> แรก
เพื่อนกับแฟนนี่ความสำคัญคนละเลเวลจริง ๆ ครับ
ก่อนผมมาเรียนที่ซิดนีย์ ไอ้เฟิร์สกับไอ้อีออกปากจะมาหา วางแผนไว้ดิบดีว่าจะขับรถบ้านไปแคมปิงกัน แล้วไงล่ะ
ถึงเวลาเข้าจริง ๆ ไอ้เฟิร์สก็ดัดจริตวิ่งตามฟ่างไปทำงานที่นิวซีแลนด์
นอกจากเปิดร้านกาแฟกับบราวนี่แล้ว ฟ่างยังเป็ช่างภาพและบล็อกเกอร์ท่องเที่ยว คราวนี้เขาไปถ่ายพวกูเาน้ำตกอะไรงี้ ไอ้เฟิร์สก็แถด ๆ ๆ ตามไปด้วย
ที่เซอร์ไพรส์จัดคือไอ้อีรีบพาไอ้นอร์ทตามไปทันที ด้วยเหตุผลที่ว่าจะพาน้องไปดูมิดเดิลเอิร์ธ
แหม ๆ ๆ ๆ คนหรือฮอบบิทถามก่อน
ด้วยเหตุนี้ พวกมันเลยบินข้ามหัวผมไปนิวซีแลนด์กันหมด
ไอ้เฟิร์สทำมาปลอบใจ ว่าจะแวะมาหาสักสองวันก่อนบินกลับไทย มาแบบนี้ เรียกว่าแค่มาทรานสิทเครื่องเถอะ ไอ้เวร
ผมบ่นเื่นี้นับร้อยหน ทั้งโทรด่าพวกมันสองคน พาลโทรด่าไอ้นอร์ทด้วย
แต่ไม่กล้าชิ่งไปถึงฟ่าง เพราะยังไม่ได้สนิทขนาดนั้น แถมมันชอบดึงหน้าตึงด้วย เลยขอฝากไว้ก่อน
บ่นมาก ๆ เข้า ก็เลยพาลบ่นให้พี่ก้าวฟัง
่หลังนี่ หากวันใดพี่ก้าวเลิกเรียนไว แกจะเดินมารับผมที่สถานีรถไฟ แวะซูเปอร์มาร์เก็ตข้างสถานี ซื้อจำพวกอาหารสดมาทำกินที่หอพัก
ผมหมายถึงว่า พี่ก้าวเป็คนทำกับข้าวนะครับ มิใช่ผม
ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายตัวโต ๆ จะทำอาหารอร่อย แม้จะเป็กับข้าวง่าย ๆ อย่างผัดผัก ไข่ตุ๋น แกงจืด ข้าวผัด ข้าวต้ม แต่ผมรู้สึกว่ามันอร่อยมาก ๆ
ผมก็เกรงใจแกอยู่ จึงเสนอตัวเอาผ้าไปซักให้ ก็เอาไปหย่อนเครื่องทิ้งไว้ แล้ววิ่งมานั่งรอกินข้าวแหละครับ
แหม แต่ก็ถือว่าช่วยทำงานแหละน่า
เย็นวันศุกร์หลังจากกินข้าวเสร็จ ตอนที่เราช่วยกันล้างจาน จู่ ๆ พี่ก้าวก็ถามขึ้นมา
“พรุ่งนี้เช้าไปบลูเมาน์เทนกันมั้ย”
แกคงเห็นว่าผมทำตาโต อ้าปากค้างอยู่
“ก็เห็นเราบ่นว่าอยากไปั้แ่ตอนมาถึงใหม่ ๆ แล้ว แต่ที่พี่ไม่ได้ชวนเพราะเห็นว่าเรารอจะไปพร้อมเฟิร์สกับอี”
“และมันก็เทผม”
“พี่ก็เลยชวนนี่ไง ออกเช้า ๆ นอนคืนนึง อีกวันค่อยกลับ ถ้าโอเคเดี๋ยวพี่จะลองหาที่พัก ่นี้ไม่ใช่ไฮซีซั่น น่าจะพอหาได้อยู่ ถ้าไม่มีจริง ๆ ค่อยกลับมานอน Katoomba หรือ Leura ก็ได้”
โห คือถ้าพี่จะรีวิวมาขนาดนี้ ก็ไปจัดกระเป๋ากันเถอะ อันนี้คิดในใจนะครับ
