ตอนที่21 เนตร์ตื่น
“เอางั้นก็ได้”
ชายชราพยักหน้ารับด้วยความเต็มใจเขาเชื่อมั่นว่าหลานชายคนรองสามารถดูแลน้องสาวคนเดียวได้เพราะคาดเดาว่าอาจเคยมีประสบการณ์เลี้ยงน้องชายคนเล็กมาก่อนฉะนั้นการเลี้ยงดูทารกคงไม่ลำบากสำหรับเด็กหนุ่มทั้งสามคนเท่าใด
ต่อจากนั้นชายชราและเด็กหนุ่มต่างแยกย้ายกลับห้องนอนขณะเด็กหนุ่มทั้งสามคนยังคงนอนในห้องเดียวกันเพราะไม่ได้ปรับปรุงห้องใหม่ทว่าโชคดีมีฟูกนอนสองหลังซึ่งช่วยให้มีพื้นที่สำหรับทารกนอนร่วมได้อย่างสะดวกสบายหรือจะปล่อยให้ทารกนอนบนเตียงเล็กเหมือนเดิมก็ไม่เป็ที่กังวลของพวกพี่ชายมากนัก
ครั้นพี่น้องร่วมสาบานกลับเข้าห้องนอนเรียบร้อยซูหนิงหลงเรียกพี่น้องมานั่งล้อมวงคุยกันขณะทารกน้อยลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมรอสนทนากับพวกพี่ชายด้วยตาเป็ประกายปราศจากท่าทางง่วงนอนอันควรจะมี
“พี่ใหญ่น้องเล็ก ฉันมีเื่อยากพูดด้วยซะหน่อย”
“โอเค.....ว่ามาเลย”พี่ใหญ่พยักหน้าเข้าใจแล้วทรุดนั่งบนเก้าอี้หัวโล้นในห้องซึ่งจัดเข้ามุมไว้เป็สามเหลี่ยมพอดี
“พี่รองมีไรเหรอ”น้องเล็กถามด้วยความสงสัยพลางทรุดนั่งเยื้องกับพี่ใหญ่อย่างรู้งาน
ซูหนิงหลงอุ้มน้องน้อยในอ้อมกอดพลางทรุดนั่งบนเก้าอี้อีกตัวโดยเผชิญหน้ากับพี่น้องทั้งสองคนเป็มุมสามเส้าก่อนพูดถึงความ้าของน้องสาวตัวน้อยพร้อมพยักพเยิดให้พี่น้องสังเกตพฤติกรรมเ้าก้อนแป้งไปด้วยว่า
“เื่เป็อย่างนี้ฉันว่าเหยี่ยนเอ๋อร์จะต้องอยากไปโรงเรียนกับพวกเราแน่ ใช่ไหมน้องอัจฉริยะ”
“อื้อ ๆ ๆ”
ซูเทียนเหยี่ยนยิ้มร่าพอใจพลางส่งเสียงตอบรับในทันทีนางอยากให้พี่ชายทุกคนรู้ความ้าแล้วหาทางช่วยให้ตนเข้าเรียนในชั้นด้วยเพราะอยากรู้อยากเห็นในการดำเนินชีวิตของผู้คนในภพโลกเป็อย่างมากทั้งในแดนเซียนไม่เคยมีเทพตนใดเล่าให้ฟังเกี่ยวกับภพโลกจึงอยากเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง
“เหยี่ยนเอ๋อร์!”
