ออสการ์ปีนขึ้นมาถึงหน้าลานกว้างแห่งนี้อย่างอิดโรย ร่างกายยังสมบูรณ์ครบ 32 แต่เรี่ยวแรงนั้นแทบจะไม่เหลือหรอ เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นชุ่มเต็มไปด้วยเหงื่อ เด็กหนุ่มที่ตอนนี้สูงมากกว่า 2 เมตรต้องทิ้งตัวลงนั่งอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ แทบจะไม่เหลือเค้าลางความเป็นักล่านักรบผู้เก่งกล้าให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
แต่ในที่สุดเขาก็มาถึงได้ทันเวลา!
อย่างน้อยที่สุดเด็กหนุ่มก็คิดแบบนั้น มันยังเหลือระยะทางอยู่แค่ประมาณ 100 เมตรที่ต้องเดิน ใจกลางลานกว้างรูปวงกลมบนยอดเขาสูงแห่งนี้ มีแท่นสีทองเล็ก ๆ ตั้งอยู่
และนั่นน่าจะเป็จุดหมายปลายทาง เป็จุดสิ้นสุดของการฝ่า ‘ไพรทมิฬ!’
ออสการ์ออกจากห้องเริ่มต้นทันทีที่จัดแจงเลือกติดอาวุธให้ตัวเองเสร็จ เขามีคะแนนให้ใช้ไม่มากนัก หลังจากที่ซื้อยาน้ำยกระดับเจตจำนงและร่างกายรวมกันไป 3 ขวด คะแนนที่เหลืออยู่แค่พอซื้อเม็ดยาฟื้นฟู 3 เม็ด ดาบั์ ธนูใหญ่ และเติมลูกธนูขนาดใหญ่เดิมให้เต็มจำนวน 30 ดอกเท่านั้น
เมื่อรวมกับอาวุธที่ยังอยู่ในสภาพดีหลังปราบเต่าั์ 18 หัวด้วย ในช่องเก็บอาวุธของเด็กหนุ่มมีเพียง ดาบั์ ธนูใหญ่ และทวนเหล็ก 1 เล่ม มันน่าจะเพียงพอถ้าเทียบกับระยะทางเพียง 1 กิโลเมตร เขามองโลกในแง่ดีเช่นนั้น
ออสการ์คิดผิด! ไม่ใช่เื่ความเพียงพอของอาวุธ แต่เป็เื่ของระยะทาง และเม็ดยาที่เขาเตรียมยาแก้หิวมาเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น มันทำให้ต้องตกอยู่ในสภาพที่เหนื่อยอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่แบบนี้
หลังจากเต่าั์ 18 หัวแล้ว มันไม่มีบอสที่เป็สัตว์ร้ายให้จัดการอีกต่อไป เด็กหนุ่มยังถูกสัตว์พุ่งเข้าใส่อย่างหมายจะทำร้ายอยู่บ้าง แต่นั่นเป็เพียงแค่สัตว์ป่าธรรมดา ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรร้ายแรงเป็พิเศษ เนื้อหนังมังสาก็มีความทนทานเท่าสัตว์ป่าธรรมดาตัวหนึ่ง แค่ทวนเหล็กก็เกินพอแล้วสำหรับพวกมัน
ถ้าให้พูดกันตามความจริง ออสการ์ไม่ได้เรียกดาบั์ออกมาใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว!
