“ทำไมพี่บุญพูดไปอย่างนั้นล่ะจ๊ะเออ...เออเราไม่ได้เป็อะไรกันเสียหน่อย” นาลินถามไถ่ปรับความเข้าใจส่วนน้องสาวนอกสายโลหิตอย่างมาลินีนั่งหูผึ่งอยู่ใต้ถุนบ้านเ้าตัวยังไม่ยอมลุกออกไปไหน...ที่แท้ก็ไม่ได้เป็เเฟนกันจริงๆด้วยสินะ
“ถ้าพี่ไม่พูดอย่างนั้นเถ้าแก่ก็จะตามราวีนางไม่มีวันหยุดหย่อน คิดเสียว่าใช้พี่เป็เกราะกำบังเกราะหลบภัยจากผู้ชายอันตรายคนนั้นเถอะนาง” ที่ทำไป...เพราะเป็ห่วงเธอจากใจจริงๆ
“นี่หมายความว่าแกกับพี่บุญไม่ได้เป็แฟนกันจริงๆใช่มั้ยไอ้นาง” นาลินไม่เอยคำใดใดแต่ใช้การพยักหน้าเป็คำตอบแทน
“ไชโย ไชโย” ดูเหมือนสาวน้อยอีกคนเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองดีใจเกินหน้าเกินตาไปเสียหน่อย
“แล้วนั่นนางจะไปไหนครับ?”
“นางจะออกไปทำงานแล้วค่ะ วันนี้สายมากแล้ว” ยิ่งรอต่อไป เงินที่จะพอหาได้ก็คงลดลงด้วย
“พี่ว่าวันนี้หยุดสักวันเถอะน่ะรอพ่อเสริมกลับมาก่อนดีกว่า” ยังไงบุญเติมก็ปล่อยให้เธอออกไปทำงานตามปกติไม่ได้แต่หากเ้าตัวยังยืนยันจะออกไปจริงๆแล้วล่ะก็...เขาคงต้องตามไปด้วยอย่างไม่มีทางเลือก
บุญเติมองครักษ์พิทักษ์เ้าหญิงนาลินนั่นเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” เ้าตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรเพียงแต่ตอนนี้เธอหายไปทางหลังบ้าน คงไปทำงาน ทำโน้น ทำนี่ตามประสาคนขยันเหมือนเช่นทุกวัน
“พี่ พี่บุญจ๊ะ พี่บุญจะไปไหนคะ” มาลินีรีบคว้าตัวชายในดวงใจไว้ทันทีเธอพอรู้ว่าเขากำลังจะตามแม่นั่นไปอีกคน
“พี่เหรอ พี่ก็คงไปช่วยนางรดน้ำสวนผักครับ”
“เดี๋ยวสิคะพี่บุญ มิวอุตส่าห์มาหาพี่บุญพี่บุญอยู่เป็เพื่อนมิวก่อนสิคะ นะ นะ นะ” ยิ่งได้อยู่ใกล้ยิ่งได้ัั มาลินียิ่งชื่นชอบบุรุษตรงหน้าเรื่อยๆ ผู้ชายอะไรตัวแน่นเหลือเกินกลิ่นก็หอมมาก
ไม่เหมือนพวกใช้แรงงานตามเกาะเลยสักนิดเดียว
“แล้วมิวอยากจะคุยอะไรกับพี่ล่ะครับ” บุญเติมเองมีอาการเกรงใจแขกอยู่ในท่าที เมื่อเช้าก็ได้ยินชัดแล้วว่าเด็กสาวคนนี้เป็บุตรเลี้ยงของพ่อเสริม
“ก็ ก็คุยเื่พี่บุญไงจ๊ะพี่บุญอยู่ที่นี่กับนางมันจริงๆเหรอ แต่พี่บุญกับนางไม่ได้เป็อะไรกันนี่คะแล้วมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ได้ยังไง” เื่มันเป็มายังไงกันแน่นะหล่อนต้องรู้ให้ได้
"เื่มันยาวน่ะ" พอถามแบบนี้เขาเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไง
"ถ้าพี่บุญไม่อยากเล่าก็ไม่เป็ไร แต่การที่พี่มาอยู่ที่นี่สองต่อสองกับไอ้นางนางมันเป็ผู้หญิงมันจะเสียหายน่ะพี่แล้วมิวก็ดูออกว่ามันเองคงไม่ได้เต็มใจหรือไม่สบายใจเื่นี้ด้วย"เปล่า...มาลินีนึกเอง มั่วไปเองทั้งหมด
"มิวคิดอย่างนั้นเหรอ?" บุญเติมใจหายวาบ เพราะการมาอาศัยของเขาที่กระท่อมเเห่งนี้ ไม่ได้เป็การสมัครใจของนาลินตามคำพูดนั้นจริงๆ อย่างที่บอก พ่อเสริมเป็คนจัดการ ขอร้องไว้ทุกอย่าง
พี่ทำให้นางเสียหาย เสียชื่อเสียงสินะ
พี่บุญคนนี้คงทำให้นางอึดอัดใจมากจริงๆ
สีหน้าของนายเสริมเคร่งเครียดในเย็นวันนั้นเลยจริงๆแล้วไม่ได้มีอะไรให้ตื่นตระหนกหนักหรอกเพียงแต่คนเ้าเล่ห์ใส่โอเวอร์เอ็คติ้งเพื่อความสมจริงก็เท่านั้น
“พ่ออยากให้นางแต่งงานกับเ้าบุญเติมมัน” เื่ที่หลอกลวงเถ้าเเก่ใหญ่เอาไว้จะได้กลายเป็จริง
“พ่อ” นาลินอุทานเสียงดังจ้องมองใบหน้าเข้มเครียดของบิดาที่คิ้วขมวดปมอย่างเหลือเชื่อ
“พ่อคิดว่าเถ้าแก่นำชัยมันคงไม่หยุดแค่ให้เงินส่งของกำนัลแน่นอน แล้วผู้หญิงชาวเกาะที่เป็เมียน้อยเมียลับของมันก็มีนักต่อนักแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง พ่อกลัวว่า...”
