ความตื่นตระหนกจากแสงสีทองบนฟากฟ้าที่กำลังพุ่งดิ่งลงมา ดึงจิติญญาของเยี่ยเฟยิให้ดิ่งลึกลงสู่ห้วงความทรงจำในอดีต... ค่ำคืนที่พายุฝนกระหน่ำเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน คืนที่ชีวิตของทารกกำพร้าคนหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นในเมืองชายแดนแห่งนี้
ยามนั้น ลุงหลิน พ่อของเสี่ยวชิง ซึ่งยังเป็เพียงชายหนุ่มที่เพิ่งสูญเสียภรรยาไปหลังจากคลอดเสี่ยวชิงได้ไม่นาน ได้เดินลุยโคลนกลับมาจากชายป่าหลังจากไปหาสมุนไพร ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องะเิเลื่อนลั่น ลุงหลินกลับได้ยินเสียงร้องไห้อันแ่เบาของทารกดังมาจากซอกหินใต้ต้นไม้โบราณ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบทารกน้อยหน้าตาหมดจดหมดจด นอนอยู่บนเบาะผ้าไหมเนื้อละเอียดสีดำขลับประดับลวดลายดวงดาวสีทองจำลอง ซึ่งไม่ใช่สิ่งของที่ปุถุชนคนธรรมดาในแถบนี้จะมีปัญญาได้เลย
ที่ข้างกายของทารกคนนั้น มีป้ายหินสีดำสนิทแผ่นหนึ่งวางอยู่ ผิวหินเรียบเนียนราวกับหยกหิมะ ทว่ากลับแฝงกลิ่นอายอันลึกลับและเย็นเยียบ บนแผ่นหินสลักตัวอักษรโบราณสีทองอร่ามเด่นชัดเอาไว้สามตัว คำนั้นอ่านออกเสียงว่า 'เยี่ย-เฟย-ิ'
ลุงหลินรู้ดีในทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ทารกธรรมดา และป้ายชื่อนี้ก็ไม่ใช่ของปุถุชนทั่วไป มันอาจแฝงไปด้วยความลึกลับหรืออันตรายจากโลกของพวกเซียนบำเพ็ญตน ทว่าด้วยความสงสารและจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา ลุงหลินจึงเลือกที่จะเก็บป้ายหินลึกลับนั้นซ่อนเอาไว้ลึกสุดในใต้ถุนบ้าน และอุ้มทารกน้อยเยี่ยเฟยิกลับมาเลี้ยงดูฟูมฟักพร้อมกับหลินเสี่ยวชิง ลูกสาวแท้ ๆ ของตนเองราวกับเป็สายเืเดียวกัน
การเติบโตขึ้นมาในเมืองชายแดนอันยากจนข้นแค้นไม่ได้ง่ายดายเลย เฟยิในวัยเด็กเป็เด็กที่ร่างกายอ่อนแอและมักจะเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ทว่าเขากลับรอดชีวิตมาได้เพราะน้ำใจของคนในหมู่บ้านอย่างแท้จริง ยามที่ลุงหลินไม่มีเงินซื้อยา ป้าหวังแม่ค้าขายหมั่นโถวก็จะยอมสละเงินกำไรอันน้อยนิดไปซื้อสมุนไพรมาต้มให้เฟยิดื่ม พวกลุงน้าในตลาดต่างทยอยผลัดเปลี่ยนกันมาช่วยดูแล และแบ่งปันอาหารมื้อเล็ก ๆ ให้เด็กกำพร้าคนนี้ได้อิ่มท้องในทุก ๆ วัน
ความผูกพันเ่าั้หล่อหลอมให้เฟยิเติบโตขึ้นมาเป็ชายหนุ่มที่สุขุม อ่อนโยน และขยันขันแข็งเพื่อตอบแทนบุญคุณของทุกคน เขาเริ่มเข้าป่าตัดฟืนั้แ่อายุสิบขวบ ช่วยงานทุกอย่างในหมู่บ้านเท่าที่แรงเด็กคนหนึ่งจะทำได้ สำหรับเขาแล้ว ลุงหลินคือพ่อ เสี่ยวชิงคือครอบครัวคนสำคัญ และชาวบ้านทุกคนคือผู้มีพระคุณที่เขาพร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้อง
แต่แล้ว ภาพความทรงจำอันงดงามเ่าั้ก็ถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้น ๆ ด้วยเสียงะเิสนั่นหวั่นไหวที่ดังมาจากใจกลางเมือง!
