ปราสาทที่นำมาเป็ตัวอาคารเรียนนับว่าแปลกแล้ว การที่มีสนามประลองขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็ตระหง่านอยู่ในอาณาเขตของปราสาทนั้นคงจะพิลึกยิ่งกว่า แต่มันกลับเป็เื่ปกติในสายตามนุษย์ทุกผู้เมื่อปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และคาถา
สนามประลองที่มีความเป็อันมายาวนานพอๆกับชื่อของโรงเรียน
ผู้คนพากันหลั่งไหลเข้ามาอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เนื่องจากเป็่เวลาไม่กี่ครั้งที่ทางโรงเรียนอวาลอนจะเปิดให้คนนอกเข้ามา ซึ่งก็คือการสอบเข้าที่ใครต่อใครดั้นด้นอยากเรียนที่นี้ให้ได้กันนักกันหนา แน่นอนว่าทุกสิ่งในโลกหล้าล้วนไม่มีของฟรี ทางโรงเรียนได้มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยสำหรับกระดาษใบเล็กๆที่เรียกว่าตั๋วเข้าชม แต่ยังคงมีความดีงามอยู่บ้างว่าซื้อไปแค่ใบเดียวก็สามารถดูได้ตลอดหนึ่งวันเต็มระหว่างที่การสอบยังคงดำเนินไปอยู่
และตอนนี้ได้ผ่านไปแล้วทุกกลุ่มจนเหลือเพียงกลุ่มสุดท้าย
“เอาล่ะครับท่านผู้ชมทุกท่าน ในขณะนี้การสอบก็ได้ดำเนินมาจนถึงกลุ่มสุดท้าย และพวกเขาเหล่านี้จะสร้างความสนุกสนานให้เราได้หรือไม่นั้น มาติดตามและรับชมไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ” คนที่ทำหน้าที่เหมือนโฆษกกล่าวขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วเขาผู้นี้ก็เป็หนึ่งในนักเรียนชั้นปีสามที่เสียสละเวลา่ใกล้จะเปิดเทอมมาทำดำเนินหน้าที่นี้ให้กับทางโรงเรียน
เสียงเฮจากผู้ชมขานรับอย่างชอบอกชอบใจ เป็ธรรมดาที่มนุษย์เราจะชื่นชอบเื่สนุกสนาน โดยเฉพาะยิ่งเื่ที่เราไม่ต้องยื่นมือเข้าไปเสี่ยง และการรับชมการต่อสู้ของเด็กรุ่นใหม่พวกนี้ก็น่าสนใจไม่หยอก โดยเฉพาะในปีนี้ที่ดูเหมือนจะน่าตื่นตาตื่นใจั้แ่กลุ่มแรกๆ และพวกเขาก็หวังเป็อย่างยิ่งว่ากลุ่มสุดท้ายนี้จะสามารถทำให้รู้สึกแบบนั้นได้เช่นกัน
“คนเยอะกว่าที่คิดอีกนะครับเนี้ย” นิกซ์คลำหัวตัวเองป้อยๆ ทำตัวเก้ๆกังๆเพราะว่าไม่รู้จะทำตัวแบบไหนดี
ผิดกับอีกคนที่เดินอยู่ข้างๆลิบลับ
“หยุดทำตัวน่าสงสัยให้มันน้อยลงซักครู่ได้ไหมครับ!!” นิกซ์แหวใส่โนอาห์ที่ตอนนี้กำลังโบกไม้โบกมือให้กับผู้ชมโดยรอบ หนักไปกว่านั้นคือเ้าตัวจงใจทำกริยาท่าทางในแบบที่คิดว่าตัวเองดูดีที่สุดแทบจะตลอดเวลาที่เดินอยู่
“แหมๆ ขั้นแรกเราก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนไปกับสนามถึงจะถูกไม่ใช่เหรอไง จะได้ลดความประหม่าลงบ้างน่ะ ฉันว่านายเหมาะจะทำแบบนี้มากที่สุดนะนิกซ์” โนอาห์หัวเราะเสียงใส ในขณะที่นิกซ์มีสีหน้าบอกบุญไม่รับอย่างเต็มขั้น
