กิลด์นักพจญภัยหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับคำร้องและแจกจ่ายงานให้กับผู้ที่้าหางานทำแลกกับเงินเงินรางวัลจะขึ้นอยู่กับยากของภารกิจนั้นๆ
พูดง่ายๆกิลด์นี้ก็คือหน่วยงานที่คอยรับงาน และมอบมันให้กับเหล่าคนที่ไม่มีงานทำเลยต้องมาทำงานรับจ้างอิสระแบบนี้
แร้งค์ของนักพจญภัยและแร้งค์ของภารกิจถูกแบ่งเป็5 ระดับ แบ่งง่ายๆ ตามตัวเลขั้แ่ 1-5 ระดับที่ต่ำสุดคือ 1 ส่วนสูงสุดคือ 5ระดับเหล่านี้บ่งบอกถึงความสามารถของนักพจญภัย และความยากของภารกิจ
ภารกิจในตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็การออกไปหาวัตถุดิบบางอย่างนอกเมืองตามความ้าของผู้ส่งคำร้อง
การรับภารกิจมักจะรับภารกิจในระดับเดียวกับแร้งค์ของตัวเองเป็หลักยิ่งแร้งค์สูงก็ยิ่งรับภารกิจระดับที่สูงและอันตรายขึ้นได้ส่วนคนที่ระดับต่ำก็รับภารกิจได้แค่การออกไปนอกเมืองไม่ไกลนัก
เมฆเองก็เป็หนึ่งในนักพจญภัยระดับล่างสุดที่ต้องดิ้นรนหาเงินมาใช้ในชีวิตประจำวันแม้ทางอาณาจักรจะมีที่อยู่ให้ แต่ไม่ได้มีเงินให้นั่นคือสิ่งที่ผู้มาเกิดใหม่ต้องดิ้นรนหาเอาเอง
การมีอยู่ของกิลด์นักพจญภัยก็พอจะเป็หนทางช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินได้นอกเหนือจากการไปหางานประจำทำ
เขาคุ้นชินกับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว จากอนิเมที่เคยดูมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เลยตัดสินใจลองมาเป็นักพจญภัยดู
แต่ความจริงนั้นโหดร้ายเสมอในเมื่อเขาเป็แค่คนไร้พลังเวทเขาจึงไม่มีสิทธิ์จะไปรับงานที่อันตรายอย่างออกไปนอกเมืองไกลๆ ได้
ถ้าถามว่าทำไมเพราะสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการคืนชีพไม่ได้มีแค่มนุษย์ มันรวมไปถึงสัตว์ป่าด้วยทำให้ข้างนอกเมืองนั่นมีสัตว์ป่าที่อันตรายอยู่มากมายเช่น งูหรือไม่ก็หมีและเพิ่งมีข่าวมาไม่นานว่ามีคนถูกหมีทำร้ายตอนออกไปนอกเมือง
แม้ทุกคนจะสามารถใช้เวทมนตร์ได้แต่การใช้มันเพื่อต่อสู้นั้นเป็คนละเื่กันโดยเฉพาะเหล่าผู้เกิดใหม่ที่ไม่ค่อยคุ้นกับการใช้พลังเวทนัก
สิ่งที่อันตรายขึ้นไปอีกคือเริ่มมีข่าวหนาหูว่ามีสัตว์บางตัวใช้พลังเวทได้เช่นกัน
พลังของไลฟ์นั่นเริ่มทำให้โลกนี้แฟนตาซีมากขึ้นไปทุกทีหากข่าวที่ว่านั้นเป็เื่จริงในอนาคตคงได้เปลี่ยนชื่อเรียกจากสัตว์ป่าเป็มอนสเตอร์แทน
ที่ด้านในของตึกกิลด์นักพจญภัย
‘นก’ หญิงคนหนึ่งผู้มีหน้าตาที่นับได้ว่าน่ามองผมสีน้ำตาล ทำผมทรงถักเปียข้างเดียว