วันเสาร์เราออกเดินทางั้แ่หกโมงเช้า นั่งรถไฟไปสถานี Katoomba ใช้เวลาราวสองชั่วโมง
แวะกินข้าวเช้าก่อนขึ้นรถบัส Hop-on Hop-off เพื่อไปเที่ยวบลูเมาน์เทน
อากาศวันนี้หนาวมาก ๆ เ้าของร้านกาแฟที่เราแวะกินมื้อเช้าบอกว่าเมื่อคืนหิมะตก
ใช่สิ ผมเห็นหิมะเกาะตามข้างทางั้แ่นั่งบนรถไฟแล้ว
ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ อุณหภูมิแสดงตัวเลข -1 องศาเซลเซียส บ้าไปแล้ว คืนนี้จะนอนบนูเาได้อย่างไร
บนบลูเมาน์เทน หลงเหลือน้ำค้างซึ่งกลายเป็น้ำแข็งเกาะบนพุ่มไม้และใบไม้ ขณะที่บางส่วนละลายเป็แอ่งน้ำเล็ก ๆ นองบนพื้นเพราะแดดเริ่มแรงขึ้น
อาจเป็เพราะเราออกแรงเดินเพื่อไปดูหิน tree sister ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป ผมจึงรู้สึกว่าอากาศมิได้หนาวเท่าตอนเช้า
หลังจากชมจุดสำคัญ ๆ ครบแล้ว เราก็นั่งรถบัสลงมาเข้าที่พัก
พี่ก้าวจองบ้านพักผ่านทางเว็บไซต์ เราได้บ้านเล็ก ๆ แบบ cottage ที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสน
“สุดยอดว่ะพี่ก้าว มีเตาผิงด้วย ผมไม่เคยเห็นเตาผิงของจริงเลย เดี๋ยวผมไปเก็บกิ่งไม้มาใส่เตาผิงนะ”
ผมไม่สนใจพี่ก้าวซึ่งทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่รีบออกมาหากิ่งไม้ขนาดย่อม ๆ ที่หล่นอยู่แถวนั้น
น่าจะเป็เพราะน้ำค้างบนยอดหญ้าละลาย บวกกับทางค่อนข้างชัน ผมจึงลื่นไถลตกลงไปด้านล่าง
แขนครูดกับพื้นและกิ่งไม้แห้ง ๆ รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้า
พี่ก้าวร้องเรียกชื่อผมสุดเสียง แกคงเดินตามผมออกมา
ผมเจ็บและยอกไปทั้งตัวเกินกว่าจะยันกายนั่ง
พี่ก้าวค่อย ๆ ไต่ตามทางลาดลงมา
“ไหวมั้ย ทำไมไม่ระวังนะ”
ผมจับน้ำเสียงได้ว่าเป็ห่วงมากกว่าจะดุจริงจัง
“มา ขี่หลังพี่ละกัน”
“ไหวเหรอพี่ มันชันมากเลยนะ”
“เดี๋ยวเดินไปทางถนน อ้อมหน่อยแต่ไม่ชันมาก”
ผมขี่หลังพี่ก้าวกลับมาถึงบ้านพัก
พี่ก้าวทำความสะอาดาแให้ ส่วนใหญ่เป็แผลถลอก ดีนะที่ใส่เสื้อกันหนาวตัวหนา ไม่งั้นคงเจ็บตัวกว่านี้
“ทำไมในบ้านอุ่นกว่าข้างนอกอะพี่ เตาผิงก็ไม่ได้จุด”
“ก็จะบอกั้แ่แรกแล้วว่ามีฮีตเตอร์ ยังไม่ทันบอก เราก็รีบวิ่งออกไปเก็บกิ่งไม้ก่อน อีกอย่างถ้าอยากจุดเตาผิง เขาก็เตรียมฟืนเป็ท่อน ๆ ไว้ให้ในห้องครัว”
พี่ก้าวส่ายหน้า คงเอือมกับผมเต็มที
©©©