“พวกนายหยุดเถียงกันได้แล้ว ไม่งั้นฉันคิดว่ารายการรอบนี้คงไม่จบก่อนการสอบ” ชายหัวเขียวแย้งด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับจ้องมองไปบริเวณด้านตรงข้ามสนามประลองด้วยสีหน้าขบขัน
พื้นที่ในสนามประลองมีออกกว้างใหญ่ขนาดให้คนร้อยคนมายืนด้วยกันยังไม่รู้สึกว่าเบียด แต่ทว่าผู้เข้าสอบกลุ่มนี้กับยืนแบ่งแยกกันอย่างมีนัยยะสำคัญ อีกด้านเป็ตำนวนคนหมู่มากนำโดยมาโก้ ในขณะที่อีกฝั่งกลับมีจำนวนคนน้อยกว่านัก และที่สำคัญก็คือยังไม่รู้เลยว่าใครเป็ผู้นำใคร
“เอาแล้วครับทุกๆท่าน!! หรือที่จะเป็ครั้งแรกที่จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเกิดขึ้น จะเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือถูกต้อง ให้ตายสิเอ้อ!...คาดเดาไม่ได้จริงๆครับท่านผู้ชม!!” พิธีกระโลั่นอุปกรณ์ขยายเสียง เสียงเร้าปลุกระดมราวกับมาประกาศประท้วงถึงกับทำให้โนอาห์ต้องยิ้มเจื่อนๆพลางเกาหัวแกรกๆ
“ยังมาทำหน้าตาแปลกๆอีกนะ คนตัวการมันก็นายไม่ใช่เหรอไง” หญิงสาวที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเห็นอาการของชายหนุ่มจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขัด ถึงต่อมาเธอจะส่งเสียวหัวเราะคิกคักก็ตาม
“นั้นสิคะ ฉันเห็นด้วยกับเซเรน่าเขานะ” ซายากะเอ่ยพลางยิ้ม
ใช่แล้ว เซเรน่าหนึ่งเดียวคนนั้น
ในที่สุดพวกโนอาห์ก็ประสบความสำเร็จ ถึงจะเป็ความสำเร็จที่ถูกวางเอาไว้ั้แ่ต้น เซเรน่ายอมมาอยู่ข้างพวกเขาในแบบที่ว่าไม่ต้องมีข้อต่อรองใดๆ แต่นั้นก็ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าสอบที่เหลือตัดสินใจจับกลุ่มกันง่ายขึ้นกว่าเดิม นั้นก็เพราะว่าความน้อยเนื้อต่ำใจที่คิดไปเองว่าเมื่อคนเด่นคนดังอย่างอาเบย์โนะและสวานีเซียร์มาจับกลุ่มอยู่ด้วยกันแล้ว พวกเขาก็สมควรที่จะหักหน้าเ้าพวกนั้นให้รู้สำนึกซะบ้างว่าชื่อเสียงมันไม่ได้ช่วยให้คนทุกคนประสบความสำเร็จ
“พวกเธอนี่น่าสนใจ หายากเหมือนกันนะที่มีการแบ่งข้างกันชัดเจนแบบนี้ แต่เอาเถอะ...ทุกอย่างก็ถือว่าเป็กรรมสิทธิ์ของพวกเธอ ฉันจะไม่ขอไปยุ่งเกี่ยว ส่วนกฎการสอบคงท่องจำกันได้ขึ้นใจแล้วสิท่า เพราะงั้นถ้าจอมเวทที่อยู่ทางด้านโน้นอัญเชิญสัตว์วิเศษออกมาได้เมื่อไหร่ ก็ถือว่าการสอบครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเลยแล้วกัน” อาจารย์คุมสอบคนเดียวกับที่โผล่หน้ามาอธิบายให้กับพวกโนอาห์ฟังเดินมายังกลางสนามประลองด้วยรอยยิ้ม เขาชี้มือไปทางกลุ่มจอมเวทชั้นสูงกลุ่มที่ยืนอยู่ด้านนอกสนามประลอง ซึ่งกำลังเริ่มบริกรรมคาถากันแล้ว
