ร่านสวาทนางฟ้าประจำชุมชน

    ตอนที่ 5 สูญสิ้นภาพลักษณ์นางฟ้า

    หลังจากอาบน้ำชำระล้างร่างกายเสร็จสรรพ อิ๊งค์นั่งอยู่บนเบาะนวดในสภาพที่มีเพียงกางเกงในสีเนื้อชิ้นเดียว ฝั่งของน้าพงษ์เองก็เตรียมพร้อมไม่ต่างกัน แกจัดการถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียว เผยให้เห็นเป้ากางเกงในตุงโป่งนูนเด่น ดันแก่นกายที่แข็งตัวเป็นลำท้าทายสายตาอย่างน่าหวาดเสียว


    อิ๊งค์ล้มตัวลงนอนคว่ำกับเบาะ น้าพงษ์ขยับมานั่งข้างกายเธอ ชโลมน้ำมันหอมระเหยลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่า จากนั้นวางฝ่ามือหนาลูบไล้รีดเส้นเค้นคลึง บีบนวดสลับไปมาทั่วแผ่นหลังอย่างถูกหลักการนวดแผนโบราณเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ


    “คุณอิ๊งค์ผิวพรรณดีมากจริงๆ ขนาดตากแดดบ่อย แต่เนื้อตัวยังขาวจั๊วะเหมือนเดิมตลอดเลย”


    น้าพงษ์พูดชื่นชมผิวเนื้อสาวไปเรื่อย ในขณะที่อิ๊งค์นอนตะแคงใบหน้าหวานหันออกด้านข้าง ปิดเปลือกตาลงจนสนิทพริ้ม ซึมซับสัมผัสความผ่อนคลายปนเปความเสียวสะท้านแผ่วเบาใต้ฝ่ามืออุ่น


    “แล้วตอนนี้ช่วงสะโพกกับช่วงต้นขายังมีอาการปวดตึงอยู่ไหมครับ” ชายรุ่นพ่อถามคุมโทนเสียงสุภาพ


    “ไม่ค่อยแล้วค่ะ... วันนั้นที่น้าพงษ์ช่วยนวดให้ อิ๊งค์รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” เสียงหวานพึมพำตอบ


    บทสนทนาหน้าฉากดำเนินไปพร้อมกับจังหวะฝ่ามือที่ลูบไล้รีดนวด กลิ่นน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษตลบอบอวลชวนให้จิตใจล่องลอยไปกับกิเลสตัณหา


    จนเวลาล่วงผ่านไปสักพักใหญ่ น้าพงษ์กระเถิบกายเลื่อนลงมานั่งอยู่บริเวณด้านข้างลำขาของอิ๊งค์ แกเทน้ำมันราดรดลงบนขา แล้วลากฝ่ามือไล่ตั้งแต่ต้นขาด้านหลัง ลากยาวรีดเส้นลงไปจนถึงข้อเท้าและตาตุ่ม จากนั้นวางมือลูบไล้บีบเค้นขึ้นลงแบบลากยาวสม่ำเสมอ แกทำลักษณะนี้ซ้ำๆกับขาทั้งสองข้างจนผิวเนื้อขาวนวลชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำมันวาววับ


    “แปลกจัง... คุณอิ๊งค์สวยขนาดนี้ หน้าที่การงานก็ดี แต่ทำไมถึงยังครองตัวเป็นโสดล่ะครับ ก่อนหน้านี้เคยมีแฟนมาก่อนไหม” เพื่อไม่ให้บรรยากาศภายในบ้านอึดอัดเกินไป น้าพงษ์จึงเริ่มชวนคุยเรื่องส่วนตัว


    “เคยค่ะแต่ว่า… แฟนเก่าอิ๊งค์เป็นทอมนะคะ อิ๊งค์ยังไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายเลยค่ะ”


    “คุณอิ๊งค์นี่เป็นคนที่น่าค้นหามากเลยนะครับรู้ตัวไหม... เดี๋ยวช่วยแยกขาออกให้น้าหน่อยครับ”


    น้ำเสียงของน้าพงษ์เริ่มสั่นด้วยความกระสันอยาก ในขณะที่อิ๊งค์ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของคนข้างหลังอย่างว่าง่ายเพราะอารมณ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้ม


