อี้ไท่เฟยเดินมาตรงหน้าหานอวิ๋นซีแล้วหรี่ตามองจากนั้นจึงด่าทออย่างโกรธเกรี้ยว “หานอวิ๋นซี เจ้ามันเป็นตัวซวย!นับตั้งแต่ไท่เฮาให้เจ้าอภิเษกกับฉินอ๋อง ข้าก็ขายหน้าไปหมดแล้ว ไหนจะวันอภิเษกที่เจ้ายัง...”
เมื่อได้ยินว่าอี้ไท่เฟยกำลังจะจัดการกับเรื่องเก่าหานอวิ๋นซีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป นางไม่ใช่คนที่จะกัดฟันอดทนไว้ได้ แทนที่จะปรับตัวก็ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและสิทธิ์ที่ตนเองสมควรได้รับเสียมากกว่า
หานอวิ๋นซีขัดจังหวะการด่าทอของอี้ไท่เฟยด้วยเสียงอันดัง“หมู่เฟย ข้าไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าขายหน้ากลับกันข้ายังรู้สึกว่าข้าได้เป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนฉินอ๋องในเรื่องนี้อีกด้วยประการแรก ข้าทำให้ทุกคนรู้ว่าข้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ ข้ารู้ทักษะทางการแพทย์และไม่ได้ด้อยไปกว่าพ่อของข้าประการที่สอง องค์หญิงฉางผิงและผู้ดูแลศาลต้าหลี่ถูกลงโทษจนกระทั่งถึงตอนนี้ไท่เฮาก็ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำและไม่ได้ไปช่วยศาลต้าหลี่เช่นกันคนที่ขายหน้าคือพวกเขาต่างหาก พวกนางทำได้เพียงกัดฟันอดทนไว้เท่านั้น!”
“ใช่แล้วหมู่เฟย แม้ว่าพี่สะใภ้ของข้าจะเถียงท่าน แม้หลายคนจะรู้ว่าพี่สะใภ้ของข้าถูกขังแต่ที่พี่สะใภ้พูดก็ถูก ทางฝั่งไท่เฮาก็ไม่ได้สืบสวนอะไรเหมือนกันไม่ใช่หรือ?” มู่หรงหว่านหรูที่พูดเกลี้ยกล่อมอย่างเสแสร้ง
อี้ไท่เฟยที่ดูเหมือนจะฟังได้เพียงครึ่งประโยคก็จ้องมองที่หานอวิ๋นซีอย่างดุร้ายและส่ายหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า “หานอวิ๋นซีเจ้าทำตัวเหมือนต้นหอมจริงๆ!ถูกขังในคุกศาลต้าหลี่แบบนั้นยังเรียกว่าเป็นความภาคภูมิใจอีกหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดวันนี้ก็ได้เห็นสักทีข้าไม่เคยเห็นใครไร้ยางอายอย่างเจ้าเช่นนี้มาก่อน!
อี้ไท่เฟยพูดพลางก้าวถอยหลังและนั่งลง จากนั้นก็ออกคำสั่งอย่างดังว่า “กุ้ยมามา เฆี่ยนนาง!วันนี้ข้าจะสอนนางเอง ว่าอะไรที่เรียกว่าเป็นหน้า อะไรที่เรียกว่าไร้ยางอายและอะไรที่เรียกว่าตบหน้า!”
ทันทีที่พูดจบกุ้ยมามาก็พับแขนเสื้อขึ้น ก้าวไปข้างหน้าเพื่อตบหน้าหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีถอยหลังอย่างรวดเร็วเรียกได้ว่าอี้ไท่เฟยไร้เหตุผลจนนางไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม
ขณะที่นางถอยหลังหลบก็เตือนกุ้ยมามาไปพลาง พูดอย่างเย็นชาว่า “หมู่เฟย เรื่องนี้เป็นฉินอ๋องที่จัดการหากมู่เฟยยังรู้สึกว่ามันไร้ยางอาย ก็สามารถไปหาฉินอ๋องได้เลย”
กุ้ยมามาตกตะลึงและไม่กล้าที่จะก้าวมาข้างหน้าอีกแต่อี้ไท่เฟยก็ตบโต๊ะอย่างแรง ลุกขึ้นและถามด้วยความไม่เชื่อว่า “หานอวิ๋นซีเจ้ากล้าที่จะเอาฉินอ๋องมาขู่ข้าอย่างนั้นหรือ?”