บทอัญเชิญที่มีความพิสดารในผลลัพธ์ โดยสิ่งที่จะถูกเรียกออกมาจากวงเวทล้วนถูกสุ่มตามคำสั่งที่ได้ตั้งไว้ในเบื้องต้น ในที่นี้ก็คือระดับค่าฝีมือโดยรวมของผู้เข้าสอบกลุ่มนั้นๆ ที่ผ่านมาภายในวันนี้สัตว์วิเศษที่ถูกอัญเชิญออกมามีทั้งไวเวิร์นตัวเล็กๆ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตหายากอย่างั ดังนั้นจุดที่น่าสนใจที่สุดในหัวข้อการสอบครั้งนี้ทั้งสำหรับผู้เข้าสอบและผู้ชมก็คือการลุ้นว่าจะมีสัตว์วิเศษชนิดใดถูกอัญเชิญออกมา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานยิ่งกว่าบทอัญเชิญครั้งๆใดของวันนี้ จอมเวทชั้นสูงเริ่มมีอาการสั่นพร่าตลอดจนเหงื่อซึมกายจากผลกระทบของการร่ายเวท วงเวทสีม่วงปรากฏขึ้นที่สนามประลองด้วยขนาดที่ใหญ่โตจนเกือบจะเท่าครึ่งนึงของสนาม และในตอนนั้นที่สิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งได้ลอยออกมาจากวงเวทที่กำลังส่องแสงสว่างจ้าอย่างช้าๆ
สัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่เทียบเท่าชั้นที่สามของอัฒจันทร์แห่งนี้ ลำตัวกว้างหน้ากินพื้นไปถึงครึ่งสนาม ลำตัวและใบหน้าดุจสิงโต ในขณะที่หางซึ่งมีทั้งหมดสี่หางกลับเป็ไม่ใช่หางปกติทั่วไป แต่เป็รูปลักษณ์ของสัตว์วิเศษตัวอื่นๆที่ปรากฏตัวในลักษณะของหาง ได้แก่ งู ั และแพะ มันคำรามลั่นจนทุกคนในบริเวณแห่งนี้ต่างพากันเอามือปิดหูในทันทีทันใด
ชนชั้นสัตว์อสูรที่มีศักดิ์เทียบเคียงกับั
แต่เป็คนละด้านซึ่งหน้าสะพรึงกลัวกว่ามาก
อสุรกายหลากลักษณ์ คิเมร่า
“ตัวมันจะใหญ่ไปไหม...” โนอาห์ยิ้มแห้งๆ หันมาถามความเห็นเพื่อนๆของเขาซึ่งบัดนี้ต่างพากันหน้าดำคร่ำเคร่งกันหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งอารันซึ่งปกติจะยิ้มอยู่ได้ตลอดเวลา
ระดับของสัตว์วิเศษจะผกผันไปตามความสามารถเฉลี่ยของผู้เข้าสอบ
เื่นี้ใครๆต่างก็รู้ดี เช่นเดียวกับอารันที่คิดว่าต่อให้พวกเขาเก่งไปยิ่งกว่านี้ สิ่งที่จะออกมามากสุดก็แค่ระดับัปกติ ไม่น่าจะไปขอบขั้นของคิเมร่าซึ่งดูแล้วน่าจะเป็สายพันธ์โบราณที่ได้สูญพันธ์ไปเมื่อนานมาแล้ว โดยสาเหตุก็คือตัวแปรที่สุดแสนจะคาดเดาอะไรไม่ได้ คนที่มาจากอีกภพภูมิด้วยขุมพลังที่แตกต่าง ทำให้การประมวลผลด้วยเวทมนตร์เกิดความผิดพลาดขึ้นมา