    น้าพงษ์ย้ายตัวเองเข้ามานั่งอยู่ในช่องว่างกลางหว่างขาที่แยกออกของอิ๊งค์ แกเทน้ำมันเพิ่มที่ฝ่ามือแล้ววางลงบนต้นขาด้านหลังแต่ละข้าง ลูบคลึงนวดดันสูงขึ้นไปเรื่อยๆอย่างจงใจ จนกระทั่งฝ่ามือหนาสอดเข้าไปทางช่องขาของกางเกงใน สัมผัสกับผิวเนื้อแก้มก้นนุ่มนิ่มล้นฝ่ามือโดยตรง ชายเก๋าเกมออกแรงบีบขย้ำเน้นหนักลงบนเนื้อก้นนุ่มเด้งสู้มือประมาณสี่ถึงห้าครั้งติดต่อกันอย่างสะใจ ก่อนจะลากมือกลับลงมาทางเดิมตามแนวต้นขาด้านหลัง น้าพงษ์วนมือลูบกลับขึ้นลง ทำระบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุดหย่อน


    “น้าชอบมากเลย ผู้หญิงมีน้ำมีนวลแบบนี้ จับตรงไหนก็รู้สึกเต็มไม้เต็มมือไปหมด ปกติช่วงก่อนจะย้ายมาอยู่ที่นี่คุณอิ๊งค์เคยนวดมาก่อนไหมครับ” น้าพงษ์แกล้งถามตบตาชวนคุยทั้งที่มือยังขย้ำเนื้อก้นไม่เลิก


    “เคยค่ะ แต่ไม่บ่อย... อีกอย่างอิ๊งค์เคยแต่นวดแผนไทย ไม่ใช่นวดน้ำมันที่ต้องแก้ผ้าหมดตัวแบบนี้ค่ะ”


    “อ่อครับ... แล้ว... คุณอิ๊งค์ชอบแบบไหนมากกว่า?”


    “เอาจริงก็... แบบหลังค่ะ... เพราะมันฟินดี…”


    อิ๊งค์ตอบเสียงอ่อยเจือกระแสขบขันเบาๆในลำคอเพื่อซ่อนความเขินอาย เธอเผลอขมิบก้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะสัญชาตญาณความเสียวสะท้อนแล่นริ้วยามที่มืออุ่นจัดบดเบียดเค้นคลึงเข้าๆออกๆ สลับไปมาระหว่างต้นขากับบั้นท้ายดินระเบิดของเธอ


    เมื่อบีบนวดด้านหลังจนหนำใจ น้าพงษ์บอกให้อิ๊งค์พลิกตัวมานอนหงาย ระหว่างนั้นแกลุกเดินไปหยิบผ้าขนหนูอีกผืนมาเตรียมรอไว้ใช้งาน น้าพงษ์กลับมานั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างสะโพกของอิ๊งค์ วางฝ่ามือสัมผัสกับด้านข้างสะโพก ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวเกาะกุมเข้าที่ขอบกางเกงในสีเนื้อชิ้นสุดท้าย


    “ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ถอดกางเกงในออกเลยเนอะ” น้าพงษ์ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนเพื่อไม่ให้ไก่ตื่น แต่อิ๊งค์ในเวลานี้หัวใจเต้นระทึกโครมคราม เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกคารมของผู้ใหญ่ใจดีต้อนเข้ามาจนมุมอย่างหมดทางสู้และหมดทางหนี สุดท้ายจึงทำได้เพียงพยักหน้ายอมจำนนแต่โดยดี


    มือหนารูดกางเกงในสีเนื้อลงไปตามท่อนขาเรียวงามหนั่นแน่นกระทั่งหลุดพ้นออกจากปลายเท้า คราวนี้เรือนร่างระหงของนักสังคมสงเคราะห์สาวล่อนจ้อนเปลือยกายอย่างสมบูรณ์ เส้นขนสีดำขลับบนเนินโหนกกลางกายสาวตัดกับผิวเนื้อขาวจั๊วะ เป็นภาพที่กระตุ้นกำหนัดในกายของผู้ชายอย่างรุนแรงจนลำกายแกร่งของน้าพงษ์มีน้ำปริ่มเปียกเยิ้มออกมาตรงส่วนหัว ทว่าท่อนขาเรียวสวยของอิ๊งค์หนีบหุบเข้าหากันแน่นตามสัญชาตญาณของการปกป้องตัวเอง


