขวาคนสนิทวางใจในความปลอดภัยของไท่เว่ย์ได้กระนั้นเขาจึงวกม้าหวนกลับเข้าทัพอย่างรีบร้อนเปล่งน้ำเสียงกร้าวสั่งทัพใหญ่ให้แยกออกเป็หน่วยทัพย่อยเพื่อง่ายต่อการเดินทางอีกทั้งเลี่ยงต่อการถูกโจมตีในคราวเดียว
มือกร้านที่ใช้จับดาบกรำศึกชี้นิ้วออกเลือกทหารที่รอดพ้นจากคมธนูห้าถึงหกนาย“พวกเ้าไปกับข้า” ยังไม่ทันสิ้นเสียงกร้าวที่ดังไปทั่วบริเวณ “ย่ะ!!”เสียงให้สัญญาณพร้อมกับเตืองน่องเข้ากับม้าคู่ใจก็ดังขึ้นฝีเท้าที่เคยเยาะย่างทะยานสู่ความมืดนำหน้าทหารที่ได้รับเลือกไป
ออกม้ามาได้ยังไม่ถึงสองเค่อ[2]เสิ่นเฉิงสังเกตเห็นเงาหนึ่งตะคุ่มอยู่ระหว่างเงาต้นไม้ใหญ่จากแสงเดือนที่สาดรอดแมกไม้ลงมาอย่างไม่น่าไว้วางใจจึงสั่งให้ทหารทั้งหกนายพร้อมด้วยนายกองจำเป็ค่อยล้อมวงเข้าลอบสังเกต“นี่อาจเป็กับดัก พวกเ้าไปซุ่มอยู่ในเงาใกล้ ๆ นี้ก่อน”เสิ่นเฉิงเอ่ยสั่งด้วยซุ่มเสียงแ่ก่อนที่จะค่อยเคลื่อนกระบี่ออกจากฝักอย่างระมัดระวังผู้ที่อยู่ในเงาตะคุ่ม
เขาใช้สายตากวาดมองสิ่งที่ตนเองพยายามเพ่งมองตรงหน้าลึกเข้าไปในความมืดแสงเดือนเสี้ยวยังคงส่องแสงตามกำลังพาให้เห็นเรือนแผงคอยาวสีดำสนิทของม้าที่ถูกขนาบไว้ด้วยแผงอกของชายร่างกายกำยำเสิ่นเฉิงค่อยขับม้าเข้ามาใกล้ม้าสีนิลนั้นช่างมีลักษณะคุ้นตาทั้งยังไม่ตระหนกทั้งที่ม้าอีกตัวเข้าไปใกล้ถึงจะฝึกมาดีอย่างไรม้าต่างคอกกันก็ย่อมแตกตื่นเมื่ออยู่ใกล้มาแปลกคอกอยู่ดีหรือว่า...
“ท ทะ ไท่เว่ย์”เสิ่นเฉิงพลิ้วตัวลงจากม้าอย่างคล่องแคล่วทันทีที่แน่ใจว่าร่างไร้สติของชายตรงหน้าที่นอนนิ่งขนาบอยู่บนอานม้านั้นคือ เซวียนจางหย่งผู้มีพระคุณของเขา
…
“ทหาร!”เสียงกร้าวเปล่งออกจากลำคอชายฉกรรจ์ทหารทั้งหกนายก็เคลื่อนตัวออกจากเงาไม้
“พาม้าของข้ากลับค่ายด้วย”ยังไม่ทันสิ้นคำสั่ง เสิ่นเฉิงก็ดีดตัวพลิ้วขึ้นซ้อนกับร่างไร้สติของจางหย่งที่นอนซบอยู่บนหลังม้าพลันก็เตืองน่องเข้ากับสีข้างของม้าทะยานมุ่งไปข้างหน้า
ในใจอันแสนจะรุ่มร้อนเขาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับจางหย่งมาั้แ่เป็นายกองจนกระทั่งรั้งตำแหน่งขึ้นเป็ไท่เว่ย์เขาไม่เคยเห็นจางหย่งได้เจ็บหนักขนาดสิ้นสติ เสิ่นเฉิงเข้าใจว่าชายสมชายต้องมีรอยจารึกการต่อสู้ทว่าร่องรอยที่จางหย่งต้องผ่านไปให้ได้นี้ใหญ่หลวงนัก
ม้าศึกตีนต้นทะยานตัวพาทหารหาญทั้งสองนายมุ่งหน้าสู่ค่ายหัวเมืองเหนือในเวลาไม่ถึงเค่อเสิ่นเฉิงประคองร่างไร้สติของจางหย่งลงจากหลังม้าเข้ายังกระโจม ครั้นก็ค่อยวางคนโดนพิษลงแนบกับหมอน