และก่อนที่จะรอให้ผู้เข้าสอบขยับตัว คิเมร่าั์ก็ได้ทำการเบนสายตาไปยังเหยื่อที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็คือกลุ่มของมาโก้ที่ยืนอยู่ใกล้สัตว์ประหลาดขนาดั์มากกว่าพวกโนอาห์อยู่โข มันตวัดขาหน้าด้วยความว่องไวผิดกับขนาดตัวหมายที่จะให้คนกลุ่มนี้ปลิวหายไปพร้อมกันทีเดียว แต่ว่าอย่างไรเสียยอดฝีมือก็ยังเป็ยอดฝีมือ ผู้เข้าสอบถึงหกคนสามารถรอดชีวิตจากการโจมตีเมื่อซักครู่ได้ ถึงแบบนั้นก็อยู่ในสภาพอิหลักอิเหรื่อเต็มทน
ส่วนอีกสามคนที่เหลือนั้น
คำตอบคืออะไรทุกคนย่อมรู้อยู่แก่ใจ
เมื่อผ่านพ้นระลอกแรก การโจมตีระรอกที่สองย่อมมาในระยะเวลาอันสั้น หางที่เป็งูชูคอขึ้นอย่างไม่น่าพิสมัย พ่นพิษกรดเหลวซึ่งหลอมได้แม้กระทั่งพื้นสนามลงอาคมให้กลายเป็หลุมหรือบ่อได้ในเวลาชั่วอึดใจ ปริมาณและความเร็วนั้นรวดเร็วเกินกว่าการโจมตีด้วยการกวาดอุ้งมืออยู่มากโข อีกทั้งขนาดที่ใหญ่โตของก้อนะุก็เป็อุปสรรคชั้นเยี่ยมในการหลบหลีกหรือป้อง และหนึ่งในพิษกรดก็กำลังพุ่งมาหาจุดที่พวกโนอาห์กำลังยืนอยู่ด้วยความรวดเร็ว
สรรพวุธเริงระบำ
คนที่ออกตัวได้เร็วที่สุดคือยูกิ เธอสร้างดาบคาตานะขึ้นจากละอองมานาด้วยความรวดเร็วก่อนจะฟันผ่าซักพิษที่คิเมร่าพ่นออกมาราวกับผ่าแตงโม เศษซากของเหลวปลิวกระจายไปทั่วบริเวณ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังก่อเกิดขึ้นแล้ว
“พ...พิษพวกนั้น!!” นิกซ์ร้องเสียงหลง หลังจากเห็นพิษที่กระเด็นไปตามสนามประลองรวมตัวกันจนเป็มนุษย์พิษ การโจมตีของเ้าพวกนี้ต่อให้ป้องกันได้ก็ยังคงได้รับผลของพิษอยู่ดี
อีกทั้งจำนวนถึงยี่สิบกว่าตัวก็ถึงกับทำให้จิตใจผู้เข้าสอบสะท้านขวัญไปถึงทรวง
ดูเหมือนว่าผลการตัดสินจะได้มาถึงแล้ว
“เ้าพวกนั้นฉันจัดการเอง! ฝากจัดการส่วนนี้ให้ก่อนล่ะ” โนอาห์ยิ้มเหี้ยมก่อนจะดีดตัวทางพวกมาโก้ที่กำลังถูกมนุษย์พิษมากกว่าสี่ตนรุมล้อม แม้จะโจมตีด้วยเวทมนตร์ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ระหว่างนั้นเอง ชายผมดำได้ปล่อยจิตสังหารออกมาในลักษณะอ่อนๆ หวังเพียงแค่ว่าจะดึงดูดให้มนุษย์พิษล้อมกรอมเข้าหาคนให้ได้มากที่สุด เพราะแต่เดิมวิชาของเขาก็ไม่ได้มีไว้สำหรับสัตว์ประหลาดอย่างคิเมร่ามาั้แ่ไหนถึงไร และด้วยขนาดที่เท่ากันกับมนุษย์ทำให้โนอาห์คิดว่างานนี้เท่านั้นที่ตนสามารถแบ่งเบาภาระให้กับคนอื่นๆได้
ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของการกระทำจะได้ผลเกินคาด
มนุษย์พิษทั้งหมดในสนามต่างจับจ้องมาที่โนอาห์ตาเป็มันทั้งที่ไม่มีตา