เธอแต่งเครื่องแบบของพนักงานกิลด์ผจญภัยและกำลังจัดการปักหมุดภารกิจต่างๆ ลงบนบอร์ดภารกิจอยู่
เธอเป็คนที่มาเกิดใหม่ั้แ่หลายปีก่อนและใช้เวลาไม่นานในการเรียนรู้ภาษาจิคม่า ท้ายที่สุดเธอจึงได้รับเลือกให้เข้ามาทำงานที่กิลด์นักพจญภัยนี้ั้แ่หลายปีก่อน
เมื่อเมฆเข้ามาในตึกและเห็นเธอแล้วจึงเข้าไปทักทาย
“สวัสดีครับพี่นก”เมฆกล่าวสวัสดีพร้อมไหว้ทักทาย
“สวัสดีจ่ะน้องเมฆขอบใจนะจ๊ะที่ช่วยซื้อของมาให้” นกตอบกลับคำทักทายตามปกติแต่เนื่องจากถือเอกสารเต็มมือเลยไหว้ตอบกลับไม่ได้
เมฆเดินเอาของที่นกฝากซื้อไปวางที่เคาน์เตอร์นั่งทำงานประจำของเธอ
“แล้ววันนี้มีอะไรให้ผมทำบ้างล่ะครับแบบไปฆ่าหมีอะไรแบบนั้นน่ะ ผมชักจะเริ่มเบื่องานเก็บสมุนไพรแล้ว”
ทั้งๆที่รู้ว่าเป็ไปไม่ได้แต่เมฆก็ยังจะพูดออกไป เขาไม่เคยฆ่าหมีสักหน่อย แล้วก็ไม่คิดว่าจะฆ่าได้ด้วยแค่รู้สึกหน่ายใจกับงานเดิมๆ ที่ทำอยู่ทุกวันที่ค่าตอบแทนน้อยแสนน้อย
“เธอก็รู้อยู่แล้วนี่นาว่าเธอทำภารกิจแบบนั้นไม่ได้น่ะไม่ใช่แค่แร้งค์ของเธอยังไม่สูงพอ แต่เธอยังไม่มีพลัง...ขอโทษจ่ะพี่แค่เป็ห่วงน่ะ จะออกไปข้างนอกอาณาจักรทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ”นกบ่นใส่เมฆที่พูดอะไรไม่เข้าท่า แต่ก็เผลอพูดถึงเื่ไม่เป็เื่จนได้
เมฆเข้าใจดีว่าทำไมถึงโดนบ่นแต่อดไม่ได้ที่จะปวดใจเล็กน้อยกับการโดนตอกย้ำว่าไร้พลังเวทต่อให้คำพูดนั้นมาจากคนที่เป็ห่วงเขาก็ตามที
งานที่เขาทำทุกวันบ่อยๆคือการออกไปเก็บสมุนไพรในป่ารอบเมืองตามภารกิจที่รับมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงอันตราย ยังไงซะนั่นก็เป็ป่านอกเมืองหากเกิดเื่ขึ้นมามันทำให้เขามีโอกาสรอดน้อยกว่าคนที่มีพลังเวทอยู่มากโข
“คร้าบๆ ผมก็แค่พูดเล่นน่ะผมไม่บ้าพอจะไปต่อยกับหมีหรอก แล้วตกลงว่าวันนี้มีงานไหมครับ?”
“ขอโทษนะพอดีวันนี้งานเก็บสมุนไพรไม่เหลือแล้ว มีคนมาเอาไปหมดแล้วล่ะ”
“อะไรนะ วันนี้ผมจะไม่มีงานทำหรอเนี่ย”เมฆตาเหลือกเมื่อได้ยินว่างานที่เขาทำได้เพียงอย่างเดียวตอนนี้ไม่เหลืออยู่แล้ว
อาจเพราะวันนี้เขามาสายกว่าปกติทำให้คนอื่นมารับภารกิจไปหมดแล้ว
คนที่มาเกิดใหม่ไม่ได้มีแค่เมฆคนเดียวยังมีคนแบบนั้นอีกมาก และการเป็นักพจญภัยก็ดูจะเป็ความฝันแรกๆที่คนทั่วไปหากเคยดูอนิเม หรืออ่านการ์ตูนมาก็อยากลองเป็ดูสักครั้งทำให้จำนวนนักผจญภัยเองก็มีไม่น้อย
ยังไม่รวมถึงผู้คนจากต่างโลกเองบางส่วนก็มาเป็นักพจญภัยเพื่อหาเงินประทังชีวิตใน่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นจาก 0 เช่นกัน
