ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ผู้น้อยเฉินเซวียน


            จินซื่อตกตะลึง

            เสียงกรีดร้องของหานซินยังดังไม่หยุด นางรู้สึกว่าแขนของตนเองกำลังจะหลุดออก ส่วนหานโม่ก็จับข้อมือของหานซินไว้แน่นโดยที่ไม่ยอมผ่อนแรงลง 

            จินซื่อมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของหานซินแล้วคำพูดดูถูกต่างๆ ที่นางคิดจะเอ่ยออกมาก็ต้องกลืนกลับเข้าไปในคอทันที

            "เจ้า......เจ้าหมายความว่าเช่นไร?"

            หานโม่หัวเราะเยาะเย้ย "ดูบุตรชายของเจ้าเสียสิ เกิดอะไรขึ้นกับเขางั้นหรือ?"

            จินซื่อชะงัก นางหันไปมองบุตรชายของตนเองที่กำลังยืนอยู่ตรงโต๊ะหินขนาดเล็กในศาลาริมน้ำ

            มือของหานเสี่ยวมู่ยังคงหยิบขนมขึ้นมาทานไม่หยุด เมื่อเห็นว่ามารดาของตนมองมาก็ส่งรอยยิ้มไร้เดียงสามาให้ "ท่านแม่ ท่านป้าเล็กช่างเก่งกาจจริงๆ"

            จินซื่อ "......"

            ใบหน้าของนางกลายเป็นสีแดงทันที

            เป็นเพราะหานซินและแม่สามีอย่างอู๋ซื่อมักจะคอยพูดถึงความจงเกลียดจงชังที่มีต่อหานโม่ต่อหน้านางเสมอดังนั้นเมื่อตอนที่นางเห็นว่าหานเสี่ยวมู่กับหานโม่อยู่ด้วยกันจินซื่อจึงคิดว่าหานโม่กำลังทำร้ายหานเสี่ยวมู่อยู่เป็นแน่

            อันที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างหานโม่กับแม่สามีของนาง เซี่ยงกง [1]  แล้วไหนจะเหล่าพี่สะใภ้น้องสะใภ้ทั้งหลายต่างไม่อาจพูดว่าดีได้อย่างเต็มปาก

            ตอนที่เห็นบุตรชายของตนเองกำลังทานขนมอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้มีตรงไหนกันที่ดูเหมือนว่ากำลังเขาถูกทำร้ายอยู่หรือ?

            แม้ว่าจินซื่อจะค่อนข้างเห็นแก่ตัว แต่ถึงจะดีจะชั่วอย่างไรนางก็ยังสามารถแยกแยะถูกผิดได้

            ดังนั้นนางจึงเดินไปนั่งลงข้างๆ หานเสี่ยวมู่แล้วโอบกอดบุตรชายของตนไว้โดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก

            เมื่อหานโม่เห็นท่าทางของจินซื่อ ก็คิดว่าอย่างไรเสียจินซื่อผู้นี้ก็ยังคงมีสายตาที่ดีอยู่ นางจึงเพิ่มแรงบิดที่ข้อมือของหานซินให้มากยิ่งขึ้น จนทำให้หานซินกรีดร้องจนเสียงแหลมบาดหูขึ้นกว่าเดิม

            จินซื่อเหลือบมองไปยังหานโม่ด้วยความขลาดกลัวเล็กน้อย นางสบตากับหานโม่ที่มองมาพอดี

            หานโม่เผยยิ้มให้จินซื่ออย่างเย็นชา "พี่สะใภ้ใหญ่ คราวหน้าท่านก็ลืมตาให้กว้างเสียหน่อย อย่าไปฟังเสียงลมก็เชื่อว่าฝนตกเสียเล่า [2]"

            เมื่อพูดจบหานโม่ก็หันหน้ามามองหานซินอีกครั้งแล้วเพิ่มแรงมือที่จับข้อมือทั้งสองข้างของหานซินแรงขึ้นอีก เสียงกระดูกหลุดดังกึกก้องเข้าไปในหูของคนที่อยู่บริเวณนั้นอย่างชัดเจน

            หานซินอ้าปากกว้างด้วยความเจ็บปวด การส่งเสียงกรีดร้องเมื่อครู่นี้ทำให้เสียงของนางแหบเล็กน้อย ดังนั้นในเวลานี้เสียงที่เปล่งออกมาจึงคล้ายกับเสียงเป็ดที่กำลังจะตาย ซึ่งมันไม่ได้น่าฟังเลย

            หานโม่ปล่อยมือของหานซินออกพลางมองหานซินที่อ่อนแรงราวกับหมูตาย จากนั้นจึงโน้มตัวลงและจ้องเข้าไปในดวงตาอันเคียดแค้นของหานซิน หานโม่ไม่ได้สนใจนางทำเพียงส่งยิ้มให้ "หานซิน นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว"

            หลังจากที่หานโม่เอ่ยจบก็เดินจากไปทันที

            หานซินพยายามอดทนต่อความเจ็บปวดทั้งหมด นางเงยหน้าขึ้นไปจ้องแผ่นหลังของหานโม่ที่กำลังเดินจากไปภายในใจของทุกคนบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังจนถึงกระดูกดำของหานซิน

            “หานโม่ นางสารเลว!”