“นางไม่ยอมหรอกค่ะนางไม่ได้รักเถ้าแก่และนางไม่มีทางทำผิดศีลธรรมแบบนั้นเด็ดขาด"นาลินกล่าวอย่างหนักแน่น บุญเติมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รู้สึกชื่นชมความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของสาวน้อยไปด้วย
“นางฟังพ่อนะลูก เอ็งไม่ยอมแต่ถ้าไอ้เถ้าแก่ชีกออยากได้เอ็งก็เดือดร้อนอยู่ดี คิดดูสิจะไปทำงานอย่างไร่ที่เอ็งอยู่บ้านคนเดียวมันน่าห่วงขนาดไหน”
“แต่...” นาลินกำลังจะเถียงอีก
“ถ้าเอ็งแต่งงานแล้วเสียอย่าง ชาวบ้านชาวช่องรับรู้ไอ้เถ้าแก่หัวงูกับไอ้ลูกน้องของมันก็จะไม่กล้า ทำอะไรประเจิดประเจ้อไม่ได้แต่ถ้าเอ็งยืนกรานหนักแน่นว่าไม่แต่ง ไม่แต่งก็เื่ของเอ็งพ่อมันไม่มีสิทธิ์สั่งการอะไรแล้วนี่ เอ็งมันโตเป็ผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่เด็กๆน่ารักๆเหมือนเมื่อก่อน ไม่ว่าอะไรก็คอยเชื่อฟังคำพูดของพ่อแม่ตลอด”ร่ายเหตุผลไปแล้วลูกสาวไม่น่าจะยอมนายเสริมจึงเปลี่ยนมาเเสดงบทเศร้าน่าสงสาร น้อยเนื้อต่ำใจเผื่อนาลินจะอ่อนลงบ้าง
แผนที่วางไว้ั้แ่ต้นจะได้สำเร็จเสียที
“แต่ว่า...”
“แต่อะไรของเอ็งอีกนาง” ว่ะไอ้ลูกคนนี้
“แต่ว่านางจะทำให้พี่บุญเดือดร้อนไปด้วยน่ะสิพ่อ”งานแต่งงานใช่จะเกิดจากคนฝ่ายเดียวที่ไหน เมื่อมีเ้าสาวย่อมต้องมีฝ่ายเ้าบ่าว
“ว่าไงเ้าบุญเติม เอ็งจะยินดีแต่งงานกับไอ้นางมั้ย?”คำตอบนอนมา...ไอ้ลูกเศรษฐีต้องตอบตกลงแน่นอนเชื่อสายตาของคนาุโกว่าสิ เ้าบุญมันหลงรักนาลินตั้งเเต่เห็นหน้า
มองผ่านๆยังมองออกโดยง่าย
“เต็มใจครับ ผมเต็มใจช่วยน้องนาง” เหนือคำบรรยายใดใด บุญเติมอยากบอกเหลือเกินว่าเขายินดีและแสนจะเต็มใจ
“มันต้องอย่างนี้สิวะ ที่นี้ก็เหลือแต่จัดการเื่ดูฤกษ์ที่เร็วที่สุดเื่สินสอด นิมนต์พระ แล้วก็เื่เถ้าแก่ของฝ่ายชาย…” นายเสริมเริ่มตระเตรียมงานมงคลของลูกสาวคนเดียวที่จะเกิดในเร็วๆนี้
บุญเติมชะงักไปครู่เขาหนักใจอยู่เื่เดียวนั่นก็คือเงินทอง สินสอดทองหมั้นที่จะเตรียมให้หญิงสาว
“พ่อเสริมครับ พ่อเสริมเคยบอกว่าเมื่อก่อนรู้จักผมตอนอยู่แผ่นดินใหญ่ฝั่งกระโน้นใช่มั้ยครับ”ถ้าเขาได้กลับไปถิ่นเดิม อาจมีคนรู้จักเพิ่มขึ้น ญาติมิตรพี่น้องที่พอจะช่วยเหลืองานมงคลครั้งนี้ได้
“เออ...เออสิวะ เอ็งถามทำไม” ไม่ได้น่ะเว้ยเอ็งจะมาจำเื่ราวทั้งหมดในเวลานี้ไม่ได้เด็ดขาดน่ะวัวสันหลังหวะเริ่มเสียววาบสันหลังเป็แถบๆ
“ผมอยากลองกลับไปที่นั่นดูครับพ่อเสริมบางทีผมอาจจะจำอะไรได้บ้าง”
“ว่ะไอ้นี่” เวรแล้วไม่ล่ะ
“นั่นสิคะพ่อ ถ้าพี่บุญได้กลับไปบ้านไปเห็นอะไรเดิมๆ อาจจะฟื้นฟูความจำขึ้นมาบ้างก็ได้น่ะพ่อ”
