ถังหลีแยกกับพี่ชายและพี่สะใภ้ นางเก็บฟืนได้เต็มตะกร้าถึงได้ลงจากเขา นางนำฟืนที่เก็บมาได้ไปไว้ในห้องครัว จากนั้นก็เดินไปที่สวนหลังบ้าน ที่นั่นมีกระท่อมหลังเล็กที่มุงหลังคาด้วยเศษใบไม้ ขนาดของมันไม่ใหญ่มาก เพียงพอให้ถังหลีนอนขดตัวอยู่ในนั้นได้เท่านั้น
ก่อนหน้านั้นถังหลีต้องถอนหายใจทุกครั้งที่มองเห็นห้องของตนเอง แต่ตอนนี้นางมีร้านชำวิเศษติดตัว ตอนกลางคืนเข้าไปนอนในมิติก็ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะพังลงมาทับตอนกลางคืนแล้ว
แต่ทันทีที่ถังหลีเปิดประตู ภายในห้องของนางกลับเละเทะและยังมีรอยน้ำเปียกเต็มไปหมด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ฝีมือของจวงหุยเหนียงกับถังซุน และก็ไม่ต้องเดาอีกเช่นกันว่าถังต้าหลาง บิดาที่แสนดีของนางก็รู้เื่นี้
ก็ใครใช้ให้วันนี้นางโวยวายจนทำให้เพื่อนบ้านมามุงดูความสนุกกันั้แ่เช้ากันเล่า แต่ถังหลีก็ไม่ได้สนใจ นางกลับยิ้มก่อนที่จะเปลี่ยนเป็ร้องไห้แล้ววิ่งออกจากประตูบ้านไป จุดหมายของนางคือบ้านของท่านลุงใหญ่ หรือก็คือหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบัน
“ท่านลุงใหญ่อยู่หรือไม่เ้าคะ ได้โปรดช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ” ถังหลีร้องไห้เสียงดังอยู่หน้าบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน
“ดูเหมือนจะเป็เสียงของหลีเอ๋อนะท่านพ่อ เราออกไปดูว่านางมาหาเราทำไมดีหรือไม่ขอรับ เมื่อเช้าข้าได้ยินว่าหลีเอ๋อกับแม่เลี้ยงของนางทะเลาะกัน” ถังหย่งเจ๋อบอกกับบิดาอย่างร้อนใจ
ถังไช่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าลูกชายรู้สึกอย่างไรกับถังหลี แต่ลูกชายของเขาเป็บัณฑิตที่มีอนาคตไกล ปีนี้อายุสิบแปดก็สอบซิ่วไฉได้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาจะดูถูกถังหลีที่เป็เพียงหญิงสาวชาวบ้าน แต่ในอนาคตหากลูกชายได้รับราชการ ลูกชายก็อาจจะตกแต่งภรรยาที่มีหน้ามีตาและฐานะทางสังคมที่ดี แม้จะรู้ว่าถังหลีเป็คนดี แต่เขาก็ไม่อาจยอมรับนางมาเป็สะใภ้ได้ “เป็บุตรแล้วยังหาเื่ทะเลาะกับมารดา ทำอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”
“ท่านพ่อ ท่านอย่าตั้งแง่กับหลีเอ๋อนักเลยขอรับ” ถังหย่งเจ๋อถอนหายใจ เขาจะไม่รู้ความคิดของบิดาได้อย่างไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขามีใจให้หลีเอ๋อจริงๆ แต่หากเขายืนยันที่จะแต่งงานกับหลีเอ๋อ ท่านพ่อก็ต้องเสียใจ ั้แ่ท่านแม่คลอดน้องสาว ท่านแม่ก็ร่างกายไม่แข็งแรง ผ่านไปไม่กี่ปีท่านแม่ก็จากพวกเขาไป เป็ท่านพ่อที่เลี้ยงดูเขากับน้องสาวมาคนเดียว ทั้งท่านพ่อก็ไม่คิดที่จะหาแม่เลี้ยงคนใหม่มาทำให้พวกเขาลำบากใจ บุญคุณอันใหญ่หลวงของท่านพ่อ ชาตินี้เขาคงชดใช้ให้ไม่หมด ดังนั้นเมื่อรู้ว่าท่านพ่อไม่้ารับหลีเอ๋อมาเป็สะใภ้ เขาก็ได้แต่ต้องตัดใจ เพียงแต่ความปรารถนาดีที่เขามีให้นาง เขาจะมอบมันให้นางในฐานะพี่ชายไม่ได้เลยหรือ “ข้าเคยรับปากท่านแล้วว่าข้าจะไม่แต่งงานกับสตรีที่ท่านไม่ยอมรับ ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวลเื่ของข้ากับหลีเอ๋ออีกแล้วขอรับ”