“ให้มันได้แบบนี้สิ…” ชายที่เมื่อซักครู่อวดเก่งไว้อย่างห้าวหาญยกมือปาดเหงื่อเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองไปทางเื้ัซึ่งมีพวกมาโก้กำลังยืนจับกลุ่มกันในลักษณะวงกลมอยู่ เขาอาศัยความเร็วเฉพาะตัวถึงมายืนอยู่ที่ตรงนี้ได้ และพวกมาโก้เองก็รู้ดีว่าการมาถากถางกันย่อมไม่ใช่เื่ที่ควรกระทำ
สิ่งที่พวกเขาควรจะทำมีอยู่แค่ไม่กี่อย่าง
หนึ่งในนั้นก็คือเอาตัวรอดจากขุมนรกแห่งนี้ไปให้ได้ก็เท่านั้น
หลังจากโนอาห์ปลีกตัวออกจากลุ่มไปแล้ว ทำให้ทางด้านอารันเหลือเพียงห้าคนเท่านั้นที่ยังคงยืนประจันหน้ากับคิเมร่าั์ มันเองเมื่อเห็นว่าพวกมนุษย์เหล่านี้สามารถป้องกันการโจมตีได้ถึงสองครั้งก็หยุดชะงักพลางรอเวลา
เพราะยังไงซะมันก็ไม่สามารถออกไปจากสนามประลองได้อยู่แล้ว
สัญชาติญาณของมันบอกไว้เช่นนั้น
เนื่องจากมันรู้ดีว่าใครเป็ผู้สร้างเขตอาคมป้องกันสนามประลองแห่งนี้ขึ้นมา
“ยูกิ...เธอทำแบบนั้นได้อีกกี่ครั้ง” อารันถาม สายตายังคงจ้องมองไปที่สัตว์ประหลาดที่ยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้า
“ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ” เธอตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบา ท่ามกลางความโล่งอกของพ่อค้าคนสำคัญ
“รู้นะว่าต้องทำอะไร...” รอยยิ้มบัดนี้กำลังถูกเฉิดฉายอยู่บนใบหน้าของอารันอีกครั้ง สอบมือผายออกกว้างซึ่งทั้งสองข้างต่างมีม้วนคัมภีร์เวทอยู่ในมือแทบทั้งสิ้น
แต่เ้าสัตว์อสูรมีชื่อตนนี้ก็ไม่ได้รอให้แต่ศัตรูของมันยืนคุยกันอยู่เฉยๆ หางที่เป็ัโผล่พ้นเหนือหัวก่อนจะพ่นไฟบรรลัยกัลป์ออกมา ความร้อนและความเร็วของไฟจากหางคิเมร่าไม่ใช่เื่ที่มนุษย์ผู้ใดจะดูถูกได้ ยิ่งเป็คิเรม่าในยุคาด้วยแล้ว
ข่ายเวทห้าแฉก
กระดาษห้าใบโบกสะบัดลอยละลิ่วไปในอากาศ ก่อนจะก่อปรรวมตัวกันในลักษณะของดาวห้าแฉกอย่างเหมาะเจาะพอดี หญิงสาวผมสีน้ำตาลเ้าของกระดาษพวกนั้นประสานมือเข้าด้วยกันเป็จังหวะ โล่เวทที่เกิดจากกระดาษทั้งห้าก็ได้ถูกสร้างขึ้นป้องกันการโจมตีของคิเมร่าไว้ได้ทันการจนน่าหวาดเสียว
เวทมนตร์ธาตุไฟ ระดับ 3 หอกไฟ
เซเรน่าที่ยืนรอจังหวะได้ทำการปลดปล่อยเวทที่ร่ายเอาไว้ออกไป ตั้งใจให้สวนกลับการโจมตีของสัตว์ั์จนมันไม่ทันตั้งตัว แต่ทันทีที่หอกขนาดห้าเมตรซึ่งลุกท่วมไปด้วยไฟเข้าปะทะกับใบหน้าของคิเมร่า ผลที่ได้ดูเหมือนว่าจะทำให้มันเจ็บๆคันๆเท่านั้น หญิงสาวผมสีทองเ้าของคาถาได้แก่เผยอปากเล็กน้อยราวกับไม่อยากจะเชื่อเหตุการณ์เบื้องหน้าซักเท่าไหร่
ร้ายกาจเกินไป ใครๆต่างก็พากันบอกเช่นนี้
เวทมนตร์ธาตุน้ำ ระดับ 2 วารีไหลหลาก