“เอ็งจำได้หรือจำไม่ได้แล้วมันจะต่างอะไรกันไอ้บุญก็ข้าบอกแล้วว่าเอ็งแอบหลงรักลูกสาวของข้ามานานแล้ว” นายเสริมเริ่มปวดหัวเขาได้แต่แถไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมายและนั่นยิ่งตอกย้ำได้เป็อย่างดีก่อนที่ความทรงจำของมันจะกลับมา เขาต้องรีบคลุมถุงชนชายหญิงคู่นี้โดยไว
“ผม ผมแค่อยากให้ความจำกลับมาเร็วๆเผื่อบางทีจะได้มีประโยชน์ มีส่วนช่วยอะไรในงานแต่งงานระหว่างผมกับนางได้บ้าง”
“ถ้าเอ็งกำลังคิดหนักเื่สินสอดพวกนั้นก็หยุดคิดไปได้เลย ที่ข้ายอมฝากฝั่งไอ้นางให้เอ็งดูแลเพราะเห็นว่าเอ็งเป็คนดีขยันทำมาหากิน แล้วก็เออ...อยากช่วยเหลือนางมันจริงๆ เื่สินสอดก็ไม่ตงไม่ตกมันหรอกนะ ขอแค่เอ็งอย่าทำให้ลูกสาวข้าเสียใจก็พอไอ้บุญเอ๊ย” นายเสริมละคำว่ารักเอาไว้ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของลูกเขยในฝันบอกกล่าวให้ฝ่ายบุตรสาวได้ฟังเองน่าจะดีกว่า
“ผมกราบขอบพระคุณพ่อเสริมที่เอ็นดูและเมตตาผมนะครับ”บุญเติมกราบลงแทบตักผู้สูงวัย บุญคุณครั้งนี้...เขาขอสาบานว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไม่มีวันลืมและขอทดแทนพระคุณท่านให้ดีที่สุด
“ไม่ต้องห่วงนะนาง เ้าบุญ เรา 3 คนมาช่วยกันให้งานแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นและผ่านไปได้ด้วยดี ดีกว่า”หัวหอกหลักของงานกล่าวขึ้น ก่อนมองดูหนุ่มสาวที่พยักหน้ารับฟัง
บุญเติมพยักหน้าอย่างเต็มใจ
ส่วนฝ่ายนาลินมีท่าทีฝืนๆหน่อย
นางเอ๊ยแล้วสักวันเอ็งจะได้รู้ความจริงทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อคนนี้พยายามก็เพราะอยากให้เอ็งได้ดี สุขสบายทั้งนั้นแหละลูก
"หืม" บุญเติมพลิกตัวไปมาหลายสิบรอบแล้ว
"พี่บุญหนักใจเื่ที่ต้องเเต่งงานหรือเปล่าคะ"หญิงสาวที่นอนห่างไปอีกฝากถามไถ่ ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ นาลินเองก็ยังข่มตาไม่หลับวันนี้ทั้งวันเกิดเื่มากมายเหลือเกิน
"พี่ไม่ได้หนักใจเลยพี่จะพยายามเต็มที่เพื่อให้เกิดงานครั้งนี้ให้ได้" เขาต้องขยันเป็กำลังสองพรุ่งนี้คงต้องเริ่มของานไต๋ก๋งออกเรือใหญ่เลยออกเรือใหญ่ใช้ระยะเวลานานกว่าแต่ค่าตอบเเทนก็สูงกว่ามาก
"นางขอบคุณนะคะที่ยอมช่วย"
"นาง คือพี่...คือพี่" พี่รักนางพี่เต็มใจช่วยนาง บุญเติมกลืนคำเ่าั้ไว้ภายใน เร็วเกินไปไหมที่เขาจะเปล่งคำๆนี้แล้วนาลินจะเชื่อเขาหรือเปล่า
สารพัดที่เขาจะกลัว
"เออ...คือนอนเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยกันอีกเยอะเลยนะ" บุญเติมกล่าวจบเเค่นั้น
พรุ่งนี้ต้องเหนื่อยอีกเยอะเลยเหมือนว่าชายหนุ่มจะกล่าวถูกต้อง เรือใหญ่ เครื่องยนต์ใหญ่กว่าเดิม อวนลากขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าทะเลที่ออกเรือมาจับปลาก็ไกลกว่า แต่ลูกเรือกลับน้อยลงซะงั้น