    “มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องอายหรือเกรงใจกันแล้วครับ ปล่อยตัวปล่อยใจสบายๆ ผ่อนคลายให้เต็มที่ไปเลยจะดีกว่านะครับ เชื่อน้านะคุณอิ๊งค์”


    หญิงสาวนิ่งฟังคำปลอบประโลม แววตาคู่สวยสั่นระริกจับจ้องมองใบหน้าของคนข้างๆค้างไว้ตลอดเวลา ก่อนที่เธอจะตัดสินใจวาดช่วงขาแยกกางออกจากกัน ล้มแหมะปลายเท้าลงด้านข้าง ปล่อยให้ข้อต่อต่างๆและหน้าขาแบะออกอ้าซ่าเต็มเหนี่ยว นับเป็นภาพที่น่าอับอายขายหน้าที่สุดในชีวิตของอิ๊งค์


    “อื้อหือ…! ซึ้ดด! แบบนั้นแหละครับดีมากเลยคุณอิ๊งค์ นอนให้สบายตัวไปเลย ไม่ต้องอายหรอก อีกอย่างน้าจะได้นวดเข้าถึงเส้นได้ง่ายขึ้นด้วย”


    น้าพงษ์ยังคงนั่งอยู่ด้านข้างลำตัวของอิ๊งค์ เทน้ำมันลงบนฝ่ามือ วอร์มน้ำมันจนได้ที่อุ่นจัด แล้ววางนาบฝ่ามือสากลงไปสัมผัสแนบชิดกับผิวเนื้ออ่อนของต้นขาด้านในขาวอมชมพูโดยไม่มีสิ่งใดคั่นกลาง


    สองมือของเสือเฒ่าเริ่มทำหน้าที่ลูบไล้บีบนวดเฟ้นเค้นเนื้อนิ่ม รีดน้ำหนักมือดึงเส้นตั้งแต่บริเวณเหนือหัวเข่า ดันสูงขึ้นเรื่อยๆขยับเข้าใกล้โคนขาหนีบและร่องเนื้อสาวที่แบะเยิ้ม รังสีความร้อนจากน้ำมันอุ่นประกอบกับปลายนิ้วหยาบที่จงใจบดเบียดเฉียดกรายใกล้จุดสงวน ส่งผลให้ร่างกายของอิ๊งค์กระตุกสั่นสะท้าน ขนลุกชูชันด้วยความเสียวในท้องน้อย


    “น้าเข้าใจความรู้สึกของคุณอิ๊งค์ในตอนนี้นะครับ ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเรียบร้อย คงไม่เคยนอนแก้ผ้าให้ผู้ชายคนไหนเห็นมาก่อน พอมาทำอะไรแบบนี้มันก็อาจจะดูน่าอายไปสักหน่อย แต่น้าก็ดีใจนะครับที่คุณอิ๊งค์ให้โอกาสน้าได้เป็นคนดูแลใกล้ชิดขนาดนี้”


    น้ำเสียงประโลมใจสลับคำอธิบายวิชาการนวดตบตา ดำเนินไปพร้อมกับฝ่ามือที่ลูบไล้บดเบียดเข้าใกล้ร่องเนื้อสาวที่กำลังผลิตน้ำหล่อลื่นชื้นแฉะไหลเยิ้มออกมาประจานอารมณ์ดิบ ทำลายภาพลักษณ์กุลสตรีผู้สูงส่งให้กลายเป็นเพียงผู้หญิงที่ยอมจำนนใต้เงื้อมมือของเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างน่าอัปยศ


    กล้ามเนื้อส่วนลึกภายในร่องเนื้อขมิบปล่อยน้ำเงี่ยนไหลซึมทะลักออกมาถึงโคนขาหนีบ น้าพงษ์เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า แกเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูที่เตรียมไว้จัดการพับเป็นทบหนาๆ ก่อนจะเอ่ยบอกให้อิ๊งค์ยกก้นขึ้น จากนั้นแกสอดผ้าวางรองไว้ใต้สะโพกเธอ