ตูมมมมม!
แรงะเิมหาศาลส่งคลื่นกระแทกพัดเอาฝุ่นควันและเศษอิฐปลิวว่อน เฟยิตื่นจากภวังค์อดีต ความอบอุ่นหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่เกาะกุมหัวใจ เขาหันขวับไปมองทิศทางบ้านของเสี่ยวชิง ท้องฟ้าเหนือบริเวณนั้นบัดนี้กลายเป็สีแดงฉานด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของชาวบ้านดังระงมประสานไปกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังมาจากบนท้องฟ้า
"พวกมดปลวกไร้ค่า! ส่งศิลาปราณโบราณใต้ดินออกมาซะดี ๆ หากใครบังอาจซ่อนเร้น สำนักกระบี่สุริยันจะล้างบางเมืองนี้ไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!" เสียงทรงพลังแฝงพลังปราณกดขี่ดังมาจากชายชุดคลุมสีทองผู้หนึ่งที่ยืนเหยียบกระบี่บินอยู่เหนือศาสนสถานกลางเมือง
"ไม่นะ! ช่วยด้วย! อ๊ากกกก!"
ภาพตรงหน้าทำให้เฟยิแทบสิ้นสติ พวกลูกศิษย์สำนักเซียนในชุดหรูหรากำลังวาดกระบี่ตัดหัวชาวบ้านที่วิ่งหนีอย่างไม่ปรานี ป้าหวังที่เคยยื่นหมั่นโถวให้เขา บัดนี้ร่างไร้ิญญานอนจมกองเือยู่ข้างเตานึ่งที่พังทลาย ความใจดี ความอบอุ่นของปุถุชน ถูกเหยียบย่ำทำลายลงในพริบตาเพียงเพราะความโลภของพวกเซียนจอมปลอม
"เสี่ยวชิง! ท่านลุงหลิน!"
เฟยิะโสุดเสียง เขาโยนมัดฟืนทิ้งแล้วออกวิ่งสุดกำลัง สองเท้าก้าวสับไปบนพื้นศิลาอย่างไม่คิดชีวิต หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ในตาเรียวยาวสั่นระริกด้วยความกลัว... กลัวว่าจะกลับไปไม่ทัน ความสุขเดียวในชีวิตของเขา ครอบครัวหนึ่งเดียวของเขา กำลังจะถูกกองเพลิงนั้นแผดเผา
ชายหนุ่มวิ่งฝ่าเปลวไฟและเศษซากอาคารที่พังทลาย ร่างกายถูกความร้อนลวกจนแสบไหม้แต่เขาไม่สนใจ จนกระทั่งเขามาถึงหน้าเรือนไม้ของตระกูลหลิน สภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า
บ้านทั้งหลังกำลังถูกไฟคอกกลืน และที่ลานหน้าบ้าน... ร่างของลุงหลินนอนทอดกายจมกองโลหิตสีแดงฉาน หน้าอกถูกแทงทะลุด้วยปราณกระบี่ ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความห่วงใย โดยมีร่างของเสี่ยวชิงคุกเข่ากอดศพผู้เป็พ่อร้องไห้โฮจนปานจะขาดใจ ข้าง ๆ เธอมีชายหนุ่มชุดคลุมสีทองผู้หนึ่งยืนถือกระบี่เปื้อนเื ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยัน
"ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกแม่สาวน้อย เมืองนี้ต้องพินาศเพราะพวกแกมันดันเกิดมาบนผืนแผ่นดินที่มีฮวงจุ้ยัปราณ เอาล่ะ... ดับสูญไปพร้อมกับพ่อของแกซะเถอะ" นักพรตหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกกระบี่ขึ้นหมายจะแทงทะลุร่างของเสี่ยวชิง
"หยุดนะ!!!"
เฟยิคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าาเ็ เขาพุ่งตัวเข้าไปขวางข้างหน้าเสี่ยวชิงโดยไม่กลัวตาย ใช้แผ่นหลังของตัวเองรับคมกระบี่นั้นแทน
ฉึก!