พี่ใหญ่และน้องเล็กตาโตอุทานเรียกชื่อน้องพร้อมกันด้วยความใทั้งคู่ไม่คาดคิดว่าน้องสาวจะมีความคิดดังกล่าวจริง ซึ่งก่อนหน้านั้นอาจมีการคาดเดาบ้างทว่าพอเห็นการตอบสนองของน้องเป็ไปตามคำถามของพี่รอง ต่างอดแสดงความตื่นใไม่ได้
เฮ้อ! พวกเ้าจะใไปทำไม ก็ถามข้ามาข้าก็ตอบตามจริงแล้วไง ไว้คืนนี้ข้าย่อยนมที่ดื่มไปได้มาก น่าจะพอพูดคำสั้น ๆได้บ้างละนะ ถึงคราวข้าพูดออกมาได้ ก็อย่าพากันะโใเสียงดังนักเล่า
เทพตัวน้อยส่ายหน้าเมื่อเห็นท่าทางใจากพี่ชายทั้งสองคนพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อคาดเดาท่าทีใมากกว่านี้ในวันที่ตนพูดออกมาเป็คำสั้นๆ โดยคิดว่าการดื่มนมเข้าไปมากคงสามารถกระตุ้นพลังปราณให้ก่อตัวขึ้นมาได้ พอผ่านคืนนี้ไปความแข็งแกร่งของตนอาจเพิ่มขึ้นได้อีกสักสองถึงสามส่วนซึ่งร่างกายจะมีความแข็งแกร่งเทียบเคียงได้กับทารกอายุราวสิบเอ็ดหรือสิบสองเดือนเลยทีเดียว
ซูหนิงหลงเห็นว่าสองพี่น้องฟื้นตัวและทำใจยอมรับความ้าของน้องสาวได้บ้างแล้วจึงพูดเื่ต่อไปอย่างคาดหวังว่า
“ในเมื่อน้องเราเป็เด็กอัจฉริยะขนาดนี้ทำไมพวกเราไม่หาทางพาน้องไปเรียนด้วยล่ะ ไม่แน่ว่าน้องอาจช่วยพวกเราเื่เรียนได้แล้วก็ไม่ต้องลำบากปู่เกอด้วย ลำพังจะให้ปู่เกอดูแลน้องอยู่กับพี่เลี้ยงฉันก็ไม่ไว้ใจพี่เลี้ยงอีกแหละ ยิ่งถ้าพี่เลี้ยงเห็นน้องกินจุแบบนี้มีหวังความลับพวกเราอาจถูกเปิดเผยเข้าสักวันแล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าพ่อแม่เหยี่ยนเอ๋อร์จะเป็ยังไงบ้าง”
“อย่าว่าแต่พี่รองไม่ไว้ใจพี่เลี้ยงเลยผมว่าพี่เลี้ยงจะใมากกว่า ยิ่งถ้าได้เห็นน้องเราดื่มนมเยอะมีหวังได้กลายเป็ข่าวดังแน่”
น้องเล็กพูดเสริมอย่างกังวลใจพลางคาดเดาเหตุร้ายแรงบางอย่างได้ไม่แตกต่างจากพี่รองเพราะมีข่าวจากคลิปลับซึ่งถูกแอบถ่ายจากบุคคลหลากหลายประเภทฉะนั้นความพิเศษของน้องสาวอาจกลายเป็ความผิดปกติร้ายแรงของสังคมได้ แล้วจะนำเื่เดือดร้อนมาสู่ทุกคนในสักวัน
“จริงด้วยพี่เข้าใจนะ ถ้างั้นพวกเรารอดูทางโรงเรียนก่อนแล้วกันถ้าได้เรียนชั้นเดียวกันก็คงดี เหตุการณ์ยังไม่เกิด อย่าเพิ่งคิดอะไรวุ่นวายนักเลยพากันเข้านอนแต่หัวค่ำดีกว่า ส่วนเื่พ่อแม่เหยี่ยนเอ๋อร์...ไว้ค่อยหาทางสืบข่าวกันอีกที”
พี่ใหญ่พยักหน้าเข้าใจในความ้าของน้องสาวและความกังวลใจของทุกคนเขาเองก็ห่วงใยน้องสาวคนเดียวไม่แพ้คนอื่นกระนั้นยังไม่อยากให้ทุกคนกังวลจนเกินเหตุ พลางพูดปลอบใจทุกคนต่อเื่พ่อแม่ทารกน้อยเพราะไม่รู้ว่าจุดจบเป็อย่างไร
ครั้นพี่ใหญ่เห็นว่าพี่น้องไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีกจึงกระตุ้นให้แต่ละคนแยกย้ายไปทำความสะอาดร่างกายก่อนเข้านอนเพราะต้องระมัดระวังไม่ให้ทารกน้อยติดเชื้อจากพวกตนจนเจ็บป่วยได้
เฮ้อ! พวกเขาพากันตายไปหมดแล้วน่าเศร้าใจเสียจริง ป่านนี้ไม่รู้จะมีใครจัดการศพให้ไหม ถ้าอยู่แดนเซียนก็ต้องอาศัยเทพอัคคีส่งไฟนำทางให้ไปยังแดนว่างเปล่าแต่ภพโลกไม่รู้ว่าพวกเขาจัดการเื่ศพกันยังไง?
