" อาบน้ำเสร็จแล้วหรอครับ ลงมาทานเลยครับผมอุ่นอาหารเสร็จพอดี "
หยางเฟยหลงมองกู่ฉิงฉิงที่โผล่แค่ศีรษะจากห้องครัวมาเรียกตนไปเตรียมทานมื้อเย็นด้วยแววตาซับซ้อน ด้วยความที่ไม่อยากเจอหน้าเ้าตัวหลังจากผ่านเหตุการณ์ในห้องน้ำเมื่อครู่ทำให้แทนที่จะเดินไปช่วยยกอาหาร เขาเลยเลือกเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารแทน
บนโต๊ะอาหาร จานชาม ช้อนส้อมและแก้วน้ำถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อยจำนวนสองชุด โดยจัดวางไว้ฝั่งตรงข้ามกันของโต๊ะ เหมือนมีจุดประสงค์เพื่อให้สนทนาระหว่างทานอาหารได้สะดวก
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหนักใจกับการที่กำลังจะใช้เวลาร่วมกันและจะหาข้อแก้ตัวหลบเข้าไปที่ห้องทำงานอย่างไรดี เสียงฝีเท้าของกู่ฉิงฉิงที่กำลังขนอาหารก็ดังออกมาจากทางประตูเชื่อมระหว่างห้องอาหารและห้องครัว ตามมาด้วยกลิ่นอาหารหอมฉุยยั่วน้ำลายและน้ำย่อยในกระเพาะ และจานอาหารที่หน้าตาน่าอร่อยก็ถูกวางลงตรงหน้าของตน ความคิดที่จะหลบก็ปลิวไปจากหัวเสียแล้ว
" วันนี้มีปลาสามรส ซุปไก่ตุ๋นเห็ดหอม ไข่ผัดมะเขือเทศ หมูสามชั้นทอดกรอบ และสลัดผัก ครับ "
เ้าตัวแนะนำอาหารตรงหน้าทีละอย่าง เมื่ออาหารถูกนำมาวางจนครบ หยางเฟยหลงได้ยินเสียงพูดจึงเงยหน้าขึ้นมอง พบว่ากู่ฉิงฉิงอยู่ในชุดเดิมเพิ่มเติมคือผ้ากันเปื้อนลายหมีสีน้ำตาลที่เ้าตัวใส่แล้วคำว่า 'น่ารัก' ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
" พอทานไหมครับ ถ้าไม่พอผมจะไปทำเพิ่ม "
" พอแล้ว กินกันแค่สองคน "
เมื่อมองอาหารที่มีปริมาณมากกว่าปกติที่เขากิน จึงรีบตอบปฏิเสธความหวังดีของพ่อครัว
กู่ฉิงฉิงไม่รู้ว่าหยางเฟยหลงหรือเ้านายของเขาในทางปฏิบัติ(ด้วยค่าจ้าง 50 ล้าน)จะพอใจการบริการกับฝีมือทำอาหารของตนหรือไม่ แต่เขาก็ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ และมั่นใจว่าอย่างไรก็ไม่แพ้พ่อครัวตามร้านอาหารขนาดกลางแน่ ๆ
สีหน้าแววตาพึงพอใจในอาหารที่เขาทำปรากฏบนใบหน้าของหยางเฟยหลง เขาก็รู้สึกวางใจ ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกวางพาดไว้ที่เก้าอี้ด้านข้าง จากนั้นจึงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
" ลงมือทานกันเถอะครับ "
ภายในห้องอาหารไม่มีเสียงพุดคุยอีกตามเคยมีแค่เสียงช้อนส้อมกระทบกับและเสียงเคี้ยวกลืนอาหาร ซดน้ำซุป
ในขณะที่ทานอาหารหนึ่งในนั้นสมาธิไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ เนื่องจากทุกครั้งที่คนฝั่งตรงข้ามก้มลงคอเสื้อที่กว้างเกินพอดีจะหย่อนลงเผยให้เห็นอะไร ๆ ใต้ร่มผ้าจนหมด ผิวขาวเนียนที่มีเม็ดทับทิมสีหวานประดับล่อตาจนเขาแทบจะละสายตาไม่ได้