“ข ขอ น น้ำ”ริมฝีปากแห้งผากขยับพูดอย่างอ่อนแรง
เสิ่นเฉิงได้ยินเช่นนั้นก็กระวีกระวาดยกกาน้ำชาเทลงจอกพลันก็ประคองให้จางหย่งลุกขึ้นดื่ม “แข็งใจไว้นะท่าน” จางหย่งพยักหน้ารับอย่างช้าๆ “ข้าจะต้องถอนธนูออกให้ท่านก่อน” เสิ่นเฉิงถอดเกราะบนร่างกายของตนออกวางก่อนที่จะใช้มือหักก้านธนูทิ้งแล้วใช้ที่มีดสั้นแหวกเนื้อนำเอาคมธนูออกจากสีข้างของจางหย่งเืที่พอซึมปากแผลกลับกลายเป็ไหลอาบออกมาอย่างมากมายเสียงกร้าวแผดร้องออกอย่างเ็ปก้องไปทั่วบริเวณค่าย ก่อนที่จะเบาลงเพราะกัดกรามอดกลั้นเอาไว้หลังจากที่ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ “ข้าจะออกไปตามหาหมอยา”เสิ่นเฉิงหยิบเกราะที่ถอดออกขึ้นมาสวมเข้ามาประกอบกับบนร่างกายอีกครั้งแล้วหุนหันออกจากกระโจมไป
เขามุ่งหน้าไปตั้งต้นขอความช่วยเหลือที่‘หมู่บ้านชายแดนเหนือ’ ในบริเวณใกล้ที่ตั้งค่ายยังมีชาวบ้านแคว้นจิ้งอาศัยอยู่บ้างพอประปรายเสิ่นเฉิงค่อยไล่ถามชาวบ้านไปทีละคนถึงหมอยาที่สามารถรักษาพิษจากธนูได้ต่างคนต่างก็เอ่ยถึงปรมาจารย์ลี่อินเป็เสียงเดียวทว่าก็ไม่มีผู้ใดรู้ถิ่นฐานที่แน่นอนของหมอยาผู้นี้
“นอกจากท่านลี่อินแล้วในบริเวณนี้พอจะมีผู้ใดรู้เื่การรักษาอีกหรือไม่”
“ข้าก็พอรู้เื่สมุนไพรอยู่บ้าง”ชายาุโนุ่งห่มเสื้อผ้าขาดวิ่นเอ่ยพูดเสิ่นเฉิงช่างใจอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากชายผู้ไม่น่าเชื่อถือตรงหน้า
“ท่านลุง ท่านจะพอช่วยข้าได้หรือไม่”ชายาุโพยักหน้าอย่างเจียมตัวเขารู้ดีว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาดูไม่น่าเชื่อถือว่าจะสามารถให้การรักษาผู้ใดได้ ทว่าความรู้นั้นไม่อาจแสดงด้วยตำแหน่งบัณฑิตแต่เพียงอย่างเดียว
“ท่านมีตัวอย่างพิษหรือไม่”
“ข้ามี”เสิ่นเฉิงยื่นห่อผ้าขาวสีมอที่ห่อหุ้มหัวดอกธนูเอาไว้ให้ชายาุโ
“ข้าจะต้องทดสอบพิษเสียก่อนว่าเป็พิษชนิดใดจึงจะเลือกสมุนไพรมาปรุงชะลอพิษได้”ชายาุโรับห่อผ้านั้นมาไว้ในมือก่อนเดินมุ่งหน้าไปยังกระต๊อบเก่าคร่ำคร่าอันเป็ที่อาศัยของเขา
“ท่านหาที่นั่งรอก่อนนะเดี๋ยวข้าจะหาผลของพิษสักสองเค่อ ท่านพักให้สบายเถอะ”เสิ่นเฉิงกวาดตามองไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะค่อยหย่อนสะโพกลงกับโขดหินเตี้ย ๆหน้ากระท่อมใกล้กองฟืนหุงต้ม
[1] กระตุ้นม้าด้วยน่อง
[2] เค่อละสิบห้านาที