ระยะทาง 1 กิโลเมตรที่เขาประมาณการเอาไว้จากแผนที่ในห้องเริ่มต้น มันเปลี่ยนกลายเป็ 10 เป็ 100 กิโลเมตรไปได้อย่างไร เด็กหนุ่มไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว สัดส่วนก่อนหน้านั้นของแผนที่ถูกต้องมาตลอด และต่อให้ผิด มันไม่ควรจะคลาดเคลื่อนมากขนาดนี้
ออสการ์พาตัวเองมายังจุดที่เต่าั์ 18 หัวเคยขวางทางอยู่หลังเที่ยงคืนได้ไม่นาน และเขาก็เริ่มบุกสำรวจไปข้างหน้าแบบไม่กลัวความมืดมิด ก่อนจะพบว่าช่องเขาที่แคบลงขยายกว้างออกอีกครั้ง และมันไม่ใช่พื้นที่ราบอีกต่อไป แต่เป็ูเาใหญ่ที่ตั้งตระหง่านสูงสุดลูกหูลูกตา
กลายเป็ว่า ‘บอสใหญ่’ ที่แท้จริงคือูเาสูง และลูกสมุนของมันคือสายฝนที่โหมกระหน่ำ ลมพายุอันรุนแรง สายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำลงมาราวกับออสการ์ไปสาบานอะไรไว้ เปลวเพลิงที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรงแม้ว่าลูกเห็บจะกำลังตกอยู่ และสุดท้ายเป็หิมะอันหนาวเย็นที่ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เมื่อเทียบกับของพวกนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็กระทิงโทน พญาอินทรี พญาเหยี่ยว ฝูงไฮยีน่าตัวเท่าเสือ หรือว่าฝูงควายป่า พวกมันกลายเป็เื่เด็กเล่นไปเลย!
โดยเฉพาะเมื่อสัตว์ป่าพวกนั้นมีอยู่แค่บริเวณ่แรกของูเา ่ที่แรงโน้มถ่วงยังไม่ทำงานอย่างผิดปกติ ่ที่กำลังกายของออสการ์ยังสมบูรณ์เต็มเปี่ยมอยู่ ทวนเหล็กเล่มเดียวพอ!
แต่หลังจากเดินพ้นป่าทึบมาได้ เด็กหนุ่มก็เริ่มรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงที่มากกว่าปกติ ร่างกายของเขาหนักอึ้งอย่างไม่เคยเป็มาก่อน ความชันของูเาสูงขึ้นอย่างก้าวะโ ภัยพิบัติเริ่มเผยโฉมเรียงหน้ากันออกมา เริ่มจากฝนที่โปรยกระหน่ำจนดินถล่มเข้าใส่ ไปจบที่การปีนหน้าผาชัน 90 องศาในขณะที่หิมะกำลังตก และมีสายฟ้าฟาดลงมาใกล้ ๆ ตัว
ออสการ์ไม่รู้เลยว่าูเาลูกนี้สูงแค่ไหน 1 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร หรือ 100 กิโลเมตร รู้แค่เพียงว่าเขาใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนในการปีนขึ้นมา
และเวลาก็ใกล้จะหมดลงเต็มที!
เด็กหนุ่มเรียกยาฟื้นฟูออกมายัดใส่ปากและกลืนมันลงไปรวดเดียว 2 เม็ด แม้จะไม่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูพลังงานโดยตรง แต่มันก็ช่วยได้ในเื่ของความรู้สึก เขาสูดลมหายใจลึกติดต่อกันเกือบ 10 ครั้ง ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ แล้วเรียกดาบั์ออกมาถือเอาไว้ในมือ
แม้ลานกว้างจะดูว่างเปล่า แต่ออสการ์ก็ไม่คิดประมาท โดยเฉพาะเมื่อที่พื้นของลานกว้างแห่งนี้มีอักขระลวดลายประหลาดปรากฏอยู่เต็มไปหมด ต่อให้ที่ผ่านมาจะไม่มีเวทมนตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ลวดลายพวกนั้นมันชวนให้คิดถึงวงเวทย์อัญเชิญปีศาจร้ายขึ้นมาอย่างพิกล
และถ้ามีปีศาจโผล่ขึ้นมา เด็กหนุ่มก็ไม่ประหลาดใจเลย เกมส์ ๆ นี้ออกแบบมาแปลก ๆ ั้แ่ต้นอยู่แล้ว ถ้าจะมีไคลแมกซ์หักมุมอีกสักครั้งในตอนท้าย คงจะไม่มีอะไรเสียหายมากกว่าเดิม
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น! อักขระลวดลายไม่เปล่งแสงออกมาอย่างที่คิด ไม่มีลมกรรโชกแรง ไม่มีสายฟ้าฟาดโครมคราม ออสการ์ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะลากเท้าซ้ายก้าวเข้าไปยืนอยู่บนลานอย่างเต็มตัว
“หรือว่าเราจะหวาดระแวงเกินไป?”