    “น้าอยากรู้มานานแล้วว่าทำไมคุณอิ๊งค์ถึงมาเป็นนักสังคมสงเคราะห์” เมื่อมือกลับมาบีบนวดต่อ น้าพงษ์ได้เอ่ยปากตั้งคำถามชวนคุยเรื่องอุดมการณ์


    “อื้มม… ม.. มันใช่เวลามาคุยเรื่องแบบนี้ไหมคะ”


    อิ๊งค์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นกระเส่าพร่าเลือน ลมหายใจขาดช่วงเป็นระยะ เพราะมือของอีกฝ่ายยังคงบดเบียดกับเนื้อนุ่มบริเวณโคนขาหนีบใกล้กลีบแคม น้าพงษ์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ แกจงใจแกล้งเล่นสนุกกับสถานการณ์ด้วยการชวนคุยเรื่องทั่วไป


    “พอดีน้าเพิ่งนึกขึ้นได้น่ะ ว่าจะถามตั้งนานแล้ว ตกลงคุณอิ๊งค์มาเป็นนักสังคมสงเคราะห์ได้ยังไงครับ”


    “จะเอาคำตอบแบบมีสาระจริงๆใช่ไหมคะ”


    “ใช่ครับ น้าอยากฟัง”


    “อื้ม…คือ… อ.. อิ๊งค์เป็นคนเซนซิทีฟเวลาเห็นคนอื่นลำบากน่ะค่ะ อรื๊ออ...! เวลาเห็นใครลำบากหรือไม่มีทางออก อิ๊งค์จะรู้สึก ซี๊ดดดส์… อ่าา… รู้สึกใจไม่ดีเลย พอได้มาทำงานนี้ ได้ช่วยดึงพวกเขากลับมาใช้ชีวิตต่อได้ มันทำให้อิ๊งค์รู้สึก ส... เสียววว... อรื๊ออ...! รู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีประโยชน์กับคนอื่นค่ะ ประมาณนี้”


    ในขณะที่พยายามพูดตอบคำถามตามอุดมการณ์ อิ๊งค์ยังคงนอนแบะขาสบายๆ ร่างกายล่อนจ้อนทั้งตัว ปล่อยให้มือผู้ชายนวดคลึงใกล้กลีบแคมจนน้ำหีไหล สูญสิ้นภาพลักษณ์นางฟ้าอย่างสมบรูณ์


    ในขณะที่น้าพงษ์เองก็เกิดปฏิกิริยาไม่ต่างกัน แกมีน้ำกามเหนียวๆซึมเยิ้มออกมาจากส่วนหัวของควยจนเปียกชุ่มเป้ากางเกงในไปหมดแล้วเช่นกัน


    “ตอนนี้ตัวน้าเองก็กำลังลำบาก... คุณอิ๊งค์ช่วยน้าหาทางออกหน่อยสิครับ”


    สายตาของน้าพงษ์ปรายตามองมาสบตากับอิ๊งค์


    “อิ๊งค์ว่า... ไม่น่าใช่เรื่องที่ดีแน่”


    “แต่น้าทรมานจริงๆนะครับ รู้ไหมว่าการที่น้าต้องคอยเดินตามตูดคุณอิ๊งค์ต้อยๆ จนกระทั่งมาถึงวันที่ได้มีโอกาสบีบนวดเนื้อตัวแน่นๆของคุณอิ๊งค์เมื่อครั้งก่อน ทำให้ไอ้จู๋ของน้าแข็งปวดทรมานไปหมดขนาดนี้ เพราะงั้น... ช่วยน้าหน่อยนะครับ”


    พูดจบ น้าพงษ์ขยับลุกขึ้นยืนตระหง่าน ทว่ามือแกร่งออกแรงดึงรั้งลำแขนของฝ่ายหญิงให้ขยับลุกขึ้นมานั่งบนเบาะ ร่างกายที่อ่อนระทวยและสมองอันมึนเบลอของอิ๊งค์ได้ยอมโอนอ่อนตามแรงของผู้ชายรุ่นพ่อไปหมดอย่างไร้ข้อต่อรอง