ถังไช่จ้องลูกชายอย่างรู้สึกผิด “ตอนนี้เ้าสอบได้เป็ซิ่วไฉ อีกไม่กี่ปีก็คงสอบได้เป็จวี่เหริน เ้าก็ควรจะแต่งกับภรรยาที่มีหน้ามีตาและสามารถสนับสนุนหน้าที่การงานของเ้าได้ เ้าจะเอาอนาคตมาจมอยู่กับสาวชาวบ้านที่มีบิดามารดาเป็พวกไม่ได้เื่ไปทำไม เ้าอาจจะมองว่าข้าเห็นแก่ตัวที่ไม่เห็นแก่ความรักของเ้า แต่ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับเ้าทั้งนั้น”
“อย่าว่าแต่ท่านพ่อไม่ยอมรับถังหลีมาเป็ลูกสะใภ้เลยเ้าค่ะ ตัวข้าก็ไม่ยอมรับนางมาเป็พี่สะใภ้เหมือนกัน” ถังมู่เจียวเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ ท่านเป็คนมีอนาคตไกล ท่านไม่ควรแต่งหญิงชาวนามาเป็ภรรยานะเ้าคะ”
“ถังมู่เจียว! เหตุใดเ้าถึงได้พูดจาดูถูกคนเช่นนี้ เ้าอย่าลืมว่าครอบครัวของเราก็เป็เพียงชาวนาเหมือนกัน” ถังหย่งเจ๋อดุน้องสาว
“แต่ท่านพ่อของเราคือหัวหน้าหมู่บ้าน ตำแหน่งของท่านพ่อแม้จะเป็ตำแหน่งเล็กๆ แต่ก็นับเป็เ้าหน้าที่ทางการ ส่วนท่านก็เป็ถึงซิ่วไฉ เวลาพบเ้าหน้าที่ก็ไม่จำเป็ต้องคุกเข่าด้วยซ้ำ ยังไม่นับว่าอีกไม่กี่ปีท่านก็จะได้เป็จวี่เหริน ถึงตอนนั้นในหมู่บ้านของเรายังจะมีใครเทียบท่านได้ และข้ากับท่านพ่อก็พร้อมที่จะติดตามท่านไปอยู่เมืองหลวง ดังนั้นครอบครัวของเราก็จะไม่ใช่ชาวนาอีกแล้ว”
ถังหย่งเจ๋อมองน้องสาว “นี่ขนาดว่าข้ายังไม่ได้รับตำแหน่งใด แต่เ้าก็พร้อมที่จะทำตัวอวดเบ่งเสียแล้ว หากเป็เช่นนั้นข้าไม่ไปสอบจวี่เหรินแล้วกลับมาทำนาช่วยท่านพ่อเสียเลยเป็ไร”
“ไม่ได้นะพี่ใหญ่! ข้ากับท่านพ่อยังหวังพึ่งความก้าวหน้าจากท่านอยู่นะเ้าคะ”
“น้องสาวเ้ายังเด็ก เ้าก็อย่าได้ถือสานางเลย” ถังไช่บอกลูกชายก่อนที่จะหันไปดุลูกสาว “เจียวเอ๋อ ต่อไปเ้าอย่าได้กล่าวคำเหล่านี้ออกมาอีก หากมีคนไม่ประสงค์ดีมาได้ยิน ชื่อเสียงของพี่ชายเ้าต้องถูกทำลายไปแน่ อย่าว่าแต่สอบเข้ารับราชการ แม้แต่สอบจวี่เหรินเขาก็อาจจะไม่ผ่านการพิจารณาด้วยซ้ำ”
“ร้ายแรงเพียงนั้นเลยหรือเ้าคะ” ถังมู่เจียวทำหน้าใ “ต่อไปข้าจะไม่พูดจาแบบนี้อีกแล้วเ้าค่ะ”
“น้องสาวเ้ารับปากแล้ว เ้าก็อย่าได้โกรธนางเลย” ถังไช่บอกลูกชาย “ไปเถอะ เราออกไปดูสักหน่อยว่าหลีเอ๋อมาพบข้าด้วยเื่ใด”
สามพ่อลูกเดินออกไปหน้าบ้านก็เห็นถังหลียืนรออยู่ ใบหน้าของแม่นางน้อยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา บวกกับร่างเล็กที่ดูผ่ายผอม ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกเวทนาเป็อย่างมาก