"อ้าว เร่งมือ เร่งมือกันหน่อยพวกเรา"ลากอวนปลาครั้งนี้เสร็จสิ้น ไต๋ก๋งเรือสั่งการให้เตรียมตัวเข้าฝั่งเลยดูเหมือนว่าพายุใหญ่กำลังจะมาในไม่ช้า บุญเติมใช้แรงกาย เเรงใจทั้งหมดที่มี ทำงานหนักเบาเอาสู้อย่ามิปริปากบ่นเพื่อนร่วมงานบอกเขาว่าออกเรือครั้งนี้ไม่ค่อยคุ้มสักเท่าไหร่เพราะไม่ได้ค้างคืนเหมือนครั้งก่อน ทำให้จำนวนปลาที่ได้ก็น้อยลงไปด้วย
แต่เขาไม่ย่อท้อหรอก...สู้โว้ย
ไม่ใช่แค่ฝั่งบุญเติมที่เหน็ดเหนื่อยกับงานใหม่แต่นาลินที่เข้ามาทำงานปกติในตลาดก็มีเื่ให้ต้องหนักใจไม่จบไม่สิ้นวันนี้ตั้งเเต่เช้าจนถึง่เที่ยงวันไม่มีใครออกปากว่าจ้างเธอเลย นอกจากเถ้าเเก่ร้านกิจนำชัยพานิชย์เพียงเ้าเดียว
"ฉันจะจ้างให้หนูนางช่วยเฝ้าร้านช่วยฉันขายของหน่อยจะได้มั้ย พอดีวันนี้ลูกน้องมันป่วยกันหลายคนเลย"เมียพาลูกชายไปฉีดวัคซีนบนเเผ่นดินใหญ่ ลูกน้องก็ถูกคำสั่งให้อยู่เเต่ด้านหลังร้าน
อะไรก็เป็ใจเถ้าเเก่ใหญ่ไปเสียหมด
"เออ...เออคือว่า..."ถ้าหากไม่มีเื่ราวกัน นาลินคงยินดีที่จะทำงานงานนี้
“เออ...คือนาง นาง” ระหว่างเลือกทำงานกับความไม่พึงพอใจด้านในนาลินไม่รู้ว่าเธอควรจะตัดสินใจเลือกทางไหนดี
ทำงานได้เงินก็จริงแต่นั่นต้องทำงานท่ามกลางความกระอักกระอวนใจ
“เถ้าแก่เอาข้าวโพดเลี้ยงไก่ 5 กิโล”
“ได้ๆรอเเปบนะ หนูนางตักข้าวโพดใส่ถุงให้ลูกค้าไปสิ”คนเ้าเล่ห์อาศัยจังหวะที่ลูกค้าเข้าร้านบอกเล่าให้ลูกจ้างสาวทำงานทันทีหากปล่อยให้นาลินคิดตัดสินใจเอง...มีหวังชวดโอกาสทองครั้งนี้
“ค่ะ ค่ะ” เพราะทำงานอยู่เนืองนิตย์ั้แ่เด็กยันโต นาลินรับคำอย่างว่าง่ายมารู้ตัวอีกทีก็หลวมตัวทำงานให้เถ้าแก่นำชัยไปหลายงานเสียแล้ว
หญิงสาวน้ำที่ท่วมปากทำให้เธอทุกข์ใจเหลือเกิน ในทุกครั้งที่เถ้าแก่แอบมาแต้ะอั้งหรือลวนลามด้วยคำพูดและสายตา
2 ทุ่มไม่ขาดไม่เกินบุญเติมกลับบ้านพร้อมด้วยปลาตากแห้งที่ไต๋ก๋งมอบให้มา เขาเดินมาหยุดข้างหลัง เห็นหญิงสาวตัวเล็กกำลังนั่งเหม่อลอยไปยังทะเลไกลๆ
“พี่กลับมาแล้วนาง”
“...” ไร้เสียงตอบ ไร้ปฎิกิริยาจากนาลิน
“นาง”
“นาง” เสียงสูงอีกครั้ง
“อุ้ย! พี่บุญ นางใหมดเลยค่ะมาไม่ให้สุ่มให้เสียง” เธอส่งยิ้มแห้งมามอบให้ มือน้อยก็พยายามปัดป่ายน้ำคลึงใสๆนัยหนวยตาตัวเอง
“นาง ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรนางบอกพี่มาเถอะครับ”ปลาแห้งถูกวางลง หัวใจบุญเติมชาวาบทันทีที่ได้เห็นน้ำตาของสาวน้อยผู้กอบกุมหัวใจ
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ นางเตรียมข้าวปลาเอาไว้แล้ว้าพี่บุญไปอาบน้ำแล้วทานข้าวนะ ออกเรือใหญ่มาทั้งวันคงเหนื่อยแย่” เธอพยายามทำตัวให้เป็ปกติแล้ว แต่มันยากจริงๆ
