ตอนที่ 6: หมัดทลายปูน
สะเก็ดไม้และชิ้นส่วนของประตูห้องนอนกระจายเกลื่อนตามแนวขั้นบันได กลิ่นอับชื้นคาวสนิมและลมหายใจกักขฬะพัดนำพาเศษฝุ่นและละอองหมอกโลหิตเข้ามาในห้องนอนชั้นสองเมื่อบานประตูพังยับเยิน ร่างอสูรกายกลายพันธุ์ซอมบี้สองตัวพุ่งผ่านเศษซากประตูไม้สักหนาของห้องนอนปู่เข้ามาประชิดเตียงนอน สลัวแสงสีส้มแดงฉายให้เห็นร่างที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีดเน่าเปื่อยฉีกขาดและดวงตากลวงเปล่าสีแดงฉานเข้มข้นดั่งดวงไฟปีศาจจากขุมนรก
นนท์ที่เปลือยกายล่อนจ้อนไร้อาภรณ์ป้องตัวขยับกระชับมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบของปู่ในมือแน่น สันเท้าแกร่งเหยียบแผ่นกระดานปูพื้นเตรียมพุ่งตัวก้าวเข้าไปขวางด้านหน้าหวังปกป้องร่างของเพื่อนสาวผู้ไร้สิ่งป้องกัน ทว่าเขายังไม่ทันได้ออกแรงเหวี่ยงก้าวเท้าเลยสักคืบเดียว
ร่างของกิ๊ฟที่เปลือยกายร่อนจ้อนอยู่ข้างตัวพลันกระตุกเกร็งชั่วพริบตา กระแสพลังงานลึกลับสีทองอมฟ้าจากสกิล 'กายาเทวะ' ที่ได้รับการกระตุ้นจากการสอดประสานสายธารรักแล่นริ้วซ่านระเบิดลึกไปตามหลอดเลือดและมัดเนื้อทุกส่วนของเธออย่างบ้าคลั่ง สลัดความอ่อนล้าหนาวสั่นก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น ดวงตาคู่งามส่องประกายเรืองแสงสีทองวับจางๆ รวดเร็วปานกระแสลมพัดโชย ร่างเปลือยกายร่อนจ้อนของสาวห้าวพุ่งตัดแซงหน้าชานนท์ประชิดซอมบี้ตัวแรกโดยไม่มีความลังเลใจหรือความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
กิ๊ฟก้าวเท้าสืบสไลด์เหยียบยืนบนเตียงไม้ ดึงทักษะแม่ไม้มวยไทยค่ายมวยของผู้ใหญ่บ้านบิดสะโพกงอนงามส่งแรงผลักเหวี่ยงหมัดขวาตรงกระแทกตรงเข้าแสกหน้าซอมบี้ตัวแรกอย่างรวดเร็วและทรงพลังที่สุดเท่าที่ชีวิตเธอเคยทำมา
*โพละ!!!*
เสียงกะโหลกศีรษะของซอมบี้บดระเบิดเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหวปานลูกแตงโมแก่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็กยักษ์ พลังทำลายล้างของกายาเทวะผ่านหมัดเปลือยเปล่าบดขยี้กระดูกแข็งและสมองจนแหลกเหลวในพริบตา เลือดสีดำหนืดข้นปนเศษเนื้อปะทุระเบิดกระเด็นสาดเกลื่อนเปรอะเปื้อนฝาผนังไม้ฝุ่นจับและแคร่เตียงนอน ร่างที่ไร้วิญญาณของอสูรกายตัวแรกร่วงครูดลงไปกองบนพื้นห้องนอนนิ่งสนิท ดับสนิทไปโดยไม่มีโอกาสได้ก้าวเท้าขู่คำรามหรือตอบโต้อะไรกลับมาเลย
...