อารันโยนม้วนคัมภีร์เวทในมือข้างขวาขึ้นไปกลางอากาศ สายน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลผ่านกระดาษแผ่นบางๆกระแทกเข้ากับใบหน้าของคิเมร่าเข้าอย่างจัง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่แตกต่างกับการโจมตีของเซเรน่าซักเท่าไหร่นัก ต่างกันแค่ว่าในตอนนี้ใบหน้าของเ้าสัตว์ั์ได้เปียกชุ่มไปด้วยผลของเวทมนตร์
เวทมนตร์ธาตุสายฟ้า ระดับ 4 ประกายแสงเทพสายฟ้า
เป็จังหวะเดียวกันกับที่ม้วนคัมภีร์เวทย์อีกบทในมือของอารันทำงาน กลุ่มเมฆสีดำก่อตัวขึ้นเหนือหัวคิเมร่า ก่อนที่มันจะส่งประกายสายฟ้าผ่าเปรี้ยงเข้ามาอย่างจัง โดยปกติแล้วเวทมนตร์ระดับสี่ย่อมไม่ได้เกิดผลใดๆกับสัตว์วิเศษระดับนี้ แต่ด้วยผลของเวทมนตร์ที่อารันได้ร่ายไปก่อนหน้ากลับให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป
สัตว์วิเศษขนาดั์ส่ายหัวไปมาด้วยความเ็ปที่มากขึ้นกว่าเดิม แม้ผลของเวทมนตร์สองบทเมื่อซักครู่จะไม่ถึงกับระดับของการประสานเวท แต่ถ้าทำให้คิเมร่าตาบืดบอดได้เพียงชั่วครู่ก็นับได้ว่าคุ้มค่า แต่ก็ถือว่าเป็่เวลาแห่งการวิบัติเช่นเดียวกัน
สัตว์ทุกตัวจะร้ายกาจขึ้นก็ต่อเมื่ออับจนหนทาง
สัตว์วิเศษก็เป็แบบนั้นไม่มีข้อยกเว้น
ผลของเวทประสานให้ทั้งคุณและโทษ เท้าหน้าของมันส่ายไปมาควานหาศัตรูอย่างบ้าคลั่ง ปากคำรามร้องลั่นด้วยความเ็ป ในคราครั้งแรกพวกอารันยังพอหลบได้ แต่เมื่อมันได้เพิ่มระดับการโจมตีโดยอาสัยหางทั้งสองข้างระดมพ่นไฟและยิงพิษมาด้วย ที่พวกอารันสามารถยืนได้ก็ยิ่งน้อยลงทุกที
ยูกิลำพังแค่ปกป้องตัวเองและนายหญิงของเธอก็เต็มกลืน เช่นเดียวกันกับอารันที่ดูเหมือนจะยังมองหาลู่ทางการโจมตีครั้งต่อไป แต่นิกซ์กับเซเรน่าที่ต่างเป็จอมเวททั่วไปไม่ได้มีวิชาการต่อสู้ในระดับเดียวกับยูกินั้น โลกที่พวกเขากำลังประสบย่อมเป็คนละโลกกันเลยทีเดียว
ในที่สุดห้วงเวลาของการบ้าคลั่งอย่างไร้จุดหมายเหมือนจะมาถึงจุดจบ คิเมร่ายกอุ้งมือขนาดั์ขึ้นเหนือสูง โดยมีเป้าหมายที่เบื้องล่างก็คือนิกซ์กับเซเรน่าที่มาเกาะกลุ่มด้วยกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยแรงและขนาดการจะป้องกันด้วยโล่เวทมนตร์ปกติย่อมไม่สามารถทำได้
“จบกัน!!...” หญิงสาวผมทองกัดฟันแน่น แต่ปากก็ยังเตรียมบริกรรมคาถารับแรงกระแทกให้ได้มากที่สุด เพราะยังไงซะเธอและนิกซ์ก็หนีไปไหนไม่พ้นอยู่แล้ว
เวทอัญเชิญระดับ 6 โกเลมแห่งผืนป่า