“พี่จะไม่กิน ไม่ทำอะไรทั้งนั้นจนกว่านางจะบอกพี่มาว่าเกิดอะไรขึ้นได้โปรดครับ ได้โปรดบอกพี่มาเถอะคนดี” จะให้เขาทานข้าวลงได้อย่างไรในเมื่อหัวใจมันรุ่มร้อนเป็ห่วงก็แต่เธอคนนี้
“ฮือ ฮือ ฮึก ฮือ” นาลินพุ่งสวมกอดเขาไว้แน่นความอัดอั้นที่เก็บไว้คนเดียวถูกปล่อยโฮออกมา
“นางครับ” บุญเติมกอดเธอตอบ พยายามปลอบประโลมให้คนตัวเล็กสบายใจขึ้น
“ฮึก ฮึก วันนี้ วันนี้นางไปทำงานเป็ลูกจ้างร้านเถ้าแก่นำชัยอือ ฮือ” น้ำเสียงและสายตาคู่น้อยที่มีแต่ความเสียใจบุญเติมเดาออกทันทีว่าไอ้ชั่ว สารเลวนั้นต้องรังแกว่าที่เ้าสาวของเขาแน่นอน
“แล้วมันทำอะไรบ้างหรือเปล่าคนดี บอกพี่มาให้หมดพี่จะไปฆ่ามัน” แววตาชายหนุ่มลุกโชนแสงนาลินถูกรังแกก็เปรียบเหมือนมันเอามีดปลายเเหลมมากรีดลงกลางหัวใจของเขาด้วย
“อย่าค่ะ อย่า เถ้าแก่เขาแค่ แค่จับมือแล้วก็แตะแตะก้น” เสียงประโยคสุดท้ายแ่เบาด้วยความอับอายแต่ทุกคำของเธอมันชัดอยู่ในสมองของบุญเติมทุกคำ
“ฮึก ฮึก ฮืออ ฮือ ฮือนางไม่อยากทำงานที่นั่นเลยแต่นางไม่กล้าปฏิเสธ ฮือ ฮือ” เพราะเธอมันอ่อนแอรู้ทั้งรู้ว่าเ้าของร้านกำลังเอาเปรียบ ลวนลามแต่ก็ไร้ปากเสียงทำได้แค่อยู่ให้ห่างๆอยู่ใกล้ๆลูกค้าที่แวะเวียนมาซื้อของเท่านั้น แต่สุดท้ายก็พลาดบ่อยครั้ง จึงถูกคนจ้องจะเอาเปรียบรังแกเอาจนได้
“ไม่ร้องแล้วนะครับ ไม่ร้องแล้วนะคนดี ต่อไปนางไม่ต้องไปทำงานในตลาดอีกแล้วนะอยู่บ้านของเราก็พอ ปลูกผัก ปลูกหญ้าเหมือนที่นางชอบก็ได้ พี่จะทำงานเองพี่จะเลี้ยงนางเอง” ถ้าออกไปทำงานที่ตลาดแล้วเกิดปัญหาบ้าๆนี้ก็อย่าออกไปอีกเลย
“อือ ฮือ ฮือ พี่บุญขา ขอบคุณนะคะแต่นางคงเอาเปรียบพี่บุญแบบนั้นไม่ได้”จะปล่อยให้เขาทำงานอยู่ฝ่ายเดียวได้อย่างไรกัน
“เอาเปรียบที่ไหนครับ เรากำลังจะแต่งงานกันต่อไปนางคือภรรยาของพี่ ส่วนพี่เป็สามีของนางสามีมีหน้าที่ทำงานและดูแลภรรยาให้ดีที่สุด ให้สุดความสามารถ” ชายหนุ่มผละตัวออกมา จ้องมองเเววตาคู่น้อยอย่างลึกซึ้ง
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่แล้วนะคนดี หรือนางอยากไปทำงานในตลาดแล้วเจอคนหัวงูอย่างเถ้าแก่นำชัยอีก หึ! ว่าไง อยากเจอมันอีกมั้ย? อยากไปทำงานที่ร้านของมันอีกหรือเปล่า?” บุญเติมจ้องว่าที่เ้าสาวด้วยความเอ็นดูนาลินอ่อนแอเหมือนที่พ่อเสริมเป็ห่วงจริงๆ แต่ต่อไปนี้ไม่มีอะไรให้น่าห่วงอีกแล้วเพราะบุญเติมคนนี้จะเป็คนดูแลและปกป้องเธอเอง...ปกป้องด้วยชีวิต
“ขอบคุณนะคะพี่บุญ” เอาอย่างที่เขาว่าก่อนก็ได้เธอจะลองปลูกผักสวนครัวเป็อาชีพดู หากไม่ไหวจริงๆก็ค่อยมาคุยกันใหม่