การรับภารกิจระดับล่างๆ จนหมดกระดานเองก็เคยเกิดขึ้นแต่ไม่บ่อยนัก
“พี่ว่าเธอน่าจะเลิกทำงานที่ต้องออกไปข้างนอกได้แล้วนะได้เงินไม่เยอะแถมต้องเสี่ยงอีกพี่ลำบากใจทุกครั้งเลยที่เห็นมือใหม่ไม่มีประสบการณ์แบบเธอไปเข้าป่ากันแบบนั้นน่ะทั้งที่พี่ก็ยื่นเื่ขอให้คนแร้งค์สูงๆ มาฝึกการใช้ชีวิตในป่าให้กับมือใหม่แล้วแท้ๆแต่ไม่เคยได้รับการอนุมัติเลยเนี่ยสิ”
การที่นกเป็พนักงานกิลด์คอยจัดการกับภารกิจแร้งค์เริ่มต้นเธอจึงได้พบหน้าใหม่บ่อย
เธอจึงไม่เห็นด้วยนักเวลาเจอหน้าใหม่ที่กระตือรือร้นเข้ามาเป็นักพจญภัยเพียงเพราะอยากลองต่อให้การไต่แร้งค์ไปในระดับที่สูงขึ้นจะสามารถทำเงินได้ดีก็ตาม
เพราะหากเกิดอันตรายต่อพวกเขาที่เป็หน้าใหม่ไร้ประสบการณ์เธอเองก็จะรู้สึกผิดที่ส่งพวกเขาไปเสี่ยง
แต่งานเหล่านี้สามารถช่วยให้พวกเขาได้ทำงานแลกกับเงินและในเวลาแบบนี้ หลายคนก็แทบจะไม่มีเงินติดตัวเลยไม่ว่าเป็ผู้คนของโลกไหน
เธอจึงต้องคัดเลือกงานที่จะมอบให้กับพวกเขาเ่าั้ให้ดีโดยเฉพาะกับเมฆที่ค่อนข้างพิเศษกว่าคนอื่น
นับั้แ่วันที่เมฆมาสมัครเป็นักพจญภัยเธอก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้นั้นไร้พลังเวท
เธออยากปฏิเสธการสมัครแต่ก็ทำไม่ได้กิลด์มีนโยบายว่าต้องเปิดกว้างกับทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะมีหรือไม่มีความสามารถก็ตาม
สิ่งที่น่าเป็ห่วงคือเมฆชอบกลับมาช้ากว่าคนอื่นที่ได้รับภารกิจแบบเดียวกันเสมออีกทั้งยังชอบกลับมาด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมอีก พอถามว่าไปทำอะไรมาเด็กคนนี้ก็จะชอบตอบบ่ายเบี่ยงตลอด
แต่ทุกครั้งที่กลับมาก็มีแค่าแถลอกเล็กน้อยเท่านั้นเลยได้แค่บอกให้รักษาตัวให้ดีตอนออกไปทำภารกิจทุกครั้งพยายามเปลี่ยนใจให้รับงานอื่นที่ไม่ต้องออกไปเสี่ยงหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
แต่ในวันนี้นั้นไม่เหมือนเดิมภารกิจที่เธออนุญาตให้เมฆทำได้นั้นไม่เหลือแล้ว
“ขอโทษนะจ๊ะ...อ๊ะ! เมฆเธอโชคดีนะยังมีภารกิจที่เธอทำได้เหลืออยู่พอดีเลย” นกติดภารกิจลงบอร์ดต่อไปเรื่อยๆจนถึงกระดาษแผ่นหนึ่ง เธอทำท่าอ่านมันก่อนยื่นให้กับเมฆ
ใบภารกิจนี้ถูกเขียนไว้ 2 ภาษาคือภาษาจิคม่า และภาษาอังกฤษ
เมฆค่อนที่ข้างเป็คนที่มีความรู้ด้านภาษาอยู่แล้วเลยอ่านมันออก
นับเป็เื่ที่ดีที่กิลด์นักผจญภัยเอาใจใส่ผู้คนของโลกเดิมด้วยการแปลภาษาให้คนทั่วไปสามารถอ่านได้
“ผู้ช่วยงานวิจัย...แต่เงินมันไม่เยอะไปสำหรับภารกิจระดับนี้หรือครับ?”เมฆอ่านชื่อภารกิจนั้นก่อนจะพบสิ่งผิดปกติ