            ครั้งที่สองอะไรกัน สารเลวนั่นกำลังเตือนนางหรือว่านี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่นางต้องการสั่งสอนบทเรียนให้แก่หานโม่แต่กลับถูกตบหน้ากลับมาเสียเอง!

            หานโม่!

            หานซินสาบานว่าหากนางไม่ได้ฉีกร่างของหานโม่ออกเป็นชิ้นๆ นางจะไม่ขอเป็นคนอีกต่อไป [3] !

            จินซื่อจ้องแผ่นหลังของหานโม่ที่กำลังเดินจากไปด้วยความสับสนอยู่เป็นนานจนกระทั่งหานเสี่ยวมู่พูดขึ้นมาว่าท่านป้าห้าหมดสติไปแล้ว จินซื่อถึงได้รู้สึกตัวตะโกนเรียกบ่าวรับใช้แถวนั้นมาช่วยกันพาหานซินกลับไปที่เรือนและสั่งให้คนไปตามหมอมา

            ในขณะที่ภายในเรือนของหานซินกำลังตกอยู่ในความโกลาหล หานโม่ก็กำลังก้าวเท้าตรงไปที่เรือนของบรรดาบ่าวรับใช้

            ตระกูลหานดูแลและปฏิบัติต่อบ่าวรับใช้ในตระกูลอย่างดีไร้ซึ่งความโหดร้าย เพื่อสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีให้กับตระกูลหาน ดังนั้นการรังแกกดขี่บ่าวรับใช้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

          แน่นอนว่านี่เป็นเพียงภาพลวงตาที่แสดงให้ผู้อื่นเห็นเท่านั้น ความเป็นจริงแล้วทุกๆ ตระกูลใหญ่ย่อมมีความขัดแย้งและไม่ลงรอยกันภายในทั้งนั้น ผู้คนที่อยู่ภายนอกไม่มีสิทธิล่วงรู้เรื่องภายในครอบครัวได้ ดังนั้นพวกเขาจึงมองเห็นเพียงภาพลักษณ์ผิวเผินที่ตระกูลเหล่านี้อยากให้เห็นเท่านั้น

            บ่าวรับใช้ของตระกูลหานอาศัยรวมกันในสวนที่มีชื่อว่าสวนฉางชุนแม้ว่าสวนแห่งนี้จะไม่สวยงามเทียบเท่ากับสถานที่ของเจ้านายตระกูลหานอาศัยอยู่แต่เพราะในทุกๆ ปีจะมีการสั่งให้ซ่อมแซมอยู่เสมอ เรือนคนใช้แห่งนี้จึงไม่ทรุดโทรมเท่าใดนัก สามารถกล่าวได้ว่าเรือนแห่งนี้ดูดีกว่าบ้านเดิมของพวกเขาหลายพันเท่า

            ตลอดทางที่หานโม่เดินไป บ่าวรับใช้บางคนที่ไม่ได้มีหน้าที่ในวันนี้ต่างก็รีบทำความเคารพทันที

            หานโม่ไม่ได้ตอบกลับอะไรพวกเขาไป

            ในอดีตบ่าวรับใช้เหล่านี้ปฏิบัติต่อนางอย่างไม่เท่าเทียม ตอนที่นางตกอับนั้นใครๆ ก็สามารถรุมกลั่นแกล้งได้ง่าย แม้ว่าบ่าวรับใช้เหล่านี้จะไม่ได้ลงมือทุบตีและดุด่านางเท่าหานซินแต่ก็ยังมีคนที่คอยซ้ำเติมอยู่เช่นกัน

            หานโม่ไม่สามารถให้อภัยคนเหล่านี้ได้แต่นางก็ไม่มีเวลามาสนใจพวกตัวเล็กๆ เหล่านี้

            หานโม่เดินตรงเข้าไปด้านในสวนฉางชุน ขณะที่มองบรรดาบ่าวรับใช้ที่เดินผ่านไปในที่สุดนางก็เห็นร่างที่คุ้นตายืนอยู่ริมทะเลสาบ

            ตอนที่กำลังประมือกับจินซื่อและหานซินเมื่อครู่นี้ สายตาของหานโม่ก็เห็นคนผู้นี้โดยบังเอิญ

            เขาลอบมองนางอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของทะเลสาบด้วยสายตากังวลซึ่งฉายออกมาอย่างชัดเจนราวกับว่าเขากำลังเป็นห่วงนางอยู่

            นี่เป็นครั้งที่สองที่หานโม่ได้เห็นสายตาเช่นนี้ในตระกูลหานนอกเหนือจากเสี่ยวเยว่ เพราะตอนนี้บ่าวรับใช้ในตระกูลหานส่วนมากต่างมองนางด้วยความหวาดกลัว

            หานโม่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินตรงเข้าไปหาคนผู้นั้นที่ริมทะเลสาบ

            คนผู้นั้นได้ยินเสียงฝีเท้าของหานโม่จึงหันกลับมามอง

            ตอนที่เห็นว่าหานโม่กำลังเดินตรงเข้ามา ความประหลาดใจก็ฉายชัดขึ้นในดวงตาของคนผู้นั้น "คุณหนูหานโม่!"

            หานโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            บ่าวรับใช้ทุกคนในตระกูลนี้ต่างเรียกนางว่าคุณหนูเจ็ดกันหมด

            แม้แต่หานเฉินต้งเองเพื่อเลี่ยงการเรียกชื่อนางแล้ว ยังเรียกนางว่า "เสี่ยวชี" ที่คิดว่าดูสนิทสนมเสียมากมาย

            หานโม่ไม่ได้ใส่ใจว่าคนรอบข้างนางจะเรียกนางด้วยชื่อใด แต่การที่คนตรงหน้าเรียกชื่อจริงๆของนางกลับทำให้รู้สึกปิติยินดีอย่างบอกไม่ถูก

            ‘คุณหนูหานโม่’ คือการบอกว่านางคือหานโม่ ไม่ใช่คุณหนูเจ็ดของตระกูลหานน่ารำคาญอะไรนั่น

            ซึ่งหานโม่ก็คือหานโม่ ในชีวิตที่แล้วนางขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดของการเป็นนักฆ่ารับจ้างได้ด้วยตัวนางเอง เช่นนั้นแล้วในชาตินี้นางจะได้ในสิ่งที่นางต้องการมาจากความพยายามของตนเองเช่นกัน

            นางคือหานโม่ และไม่ต้องพึ่งพาอะไรจากใครทั้งนั้น

            "เจ้าเป็นใคร?" ความชอบใจของหานโม่แสดงออกมาอย่างชัดเจนคำพูดของคนตรงหน้าทำให้หานโม่มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าท่าทางของนางจะยังดูเย็นชาอยู่เช่นเดิมแต่ก็ไร้ซึ่งความเย็นยะเยือกที่สามารถทำให้ผู้คนถอยห่างออกไปไกลหลายพันลี้แล้ว

            คนผู้นั้นทำความเคารพต่อหานโม่ แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า "คุณหนูหานโม่กลับมาแล้ว ผู้น้อยมีนามว่าเฉินเซวียนขอรับ"

            เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หานโม่ก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง

            บ่าวรับใช้ในเรือนนี้ต่างเรียกแทนตัวเองว่าบ่าวหรือข้าทาสอะไรนั่น แต่อยู่ๆก็มีคนที่แทนตนเองว่าผู้น้อยเช่นนี้ ช่างโดดเด่นไม่เหมือนใครเป็นอย่างยิ่ง

            ภายในดวงตาของหานโม่ดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว นางสังเกตผู้ที่เรียกตัวเองว่า เฉินเซวียน อย่างระมัดระวัง

            ท่าทางเขาคงจะมีอายุไม่น้อยแล้ว คงจะประมาณสิบแปดหรือสิบเก้าปีใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลาดูธรรมดา ไม่ได้หล่อเหลาโดดเด่นและไม่ได้สูงมาก บนมือของเขามีร่องรอยของบาดแผลอยู่บ้างเล็กน้อยดูเหมือนว่าช่วงเวลาที่อาศัยอยู่ในเรือนแห่งนี้จะไม่ค่อยราบรื่นนัก

            หานโม่ยังสังเกตว่าท่าทางที่เฉินเซวียนทำความเคารพนางนั้น ไม่ได้แฝงการประจบประแจงแต่เผยให้เห็นถึงบรรยากาศที่ไม่สูงส่งไม่ต่ำต้อย [4] เลย ดูไม่เหมือนกับบ่าวรับใช้ทั่วไปเลยจริงๆ

            ........................................................................

             

            เชิงอรรถ

            [1] เซี่ยงกง ใช้เรียกสามีในแบบที่เคารพและยกย่องเป็นการเรียกของชนชั้นสูงในบ้านที่มีฐานะร่ำรวยสมัยโบราณ 

            [2] ฟังเสียงลมก็เชื่อว่าฝนตก หมายถึง หูเบา เชื่ออะไรง่ายเกินไปและถูกชักจูงได้ง่าย

            [3] จะไม่ขอเป็นมนุษย์อีกต่อไป หมายถึง บุคคลที่สาบานว่าต้องบรรลุจุดประสงค์บางอย่างหรือบรรลุเป้าหมายบางอย่าง ถ้าจุดประสงค์นี้ไม่สำเร็จจะละอายต่อชีวิต และจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์โดยสำนวนนี้ตีความว่าเป็น "ความมุ่งมั่นแน่วแน่"

            [4] ไม่สูงส่งไม่ต่ำต้อย หมายถึง ไม่ต้อยต่ำไม่สูงส่ง คือไม่แข็งกร้าวจนดูเย่อหยิ่ง 

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808