“ไหนดูสิว่าที่เ้าสาวของพี่ร้องไห้เหมือนเด็กเลยครับ” นิ้วของชายหนุ่มเกลี่ยน้ำตาที่นองหน้าอย่างแ่เบาสายตาระริกสั่นไหวและจมูกรั้นน่ารักของสาวเ้าทำให้ไอ้หนุ่มตังเกจำต้องกลืนน้ำลายลงคอ
นาลินช่างสวยเหลือเกินสวยจับใจ...ห้ามใจไว้ไอ้บุญเติม เอ็งสัญญาเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำรุ่มร่ามอีกเด็ดขาด
อย่าลืมสิ!
“นางเปล่าซักหน่อยค่ะ” คนร้องไห้เป็เต่าเผาเมื่อครู่กลับมาทำหน้างอนอย่างน่ารักเ้าหล่อนหลบเลี่ยงการกระทำแสนอ่อนโยนของเขาเป็พัลวัน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงส่งผลให้ปากแดง แก้มแดงทั่วทั้งใบหน้า
“นอกจากร้องเหมือนเด็กแล้วนางยังดื้อเหมือนเด็กด้วยครับ” เสียงบุญเติมสั่นพร่า
“เหมือนตรงไหนคะ” นาลินส่งค้อนวงเล็กมาให้อย่างน่าเอ็นดูทำให้จมูกรั้นๆของเธออยู่ห่างจากใบหน้าหล่อเหลาไม่กี่นิ้ว
“นาง”
“ขา อื้ออออ” ริมฝีปากหนาฉกจูบอย่างห้ามใจไม่ไหวอีกต่อไปนาลินเปรียบเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดี เมื่อไฟร้ายอย่างเขามาชิดใกล้ ทำให้ความปรารถนาลุกโชกโชนไม่ยากบุญเติมต้อนลิ้นเล็กๆ ควานหาความหอมล้ำจากหญิงสาวสุดซ่าบซ่าน
“อ่าส์” ก่อนเขาจะถอนจูบอย่างอ้อยอิ่งด้วยความแสนเสียดาย
ฟรึบส์สาวน้อยที่เผลอไผลไปกับความสุขซ่านเมื่อสักครู่มีสติในตอนนั้นเช่นกันเธอผลักคนตัวใหญ่ออกไป ก่อนวิ่งขึ้นไปบนกระท่อมทันที
“นาง นางครับ ฟังพี่ก่อน” เอาอีกแล้วมึงล่วงเกินนาลินอีกแล้วทั้งๆที่สัญญาไว้ดิบดีว่าจะไม่ทำอย่างนี้กับเธออีกบุญเติมนั่งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตามลำพังใต้ถุนบ้าน
“นางคงโกรธพี่แล้ว คงเกลียดแทบไม่อยากเห็นหน้า”
นาลินเกลียดเขาไปแล้วจริงๆ นับั้แ่เหตุการณ์ใต้ถุนบ้านคืนนั้นตลอด 3 วันที่ผ่านมาช่างแสนทรมานสำหรับไอ้หนุ่มตังเกอย่างเขาเธอพยายามหลบหน้าหลบตาอยู่ตลอด พูดด้วยเเทบจะนับคำได้
ตื่นเช้าบุญเติมต้องออกเรือโดยที่สาวน้อยลงมือทำเเปลงผักของตัวเองอย่างจริงจังส่วนเวลากลับบ้าน่ค่ำมีอาหารไว้คอยท่าแต่เเม่ครัวตัวน้อยนอนหลับคลุมโปงเเล้วทุกคืนไปคำขอโทษมากมายที่เตรียมไว้...บุญเติมจึงไม่มีโอกาสให้เอื้อนเอ่ย
"ตื่นเต้นมั้ยเ้าบุญ"นายเสริมตรวจความเรียบร้อยทั้งหมด
"ตื่นเต้นครับพ่อเสริม"วันนี้พ่อหนุ่มตังเกลาหยุดเพื่อเตรียมตัวเช่นเดียวกันกับวันพรุ่งนี้ที่ต้องหยุดด้วย...วันมงคลสมรสระหว่างบุญเติมกับนาลินนั่นเองที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้
“แล้วนี่นางไปไหนล่ะชงชุดที่พ่อเอามาให้มันลองหรือยัง?” ไล่สายตามองหานาลินไม่เจอนายเสริมเห็นด้วยกับความคิดเห็นของบุญเติมเื่ที่ไม่ให้นาลินกลับไปรับจ้างทั่วไปในตลาดอีกแล้วให้บุตรสาวปลูกผัก ผลไม้เอาไว้กิน แบ่งขายทำกำไรบ้างนี่แหละ...ดีเเล้ว!