กระบี่แหลมคมแทงทะลุไหล่ซ้ายของเฟยิจนเืสาดกระจาย ความเ็ปแล่นริ้วเข้าสู่สมอง ทว่าความเ็ปทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อยกับความเ็ปที่เห็นลุงหลินตาย และเห็นน้ำตาของเสี่ยวชิง
"พี่เฟยิ! ไม่นะ! ฮือออ ได้โปรดหยุดเถอะ!" เสี่ยวชิงกรีดร้องพลางพยายามจะดึงร่างของเฟยิออก
"โอ้? มีมดปลวกโผล่มาเพิ่มอีกตัวรึ" นักพรตหนุ่มเลิกคิ้วมองอย่างสะใจ มันชักกระบี่ออกจากไหล่ของเฟยิอย่างแรง ทำให้เืพุ่งกระฉูด ชายหนุ่มทรุดเข่าลงกับพื้น หายใจหอบรวยริน สายตามองดูคราบเืของลุงหลินและน้ำตาของเสี่ยวชิง ความอบอุ่นในหัวใจถูกความเย็นเยียบขั้วโลกเข้ากัดกิน ความรู้สึกอ่อนโยนที่เคยมีพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เหลือทิ้งไว้เพียงความโกรธแค้นอันลึกล้ำที่ปะทุขึ้นมาจนถึงขีดสุด
'ทำไม... ทำไมคนดี ๆ อย่างพวกเราต้องมาเจอเื่แบบนี้? พวกเซียนบนฟ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินชีวิตของพวกเรา!' เฟยิก่นด่าชะตากรรมในใจ ขากรรไกรขบแน่นจนเืไหลซึมตามไรฟัน ั์ตาที่เคยนิ่งสงบแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำด้วยเพลิงแค้น
ในวินาทีที่หัวใจของเขาแตกสลายและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งนั้นเอง... วัตถุโบราณที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าผ้าข้างเอวอย่าง 'แหวนหยกนิล' ก็พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
วิ้งงงงง!
จู่ ๆ คลื่นพลังงานสีดำขลับดุจน้ำหมึกพุ่งทะยานออกจากกระเป๋าผ้า าแที่ไหล่ซ้ายของเขาหยุดไหลในทันที พลังงานสายนั้นลึกลับ เยือกเย็น และทรงอำนาจจนเปลวไฟสีส้มรอบ ๆ บ้านแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้ม แหวนหยกนิลลอยออกมาจากกระเป๋าแล้วสวมเข้าที่นิ้วชี้ของเฟยิโดยอัตโนมัติ
พร้อมกันนั้น เสียงกระซิบโบราณที่ดังก้องมาจากส่วนลึกของจิติญญาก็ะเิขึ้นในหัวของเขา: [สายเืแห่งอนธการเอ๋ย... เ้าจมดิ่งสู่ความมืดแล้วรึ? ยอดเยี่ยมมาก... จงตื่นรู้และบดขยี้พวกมันซะ!]
ครืนนนน!
พลังปราณสีดำทมิฬะเิออกจากร่างของเฟยิเป็วงกว้าง แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้เท้าแตกกระจายดุจใยแมงมุม ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มลึกล้ำดุจห้วงราตรีอันไร้ก้นบึ้ง กลิ่นอายปุถุชนซอมซ่อหายไป สิ้น เหลือเพียงกลิ่นอายสูงส่ง น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันของจักรพรรดิโบราณที่หวนคืน!
"นะ... นี่มันพลังอะไรกัน?!" นักพรตหนุ่มสำนักกระบี่สุริยันหน้าถอดสี ร่างกายของมันสั่นเทิ้มด้วยความกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน กระบี่บินในมือสั่นระริกจนแทบหลุดจากมือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับนี้
เฟยิค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ าแบนร่างถูกรักษารวดเร็วด้วยปราณอนธการ เขามองตรงไปยังศัตรูตรงหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังมองสิ่งของที่ตายไปแล้ว
"พวกแก... ต้องชดใช้" เฟยิเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงพลังทำลายล้าง บัดนี้ สายเืจักรพรรดิแห่งอนธการที่สูญหายไปนับหมื่นปีได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว และมันพร้อมที่จะเปลี่ยนราตรีอันอบอุ่นนี้ให้กลายเป็นรกบนดินของพวกเซียนจอมปลอม!