นิกซ์ปลดปล่อยบทอัญเชิญของตนออกมาโดยไม่ต้องรอให้ใครบอก สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากหินขนาดเท่ากับหนึ่งส่วนสี่ของคิเมร่าปรากฏขึ้นเหนือหัวเซเรน่าและนิกซ์ มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นรับการโจมตีของสัตว์อสูรที่รวมสัตว์วิเศษหลากหลายพันธ์เอาไว้ แต่เ้าคิเรมร่าก็ยังไม่ละความพยายามกดแรงมาเรื่อยๆจนกำลังของโกเลมอัญเชิญเริ่มถอยร่น
พวกอารันที่มองอยู่ก็สุดแท้จะปลีกตัวไปช่วยได้ เพราะลำพังงานที่ตนต้องเผชิญก็หนักหนามากพอแล้ว ทั้งป้องกันการโจมตีจากทั้งไฟที่กวาดมาได้เหมือนวันสิ้นโลก หรือจะฝนพิษซึ่งเริ่มขยายขอบเขตไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ ซายากะเองเร่งสร้างข่ายอาคมในแบบเฉพาะของเธอขึ้นมาให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยูกิอยู่ข้างกายซายากะไม่หนีห่างไปไหน อารันเองก็งัดสารพันธ์ม้วนคัมภีร์เวทพลิกแพลงไปเพียงเพื่อรอเวลาบางสิ่ง
รอเวลาที่ใครซักคนจะโผล่ออกมา
เวทมนตร์ไร้ธาตุ ระดับ 2 โล่มนตรา
ในที่สุดโกเลมอัญเชิญก็ทั้งเซเรน่าและนิกซ์ร่ายเวทเสริมพลังให้จนขยับไม่ได้ก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้ มือที่สร้างขึ้นจากหินแตกละเอียด พร้อมกับอุ้งมือขนาดั์ที่ตะปบลงมาด้วยความเร็วยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เซเรน่าเองก็ทำได้แต่ร่ายโล่เวทโปร่งในขนาดที่พอครอบร่างเธอกับนิกซ์ได้เอาไว้เท่านั้น เพราะยังไงก็ดีกว่าการยืนรอโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
ลมปราณมหาเมฆา
ทันใดนั้นเองมือของสัตว์ประหลาดตัวั์พลันเซไปทางด้านขวาในทันที เหมือนกับว่าถูกแรงอะไรบางอย่างที่เหนือกว่าผลักกระทบออกไป พร้อมกับเซเรน่าที่เบิกตากว้างมองผู้ที่คุ้มครองเธอกับนิกซ์เมื่อซักครู่นี้ แผ่นหลังที่คุ้นเคยและเสื้อผ้าหน้าผมซึ่งต่อให้ไม่ตายเซเรน่าก็ไม่ลืมว่าชายผู้นี้คือใคร
“ขอโทษที่มาช้า” โนอาห์หันกลับมายิ้มให้พวกอารัน พร้อมกับเสียงร้องเชียร์ที่กระหึ่มขึ้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ซึ่งอันที่จริงเสียงเชียร์ได้ดังขึ้นมาตั้งนานแล้ว เพียงแต่พวกอารันใช้สมาธิกับสัตว์ประหลาดตรงหน้ามากเกินไปจนลืมสังเกตว่าอีกฟากของเวทีประลองเกิดเหตุอะไรขึ้น
พวกมาโก้ยืนแข็งทึ่งเหมือนต้องมนต์สะกด
โดยมีพิษที่เกิดจากการตายจากของมนุษย์พิษเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ
โดยทั้งหมดล้วนเกิดด้วยน้ำมือของคนเพียงผู้เดียว
“เอาล่ะเ้าสี่ขา! มาดูกันว่าระหว่างแกกับพวกฉัน ใครแก่ที่นจะได้ลงไปอยู่ในหม้อเย็นนี้!!” ชายผู้นั้นกำลังประกาศก้องชี้นิ้วไปทางคิเมร่าั์อย่างไม่เกรงกลัว
ด้วยสีหน้าที่เบิกบานเป็อย่างยิ่ง