หยางเฟยหลงเองคิดว่าตนไม่ใช่คนมักมาก เกรงว่าคงเพราะไม่ได้ระบายออกมานาน หรือเขาควรจะหาคู่นอน แต่ก็นึกได้ถึงข้อตกลงบางอย่างที่มีกับคนตัวเล็ก เขาจึงได้แต่ต้องทรมานกับสภาพนี้ต่อไป เห้อ แค่ปีเดียว จากนั้นเขาก็จะเป็อิสระ อยากทำอะไรก็ทำ
" กู่ฉิงฉิง เธอแต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อย "
" หืม ผมแต่งตัวไม่เรียบร้อยตรงไหนครับ "
เ้าตัวถามด้วยความแปลกใจ ปกติเขาก็แต่งแบบนี้ตอนอยู่บ้าน (โลกเดิม) มาแต่ไหนแต่ไร
" เอ่อ.. ช่างเถอะ "
อันที่จริงกู่ฉิงฉิงก็ไม่ได้แต่งกายยั่วยวนอันใดเป็เขาที่คิดไปเองทั้งนั้นจะโทษอีกฝ่ายก็คงไม่ได้
"?? "
" อาหารอร่อยมาก ขอบคุณ "
" ไม่เป็ไรครับ ผมชอบทำอาหารอยู่แล้ว ปกติก็ทำกินเอง เอ้ย ปกติก็มักจะลองทำอยู่ตลอดครับ "
ตาย ๆ ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเขานั้นต้องแอบทำอาหาร มิใช่ทำอาหารเป็ประจำ เกือบพลาดเสียแล้ว กู่ฉิงฉิงเป็คุณชายตระกูลใหญ่ ในบ้านต้องมีเชฟประจำบ้านทำอาหารให้ทาน จะไปมีโอกาสทำกินเองทุกวันที่ไหนกัน แต่ถ้าแค่ลองทำเป็งานอดิเรกก็คงไม่แปลกอะไรใช่ไหม
" อืม แต่อันที่จริงฉันจ้างแม่ครัวมาทำได้นะ เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ข้อตกลงของเราไม่รวมการทำอาหารของเธออยู่ในนั้นด้วย "
" ไม่เป็ไรครับ ผมเองก็ชอบหัดทำอาหารอยู่แล้ว คุณก็แค่เป็คนลองชิมให้ผมก็แล้วกัน ตกลงไหมครับ "
พูดเสร็จก็ส่งยิ้มหวานให้ ใบหน้างดงามของกู่ฉิงฉิงทำให้รอยยิ้มนั้นกลายเป็ยิ้มกระชากใจชายไปทันที เล่นเอาคุณชายหยางใจเต้นตุบตับรัวเร็วแบบห้ามไม่อยู่
" อื้ม ตามใจเธอ ฉันจะให้บัตรเครดิตไว้ให้เธอรูดซื้อของแล้วกัน เอาไปใช้ตามสบาย ไม่ต้องรายงานว่าใช้อะไรไปบ้าง "
" ขอบคุณมากครับ "
ช่างเป็เ้านายสายเปย์ที่ใจป้ำที่สุดในโลก เขาล่ะอยากหลั่งน้ำตาแห่งความซาบซึ้งออกมาจริง ๆ นะ
" อ่อ แล้วทีหลังเรียกผมว่าเสี่ยวฉิงหรือฉิงฉิงก็พอนะครับ เรียกกู่ฉิงฉิงมันฟังห่างเหิน อีกทั้งคนนอกได้ยินจะรู้สึกว่าคู่เราน่ะมีการปฏิบัติต่อกันแปลก ๆ นะครับ "
" อืม เธอก็เรียกฉันว่าเฟยหลงแล้วกัน "
" ได้ครับ "
อาหารมื้อนี้กลายเป็มื้อที่อบอุ่น อร่อยทั้งอาหาร ดีทั้งบรรยากาศ ที่สำคัญดีต่อใจของทั้งสอง
คนหนึ่งได้ทานอาหารอร่อยแบบถูกปากถูกใจ และอีกคนได้บัตรเครดิตหรือเงินฟรีมาใช้
หยางเฟยหลงที่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วทำท่าจะลุกออกไป เห็นแบบนี้กู่ฉิงฉิงจึงเรียกรั้งตัวไว้ก่อน
" พี่เฟยหลง รอก่อนครับ "
