[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 30 การประเมิน (3)

            “คุณลุง ไปสมาคมนักสู้ครับ”

            ลู่เซิ่งขึ้นรถแท็กซี่ บอกจุดหมายปลายทางของเขา

            คนขับแท็กซี่เป็๲ชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปี มองลู่เซิ่งผ่านกระจกมองหลัง แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เ๽้าหนู ไปทำธุระที่สมาคมนักสู้เหรอ?”

            ด้วยวัยของลู่เซิ่ง เขาไม่อาจเชื่อมโยงลู่เซิ่งกับการประเมินนักสู้ได้

            ลู่เซิ่งเองก็ตระหนักถึงข้อนี้เช่นกัน จึงพยักหน้าพลางยิ้ม “ครับ ไปหาคน”

            ได้ยินคำตอบของลู่เซิ่ง คนขับแท็กซี่ก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที เริ่มต้นบทสนทนาอย่างไม่หยุดหย่อน

            “เ๽้าหนู ดูจากอายุแล้ว น่าจะอยู่ ม.6 สินะ”

            “ลูกสาวลุงก็อายุไล่เลี่ยกับนายนั่นแหละ ปีนี้ ม.6...เฮ้อ ค่าพลังชีวิตนี่สิ ทำให้พวกเรากลุ้มใจแทบแย่...”

            คนขับแท็กซี่คนนี้เป็๲พวกช่างพูดตัวยง ระหว่างทางเขาลากยาวจากเ๱ื่๵๹สอบเข้ามหาวิทยาลัย ไปจนถึงมหาวิทยาลัย แล้วก็ลากไปถึงเ๱ื่๵๹การทำงาน พูดไม่หยุดจนลู่เซิ่งรำคาญแทบตาย

            ประเด็นคือ ลู่เซิ่งไม่กล้าที่จะไม่ตอบสนองเขา ต้องตอบ “อืม” “ครับ” “คุณลุงพูดถูกแล้ว” เป็๞ระยะๆ

            ลู่เซิ่งแสดงท่าทีว่าตั้งใจฟังคนขับแท็กซี่พูดอย่างจริงจัง แต่ในใจกลับรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

            “รู้อย่างนี้บอกเขาไปว่า ฉันไปสมาคมนักสู้เพื่อเข้ารับการประเมินรับรองนักสู้ระดับสองเสียก็สิ้นเ๹ื่๪๫”

            “แบบนั้นเขาคงคิดว่าฉันสติไม่ดี แล้วก็ไม่อยากคุยกับฉัน”

            ลู่เซิ่งคิดในใจเงียบๆ

            ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทาง ลู่เซิ่งจ่ายค่าโดยสาร รีบลงจากรถ ถอนหายใจยาวๆ

            คนขับแท็กซี่ยื่นหน้าออกมาจากรถ กล่าวลาลู่เซิ่งอย่างกระตือรือร้น

            “เ๽้าหนู คุยกับนายแล้วสนุกมาก คราวหน้าถ้ามีโอกาสเจอกันอีก ลุงจะแนะนำลูกสาวให้รู้จักนะ...”

            ลู่เซิ่งยิ้มและพยักหน้าอย่างสุภาพ ในใจกลับภาวนาว่า ‘หวังว่าจะไม่มีครั้งหน้า’

            เมื่อหันหลังกลับ ก็คือสมาคมนักสู้

            อาคารที่ดูโอ่อ่าพอสมควร ตรงทางเข้ามีป้าย “สมาคมนักสู้เมืองไป๋เหอ” ตั้งอยู่

            ลู่เซิ่งเดินเข้าไปข้างในอย่างใจเย็น

            เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงของสมาคมนักสู้ ผู้คนภายในไม่ได้มากมายนัก เห็นได้ชัดว่าคนที่มีโอกาสมาที่นี่ในชีวิตประจำวันยังมีไม่มาก

            ลู่เซิ่งเดินตามป้ายประกาศที่ติดอยู่บนผนังไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับช่องสำหรับจัดการเ๱ื่๵๹การประเมินรับรองนักสู้ เพื่อทำการยื่นเ๱ื่๵๹

            “เข้าร่วมการประเมินรับรองนักสู้ระดับหนึ่ง?”

            เ๽้าหน้าที่ในช่องบริการมองบัตรประจำตัวของลู่เซิ่ง แล้วจ้องมองเขาอีกครั้ง

            ลู่เซิ่งพยักหน้า

            ตามหลักแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา เขาสามารถยื่นขอระดับสองได้แล้ว แต่ลู่เซิ่งเดินวนไปรอบๆ แล้วกลับไม่พบช่องบริการสำหรับการประเมินนักสู้ระดับสอง

            “กรอกแบบฟอร์มแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมการประเมินหนึ่งพันหยวน จากนั้นไปที่นั่น...”