นนท์เบิกตาโพล่งอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนมีดพร้าลงไปในคอด้วยความเหลือเชื่อ ตะลึงงันกับระดับพลังทำลายล้างของกำปั้นกิ๊ฟที่เปลี่ยนจากสาวธรรมดาเป็นอสูรกายทรงพลังในพริบตา
ในเสี้ยววินาทีนั่นเอง ซอมบี้ตัวที่สองส่งเสียงร้องครางแหบขู่คำรามในลำคอ พุ่งโผทะยานเข้าใส่ร่างเปลือยของกิ๊ฟทันที มันอ้าปากเผยซี่ฟันแหลมสีเหลืองเขรอะเปื้อนเลือดเก่า กดฝังเขี้ยวลงบนต้นแขนซ้ายนุ่มเนียนของกิ๊ฟเต็มแรงกัดกะจะฉีกเนื้อสดกินคำใหญ่เพื่อประทังความกระหาย
"กิ๊ฟ... แขนซ้ายมึง! ระวัง!" นนท์แผดตะโกนลั่นลนลาน หวังจะพุ่งมีดพร้าเข้าสับหัวของมันเพื่อปกป้องเพื่อนสาว
ทว่าเหตุการณ์ถัดมากลับสะกดให้การเคลื่อนไหวของนนท์ชะงักหยุดนิ่งลงอีกครั้ง...
*กร๊อบ... แก๊ง!*
เสียงเศษฟันและกระดูกกรามของซอมบี้แตกหักร่วงหล่นออกจากปากของมันดังกริกๆ ผิวพรรณอันเปลือยเปล่าของกิ๊ฟไม่มีแม้แต่ริ้วรอยขูดขีด รอยฟันกัดของซอมบี้ปะทะกับผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอราวกับบดลงบนแผ่นเหล็กกล้าชั้นยอด ผิวกายของกิ๊ฟแกร่งคงกระพันเป็นหนึ่งเดียวด้วยพลังกายาเทวะชำระล้างจนไร้เทียมทาน
กิ๊ฟไม่แม้แต่จะกะพริบตาหรือแสดงความรู้สึกเจ็บปวดสะทกสะท้านเลยสักนิด ยัยตัวแสบแสยะยิ้มเย้ยหยันดวงตาเปล่งประกายสีทอง เอวบางบิดขยับเอื้อมฝ่ามือขวาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของซอมบี้ตัวนั้น บีบแน่นจนเนื้อเปื่อยยุ่ย ก่อนจะออกแรงแขนเหวี่ยงทุ่มร่างซอมบี้ร้อยกว่ากิโลกรัมฟาดกระแทกพื้นไม้ปูห้องนอนชั้นสองดังกังวานสะเทือนปังเลื่อนลั่น แล้วยกเท้าเกลี้ยงเกลาเหยียบกระทืบซ้ำลงบนกะโหลกศีรษะมันอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี
*แฉะ... กร๊อบ...*
หัวของซอมบี้แหลกเหลวเละคาฝ่าเท้าสิ้นฤทธิ์ทันที นนท์ยืนจ้องมองผลงานการสังหารอันรวดเร็วเหี้ยมโหดของเพื่อนสาวอย่างเหนื่อยหอบ ร่างกายเปลือยของกิ๊ฟมีคราบเลือดดำเปรอะคราบเหงื่อที่ไหลย้อยสะท้อนแสงสีฟ้าระบบดูงดงามน่าเกรงขามดั่งเทพธิดาแห่งสงครามที่ไร้พ่าย
นนท์ก้มมองฝ่ามือสองข้างของตนเอง รู้สึกถึงกระแสความคงกระพันและพละกำลังที่แชร์มาจากระบบเทพแมงดายามร่วมรัก ชายหนุ่มทดลองก้าวเท้าไปที่มุมตู้เสื้อผ้าไม้สักโบราณหลังใหญ่ของปู่ที่มีความหนาและหนักไม่ต่ำกว่าสองร้อยกิโลกรัม นนท์ยื่นมือขวาข้างเดียวลงไปใต้ขอบตู้ ออกแรงเกร็งกำลังยกขึ้นลอยสูงอย่างง่ายดายดั่งยกกระดาษแผ่นเดียว ความคงกระพันและพลัง 'แรงช้างสาร' ปะทุอยู่ในกล้ามเนื้อของเขาอย่างน่าตกใจจนเขาแทบหัวเราะออกมา
"ระบบเทพแมงดานี่... ของจริงว่ะ... พลังแชร์มาแค่ครึ่งเดียวยังขนาดนี้" นนท์พึมพำยกยิ้มแห้งๆ ในลำคอ สายตาจ้องมองค่าสถานะระบบโฮโลแกรมสกรีนที่ค่อยๆ ขยับย่อส่วนไปที่มุมสายตา
...