    น้าพงษ์ใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในของตัวเองลง ส่งผลให้ท่อนเนื้อแข็งตัวโด่ดีดตัวผงาดออกมาชี้หน้าฝ่ายหญิงที่ปรับท่าทางตัวเองให้อยู่ในท่านั่งคุกเข่า


    “น้าพงษ์... อิ๊งค์อมไม่เป็นนะคะ ไม่เคยอม”


    หญิงสาวเงยใบหน้าหวานขึ้นมอง สภาพกิริยาที่เคยเรียบร้อยบัดนี้อันตรธานหายไป สีหน้าของเธอในเวลานี้ดูขัดเขิน ประหม่า และมีความหวาดหวั่นปนเปความรังเกียจยามที่สายตาจับจ้องมองอวัยวะหน้าตาอัปลักษณ์ที่กำลังกระตุกตัวงึกๆให้เธอดู


    “ลองทำดูก่อนครับ ไม่ยากหรอก แค่อ้าปากแล้วอมมันเข้าไป” น้าพงษ์เอ่ยสั่งกึ่งขอร้อง กางขายืนหยัดอย่างมั่นคง สองมือยกขึ้นท้าวสะเอว ภาพลำกายดำทมิฬที่โผล่ยื่นออกมาจากพุ่มขนหมอยดกดำ เป็นภาพอุบาทว์ตาลามกที่สุดเท่าที่อิ๊งค์เคยเห็นมา


    แล้วทันทีที่ปากสวยยอมอ้าออก กลืนส่วนหัวเห็ดหายวับเข้าไปในปาก น้าพงษ์ถึงกับสูดปากร้องซี๊ดครางระงมด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง ปากที่ปกติแล้วอิ๊งค์เคยเอาไว้ใช้พูดจาพาทีฉะฉาน ช่วยเหลือเยียวยาจิตใจและชี้แนะแนวทางชีวิตให้ผู้คนในชุมชน ทว่าบัดนี้กลับกลายสภาพมาเป็นปากที่ใช้ดูดควย อิ๊งค์แอบรู้สึกพะอืดพะอม เพราะน้าพงษ์ยังไม่ได้อาบน้ำชำระล้างส่วนนั้น ทั้งกลิ่นเหงื่อและกลิ่นอายความเป็นชายที่หมักหมมมาตลอดทั้งวันพุ่งเข้าจมูกอิ๊งค์อย่างรุนแรง ทว่าเธอกลับกลั้นใจก้มหน้ายอมอมต่อไปเพราะในส่วนลึกเกิดความรู้ซ่านสยิวตื่นเต้นท้าทายความผิดบาปจนถอนตัวไม่ขึ้น


    “ซี๊ด… อืมม… ลองอมลึกๆได้ไหมครับคุณอิ๊งค์” น้าพงษ์ออกคำสั่งด้วยความย่ามใจสุดขีด อิ๊งค์ถอนปากออกมาตั้งหลักหอบหายใจ ก่อนจะอ้าปากยอมรับท่อนเอ็นเข้าไปใหม่ ขยับริมฝีปากบางชมพูกลืนกินท่อนเนื้อดำทมิฬลึกขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งบางส่วนของมันรุกรานเข้าไปในลำคอ อิ๊งค์เตรียมจะถอยออก แต่ทันใดนั้น มือของน้าพงษ์คว้าหมับจับหัวเธอไว้


    น้าพงษ์ออกแรงกดบังคับหัวของอิ๊งค์ให้ดันเข้าไปต่อเรื่อยๆ จนกระทั่งสุดทาง ใบหน้าสวยจมหายเข้าไปฝังติดกับขนหยิกดำ ริมฝีปากสัมผัสกับส่วนโคนของลำควย กลายเป็นการอมมิดด้ามอย่างสมบูรณ์แบบ


    “อะ… อ้าาาา…! ค.. โคตรดี!” น้าพงษ์กึ่งคราง กึ่งหัวเราะอย่างได้ใจ แกรู้สึกเสียวควยจนแทบบ้า


    “เฮือกกก…!!” ทว่าจู่ๆ สองมือบางออกแรงดันต้นขาแกร่งออก อิ๊งค์ผละตัวถอยออกมาสำลัก


    “อิ๊งค์จะอ้วกค่ะ..! แบบนี้ไม่ไหว”