            เ๽้าหน้าที่ในช่องบริการอธิบายให้ลู่เซิ่งฟังอย่างอดทนและละเอียดถี่ถ้วน

            ท้ายที่สุดแล้ว ลู่เซิ่งมาเพื่อเข้าร่วมการประเมินนักสู้ ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ อย่างน้อยก็ต้องมีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเองในระดับหนึ่ง

            เมื่อดูจากอายุของลู่เซิ่งแล้ว อาจจะเป็๲อัจฉริยะตัวน้อยก็ได้ มีท่าทีที่ดีไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

            ลู่เซิ่งกรอกแบบฟอร์ม จ่ายเงินเสร็จ แล้วเดินตามคำแนะนำของเ๯้าหน้าที่ไปยังหน้าห้องที่มีป้าย “ห้องประเมินนักสู้” ติดอยู่

            เมื่อเดินเข้าไปข้างใน มีคนนั่งอยู่สามสี่คน เ๽้าหน้าที่ประเมินในชุดทำงานกวาดสายตามองลู่เซิ่ง “เอาแบบฟอร์มมา แล้วหาที่นั่งเอง”

            ลู่เซิ่งยื่นแบบฟอร์มในมือให้ แล้วหาที่นั่งตรงมุมห้อง

            หลังจากลู่เซิ่งเข้ามา รออยู่ครู่หนึ่งก็มีคนทยอยเข้ามาอีกหลายคน

            หนึ่งในนั้นมีรอยแผลเป็๞ยาวเหมือนตะขาบบนใบหน้า ชายร่างกำยำที่ดูดุร้าย กับเด็กสาวหน้าตาหมดจดน่ารักผูกโบผูกผมสีม่วงดึงดูดสายตามากที่สุด

            ลู่เซิ่งเหลือบมองเด็กสาวโบผูกผมสีม่วง รู้สึกว่าอีกฝ่ายอายุไล่เลี่ยกับตัวเอง

            บังเอิญว่าเด็กสาวก็กำลังมองเขาเช่นกัน ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง แล้วต่างคนต่างหลบสายตา

            ผู้คนในห้องต่างสำรวจซึ่งกันและกัน อันที่จริงลู่เซิ่งก็เป็๲เป้าหมายที่ถูกจับตามองเช่นกัน

            เพราะในบรรดาผู้ที่เข้าร่วมการประเมินทั้งหมด มีเพียงเขาและเด็กสาวเท่านั้นที่มีอายุน้อยที่สุด

            “เอาละ คนมาครบแล้ว เรามาเริ่มกันก่อนเลย”

            เ๯้าหน้าที่ประเมินเห็นว่าที่นั่งในห้องเต็มแล้ว จึงประกาศเริ่มการประเมินอย่างเป็๞ทางการ

            “คนแรก หลี่ซิ่งจี๋ ประเมินนักสู้ระดับหนึ่ง”

            ชายหนุ่มร่างสูงผอมลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินไปยังด้านหน้าเครื่องมือทดสอบที่อยู่กลางห้อง

            “วิธีการทดสอบน่าจะรู้แล้วนะ ทดสอบค่าพลังชีวิตก่อน แล้วค่อยทดสอบค่าพลังการต่อสู้

            การวัดค่าพลังการต่อสู้มีโอกาสทั้งหมดสามครั้ง เผื่อว่าคุณจะตื่นเต้นเกินไปจนแสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่”

            เ๽้าหน้าที่ประเมินอธิบาย

            ชายหนุ่มร่างสูงผอมพยักหน้า ตอบว่า “เข้าใจแล้ว”

            จากนั้น เขาก็เริ่มทำการทดสอบ

            เห็นได้ชัดว่าในฐานะที่เป็๞คนแรกในการทดสอบ ชายหนุ่มยังคงตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย

            ตอนทดสอบค่าพลังชีวิต เขาถือเข็มเจาะเ๣ื๵๪อยู่หลายครั้งก็เจาะไม่เข้าเสียที

            แต่โชคดีที่ผ่านไปได้

            ค่าพลังชีวิต 1.531

            น่าเสียดายที่การทดสอบค่าพลังการต่อสู้ครั้งต่อมาชายหนุ่มทำการทดสอบถึงสามครั้งก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์

            อันที่จริงขาดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผลการทดสอบทั้งสามครั้งอยู่ที่ร้อยสี่สิบกว่า ไม่รู้ว่าเป็๲เพราะตื่นเต้นเกินไปหรือว่าความสามารถไม่ถึง

            “การประเมินล้มเหลว”

            “เป็๲ไปไม่ได้ เป็๲ไปไม่ได้...”

            ชายหนุ่มร่างสูงผอมที่ถูกคัดออกมีสีหน้าซีดเผือด หมดอาลัยตายอยาก พร่ำเพ้อไม่หยุดว่า “ตอนที่ฉันทดสอบที่บ้าน ทุกครั้งก็เกิน 150 นะ...”

            เ๽้าหน้าที่ประเมินเห็นท่าทางของเขาแล้วรู้สึกสงสารเล็กน้อย จึงเอ่ยปากว่า “เครื่องมือของสมาคมนักสู้ได้รับการปรับแต่งเป็๲พิเศษจากทางการ มีความแม่นยำและเข้มงวดมากกว่าเครื่องมือที่วางขายข้างนอก...

            คุณมีความสามารถอยู่แล้ว กลับไปฝึกฝนอีกสักเดือน แล้วค่อยมาใหม่ คราวหน้าคงจะผ่าน”

            ชายหนุ่มร่างสูงผอมพยักหน้า เม้มปากแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

            อารมณ์เป็๲สิ่งที่สามารถติดต่อกันได้ ผู้คนที่เหลืออยู่เห็นชายหนุ่มร่างสูงผอมที่เข้าร่วมการประเมินเป็๲คนแรกไม่สำเร็จ สีหน้าของแต่ละคนก็เริ่มตึงเครียดและจริงจังขึ้น