“ข้ากำลังพูดความจริงต่างหากข้าจะย้ำเป็นครั้งสุดท้ายว่าข้าไม่ได้ทำให้ขายหน้าฉินอ๋องจัดการส่งศาลต้าหลี่ไปยังเสนาบดีกรมขุนนางแล้วทั้งยังขอให้องค์หญิงฉางผิงขอโทษข้าต่อหน้าสาธารณชนเมื่อครู่แม่ทัพใหญ่ก็มาขอบคุณด้วยตัวเองถึงหน้าประตูหากท่านไม่เชื่อก็สามารถไปถามที่จวนแม่ทัพได้เลย! นอกจากนี้ฉินอ๋องยังออกหน้านี่เป็นการบอกไท่เฮาว่า จวนฉินอ๋องมีท่านอยู่ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถรังแกได้!”
แม้จะรู้ว่าการโต้เถียงนั้นไร้ประโยชน์แต่หานอวิ๋นซีก็ไม่อาจละทิ้งความพยายาม อี้ไท่เฟยรักศักดิ์ศรีเป็นที่สุดหากต้องการคลี่คลายเรื่องนี้ก็มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมาอี้ไท่เฟยไม่ได้ปฏิเสธทันที และเงียบไปชั่วขณะ
แต่ใครจะรู้ว่ามู่หรงหว่านหรูกลับพูดขึ้นมาอีกครั้ง“หมู่เฟย ข้าได้ยินว่าองค์หญิงฉางผิงเอาเรื่องนี้ไปร้องเรียนกับไท่เฮาแล้วอย่างไรก็ตาม พี่สะใภ้เองก็เป็นฉินหวังเฟยดังนั้นองค์หญิงฉางผิงเองก็ควรเห็นแก่หน้าเสด็จอาทั้งยังเรียกพี่สะใภ้ว่าเสด็จอาหญิงด้วย ท่านว่าองค์หญิงฉางผิงไม่ดูหมิ่นฉินอ๋องเกินไปหรือ ก็สมควรแล้วที่ฉินอ๋องจะลงโทษนาง”
“นังเด็กไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำไร้การศึกษา!”อี้ไท่เฟยโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอีกครั้งและมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างหมดความอดทนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทั้งหมดมันไม่ใช่เพราะเจ้าหรือไรขายขี้หน้าเหลือเกิน แม้แต่เด็กก็ยังปีนเกลียวเจ้าได้เจ้าไม่ใช่คนไร้ประโยชน์แล้วเป็นอะไรล่ะ? เจ้ายังมีประโยชน์อะไรอีกหรือ?แล้วจะกลับมาที่นี่อีกทำไม ทำไมไม่ตายในคุกให้สิ้นเรื่องจะได้ไม่ต้องมาขัดหูขัดตาข้า?”
หานอวิ๋นซีถึงกับอ้าปากค้างการพูดเหตุผลกับอี้ไท่เฟย ไม่ได้ต่างไปจากสีซอให้ควายฟังเลยแม้แต่น้อย
อี้ไท่เฟยไม่เปิดโอกาสให้นางได้โต้เถียงอีกต่อไปและดุกุ้ยมามาด้วยความโกรธว่า“เจ้าจะยืนบื้ออยู่ทำไมอีก? เฆี่ยนนางสิ! เฆี่ยนนางแรงๆ!ต่อให้วันนี้ฉินอ๋องจะมา ก็ไม่สามารถปกป้องนางได้!”