กู่ฉิงฉิงใช้ชื่อใหม่พร้อมกับใส่คำว่า 'พี่' นำหน้าชื่อที่เ้าตัวอนุญาต ทำให้เ้าของชื่อที่กำลังจะลุกจากที่นั่งตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ด้วยความรู้สึกจั๊กจี้เหมือนถูกอุ้งเท้าขนฟูน้อย ๆ ข่วนในหัวใจ
" มีอะไร "
" เอ่อ...ผมจะขออนุญาตกลับบ้านวันศุกร์ที่จะถึงนี้ครับ "
กู่ฉิงฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า มีความกังวลจนััได้ชัด ทำให้หยางเฟยหลงรู้สึกผิดปกติกับสภาพนี้ของเ้าตัวที่ปกติมักจะดูร่าเริง
" เกิดอะไรขึ้น "
" คุณพ่อเรียกให้กลับบ้านบอกว่าพี่ชายของผมจะกลับจากต่างประเทศในวันศุกร์นี้เลยอยากจะรวมตัวทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวครับ "
แต่หยางเฟยหลงไม่คิดว่าคนอย่างกู่เกาจะแค่คิดถึงบุตรชายที่เป็แค่เครื่องมือผูกสัมพันธ์ของตนเองขนาดนั้น
" งั้นหรือ เธออยากไปไหมล่ะ หรือจะให้ฉันไปเป็เพื่อนไหม "
" ใจจริงผมไม่อยากไปแต่ว่าคุณพ่อบอกให้กลับผมก็ต้องกลับครับ อีกอย่างคุณพ่อบอกไม่ให้นำ 'คนนอก' ไปด้วยครับ "
เขาคิดว่าตนเองน่าจะได้รางวัลยอดชาเขียวแห่งปีแล้วล่ะ
หยางเฟยหลงได้ฟังก็ขมวดคิ้วมุ่น ในใจรู้สึกไม่พอใจมาก คนของเขาแต่กู่เกายังยื่นมือมือมาสั่งนู่นนี่ได้ เขาควรจะตัดมือที่ยื่นมาทิ้งเสีย อีกอย่างเขาไม่คิดว่าการเรียกกู่ฉิงฉิงกลับไปคราวนี้จะเป็แค่การรวมตัวกันรับประธานอาหารระหว่างพ่อลูกธรรมดาแบบที่กู่เกาบอกกับกู่ฉิงฉิง
" เธอตกลงไปหรือยัง "
" ผมบอกไปว่ารอคุณอนุญาตก่อน ค่อยให้คำตอบครับ "
" ดีมาก "
หยางเฟยหลงได้ฟังคำตอบก็รู้สึกพออกพอใจที่คนในอาณัติรู้จักว่าควรเชื่อฟังใครมากที่สุด
" รอฉันหาข้อมูลก่อนแล้วกัน จากนั้นเธอค่อยตัดสินใจ "
" หือ? ทำไมหรือครับ "
หยางเฟยหลงไม่ตอบ และกู่ฉิงฉิงก็ไม่เซ้าซี้ถามต่อ เขาคิดว่าหยางเฟยหลงน่าจะทำตั้งใจอะไรซักอย่างที่เป็การช่วยและอำนวยประโยชน์ให้เขา ทำไมจะไม่รับไว้ล่ะ
" ขอบคุณมากนะครับ "
" อืม "
" คุณไปพักเถอะครับ ผมขอเก็บล้างจานชามก่อน "
" อืม "
จากนั้นกู่ฉิงฉิงก็ขนจานชามที่ใช้แล้วเข้าไปในครัวทันทีโดยไม่รอท่านประธานหยางลุกออกไปก่อน
เมื่อเขาจัดการล้างทำความสะอาดห้องครัวและเก็บของเก็บกลับเข้าที่จนหมด ระบบที่เหมือนจะหายตัวไปหลายชั่วโมงก็โผล่ออกมา
[โฮส คืนนี้จะนอนกับพระเอกไหมครับ]
' เกรงว่าท่าจะยาก อีกฝ่ายเลือกนอนห้องนอนที่เหลือแทน '
[ก็ถ้าเขาไม่มาโฮสก็ไปหาสิครับ]
' ห๊ะ! จะดีรึ!! '
กู่ฉิงฉิงร้องเสียงสูงแบบะโในหัวแบบไม่ได้ตั้งใจ
[อ๊า! หูหนวกล่ะครับโฮส เพื่อความเสถียรของิญญานะครับโฮส ของโฮส ตอนนี้ความเสถียรมีแค่ 1% ต่ำจนไม่รู้จะต่ำอย่างไร อันตรายมากนะครับ ทำอะไรที่ทำให้เพิ่มได้ก็ทำเถอะครับ]