    เสียงหวานประท้วงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า สีหน้าเหมือนคนกำลังจะอาเจียนออกมา


    “อ้าา… คุณอิ๊งค์คอลึกมาก ขอแบบเมื่อกี้อีกครั้งนะครับ ช่วยน้าหน่อยเถอะ โคตรดีเลยเมื่อกี้”


    น้าพงษ์เอ่ยขอร้องแกมบังคับ ยืนใช้มือสาวควยตัวเอง ควยที่ในเวลานี้เปียกชุ่มน้ำลายของอิ๊งค์เต็มไปหมด เมื่อพักจนหายใจสะดวกขึ้นแล้ว อิ๊งค์รวบรวมลมหายใจยอมอ้าปากงับท่อนเอ็นเข้าไปอีกครั้ง


    น้าพงษ์จับหัวของอิ๊งค์ไว้แน่น แล้วออกแรงขยับควยสวนเข้าไปในโพรงปากอุ่น อิ๊งค์เบิกตาโพลงโตในตอนที่ลำควยเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ลำคอ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อใบหน้าสวยหวานต้องนาบสนิทติดกับดงขนหยิกดำของผู้ชายรุ่นพ่ออีกครั้ง แม้จะอึดอัดหายใจไม่ออก แต่อิ๊งค์กลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างอธิบายไม่ถูกกับการถูกน้าพงษ์กดหัวอมควยจนมิดโคนแบบนี้


    เมื่อเห็นว่าอิ๊งค์สามารถรับควยเข้าไปได้ลึกสุดลำ น้าพงษ์ก็เลยไม่เกรงใจ แกขยับบั้นเอวซอยกระเด้าถี่รัว รู้สึกเสียวซ่านสะใจสุดขีด ใบหน้าของนางฟ้าคนเก่งประจำชุมชนบัดนี้กำลังถูกแกทำระยำใส่ไม่ยั้ง


    อั๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    เสียงควยกระทบผนังลำคอดังชัดเจนมาก


    “อ้าาา… ดีมาก อยู่นิ่งๆแบบนี้แหละ เด็กดีของน้า”


    น้าพงษ์ทำตาปรือ อ้าปากเหวอ สองมือวางอยู่บนหัวของอิ๊งค์ ขยับสะโพกซอยในระยะสั้นๆแต่ถี่รัว คล้ายกำลังใช้งานจิ๋มกระป๋อง ในขณะที่สองมือบอบบางจับต้นขาแกร่งเอาไว้ แต่ไม่ได้ขัดขืนหรือต่อต้าน


    “ซี๊ดดดส์! อ่าาา… คุณอิ๊งค์ของน้า โอย… โคตรดี”


    อ๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    หัวสมองฝั่งดิบเถื่อนสั่งให้อิ๊งค์พยายามอดทนให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ จากมุมมองด้านข้างตอนนี้มองไม่เห็นใบหน้าของอิ๊งค์ด้วยซ้ำ เพราะใบหน้าเธอฝังจมอยู่ในดงขนหมอยของน้าพงษ์แช่ค้างไว้ตลอดเวลา


    จนกระทั่งอิ๊งค์ทนกลั้นหายใจต่อไปไม่ไหว ผละตัวเองออกมาสำลัก หายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว ควยของน้าพงษ์ที่ฉ่ำเยิ้มน้ำลายของอิ๊งค์กระตุกรุนแรงเหมือนคนที่เกือบจะน้ำแตก ทว่ายังไม่ทันที่อิ๊งค์จะได้พักเหนื่อย น้าพงษ์จัดการกดร่างบางระหงให้นอนหงายราบลงไปกับเบาะนวด ขาขาวเนียนทั้งสองข้างถูกจับขยับแยกกางออกตั้งชันขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม


    จากนั้นร่างหนาสันทัดขยับแทรกตัวนั่งลงปักหลักตรงกลางหว่างขาสาว จับจูนแก่นกายที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายจ่อเข้าที่ปากทางสวาท ก่อนจะออกแรงกดสะโพกกระแทกพรวดเดียวอัดแทรกลำกายใหญ่โตเข้าไปในหีอวบอูมจนมิดด้ามเสียงดังสวบ


    พลั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วบ้าน สีหน้าของอิ๊งค์เหยเกบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บจุกปนเสียว ดวงตาหวานปรือปรอยฉ่ำวาวด้วยแรงปรารถนาอันเร่าร้อนปนเปความใคร่ จากที่เมื่อครู่โดนเย็ดปาก ตอนนี้ถูกกระหน่ำซอยโยกอัดกระแทกเข้าที่หี


    “อ๊ะๆๆๆๆ! อื๊อๆๆๆ!!”