กุ้ยมามารีบวิ่งไปข้างหน้าแต่หานอวิ๋นซีผลักนางออกไป “พวกท่านมันไม่มีเหตุผล!”
เมื่อเห็นเช่นนี้อี้ไท่เฟยก็ตกตะลึง “เจ้าบังอาจนักหรือ?”
“หมู่เฟยท่านเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ ข้าแค่อยากจะอธิบายให้ท่านฟังเท่านั้น”หานอวิ๋นซีที่ไม่หวาดกลัวอะไรใดๆ
“เจ้า!เจ้า!” อี้ไท่เฟยโกรธอย่างมาก ไม่เคยมีใครกล้าอวดดีต่อหน้านางเช่นนี้มาก่อน
“ทหาร!ใครก็ได้พานางนี่ไปขังไว้ที่ห้องฟืนในสวนหลังบ้าน! เดี๋ยวนี้!”
องครักษ์รีบวิ่งเข้ามาจับกุมหานอวิ๋นซีตอนนี้หานอวิ๋นซีไม่สามารถผลักออกไปได้ แน่นอนว่านางไม่ได้ดิ้นรนแล้วนับประสาอะไรกับการร้องขอความเมตตา สายตาของนางเย็นชาและปล่อยให้องครักษ์นำตัวไป
ตั้งแต่ก้าวแรกเข้ามาในจวนฉินอ๋องนางรู้ว่าต้องมีสักวันที่อี้ไท่เฟยจะต้องลงมือ หากต้องการอยู่รอดในครอบครัวนี้นางต้องมีความมั่นใจในตัวเอง!
อี้ไท่เฟยมองไปที่สีหน้าของนางก็อดไม่ได้ที่จะโกรธรีบยืนขึ้นและเดินตามนางไปสองก้าวแล้วพูดด้วยความไม่เชื่อว่า “อะไรกัน? เจ้ากำลังมองใคร? นางสารเลวคิดว่าแต่งเข้ามาแล้วจากอีกาจะกลายเป็นหงส์ได้อย่างนั้นหรือ? ข้าจะบอกเจ้าไว้เลยนะ แม้ว่าจะมีผ้าตกสีแดงอยู่ ข้าก็จัดการเจ้าได้!”
มู่หรงหว่านหรูที่เดินตามมาพูดอย่างหวาดกลัวว่า “หมู่เฟย เรื่องนี้ข้าเองก็...”
“ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือไรว่าข้าอยู่ที่พักอีกที่ทำไมถึงหาข้าไม่เจอ?” อี้ไท่เฟยที่กำลังโกรธเกรี้ยวแม้แต่มู่หรงหว่านหรูเองก็พลอยโดนลูกหลงไปด้วย
“ลูกรู้ว่าลูกผิดหมู่เฟยอย่าโกรธเลยเพคะ? ความโกรธมันไม่ดีต่อสุขภาพนะเพคะ”มู่หรงหว่านหรูนำน้ำชามาให้อย่างเชื่อฟังและมีน้ำใจ
หลังจากจิบชาไปอี้ไท่เฟยก็สงบลงและพูดอย่างใจเย็นว่า “ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอก นางถูกขังไปแล้วมันเสียหน้าไปนานแล้ว!”
อี้ไท่เฟยนั่งลงเงียบไปครู่หนึ่งและถามว่า “เป็นไปได้หรือไม่ว่าทักษะทางการแพทย์ของนางดีกว่าหมอเทวดาหานจริงๆ?”