จากที่ระบบพูดมาก็ถูก เขาเองก็บางทีลืมไปว่าสถานะความเสถียรของิญญาของตนเองยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนเป็อันตรายไม่ต่างจากผู้ป่วยโคม่าจะตายแหล่ไม่ตายแหล่
' ฉันจะลองหน้าด้านดูแล้วกันแต่ไม่รู้จะโดนไล่ไหมนะ '
[เอาไปอ่านครับโฮส ช่วยได้มาก ขอแนะนำว่าติดอันดับยอดนิยมสำหรับระบบต่าง ๆ ในโลกหลัก]
' หืม '
สักครู่หน้าหนังสือสีสันจัดจ้านแสบตาก็ปรากฏขึ้นมาในหัวพร้อมคำโปรยในภาษาที่เขาใช้ว่า
' มารยาล้านเล่มเกวียน กลยุทธพิชิตใจชาย ออดอ้อน ตอแหลยังไงให้ได้ดี '
ชื่อหนังสือเล่นเอาเขาตาแทบบอด นี่ถ้าเป็รูปเล่มเขาไม่ฉีกก็คงปาทิ้งลงถังขยะ
เขาลองเปิดอ่านคร่าว ๆ ดูก็พบว่าอันที่จริงมันก็ไม่ได้แย่ คำแนะนำดีมากโดยเฉพาะกับการจัดการกับผู้ชายแต่ละประเภท พร้อมวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่าง ๆ
' นี่มันเยี่ยมมากเลยนะ '
[แน่นอนสิครับประมวลผลโดยผู้เชี่ยวชาญจากประสบการณ์ของโฮสทั้งหลายที่เคยทำงานมา]
' ฉันจะลองดู ถ้านายนั่นไม่มา ฉันจะไปเอง! '
[ดีมากครับโฮส สู้ ๆ ครับ!]
ททเสียงเชียร์ของระบบพร้อมดนตรีประกอบดังขึ้นในหัวของเขาพร้อมกัน ฟังแล้วทำให้กู่ฉิงฉิงหมายมั่นมากขึ้นไปอีก
หยางเฟยหลงหลังจากกลับเข้าห้องนอนก็ล้างหน้าแปรงฟัน ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดนอนผ้าไหมแขนขายาวสีน้ำเงินเรียบไร้ลาย ก่อนจะล้มตัวลงบนฟูกนอน ด้วยความเหนื่อยล้าจาการทำงานทำให้เขาหลับตาลงแน่อนิจจาการหลับนั้นช่างเป็ไปอย่างยากเย็น แม้จะง่วงงุนเพียงใดแต่ว่ากลับไม่สามารถหลับสนิทลงได้ พาลให้นึกไปถึงคืนนั้นในคืนวันเข้าหอที่เขาได้นอนร่วมเตียงกับกู่ฉิงฉิง ที่เขานั้นหลับสนิทจนรู้สึกสบายทั้งร่างกายและจิตใจในรอบหลายปี แต่เขาก็ยังแคลงใจสงสัยว่าเหตุการณ์นี้มีสาเหตุมาจากกู่ฉิงฉิงหรือว่าอย่างอื่นกันแน่ และั้แ่วันนั้นเขาก็ไม่เคยค้างคืนร่วมเตียงเดียวกับอีกฝ่ายอีกเลย ครั้นจะออกปากก็กลัวเสียหน้า อีกทั้งเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจการกระทำของตนผิดไปว่ามีใจให้หรือพิศวาสรักชอบ
ระหว่างที่พลิกกายไปมานั้น เสียงเคาะประตูห้องไม่หนักไม่เบาก็ดังขึ้นในตอนกลางดึก
ท่านประธานหยางรู้สึกว่าชอบกล ดึกดื่นป่านนี้ใครกันจะมาเคาะประตูและพอนึกได้อีกทีก็มีเพียงแค่คนเดียวที่อาศัยอยู่ด้วยกันในที่แห่งนี้
เขาสะบัดหัวเบา ๆ อย่างหงุดหงิดเนื่องจากนอนไม่หลับและยังถูกรบกวนกลางดึกก่อนจะตวัดขาลงจากเตียง เดินเท้าเปล่าบนพรมหนานุ่มที่ให้ความอุ่นและเก็บเสียงเป็อย่างดีก่อนจะก้าวไปถึงประตูก่อนจะปลดล็อกและดึงประตูเปิดออก