ซูเทียนเหยี่ยนคิดพลางถอนหายใจปลงตกเพราะล่วงรู้ชะตากรรมผู้เป็พ่อแม่ในภพโลกได้อย่างง่ายดายนางสามารถคาดเดาบทสรุปของชะตาชีวิตสองสามีภรรยาผู้โชคร้ายได้ ทว่ายังไม่รู้ต้นเหตุแห่งการไล่ล่าจึงได้แต่ปล่อยวางไว้ก่อนจนกว่าตนจะแข็งแกร่งมากกว่านี้ถึงจะไตร่ตรองอีกทีว่าควรจะเดินหน้าหาทางกลับแดนเซียนหรือเลือกจะแก้แค้นให้กับพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดร่างใหม่แทน
จากนั้นสามพี่น้องร่วมสาบานต่างแยกย้ายไปทำความสะอาดร่างกายซูหนิงหลงอุ้มน้องไปเช็ดตัวอย่างสบายใจเพราะน้องดิ้นดุกดิกชอบใจเมื่อเปลือยกายััอากาศเย็นซึ่งมีท่าทีร่าเริงผิดปกติแตกต่างจากทารกคนอื่นมากนัก
“เหยี่ยนเอ๋อร์ไม่กลัวอากาศเย็นเลยเหรอแล้วถ้าเป็อากาศร้อนล่ะ น้องจะอยู่ได้ไหมเนี่ย”
พี่รองจ้องมองพร้อมถามน้องสาวตัวน้อยด้วยความอยากรู้เนื่องจากอีกไม่กี่เดือนจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงซึ่งมีอากาศร้อนอบอ้าวฉะนั้นเขากลัวว่าน้องจะอยู่ไม่สุขสบายแล้วพาลงอแงเลี้ยงยากลำบาก จนทำให้ทุกคนเดือดร้อนไปตามกันโดยเฉพาะปู่เกอผู้เมตตาซึ่งไม่้าให้ชายชราวิตกกังวล
“แอ้ ๆ ๆ”
เทพผู้อาภัพส่ายหน้าพลางตอบพี่ชายตามจริงนางหวังให้เขาคาดเดาคำตอบได้จึงพยายามแสดงท่าทางและส่งเสียงให้เขารับรู้
“ท่าทางเหยี่ยนเอ๋อร์ดูไม่กังวลยังยิ้มให้พี่อยู่ งั้นก็แสดงว่า ต่อให้อากาศเป็ยังไงก็อยู่ได้สบายดีใช่ไหม”
ซูหนิงหลงขมวดคิ้วแน่นพยายามวิเคราะห์คำตอบน้องสาวจากท่าทางแสดงออกมาโดยหวังว่าจะเป็คำตอบที่ดีต่อทุกคน จึงถามน้องสาวอย่างคาดหวังออกไป
“..........”