“ได้ยินมาว่าหมอหลวงกู้ร่วมรักษากับนางไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรแต่ความดีความชอบทั้งหมดถูกยกให้นางเพียงผู้เดียว หมู่เฟยข้าคิดว่าจวนแม่ทัพและหมอหลวงกู้เองก็เห็นแก่หน้าท่านเหมือนกันนะเพคะ”มู่หรงหว่านหรูฉวยโอกาสพูดดีๆ
อี้ไท่เฟยยิ้มอย่างเย้ยหยัน“พวกเขาไม่กล้าจะทำให้ข้าขายหน้าหรอก”
เมื่อเห็นว่าอี้ไท่เฟยไม่ได้อารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นมู่หรงหว่านหรูจึงถามอย่างลังเลว่า “หมู่เฟย เรื่องนี้เป็นท่านพี่ที่ออกหน้าแล้วพาคนผู้นี้กลับมา พี่สะใภ้ถูกขังอยู่ในคุก แต่ท่านพี่...”
ก่อนที่จะพูดจบอี้ไท่เฟยก็พูดอย่างมั่นใจว่า “ทำไมล่ะ นางกล้าอวดดีต่อนหน้าข้าถ้าข้าไม่สั่งสอนนาง ครั้งหน้าข้าจะเป็นคนผลักนางเอง!ฉินอ๋องจะยังปกป้องนางได้อีกหรือไร? ตราบใดที่เขากล้ามาข้าก็จะลงโทษเขาเช่นกัน! ไปออกคำสั่งเสีย ว่าไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ปล่อยหานอวิ๋นซีออกไปโดยปราศจากคำสั่งของข้า!”
“เฮ้อ...ลูกรับทราบเพคะ”มู่หรงหว่านหรูถอนหายใจอย่างเสแสร้ง รอยยิ้มที่พอใจฉายแววในดวงตา
หานอวิ๋นซีห้องฟืนไม่ดีไปกว่าลานดอกบัวหรอก ในฐานะน้องสาว ข้าจะดูแลท่านอย่างดีอย่างแน่นอน
เวลากลางคืนหานอวิ๋นซีที่อยู่ในห้องฟืน อ้าปากกว้างทานอาหาร สบายใจอย่างมาก อันที่จริงสถานการณ์ตอนนี้ดีกว่าที่นางคาดไว้มาก
ผ้าตกสีแดงครั้งนั้นหากไม่ได้หลงเฟยเยี่ยช่วยไว้ เดาว่านางคงถูกประหารชีวิตไปนานแล้ว ตอนนี้แม้ว่านางจะขัดแย้งกับอี้ไท่เฟย แต่ความผิดก็ไม่ถึงตาย
นี่ไม่ใช่ความผิดร้ายแรงนางยังมีวิธีต่อสู้กับอี้ไท่เฟยอีกมากมาย
อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยจะเข้ามายุ่งหรือไม่ แล้วเขาจะยืนอยู่ฝ่ายไหน? แล้วทำไมนางถึงต้องคิดถึงชายผู้นั้นอีกแล้วล่ะ? ช่างเถอะคนเย็นชาแบบนั้น ถ้าไม่ขออะไรนาง คาดว่าคงไม่พูดอะไรกับนางสักคำ
วันรุ่งขึ้นก็กินสามมื้อตามปกติวันทั้งวันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่สามเป็นต้นไป อาหารที่ส่งมาต่างเป็นของเน่าเสียทั้งหมด
หานอวิ๋นซีรู้ว่าเรื่องยุ่งยากกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วนางจึงหลับไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ในวันที่สี่และวันที่ห้า นางยังคงกินอาหารแย่ๆสามมื้อ
เป็นเวลาสามวันเต็มหานอวิ๋นซีหิวมากจนนอนลงบนกองไม้ฟืน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยดวงตากลมโตริมฝีปากของนางซีดเซียว เพียงแต่รอยยิ้มยังสวยงามอย่างมาก