นกที่เห็นเมฆทำท่าทางครุ่นคิดถึงความแปลกของภารกิจนี้เธอจึงต้องรีบผลักดันให้เมฆยอมรับภารกิจ
“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายแค่ไปช่วยงานวิจัยของท่านเอดก้าวันเดียวก็ได้ค่าตอบแทนขนาดนี้แล้วนะแล้วเป็งานด่วนที่เขา้าคนแค่วันนี้ด้วยพี่ได้ยินมาว่าเขาเป็นักวิจัยเวทมนตร์ที่ค่อนข้างดังเลยล่ะ”
“อืม...งั้นก็ได้ครับผมเอาภารกิจนี้แล้วกัน ขอบคุณครับพี่นก”
เขารับภารกิจนี้ไปทำเพราะหากไม่รับภารกิจนี้เขาก็ไม่มีอย่างอื่นทำแล้วอีกอย่างคือเงินของเขาเองก็ใกล้จะหมดเต็มที
“โชคดีนะก่อนกลับมาอย่าลืมให้ท่านเอดก้าเซ็นรับรองด้วยนะ”นกะโไล่ตามหลังในขณะที่เมฆกำลังจะเดินออกประตู
เมฆตอบรับก่อนเดินออกจากกิลด์ไป
“…เฮ้อ ในที่สุดก็สำเร็จสักทีนะ”นกถอนหายใจออกมาอย่าโล่งอก
ในที่สุดเธอก็สามารถทำให้เมฆไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายได้สำเร็จอย่างน้อยก็วันนี้
“ทำอะไรน่ะ ข้าเห็นนะ”
มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทักมาจากด้านหลังทำให้นกใจนสะดุ้ง
“ว้าย! ซิลฟี่ ใหมดเลยอย่าแอบย่องมาข้างหลังอย่างนี้สิ”
“ข้าไม่ได้ย่องมาสักหน่อยเ้านั่นล่ะทำอะไรน่ะ แอบไปช่วยเด็กคนนั้นแบบนั้นเนี่ยดีแล้วเหรอ?หวังอะไรอยู่รึเปล้าน้า~”
ซิลฟี่เธอทำงานในตำแหน่งเดียวกันกับนกและเห็นความผิดปกติของเพื่อนร่วมงานของเธอมาั้แ่เช้า
วันนี้ั้แ่เช้านกดูทำท่ากระวนกระวายแปลกๆและพยายามยัดเยียดภารกิจอย่างเก็บสมุนไพรให้คนที่แร้งค์สูงกว่าภารกิจไปทำจนหมดโดยเฉพาะพวกผู้ชายที่ชอบมาวอแวกับนกแค่ถูกอ้อนนิดหน่อยก็รับภารกิจที่ต่ำกว่าแร้งค์ตัวเองไปทำอย่างง่ายดาย
เธอไม่เคยเห็นนกใช้เสน่ห์ล่อลวงผู้ชายมาก่อนวันนี้นับเป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นนกทำแบบนั้น
ปกติแล้วนกจะต้องเก็บภารกิจแบบนี้ไว้อย่างน้อย1 อัน เพราะเป็ภารกิจแบบเดียวที่นกยอมให้เด็กคนที่ชื่อเมฆนั้นทำ
“ปะ...เปล่านะคือเด็กคนนั้นเขาไร้พลังใช่ไหมล่ะ ฉันก็เลยแค่เป็ห่วงน่ะว่าออกไปข้างเข้าป่าทุกวันมันดูอันตรายเกินไปหน่อย” นกแก้ตัวหน้าแดงก่ำเพราะถูกเพื่อนร่วมงานของตัวเองจับได้
“เข้าใจล่ะ ข้าจะยอมเชื่อเ้าก็ได้แต่มีบางอย่างนะที่เ้าไม่รู้เกี่ยวกับท่านเอดก้าน่ะ...ดูนี่สิ”ซิลฟี่หันหลังไปที่เคาน์เตอร์ตัวเอง ก่อนหยิบภารกิจที่ตัวเองดูแลมาให้นกดู
นกรับภารกิจนั้นไปดูก่อนจะพบว่ารายละเอียดทุกอย่างนั้นเหมือนกับภารกิจที่เธอให้เมฆไปไม่ผิดเพี้ยน
“นี่มันหมายความว่าไงน่ะ?”