เมื่อความเงียบงันกลับมาครอบคลุมห้องนอนอีกครั้ง ทัศนียภาพรอบด้านมีเพียงเศษซากเนื้อและเลือดสีดำนองพื้น กลิ่นเหม็นเน่าลอยคละคลุ้งจนระคายจมูกปะปนกับกลิ่นคาวสายธารรักที่ยังไม่ทันจางหาย
กิ๊ฟยืนเท้าสะเอวพ่นลมหายใจยาวเหยียด ยิ้มกริ่มอย่างภูมิใจในพลังใหม่ของตนเอง "เห็นฝีมือกูหรือยังไอ้นนท์... กูบอกแล้วกูไม่ยอมเป็นซอมบี้... พลังมันล้นจนกูอยากชกหินฉิบหาย..."
ทว่ายามที่สายลมหนาวชื้นภายนอกพัดโชยมาปะทะผิวเนื้อส่วนบอบบางที่เปลือยล่อนจ้อน ความเย็นยะเยือกพลันแล่นริ้วทั่วสะโพกและหน้าอก กิ๊ฟสะดุ้งตัวโหยง ก้มลงกวาดสายตามองตัวเองก่อนจะรู้ตัวเต็มสติว่าเรือนร่างไร้อาภรณ์ นมอวบตูมชูชันยอดชมพูระเรื่อ และเนินเนื้อกลีบเกลี้ยงชื้นน้ำรักยังคงตั้งหราโชว์เด่นอยู่ต่อหน้านนท์ที่เพ่งจ้องมองตาค้างตาเขม็งปานจะกลืนกิน
"ไอ้... ไอ้บ้าชานนท์!!! มึงจ้องอะไรขนาดนั้น! ปิดตาเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ยไอ้คนลามก!"
สาวห้าวหน้าแดงกล่ำปานมะเขือเทศสุก ผิวเนื้อตัวเปลือยขึ้นสีชมพูแดงระเรื่อด้วยความอับอายขายหน้าลนลานจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เธอร้องแผดเสียงตะโกนด่าสบถแก้เขิน วิ่งกระเจิดกระเจิงลื่นไถลไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้าโบราณของปู่นนท์อย่างเก้ๆ กังๆ มือไม้สั่นหยิบดึงเอาเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวโคร่งของปู่และกางเกงขาก๊วยสีซีดมาสวมใส่แก้ขัดอย่างทุลักทุเล นนท์เองก็รีบคว้ากางเกงยีนส์ของปู่มาใส่ป้องสัดส่วนไว้เช่นกัน
ทั้งสองคนนั่งลงเคียงข้างกันบนขอบเตียงไม้โบราณที่เปื้อนคราบรักคราบเลือด พยายามคุมสติและผ่อนคลายความเครียดจากเสียงหัวใจเต้นโครมครามปานกองรบ
"แผลมึงหายหมดแล้วนะกิ๊ฟ... ดีใจจริงๆ ที่มึงไม่เป็นอะไร" นนท์เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลึกซึ้ง แสดงความห่วงใยจริงใจ
กิ๊ฟหันมาสบตามองนนท์ แววตาของเธอสั่นไหวระริกจางๆ ความรู้สึกในใจพังทลายกำแพงเพื่อนสนิทไปแล้วหลายส่วน ลึกๆ รู้สึกซาบซึ้งใจที่นนท์ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยปลุกเธอกลับมาจากความตาย ถึงกระนั้น ยัยตัวแสบก็ยังปากแข็งสบถสะบัดบ่นกลบเกลื่อนอาการเขินอายตามสไตล์สาวห้าวที่ไม่มีทางทิ้งบุคลิกตัวเองง่ายๆ
"เออ... ขอบใจมึงละกันที่ช่วยชีวิตกู... แต่เรื่องเมื่อกี้... ห้ามเอาไปเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดนะเว้ย! ไม่งั้นกูฆ่ามึงแน่ ไอ้บ้า!"