บางครั้งการยอมรับผิดและร้องขอความเมตตาอาจแลกกับอาหารหนึ่งมื้อได้ แต่ที่นี่แลกไม่ได้แม้ว่านางจะกินอาหารแย่ๆ ก็ตาม สิ่งที่รอนางอยู่ทรมานโหดร้ายยิ่งกว่ายิ่งไปกว่านั้น มันไม่ใช่ความผิดของนาง นางปฏิเสธที่จะยอมรับมัน
หานอวิ๋นซีไม่ใช่พวกรักความรุนแรงนางรักชีวิตของตัวเองมาก ถ้ากล้าที่จะท้าทายอี้ไท่เฟยนางต้องเตรียมเส้นทางหลบหนีที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นกัน
ให้ข้าวเน่าก็ให้ข้าวเน่าเถอะนางนับนิ้วเพื่อนับเวลา พรุ่งนี้ องค์หญิงฉางผิงต้องมาแน่นอนถ้าพรุ่งนี้ไม่มาหานางเพื่อล้างพิษ ใบหน้าขององค์หญิงฉางผิงคงเสียโฉมเป็นแน่
ทันทีที่องค์หญิงฉางผิงมาถึงอย่างไรอี้ไท่เฟยต้องพานางออกไปจากห้องฟืนอย่างแน่นอน
ในเช้าตรู่ของวันที่หกมู่หรงหว่านหรูและกุ้ยมามาออกมาจากพุ่มไม้ขณะที่พวกเขามองดูจานข้าวเน่าๆที่ถูกส่งไป
“นี่ก็หิวมาสามวันแล้วแต่นางกลับไม่ส่งเสียงใดๆ ยัยนี่ช่างมีนิสัยดื้อรั้นจริงๆ”กุ้ยมามาพูดอย่างอารมณ์เสีย
ครั้งนี้ความจริงแล้วอี้ไท่เฟยไม่ได้คิดที่จะลงโทษหานอวิ๋นซีถึงตายหรอก อย่างไรก็ไม่มีเหตุผลที่ดีพอนางเลยทำให้ลูกสะใภ้อดตาย เช่นนี้ก็คงจะพูดกับบุตรชายไม่ยากใช่หรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้นจนถึงตอนนี้อี้ไท่เฟยก็ยังคิดไม่ออกว่าทำไมฉินอ๋องถึงยอมรับผ้าตกสีแดง?
ฉินอ๋องเป็นคนที่ยุ่งตลอดเวลาหลายวันผ่านไปก็ยังไม่มีใครเห็นเขา ทางฝั่งของอี้ไท่เฟยเองก็รอให้หานอวิ๋นซีร้องขอความเมตตาและในขณะเดียวกันก็รอให้บุตรชายของนางกลับมา
“เสียงหรือ? นางต้องการวอนขอความเมตตางั้นหรือ? อย่างไรมู่เฟยไม่ได้ยินหรอก”ใบหน้าเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของมู่หรงหว่านหรูแสดงความชั่วร้ายออกมา
อาจจะมีโอกาสที่ดีกว่าในอนาคตแต่เวลายิ่งยาวนานอุปสรรคยิ่งมาก แล้วมู่หรงหว่านหรูเองก็ไม่ชอบรอ
เมื่อมองไปที่ห้องฟืนจากระยะไกลมู่หรงหว่านหรูก็ลดเสียงลง “กุ้ยมามา พี่สะใภ้น่าจะอารมณ์ไม่ดีเลยไม่กินข้าวแต่ก็คงดื่มน้ำเล็กน้อย ข้าจะทำอย่างไรดี?”
ขณะที่นางพูดนางหันกลับมาและพูดอย่างเงียบๆ ว่า“ข้าได้ยินมาว่าสารหนูเป็นพิษที่ออกฤทธิ์เร็วที่สุด”
กุ้ยมามาตกใจเล็กน้อยเดินตามนางไปเพื่อที่จะเกลี้ยกล่อม แต่ในไม่ช้า ก็หยุดฝีเท้าลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มู่หรงหว่านหรูซื้อผู้คนรอบๆ อี้ไท่เฟยและไม่ช้าก็เร็วมู่หรงหว่านหรูจะถูกอี้ไท่เฟยจัดแจงให้อยู่ข้างกาย
ชายาเอกเป็นเพียงเครื่องประดับและชายารองที่เป็นที่รักของอี้ไท่เฟยก็จะกลายเป็นนายใหญ่ในอนาคตของจวนฉินอ๋อง
เมื่อคิดเช่นนี้กุ้ยมามาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและออกไปซื้อยาพิษด้วยตัวเอง...