เพราะอีกหน่อยเมื่อแต่งงานร่วมหอกันลูกเขยของเขาอาจความจำกลับคืนมาแต่หากมันไม่กลับคืนหรือช้าแรมปีแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืน เขาคนนี้แหละจะอาสาพาลูกชายเศรษฐีกลับไปส่งถึงบ้านที่กรุงเทพพร้อมลูกสะใภ้ให้คนทางโน้นดีใจเล่นๆ
“นางน่าจะรดน้ำแปลงผักอยู่นะครับ” เมื่อเช้าเธอเป็คนประกอบมื้ออาหารไว้ให้เขาแต่เ้าตัวก็ปลีกวิเวกไปทานในครัวตามลำพัง...บอกแล้วนาลินเกลียดขี้หน้าเขาคงเกลียดเข้ากระดูกดำจนไม่อยากเห็นหน้า
“ยังจะทำงานอีกไอ้ลูกคนนี้ แล้วเอ็งล่ะเ้าบุญลองชุดเ้าบ่าวหรือยังว่ะ คับหลอมยังไงจะได้ไปเปลี่ยนที่ร้านเขาทัน เออ...ไอ้เด็กพวกนี้มันคิดอะไรของมันอยู่งานแต่งงานน่ะ ไม่ใช่เล่นขายของ” คนตื่นเต้นสุดอย่างนายเสริมอดบ่นคนรุ่นใหม่ไม่ได้
“ไป ไป ไปตามไอ้นางมาลองชุดพร้อมกัน ไปเลย” นายเสริมสั่งการพร้อมนั่งลง ซดน้ำหาความชื่นใจ ฝากบุญเติมได้แต่ถอนหายใจ...เขาไม่ได้ี้เีกลับกันเขาอยากไปเห็นหน้าเธอ ได้พูดจา อยากลองชุดอยากเห็นสาวน้อยในชุดวิวาห์ใจจะขาด...แต่สำหรับนาลินคงไม่ใช่
เธอเกลียดเขาแล้ว
คงไม่อยากเห็นหน้าเขาไม่อยากได้ยินเสียงให้รำคาญหู ไม่ได้อยากแต่งงานกับเขาสาเหตุที่เธอยินยอมเพราะพ่อเสริมเห็นด้วยและเื่เถ้าแก่หัวงูที่พยายามสานสัมพันธ์่นี้ก็เท่านั้นเอง
ว่าที่เ้าสาวเก็บบัวรดน้ำเดินนำมาที่กระท่อมทันทีที่หนุ่มตังเกส่งสารเสร็จ...เช่นเดิมเธอยังเป็สาวน้อยพิกุลทอง กลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก
เมื่อไหร่นางจะยอมพูดกับพี่?
“นางใส่ได้ค่ะพ่อ” เ้าตัวเพียงนำมาทาบทับและอีกอย่างสัดส่วนที่แจ้งเ้าของห้องเสื้อไปก็ถูกต้อง
“พ่อก็ว่าอย่างนั้นดูเหมือนชุดออกจะใหญ่ไปสักนิดด้วยซ้ำ” นายเสริมกล่าวเอาเป็ว่าชุดของเ้าสาวไม่น่าจะเกิดปัญหา
“เอ็งก็ลองใส่ดูสิเ้าบุญ เอ็งจะใส่พอดีหรือเปล่า?”