ภาพที่ปรากฏคือใบหน้างดงามน้ำตานองหน้า สะอึกสะอื้นน้อย ๆ แบบไร้เสียง กอดหมอนใบโตไว้แน่น ยืนมองเขาแบบลูกสัตว์ตัวน้อยหาที่พึ่ง เล่นเอาเขาที่ใจแข็งด้านชารู้สึกใจอ่อนยวบลงไม่น้อย ความหงุดหงิดจากการโดนรบกวนจากการนอนไม่หลับหลับพลันจางหายไป
" เกิดอะไรขี้น "
" ผะ ผะ ผม ฝันร้าย ฮึก นอนไม่หลับ ฮึก แปลกที่ด้วย "
เสียงหวานที่สะอื้นฮักอย่างน่าสงสารพยายามพูดให้เป็คำอย่างยากลำบาก
" แล้ววันแรกเธอยังนอนได้เลย "
ในใจกู่ฉิงฉิงหล่นวูบแต่ว่าเขาก็เตรียมไว้แล้วกับคำถามนี้
" ก็...ฮึก ผม ผม พยายามนอนแล้ว แต่นอนไม่หลับ ฮึก ฮึก คะ คืนนี้ฝันร้ายด้วย ผมเลย ผมเลย นอนคนเดียว ฮึก ไม่ได้แล้ว "
ก่อนจะผวาเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าแบบพุ่งเข้าใส่ ตามคำแนะนำหนึ่งในกลยุทธ์ปราบมาร เอ้ย ชาย ที่ระบบส่งให้อ่าน
เม็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเลอะเปียกชุ่มเสื้อนอนของหยางเฟยหลงเป็ด่างดวง พร้อมกับอ้อมแขนเรียวที่รัดเอวเขาแน่นแบบปลาหมึกไม่ยอมปล่อย เสียงร่ำไห้ไม่หยุดทำให้ท่านประธานหยางทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนจนกระทั่งในที่สุดก็ยกขึ้นมาตบเบา ๆ ที่แผ่นหลังแบบบางของคนตัวเล็กในอ้อมแขน ก่อนจะถอนหายใจยืดยาว
" โตจนป่านนี้แล้วนะ เห้อ เอาเถอะ คืนนี้เธอมานอนกับฉันสักคืนแล้วกัน แต่ฉันไม่ชอบคนดิ้น เข้าใจไหม "
หยางเฟยหลงพูดเสียงแข็งแต่ใจในใจไม่ได้แข็งตามน้ำเสียง
" ฮึก ครับ ขอบคุณมากครับ พี่เฟยหลง "
" หืม? "
หยางเฟยหลงที่ถูกเรียกแบบสนิทสนมอีกครารู้สึกจั๊กจี้หูและใจ เขาไม่พูดอะไรต่อได้แต่จับจูงมือคนขวัญเสียเดินเข้ามาในห้องและพาไปที่เตียงก่อนจะเปิดผ้าห่มขึ้นข้างหนึ่งและยัดเ้าตัวเข้าไปนอน
" นอนซะ "
หยางเฟยหลงเดินผลออกไปแต่ทันใดแขนก็โดนมือนุ่มคว้าหมับไว้ทันที
" พะ พี่เฟยฟลงจะไปไหนครับ "
ดวงตาเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวและโดนทอดทิ้งสะท้อนเข้าสู่ั์ตาของชายหนุ่ม
" เห้อ จะไปเปลี่ยนเสื้อ เธอทำเสื้อฉันเปียกไปหมด ฉันจะนอนสภาพแบบนี้ได้ยังไงกัน "
แม้จะบอกเหตุผลแต่มือที่จับก็ยังไม่ยอมปล่อย ประหนึ่งกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วอีกฝ่ายจะหายไปไม่ทำตามที่พูด
" ปล่อยก่อน เดี๋ยวฉันก็มา แค่ไปห้องน้ำแค่นี้เอง "
น้ำเสียงกล่าวบอกคนบนเตียงอย่างจริงจัง
" จริงนะครับ? "
คนบนที่นอนถามเสียงอ่อนกึ่งออดอ้อนด้วยเสียงหวานใสน่าฟัง
" อื้ม "
แววตาของหยางเฟยหลงแสดงความอ่อนใจและเจือความอ่อนโยนน้อย ๆ แบบไม่รู้ตัว มือที่จับไว้แน่นก็ปล่อยออก
หยางเฟยหลงรีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดนอนชุดใหม่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ และเสียงประตูห้องน้ำก็ปิดลงพร้อมกับเสียงในหัวของกู่ฉิงฉิงก็ดังขึ้น