“เ้ามาบ้านข้าทำไม” ถังมู่เจียวถาม “หรือคิดที่จะมาให้ท่าพี่ใหญ่ของข้า บอกไว้ก่อนนะว่าอย่างเ้าน่ะไม่เหมาะแม้แต่จะเป็คนถือรองเท้าให้ข้าด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเ้าอย่ามาหวังในตัวพี่ใหญ่ของข้า”
ถังหลีพยายามเค้นความทรงจำจากร่างเดิมก็เริ่มเข้าใจในคำพูดของถังมู่เจียว ถังหลีคนเดิมแอบชอบถังหย่งเจ๋อจริงๆ เพียงแต่นางรู้ดีว่านางไม่เหมาะสมกับบัณฑิตซิ่วไฉอนาคตไกล นางทำได้เพียงเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจและปฏิบัติตัวกับอีกฝ่ายดั่งพี่ชาย ส่วนถังหลีในร่างนี้ แม้นางจะมองว่าถังหย่งเจ๋อเป็ชายหนุ่มที่มีใบหน้าและรูปร่างที่ดูดี แต่นางกลับไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับเขาเลยแม้แต่น้อย
“ท่านลุงใหญ่ ข้ามาขอความเมตตาจากท่านเ้าค่ะ” ถังหลีเริ่มบีบน้ำตา “สามวันมานี้ท่านพ่อกับแม่เลี้ยงไม่ให้ข้ากินข้าวแม้แต่คำเดียว พวกเขาบอกว่าข้าเป็ตัวสิ้นเปลือง ข้าจึงขึ้นเขาไปหารากไม้มาต้มกินแทนอาหารก็พอจะประทังชีวิตมาได้ แต่ต้มรากไม้จะทำให้ข้ามีเรี่ยวแรงทำงานได้อย่างไร วันนี้พี่ใหญ่ของข้าโชคดีล่าไก่ป่ามาได้ แต่ของดีเ่าั้ก็ยังไม่ตกมาถึงข้าสักคำ เื่ที่ข้ากับแม่เลี้ยงทะเลาะกันเมื่อเช้า ท่านลุงคงพอได้ยินมาแล้วกระมังเ้าคะ”
“ข้าได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ถ้าจะให้ข้าพูด ถึงแม้จวงซื่อจะเป็แม่เลี้ยง แต่อย่างไรนางก็เป็ท่านแม่ของเ้า เ้าก็ไม่ควรไปต่อปากต่อคำกับนาง” ถังไช่กล่าวเตือน หากไม่นับเื่ที่เขาไม่อยากรับนางมาเป็สะใภ้ ในสายตาของเขาก็นับว่าถังหลีเป็เด็กสาวรู้ความที่มีชีวิตน่าสงสารผู้หนึ่ง
“ตอนนั้นข้าหิวมากจนโมโห พอมารู้ว่าตนเองทำผิด ข้าจึงขึ้นเขาเพื่อไปเก็บฟืนและตั้งใจจะกลับมาขอโทษท่านพ่อกับแม่เลี้ยง แต่ใครจะคิดว่าพอกลับมา บ้านหลังเล็กแสนทรุดโทรมที่มุงด้วยเศษใบไม้ของข้ากลับพังเละเทะจนไม่อาจนอนได้ ทั้งเตียงฟางของข้าก็ถูกเอาโคลนมาสาดไว้จนเปียก หากจะให้ข้าเดาว่าเป็ฝีมือของใครก็คงไม่พ้นฝีมือแม่เลี้ยงหรือไม่ก็ถังซุน พวกเขาทำแบบนี้เพราะอยากกดดันให้ข้าตายเ้าค่ะ” ถังหลีร้องไห้ออกมาอย่างหนัก “ท่านลุงเ้าคะ ข้าไม่อยากอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดอาจจะฟังดูเหมือนข้าอกตัญญู แต่หากข้าไม่ย้ายออกมา ข้ายังจะมีชีวิตรอดอีกหรือเ้าคะ ท่านลุง...ท่านต้องช่วยข้านะเ้า ข้าอยากแยกบ้านเ้าค่ะ”
ถังหลีร้องไห้อย่างหนัก วันนี้พี่ใหญ่ปฏิเสธที่จะแยกบ้านเพียงเพราะคำว่ากตัญญู แต่นางทำไม่ได้หรอก หากอยากมีชีวิตรอด นางต้องแยกบ้านออกมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นต้องมีอีกเื่ที่น่าปวดหัวตามมา นั่นก็คือท่านพ่อกับแม่เลี้ยงต้องหาทางให้นางแต่งออกไปแน่ ตอนนั้นนางสามารถหนีจากการแต่งงานกับตาแก่ขาพิการมาได้ แต่ครั้งต่อไปก็ไม่แน่ว่านางจะมีโอกาสหนีได้อีก ในเมื่อพี่ใหญ่อยากอยู่ต่อ นางก็จะไม่โน้มน้าว รอให้เขากับพี่สะใภ้เจอเื่หนักๆ เข้ากับตัวเสียก่อน ถึงตอนนั้นนางค่อยเข้าไปช่วย