“ครับๆ เดี๋ยวผมจะรีบลองเปลี่ยนให้ดู” หนุ่มหล่อกระตืนรือร้น
“เออ ไปๆ”
“พ่อจ๋า ถ้าอย่างนั้นนางขอตัวไปเช็ดจาน ชาม บนเรือนก่อนนะคะ"จานชาม อุปกรณ์ครัวต่างๆมันสะอาดเอี่ยมอ่องอยู่แล้วนั่นเเหละ เพียงเเต่นาลินหาข้ออ้างไม่ให้ตนเองอยู่ใกล้กับชายหนุ่ม...ผู้ซึ่งเป็อันตรายต่อหัวใจหล่อนเท่านั้น
ความวาบหวามชวนหลงใหลจากรสจูบของเขายังตราตึงให้ดวงใจน้อยๆคะนึงหาหากเธอได้ยินเสียงหรืออยู่ใกล้ๆเขามากเกินไป...ก็กลัวว่าหัวใจไม่รักดีดวงใจมันจะเด้งออกมาน่ะสิ
พ่อเสริมกลับไปแล้วก่อนท่านแยกย้ายไม่วายกำชับให้เขาช่วยเหลือนาลินและเตรียมตัวไว้ให้ดีสำหรับวันมงคลวันพรุ่งนี้ท่านและเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันจะทยอยมาช่วยงานั้แ่ก่อนรุ่งสาง
“นางไม่ต้องยกครับ เดี๋ยวพี่ทำเอง” เห็นสาวน้อยบอบบางยกของหนักแล้วรีบปรามทันที เธอกำลังคิดว่าตัวเองเป็แคทวูทเมนหรือไงคิดว่ามีพลังวิเศษอย่างนั้นเหรอ บุญเติมรีบไปคว้ากล่องลังพวกนั้นเอาไว้เองก่อนจะซ้อนไว้เป็ชั้นๆอย่างเรียบร้อย
กว่าทุกอย่างจะเสร็จก็เหนื่อยเอาการ...งานแต่งงานจัดขึ้นเล็กๆก็จริงแต่เหน็ดเหนื่อยไม่ใช่เล่นเลย เมื่อหันไปมอง พบว่าว่าที่เ้าสาวของเขาในวันพรุ่งนี้ปรากฏว่านาลินอยู่ในชุดนอนตัวเก่งแล้วเธอตระเตรียมฟูกนอนประจำตำแหน่ง
คืนนี้คงเป็อีกคืนหนึ่งที่แสนอึดอัดของเขา
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเป็ชุดตัวเก่าของพ่อเสริมที่ท่านเมตตาทิ้งไว้ให้ใช้สอยบุญเติมก็มาประจำตำแหน่งฟูกนอนของตนบ้าง เขาเฝ้าคิดทบทวนอยู่นาน
“นาง”
“...” ไร้เสียงตอบรับจากสาวน้อยตรงหน้า
“ถ้านางยังนอนไม่หลับได้โปรดฟังคำขอโทษจากพี่ด้วยเถอะนะครับ...เื่คืนนั้นพี่ขอโทษหากทำให้นางรังเกียจและไม่สบายใจั้แ่คืนนี้เป็ต้นไปพี่จะอยู่แบบเจียมตัว จะไม่อยู่ให้นางรำคาญหู รำคาญตาอีกเป็อันขาด”เดาไม่ผิดนาลินคงยังไม่หลับหรอกและท่าทีของสาวน้อยตลอดหลายวันมานี้ชายหนุ่มตังเกรับรู้ได้อย่างดีว่าเธอไม่มีความสุขเลย
ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม...ถ้าเขาทำให้เธอทุกข์อย่างนั้นแล้วไม่ขออยู่ให้เห็นหน้าดีกว่า
หนุ่มผู้น้อยเนื้อต่ำใจรวบรวมหมอนผ้าห่มลงของตัวเองไปยังเเคร่ไม้ใต้ถุนบ้านหลังกล่าววาจาเสร็จสิ้นคืนนี้เเละคืนต่อๆไปเขาจะนอนที่นี่ในใจอยากจะไปให้ไกลจากสายตาเธอมากกว่านี้น่ะ...แต่ทำไม่ได้
เขามันคนไม่มีใคร สิ้นไร้ไม้ต่อนี่มาอยู่ที่เกาะสีครามแห่งนี้ก็รู้จักคุ้นเคยกับเธอและพ่อเสริมเพียงเท่านั้นไอ้ที่จะไปเพิ่งบารมีไต๋กุ๋งหรือเพื่อนร่วมงานก็เกรงใจเหลือเกินพวกเขาเ่าั้จะเดือดเนื้อร้อนใจเสียเปล่าๆ
นาลินลุกขึ้นนั่งชันเข่าน้ำตาค่อยๆไหลเออเป็สาย เธอรับรู้ว่าเขาเดินลงไปจากตัวบ้านแล้ว
“นางขอโทษค่ะพี่บุญ ฮือ ฮือ” ทั้งหมดเกิดขึ้นจากใจไม่รักดีของเธอไม่ใช่เหรอเธอปั้นปึงใส่เขาก็จริงแต่นั่นเป็ปฏิกิริยาปิดบังความรู้สึกแท้จริงภายในต่างหากเล่า...ถ้าพี่บุญรู้ว่าเธอกำลังใจสั่นยามอยู่ใกล้ชิดเขาเผลอเป็ไม่ได้ต้องแอบส่งสายตามองหาเขาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่า่เวลาปลูกผักจะถากถางหญ้าเธอมักความใจลอย อยู่ไม่เป็สุข
ถ้าเขารู้...เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?