คราวนี้เทพตัวน้อยไม่พูดอะไรอีกแต่ยิ้มโชว์เหงือกแดงพร้อมกับพยักหน้าตอบรับการคาดเดาของพี่ชายอย่างรู้สึกดีนางไม่คาดคิดว่าพี่ชายคนรองจะฉลาดเฉลียวและล่วงรู้ความ้าตนได้ชัดเจนแบบนี้
“โอ้โฮ! เหยี่ยนเอ๋อร์ชอบใจอะไรเหรอยิ้มสวยซะด้วย”
ซูหนิงหวงโผล่เข้ามาร่วมวงสังเกตน้องสาวและการเช็ดตัวของพี่รองในทีเขาอยากทำเป็เพราะจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระทุกคนได้เนื่องจากยังไม่เคยทำหรือมีประสบการณ์มาก่อนจึงอาศัยเรียนรู้จากสถานการณ์จริงควบคู่ไปกับศึกษาผ่านช่องทางออนไลน์จากสื่อต่าง ๆ
เมื่อน้องเล็กเห็นท่าทางยินดีของน้องสาวจึงคาดเดาว่าน้องคงมีเื่พอใจอะไรบางอย่างถึงได้แสดงท่าทียินดีมีความสุขแบบนี้
“น้องบอกว่าอยู่ได้ทุกสภาพอากาศแต่จะชอบอากาศเย็นมากกว่า.....ใช่ไหม”
ซูหนิงหลงตอบน้องเล็กแทนน้องสาวพลางถามทารกอีกครั้งเพราะอยากให้น้องเล็กเห็นพฤติกรรมอันชาญฉลาดของทารกแทน
“แอะ ๆ”
ซูเทียนเหยี่ยนยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเพราะคำถามจากพี่รองช่วยให้ตนไม่ต้องแสดงอะไรมากนักนางอยากไปนอนพักผ่อนเต็มทีจึงยิ้มแล้วหุบปากพร้อมหลับตาพริ้มเป็การส่งสัญญาณตัดจบการสนทนากลายๆ ซึ่งไม่ต้องแสดงอะไรอีก
“น้องเราน่าทึ่งจังเลยนะพี่รองเก่งยิ่งกว่าทารกทุกคนในโลกนี้ด้วย”
ซูหนิงหวงพยักหน้าพลางเอ่ยชมน้องสาวด้วยความจริงใจเขาไม่คาดคิดว่าในชีวิตจะมีโอกาสพบเห็นเื่ราวเหนือจินตนาการโดยเฉพาะกับน้องสาวตัวน้อยซึ่งเพิ่งจะคลอดออกมาได้ไม่กี่วันโดยเป็เื่ของคนใกล้ตัวในครอบครัวเดียวกันอีกด้วย
“ก็เหยี่ยนเอ๋อร์เป็น้องพวกเราไงเสี่ยวหวงไปนอนเถอะ พวกเราต้องตื่นแต่เช้าทำอาหาร จะได้เตรียมไปรายงานตัวเข้าเรียนกันถ้าเสร็จเร็วก็คงดี เห็นปู่บอกว่าจะให้เหยี่ยนเอ๋อร์ไปฉีดวัคซีนด้วยนั่นซี”
พี่รองบอกน้องเล็กพร้อมอุ้มทารกในห่อผ้าผืนใหม่บางนุ่มสบายกายไปนอนด้วยกันโดยจะให้น้องสาวนอนบนเตียงข้างตัวแทน
เอ! ไอ้การฉีดวัคซีนเนี่ยมันเป็ยังไงแล้วพวกเขาจะฉีดข้าเหรอ ทำไมต้องฉีดด้วยล๋ะ วุ้ย!พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ โคจรพลังปราณดีกว่า
พอเทพตัวน้อยได้ยินพี่รองพูดถึงเื่ฉีดวัคซีนอีกครั้งนางขมวดคิ้วแน่นด้วยความสงสัยใคร่รู้ ทว่าเลือกปล่อยวางแทนโดยคิดว่าการฉีดวัคซีนคงชัดเจนในความรู้สึกเมื่อถึงวันพรุ่งนี้
จากนั้นเด็กหนุ่มทั้งสามคนต่างพากันนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ทว่ามีเพียงทารกน้อยอยู่ในท่วงท่าคล้ายนอนหลับแต่ไม่ได้หลับจริงเพราะนางกำลังโคจรพลังปราณกระตุ้นความแข็งแกร่งและเนตร์ให้ตื่นขึ้นมา
กระทั่งเวลาล่วงเลยเข้าสู่่ประมาณสี่นาฬิกาเทพตัวน้อยพลันลืมตาตื่นขึ้นมากะทันหันแล้วยังมีแววตาเปล่งประกายออกมาเป็สีทองแว่บหนึ่งก่อนยิ้มมุมปากแสดงความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุด
เยี่ยมไปเลย!!! หากข้าได้ดื่มนมเพิ่มมากกว่าเดิมทุกวันข้าย่อมจะฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาได้แน่ แถมเนตร์ยังตื่นขึ้นมาแล้วด้วยแต่น่าเสียดายยังใช้งานไม่ได้เท่าไร ไว้ข้าจะรอวันนั้น วันที่ข้ากลับคืนสู่แดนเซียนไปหาท่านพ่อท่านแม่!