    อิ๊งค์ส่งเสียงร้องครางลั่นบ้าน ความเสียวซ่านและอาการจุกแน่นแล่นริ้วจนเธอต้องขมิบหีตอดรัดลำเอ็นถี่รัว น้าพงษ์ย่ามใจกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางระหงในท่าร่วมรักมาตรฐานนี้อย่างเมามันส์


    ดำเนินไปไม่นานนัก ไฟราคะก็พาสมองของแกพุ่งเตลิดไปถึงสรวงสวรรค์ ชายรุ่นพ่อยอมถอนลำกายแกร่งออกจากร่องสวาทในจังหวะสุดท้าย ก่อนจะจงใจฉีดพ่นน้ำกามอุ่นกระฉูดราดรดลงบนผิวหน้าท้องขาวโพลนเนียนนุ่มของอิ๊งค์จนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด จากนั้นทั้งสองคนนอนหายใจเหนื่อยหอบ เสียงลมหายใจสั่นสะท้านดังประสานกัน…


    ------------------------------


    หลายวันต่อมา…


    บ่ายวันหนึ่ง… บรรยากาศในศาลาประชาคมกลางชุมชนดูคึกคักกว่าวันปกติ ชาวบ้านร่วมร้อยชีวิตนั่งจับจองเก้าอี้พลาสติกสีน้ำเงินจนเต็มพื้นที่ พัดลมเพดานหลายตัวหมุนวนขับไล่ไอความร้อน สายตาทุกคู่จับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือร่างระหงของหญิงสาวที่กำลังยืนจับไมโครโฟนอยู่บนเวที


    อิ๊งค์ในวันนี้ดูสวยสง่าและสะอาดบริสุทธิ์จนทำให้สถานที่โกโรโกโสแห่งนี้ดูสว่างไสวขึ้นมาถนัดตา ท่าทางการยืนหลังตรง ท่วงทำนองน้ำเสียงการพูดจาฉะฉานเป็นการเป็นงาน แต่อ่อนหวาน เต็มไปด้วยทักษะและความสามารถทางวิชาชีพที่มุ่งมั่นจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านอย่างจริงใจ ทำเอาผู้คนต่างนั่งฟังเคลิบเคลิ้มด้วยความชื่นชมศรัทธาระคนเอ็นดูในตัวนักสังคมสงเคราะห์สาวคนนี้


    ทว่าท่ามกลางสายตาชื่นชมของคนส่วนใหญ่ ที่แถวหลังสุดมีผู้หญิงวัยทองสองคนในชุดเสื้อคอกระเช้าลายดอกกำลังนั่งชันเข่าขยับพัดพลาสติกในมือ ยื่นหน้ากระซิบกระซาบนินทากันตามประสาชาวบ้านปากตลาด สายตาคอยจิกมองขึ้นไปบนเวทีเป็นระยะ


    “คนอะไร... ทั้งสวย ทั้งจิตใจดี ราวกับหลุดออกมาจากละคร” ป้าแต๋วขยับปากพึมพำข้างหูเพื่อน


    “อือก็จริง… แต่วันก่อนกูปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านไอ้พงษ์ ตาดีเหลือบไปเห็นแม่นางฟ้าคนนี้เดินดุ่มๆตามไอ้พงษ์เข้าบ้านไปเฉยเลย” ป้านีกระซิบกลับ


    “หมายถึงแบบสองต่อสองอ่ะนะ?”


    “ก็เออน่ะสิวะ!”