[โย่ว สำเร็จแล้วครับโฮส ยินดีด้วย]
' อืม สำหรับคืนนี้นะ แต่คืนอื่นไม่รู้จะใช้ข้ออ้างอะไรอีกนี่สิ '
[ค่อยว่ากันครับโฮส เอาคืนนี้ให้รอดพ้นคืนก่อนครับ]
' อืม '
กู่ฉิงฉิงเอาหมอนที่เอามาด้วยหนุนนอน ต้องบอกว่าโชคดีที่พกมาด้วยเนื่องจากในห้องนี้บนเตียงมีหมอนแค่ใบเดียว เกรงว่าถ้าเขาไม่พกมาด้วย แล้วต้องกลับไปเอาแผนการขึ้นเตียงหยางเฟยหลงคงล่มไม่เป็ท่า
อีกฝ่ายอาจจะแค่ส่งเขาเข้านอนก่อนจะลุกกลับมานอนห้องตนเองก็ได้ ต้องขอบคุณในไหวพริบและคำแนะนำจากหนังสือจริง ๆ สมแล้วที่ได้รับความนิยมจากทุกระบบจากโลกหลัก
" แกร๊ก "
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมหยางเฟยหลงในชุดนอนชุดใหม่
ชายหนุ่มเดินมาที่เตียงก่อนจะยกผ้าห่มตรงฟากของตนขึ้นและสอดตัวเข้าไปและล้มตัวลงนอน ก่อนจะดับไฟในห้อง
" ขอบคุณนะครับพี่เฟยหลง "
แม้จะหยุดสะอื้อนไห้แล้วแต่น้ำเสียงคนพูดยังสั่นเครือเล็กน้อย
" อื้ม นอนซะ "
หยางเฟยหลงนอนหงายหน้าทองเพดานในความมืดและหลับตาลง เอามือประสานบนหน้าอก พยายามข่มตาหลับ เกรงว่าคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับอีกคืน เนื่องจากเขาไม่ชินกับการมีคนอื่นมานอนด้วย
ส่วนกู่ฉิงฉิงที่ปฏิบัติการสำเร็จสมประสงค์เมื่อหัวถึงหมอนได้ครู่เดียวก็หลับไปทันที
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของกู่ฉิงฉิงดังเข้าสู่โสตประสาทของชายหนุ่มอย่างชัดเจน เสียงนี้กลายเป็เสียงขับกล่อม สมองที่ตื่นตัวอยู่ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะสงบ ความง่วงงุนก็เริ่มเข้าครอบงำ
ทันใดความนุ่มก็ขยับเข้าแนบชิดร่างกาย พร้อมกลิ่นหอมอ่อนจาง เขาลืมตาดูก่อนจะพบว่าเป็ร่างเล็กที่มาบุกห้องนอนเขานั่นเอง มือแกร่งยกขึ้นทำท่าจะผลักออกแต่พอนึกถึงหน้าตาที่น้ำตานองหน้าอย่าน่าสงสารแบบเด็กหลงทาง เขาก็หดมือลง ปล่อยเลยตามเลย ก่อนจะพยายามข่มตาหลับ
ความหอมอ่อนละมุนจากกายนิ่มผสานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนที่เข้าห้วงนิทรารมณ์ไปแล้ว ส่งผลให้ชายหนุ่มที่ถูกกอดเริ่มรู้สึกง่วง ความง่วงเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ จากนั้นชายหนุ่มก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
ท้ายที่สุดก็จบลงที่คนหนึ่งซุกหน้าอกอีกฝ่ายและกอดเอวหนาแกร่งไว้ไม่ยอมปล่อยและอีกคนกอดอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขน ต่างส่งมอบความอบอุ่นของร่างกายให้แก่กัน ราตรีนี้เป็อีกราตรีที่หยางเฟยหลงได้หลับอย่างสนิทอีกครั้ง