เด็กหนุ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง มันไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็รูปธรรมใด ๆ เกิดขึ้น เพียงััได้อย่างเบาบางเท่านั้นว่ามีพลังงานบางอย่างกำลังแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย และรู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรกำลังจ้องมองอยู่ เขาเงยหน้ากวาดตามองไปรอบ ๆ ทั้งที่พื้นและบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างราวกับเป็คืนพระจันทร์เต็มดวงอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่พบอะไร ไม่มี! ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ ปรากฏอยู่
ออสการ์ก้าวเท้าเดินหน้าอย่างช้า ๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะลังเลใจ เป้าหมายที่มุ่งมั่นฟันฝ่ามาตลอดเวลา 50 วันตั้งเด่นอยู่ด้านหน้า ไม่ว่าจะดีจะร้าย ไม่ว่าจะหมู่หรือจ่า เขาก็ต้องไปให้ถึง
สายตาจับจ้องอยู่ที่แท่นสีทอง เท้าทั้ง 2 ข้างก้าวเดินไปข้างหน้า มือทั้ง 2 ข้างกระชับแน่นอยู่ที่ด้ามดาบั์
“เอ๋!”
ไม่มี! ออสการ์ก้มลงมองดูมือของตัวเองอย่างประหลาดใจ เพราะเขาไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของดาบั์เลยแม้แต่นิดเดียว
“บ้าเอ้ย! พลาดจนได้สินะ!”
เด็กหนุ่มสบถสาบานออกมาอย่างผิดหวัง ไม่เพียงแค่ดาบั์เท่านั้นที่หายไป มือทั้ง 2 ข้างก็กลายเป็โปร่งแสงมองไม่เห็น และเมื่อยิ่งกวาดตามองไปที่ขาและลำตัว เขาก็รู้แล้วว่าตนเองกำลังจะสลายไป
วูบ!
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ออสการ์ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกพลังบางอย่างดึงให้ลอยเข้าไปหาแท่นสีทอง มือขวาที่มองไม่เห็นถูกเอื้อมไปแตะที่ลูกแก้วกลม ๆ ที่วางอยู่กลางแท่นตามสัญชาตญาณ
‘ประทับ … เจตจำนง … ร่างกาย … ลง … ิญญา …’
เสียงพูดเบา ๆ และขาด ๆ หาย ๆ จนฟังจับใจความไม่ได้ คือสิ่งสุดท้ายที่ออสการ์ได้ยิน ก่อนที่เขาจะหลับไหลไปอีกครั้ง…
………………….
‘เชื่อม … ปรับ … โอน … วิหาร … สำเร็จ’
“หือ? ใครมาพูดกวนอะไรอยู่ข้างหู? คนจะหลับจะนอนแท้ ๆ ไม่เกรงใจกันบ้างเลย!”
เสียงบ่นพึมพำดังออกมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มเริ่มขยับตัวบิดี้เีโดยที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา และการเคลื่อนไหวก็หยุดลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับดวงตาที่เปิดกว้างขึ้นอย่างใ
“บ้าน่า! ไม่ว่าเราตายไปแล้วหรือ? ทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้?”
ออสการ์หันซ้ายหันขวากวาดตามองไปรอบตัว ก่อนจะพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้อง 4 เหลี่ยมแคบ ๆ บนผนังมีดาบั์ หอกเหล็ก ธนูใหญ่ และซองใส่ลูกธนูแขวนอยู่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น
“หือ? ไม่ใช่ห้องเริ่มต้น! หรือว่าใช่? แล้วที่นี่ที่ไหน?”
เด็กหนุ่มไม่ต้องมองหานานนัก เพราะผนังที่อยู่ทางด้านปลายเตียงเป็หน้าจอแบบเดิมที่เขาคุ้นเคย มันมีตัวอักษรขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ที่บรรทัดบนสุด อ่านแล้วตีความหมายได้ว่า
‘ฝ่าถ้ำทมิฬ!’