ซิลฟี่เริ่มทำหน้าเคร่งขรึมนกเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกไป จึงต้องตั้งใจฟัง
“ท่านเอดก้าน่ะมาส่งคำร้องที่กิลด์ไม่บ่อยหรอกนะั้แ่เปิดกิลด์มาก็น่าจะแค่ 2-3 ครั้งเองล่ะมั้ง แต่ทุกครั้งที่เขามาส่งคำร้องก็มักจะมาหาข้าที่เป็คนจัดการกับภารกิจแร้งค์ 3 ขึ้นไปแต่พอมีคนรับภารกิจนั้นไปทำ พวกเขาชอบหนีกลับมาทั้งๆที่ภารกิจยังไม่เสร็จด้วยท่าทีหวาดกลัวเพราะแบบนั้นภารกิจของท่านเอดก้าเลยไม่เคยสำเร็จสักรอบ พอถามใครก็ตอบมาแค่ว่า‘จะให้ไปทดลองอะไรแบบนั้นน่ะ ไม่เอาด้วยหรอก’ นี่ก็นานหลายปีแล้วนะที่ท่านเอดก้าไม่ได้มายื่นคำร้องจนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เขามายื่นคำร้องไว้แต่ข้าก็ไม่อนุญาตให้ใครรับภารกิจนี้ไปทำเลยสักคนเพราะภารกิจของเขามันไม่สำเร็จบ่อยเกินไป ไหนจะนักผจญภัยที่ชอบมีอาการแบบนั้นอีกก็เลยปล่อยให้ภารกิจนี้หมดอายุไป แต่คราวนี้เขากลับมายื่นคำร้องกับเ้าที่เป็ผู้จัดการกับภารกิจแร้งค์1-2 เนี่ย มันก็ดูแปลกๆ นะ เหมือนว่าเขาต้องหาคนมาช่วยวิจัยให้ได้อย่างนั้นล่ะ”
“เอ๋!?” นกส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นตระหนกเกี่ยวกับเื่ที่ซิลฟี่พูด
ภาพความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาเธอจำได้ว่าเห็นนักพจญภัยคนหนึ่งวิ่งกลับมาที่กิลด์แล้วบอกกับซิลฟี่ด้วยความตื่นตระหนกว่าขอยกเลิกภารกิจ
เธอเองก็ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจนั้นสุดท้ายนักพจญภัยคนนั้นหายหน้าไปจากกิลด์หลายวัน ก่อนจะกลับมารับภารกิจอีกครั้ง
อีกทั้งยังเกิดความสงสัยเกี่ยวกับคำร้องที่พยายามหาคนที่แร้งค์3 ขึ้นไปมารับภารกิจอีกแต่พอไม่มีคนรับไปทำเลยมายื่นคำร้องกับเธอที่เป็คนจัดการกับภารกิจแร้งค์ 1-2เพื่อหาคนที่แร้งค์ต่ำกว่าไปทำภารกิจแทนและยังมีค่าตอบแทนที่สูงกว่าภารกิจในระดับเดียวกันมากด้วย
นกก็พอจะจำได้ว่าท่านเอดก้าที่มายื่นคำร้องกับเธอในวันนี้เป็ชายสูงวัยคนหนึ่งที่ท่าทางไม่มีพิษมีภัย เธอจึงไม่ได้เฉลียวใจอะไร
“เอ...แต่บางทีข้าอาจจะคิดไปเองก็ได้นะมันอาจไม่มีอะไรก็ได้ ท่านเอดก้าเองก็เป็นักวิจัยที่มีชื่อเสียงคนนึงเขาคงไม่ทำอะไรให้ตัวเองเสียชื่อเสียงหรอก แค่ช่วยงานวิจัยเองนี่นา วางใจเถอะ”
คำพูดชวนคิดในแง่ดีของซิลฟี่นั่นไม่ช่วยให้นกสงบใจลงได้เลยตอนนี้เธอกลับเป็ห่วงเมฆยิ่งกว่าเดิมเสียอีกรู้สึกเหมือนตัวเองได้ทำเื่ที่ไม่สมควรไปเสียแล้ว
“ขออย่าเป็อะไรไปเลยนะ”นกทำได้แค่ภาวนา