“แยกบ้าน!” ถังไช่ะโขึ้นด้วยความใ มีเด็กสาวที่ไหนอยากแยกบ้านกับบิดามารดาทั้งที่ตนเองยังไม่ออกเรือน “เ้าเสียสติไปแล้วหรือ? ข้าไม่เคยเห็นเด็กสาวที่ไหนจะขอแยกบ้านออกไปใช้ชีวิตคนเดียวแบบเ้ามาก่อน ไม่ได้...เื่นี้ข้าช่วยเ้าไม่ได้”
ถังหลีรู้อยู่แล้วว่าหัวหน้าหมู่บ้านต้องไม่เห็นด้วย แต่วันนี้นางต้องแยกบ้านให้ได้ ถังหลีร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ทั้งยักถลกแขนเสื้อเผยให้เห็นรอยไม้เรียวและรอยแส้ที่ถูกฟาด าแมีทั้งแผลเก่าและแผลใหม่เต็มไปหมด ไม่พอ...นางยังเตรียมจะถลกขากางเกงขึ้นอีก
ถังหย่งเจ๋อรีบร้องห้ามอย่างใกับการกระทำของนาง “หลีเอ๋อ! เ้าหยุดมือก่อน”
ถังหลีไม่ได้ตั้งใจจะเปิดขาของตนเองให้ผู้อื่นดูอยู่แล้ว ถึงนางจะมาจากยุคสมัยที่ผู้หญิงแต่งกายได้อย่างเปิดเผย แต่นางก็รู้ดีว่าในยุคนี้ไม่ใช่อย่างนั้น แค่นางเปิดแขนเล็กๆ ที่ไร้เนื้อหนังของนางให้ผู้อื่นได้ดู เท่านี้ก็นับว่านางใจกล้ามากแล้ว
“ท่านลุงเ้าคะ ท่านช่วยข้าเถิดเ้าค่ะ ข้าอยู่ที่บ้านหลังนั้นไม่ได้แล้วจริงๆ” ถังหลียังร้องไห้อย่างน่าสงสาร
แม้แต่ถังมู่เจียวที่ไม่ชอบหน้าถังหลี นางยังรู้สึกว่าถังหลีช่างน่าสงสาร หากตัวของนางมีรอยแผลเป็มากขนาดนั้น ชาตินี้นางคงหาสามีไม่ได้แน่ “เอ่อ...อาหลี แขนของเ้าไปโดนอะไรมา อย่าบอกนะว่าท่านอาต้าหลางกับแม่เลี้ยงของเ้าเป็คนทำ”
“เ้าคิดว่าข้าทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้ายท่านพ่อกับแม่เลี้ยงหรือไร” ถังหลีย้อนถาม
“ข้าก็ถามเ้าดีๆ แล้วทำไมเ้าต้องมาย้อนข้าเหมือนไม่พอใจด้วย” ถังมู่เจียวพูดอย่างโมโห แต่เมื่อนึกถึงรอยแผลบนแขนของถังหลี นางก็เก็บอารมณ์โกรธลงไป
“รอยแผลนั่นเกิดจากต้าหลางกับจวงซื่อทำร้ายเ้าจริงหรือ?” ถังไช่ขมวดคิ้วถาม จริงอยู่ว่าบิดามารดาสามารถตีหรือดุด่าบุตรได้ แต่การทำร้ายร่างกายจนาเ็สาหัสเช่นนี้มันไม่ต่างจากการทารุณ หากถังหลีนำเื่นี้ไปแจ้งทางการ ถังต้าหลางกับจวงซื่อย่อมหนีความผิดไม่พ้น เพราะั้แ่จักรพรรดิพระองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ก็ได้แก้กฎหมายขึ้นมาหลายฉบับ อย่างเช่นเื่ที่บิดามารดาทุบตีบุตร ในกฎหมายฉบับใหม่ก็มีการกำหนดความผิดและบทลงโทษไว้อย่างชัดเจนว่าบิดามารดาสามารถอบรมสั่งสอน แต่ไม่อาจทารุณบุตรได้
“ไม่ใช่แค่ท่านพ่อกับแม่เลี้ยง แม้แต่ถังซุนก็ยังทำร้ายข้าเ้าค่ะ” ถังหลีร้องไห้หนักกว่าเก่า วันนี้นางต้องสวมบทบาทเป็นางเอกเ้าน้ำตา แม้จะเหนื่อย แต่เพื่อให้หลุดพ้นจากบ้านหลังนั้น นางต้องทำ “ท่านลุง ข้าอยากแยกบ้านจริงๆ เ้าค่ะ หากท่านลุงไม่ช่วยข้า กลับไปข้าคงถูกท่านพ่อกับแม่เลี้ยงตีจนตาย หรือไม่พวกเขาก็คงจะขายข้าเพื่อแลกกับเงินไม่กี่ตำลึงแน่เ้าค่ะ”