ในยามอู่[1]จานอาหารถูกนำมาพร้อมกับถ้วยน้ำตามปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะดื่มน้ำเดาว่าหานอวิ๋นซีก็คงจะหิวจนเป็นลมไปแล้ว
ร่างปัจจุบันไม่ต่างจากร่างก่อนเดินทางข้ามเวลามันช่างน่าสมเพชเสียจนแม้แต่ตัวนางเองก็ยังดูถูกตัวเอง
อย่างไรก็ตามทันทีที่วางอาหารลงระบบล้างพิษก็เริ่มตื่นตัวอย่างรุนแรงหานอวิ๋นซียกน้ำขึ้นมาดมเบาๆ และรู้ทันทีว่าเป็นสารหนู
พิษชนิดนี้ค่อนข้างรุนแรงและยังพบได้บ่อยที่สุดอีกด้วยนางสามารถดมกลิ่นได้โดยไม่ต้องตรวจสอบ
หานอวิ๋นซีเดาว่าอี้ไท่เฟยคงไม่ได้คิดจะฆ่านางด้วยวิธีเบาๆเช่นนี้ นี่ต้องเป็นลูกเล่นของมู่หรงหว่านหรูอย่างแน่นอน
อาหารก้ไม่มีตอนนี้แม้กระทั่งน้ำก็ดื่มไม่ได้ มู่หรงหว่านหรู ถ้าเป็นเจ้าที่วางยาพิษจริงๆข้าจะล้างแค้นครั้งนี้อย่างแน่นอน!
ในยามเว่ย[2]หานอวิ๋นซีทั้งหนาวสั่น กระหายน้ำและหิวจนหัวใจเต้นผิดจังหวะมองไปยังผนังที่ปิดสนิท นางยังคงยิ้มจางๆ เต็มไปด้วยความหวังนางรู้ว่านางจะสามารถออกไปได้ในไม่ช้า
ตกเย็นในที่สุดอี้ไท่เฟยก็มาถึงห้องฟืนพร้อมกับมู่หรงหว่านหรู
“อดอยากมาหลายวันขนาดนี้ไม่เป็นลมไปแล้วหรือ?” อี้ไท่เฟยถามอย่างเกียจคร้านนางคิดว่าหานอวิ๋นซีต้องหิวจนเป็นลมไปแล้ว จึงไม่ร้องขอความเมตตาจากนาง
“ก็ไม่แน่เพคะหมู่เฟย พี่สะใภ้ร่างกายอ่อนแอ การลงโทษเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”มู่หรงหว่านหรูโน้มน้าวอย่างใจกว้าง
ข้าบอกเจ้าหลายครั้งแล้วว่าการเป็นนายคนโดยเฉพาะเป็นสตรีแล้วห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ถ้าเจ้าสงสารนาง คนอย่างนางจะเห็นคุณค่าเจ้าหรือไม่?” อี้ไท่เฟยพูดอย่างช่วยไม่ได้
มู่หรงหว่านหรูก้มศีรษะลงอย่างเงียบๆและไม่พูดอะไรอีก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความคาดหวังเพราะในไม่ช้าสิ่งที่พวกนางจะได้เห็นไม่ใช่หานอวิ๋นซีหญิงสาวดื้อรั้นอีกต่อไปแต่เป็นศพร่างหนึ่งท่านั้น!
-------------------------------------
[1]ยามอู่ คือ เวลา 11:00 - 12:59 น.
[2]ยามเว่ย คือ เวลา 13:00 - 14:59 น.