...
เพื่อเป็นการทดสอบระดับพลังใหม่ให้แน่ใจและระบายความอัดอั้นขัดเขินในอก กิ๊ฟลุกขึ้นยืนตรงข้ามผนังปูนฉาบหนาด้านข้างประตูห้องนอนปู่ เธอสูดลมหายใจเกร็งแขน เท้าสะเอวมั่นคง เหวี่ยงกำปั้นชกซ้ายขวาใส่ผนังกำแพงปูนรวดเร็วรุนแรง
*ตูม!!! ตูม!!!*
แรงหมัดปะทะกำแพงปูนส่งเสียงดังลั่นสนั่นห้องราวกับเสียงปืนใหญ่ปะทุ แรงชกทำลายปูนฉาบแตกร้าวละเอียดร่วงกราวเป็นแนวลึกหลุดออกเป็นช่องรอยร้าวคล้ายใยแมงมุมแผ่ขยาย และฝุ่นเศษผงปูนร่วงหล่นพราวลงมาที่พื้นจนผนังปูนหนาเกือบทะลุพังย่อยยับ
นนท์เบิกตามองฝุ่นปูนที่หมุนคว้าง ขนลุกชันไปทั่วสรรพางค์กายกับระดับพละกำลังกายาเทวะอันบ้าคลั่งของเพื่อนสาวคนสนิทที่บัดนี้กลายเป็นคู่พันธะสัญญาร่วมชีวิตในวันสิ้นโลกอย่างสมบูรณ์แบบ
กิ๊ฟสะบัดปัดคราบเศษปูนออกจากกำปั้นขาวเนียน ยืนหันหลังกลับมาจ้องมองหน้าชานนท์พร้อมรอยยิ้มมุมปากแสนกวนประสาทและเจ้าเล่ห์ดวงตาระยิบระยับแผ่รังสีคุกคามปนเปความเอ็นดู แก้มใสสองข้างยังคงขึ้นสีแดงระเรื่อบางเบา เธอชี้นิ้วขู่เตือนชานนท์เสียงเข้มกึ่งหยอกเย้าอย่างโหดดิบปะปนเสียงหวานแหบ
"ไอ้นนท์... ต่อจากนี้ไป มึงเป็นผู้ชายของกูแล้วนะเว้ย ห้ามแอบไปปลดล็อกสัญญาร่วมรักกับเป้าหมายสายเลือดพิเศษคนอื่นอีกเด็ดขาดเลยนะ... ไม่งั้นนะ... กำปั้นของกูจะทะลวงอกมึงเป็นรูจนดับอนาถแน่!"
นนท์กลืนน้ำลายฝืดคอหัวเราะแห้งๆ หน้าผากชื้นเหงื่อ สองมือกำมีดพร้าถางป่าไว้แน่น ตระหนักดีว่าชีวิตวันสิ้นโลกจากนี้คงเต็มไปด้วยอันตรายและรสชาติเผ็ดร้อนอย่างแท้จริงที่จะคอยท้าทายเขาและผู้หญิงจอมโหดคนนี้ในบ้านสวนต่างจังหวัดแห่งนี้! ท่ามกลางม่านหมอกสีโลหิตที่ยังพัดปกคลุมสลัวส้มแดงอยู่รอบตัวบ้านสวนของปู่ และเสียงคำรามแหบโหยขู่คำรามของฝูงปีศาจภายนอกที่ยังแว่วโชยมาสะเทือนขวัญตามสายลมชื้นคาว!