    “นั่นไงกูว่าแล้ว ไอ้ตาพงษ์นี่มันร้าย เห็นไปตีสนิทกับคุณอิ๊งค์เค้าตั้งแต่หลายเดือนก่อนละ เสียดายของชะมัด! คงเสร็จตาพงษ์ไปแล้วล่ะกูว่า”


    “ทั้งสวยทั้งสาวขนาดนี้ เข้าบ้านคนแบบนั้นสองต่อสอง ยังไงก็โดน อีกอย่างไอ้พงษ์มันก็เป็นหมอนวดด้วย คุณอิ๊งค์คงโดนนวดจกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”


    “คุณอิ๊งค์หนอคุณอิ๊งค์ ไม่น่าไปหลงคารมคนแบบนี้เลย เสียดายความสวยจริงๆ เฮ้อออ…”


    ป้าแต๋วกับป้านี สองเพื่อนซี้วัยทอง นินทาคนอื่นสนุกปาก ก่อนจะหันกลับไปทำทีเป็นตบมือตามชาวบ้านเมื่อนางฟ้าคนเก่งบนเวทีพูดรายงานจบลง


    …


    หลังจากกล่าวสรุปนโยบายสวัสดิการเสร็จสิ้น อิ๊งค์ลงจากเวทีพร้อมรอยยิ้มละมุนทักทายผู้คน ก่อนที่เธอจะเดินตรงเข้าหากลุ่มผู้หลักผู้ใหญ่และแกนนำท้องถิ่นสี่ถึงห้าคนที่ยืนจับกลุ่มคุยอยู่หลังเวที ทุกคนต่างมองมาที่เธอด้วยสายตาเอ็นดูและยกย่องในความสามารถ หนึ่งในนั้นคือ ส.จ.วิชัย หรือเสี่ยวิชัย นักการเมืองผู้กว้างขวางและมีอิทธิพลระดับจังหวัด


    ชายวัย 50 ปลายๆ ในชุดภูมิฐานขยับเข้ามาสวมรอยยืนใกล้ชิดนักสังคมสงเคราะห์คนสวยมากกว่าคนอื่น พูดทาบทามชักชวนให้เธอเข้าสังกัดพรรคการเมืองของตนเอง โดยอ้างเรื่องความพร้อมและฐานเสียงที่ชาวบ้านรักเธอ แต่อิ๊งค์ยังคงรักษากิริยามารยาทอันนอบน้อม ถ่อมตน เธอยิ้มสุภาพในขณะเอ่ยปฏิเสธกลับไปอย่างละมุนละม่อมว่าในตอนนี้เธอยังคงรักและสนุกกับงานสวัสดิการภาคสนาม คอยช่วยเหลือชาวบ้านในระดับชุมชนแบบนี้มากกว่า ยังไม่มีความคิดเรื่องงานการเมืองใหญ่โตแต่อย่างใด


    ทว่าในระหว่างที่กำลังยืนพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สายตาคู่นั้นของวิชัยกลับไม่ได้จับจ้องเพียงแค่ใบหน้าหวานของเธอ เพราะในยามที่อิ๊งค์หันไปพูดคุยกับหัวหน้าส่วนราชการอีกฝั่ง วิชัยลอบกวาดสายตาแทะโลมเรือนร่างอรชรของหญิงสาวรุ่นลูกอย่างแนบเนียน แววตาคมจ้องมองไล่ตั้งแต่ลำคอขาวผ่อง ไล่ลงมาตามสัดส่วนโค้งเว้าต่างๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สะโพกผายงอนงามใต้กางเกงยีนส์ ที่ดูจากภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความหนั่นแน่นข้างใน


    วิชัยลูบปากมองอย่างหิวกระหาย เป็นสายตาของเสือร้ายที่กำลังจดจ้องเนื้อเลียงผาชิ้นงาม โดยที่อิ๊งค์ยังคงส่งยิ้มพิมพ์ใจพูดคุยงานด้วยบุคลิกภาพสุภาพเรียบร้อย ไร้เดียงสา ไม่มีวันล่วงรู้เลยว่าความงดงามทางเรือนร่างของเธอกำลังเป็นเป้าสายตาของชายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่น้าพงษ์คนเดียว


    จบตอน…

    คล้ายกับเรื่องร่านสวาทนางฟ้าประจำชุมชน ที่คุณอ่าน