เทพซุนเสวี่ยมี่เบิกตากว้างยินดีมีความสุขนางไม่คาดคิดว่าในภพโลกอันแร้นแค้นพลังปราณทว่ายังมีบางสิ่งชดเชยพลังปราณได้ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาสมุนไพร์เพราะยังไม่แน่ใจว่าในภพโลกจะมีสมุนไพรสำคัญอย่าง“หัวใจรากแก้ว”หรือไม่
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงชายชราและเด็กหนุ่มทั้งสามคนตื่นเช้าในเวลาห้านาฬิกาต่างแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวตามสมควร ในตอนนี้ชายชรามีเวลารำมวยไท้เก๊กแล้วส่วนหน้าที่ปรุงอาหารและทำความสะอาดบ้านได้กลายเป็หน้าที่ของหลานชายผู้รู้งานทั้งสามคนโดยหลานชายต่างแบ่งหน้าที่ดูแลทารกสลับกันเพื่อให้ทุกคนมีประสบการณ์สามารถดูแลน้องสาวทดแทนกันได้
ครั้นพี่ใหญ่ผู้มีทักษะปรุงอาหารดีที่สุดในกลุ่มทำอาหารเช้าสำหรับทุกคนเสร็จเรียบร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารร่วมกันขณะน้องเล็กทำหน้าที่เป็คนป้อนนมให้น้องสาวแทนพี่รอง
“เอ๋! เหยี่ยนเอ๋อร์จะดื่มนมอีกแล้วเหรอ ตะกี้พี่ให้ไปเท่าเมื่อคืนเลยนะนี่น้องยังไม่พอแต่จะเอาเพิ่มอีก ไม่กลัวท้องแตกหรือยังไง”
ซูหนิงหวงเหลือบเห็นท่าทางดิ้นดุกดิกพร้อมเบ้ปากเตรียมจะร้องไห้จึงถามความ้าน้องสาวด้วยความประหลาดใจพอเห็นน้องเปลี่ยนใบหน้าจากเบ้ปากเป็ยิ้มกว้างโชว์เหงือกแดงพลางส่ายหน้ายอมใจเพราะน้องแสดงความ้าออกมาชัดเจนเขาไม่สามารถตัดสินใจได้จึงะโถามปู่ซึ่งกำลังเดินมารับประทานอาหารในห้องโถงรับแขกพอดีว่า
“ปู่เกอครับ! เหยี่ยนเอ๋อร์จะดื่มนมเพิ่มผมควรให้อีกดีไหมครับ”
ชายชรารีบเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนทารกน้อยพลางเอามือสอดเข้าไปวางทาบเหนือหน้าท้องตรวจสอบความผิดปกติทว่าเขาไม่พบสิ่งผิดปกติใดจึงถามทารกอีกครั้งอย่างใจเย็นว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์จะดื่มนมเพิ่มจริงๆ เหรอ”