บาวาเรียเวิลด์ โลกลับเกมพิศวง
ลมอันเย็นะเืที่พัดจากทะเลเข้ามาสู่พื้นดินบริเวณชายฝั่งวาเรนนา ผสานกับเสียงคลื่นดังโครมที่กระทบกับโขดหินริมทะเล ได้เรียกสติให้เฟลิกซ์เปิดสองตาที่ปิดอยู่ ดูท้องฟ้าสีครามที่อยู่ตรงหน้า เขาพยายามพยุงร่างที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้น พร้อมหันซ้ายหันขวาดูรอบ ๆ ทว่าสภาพแวดล้อมที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า กลับไม่ใช่ห้องของเขาอีกต่อไป
ชายฝั่งอันเงียบสงัด ถูกปกคลุมไปด้วยทรายละเอียดสีขาวบริสุทธิ์ที่กระทบกับแสงแดดเป็ประกาย น้ำทะเลสีฟ้าใสมรกตจนมองเห็นสัตว์น้ำมหัศจรรย์น้อยใหญ่ที่แหวกว่ายไปมาในทะเลได้อย่างชัดเจน เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าฝั่งตรงข้ามกับทะเลนั้น มีป่าดิบชื้นที่ต้นไม้สูงใหญ่ สลับกับต้นไม้เถาวัลย์แสนลึกลับ โอบล้อมพื้นที่ด้านหลังเอาไว้ ราวกับเป็ป้อมปราการอันแข็งแกร่ง
แต่ทิวทัศน์ที่แสนอัศจรรย์ ราวกับโลกแฟนตาซีที่ทอดอยู่ตรงหน้าเฟลิกซ์นั้น ทำให้เขาคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป หรือไม่ก็เพี้ยนจนเป็บ้าไปแล้วแน่ ๆ เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของเกม MMORPG บาวาเรียเวิลด์ สถานที่แห่งแรกที่นักผจญภัยทุกคนจะต้องได้เผชิญหน้าเป็ด่านพื้นฐาน หลังจากที่ตกแต่งตัวละครที่ตนเลือกเสร็จสิ้น
“นี่มันชายฝั่งวาเรนนานี่นา! แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย?!”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ หุ่นกำยำไปด้วยกล้ามเป็มัด ในชุดนักรบแสนพิลึก พยายามย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนที่ตนจะหมดสติลง และฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความพิศวงเหล่านี้
“นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย ฉัน… ทำไมฉัน… ก่อนหน้านี้ ฉันนั่งอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กำลังเล่นเกมอยู่ที่บ้านตามปกติ แล้วหลังจากนั้น…”
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้
“คุณไม่เข้าใจผมเลย ทั้งหมดที่ผมทำไปก็เพื่อคุณ เพื่อลูก เพื่อครอบครัวเราทั้งหมด”
“ใช่! คุณทำเพื่อครอบครัว แต่ไม่ใช่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษากันแบบนี้ แล้วคราวนี้เราจะเอาหัวไปซุกที่ไหนนอน!”
“ผมมีทางของผมก็แล้วกัน!”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อกับแม่ขึ้นเสียงใส่กัน จนดังก้องไปทั่วบ้านแบบนี้ เสียงนั้นดังสนั่นเข้าไปถึงห้องของเฟลิกซ์อีกเช่นเคย มันดังพอที่จะทะลุหูฟังที่เขากำลังสวมใส่อยู่ จนเขาได้ยินเสียงทะเลาะของพ่อกับแม่กระจ่างทุกถ้อยทุกคำทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ
“เฮ้อ… เอาอีกแล้วสินะ”
ั้แ่เกิดมา ชายหนุ่มคุ้นชินกับภาพของพ่อกับแม่ที่รักกันมาตลอด ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่ง เื่เงินมันจะทำให้ความสุขในครอบครัวของเขาหายไป และความทุกข์ระทมเข้ามาครอบงำชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบของเขาแทน ถึงแม้ว่าเฟลิกซ์จะพยายามเก็บตัวอยู่ในห้องของเขาเพื่อเมินเฉยเื่เหล่านี้ และเบี่ยงเบนความสนใจไปที่หน้าจอขนาด 32 นิ้ว ที่กำลังแสดงผลความคมชัดระดับ 4K ของเกมบาวาเรียเวิลด์อยู่ แต่ก็ไม่อาจทำให้เขาจดจ่อกับเกมที่อยู่ตรงหน้าได้เลย
ความจริงแล้ว นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อของเขาต้องพบกับวิกฤติทางธุรกิจ เพราะเมื่อ 10 ปีก่อน ราคาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็ร่วงลงจนถึงขีดสุด จนส่งผลต่อธุรกิจครอบครัวที่พ่อเพียรสร้างมาั้แ่หนุ่มตกต่ำจนเข้าขั้นหายนะ แต่สุดท้ายพ่อก็สามารถพลิกวิกฤติที่ถาโถมเข้ามา และสามารถทำกำไรจากอสังหาฯ ได้เป็เท่าตัว จนทำให้ครอบครัวของเฟลิกซ์ร่ำรวยมาจนถึงทุกวันนี้
ทว่าดูเหมือนหนังม้วนนี้จะไม่จบบริบูรณ์เช่นเดิม บ้านทุกหลังที่มีได้ถูกยึดไปขายทอดตลาดจนหมด แม้กระทั่งเพนท์เฮ้าส์และคอนโดมิเนียมหรูที่พ่อเคยซื้อให้เฟลิกซ์เป็ของขวัญวันเกิดก็ถูกพ่อแอบนำไปขายใช้หนี้ แถมพ่อยังถูกศาลตัดสินล้มละลาย เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พ่อยังนำเครดิตของทุกคนในครอบครัวไปใช้จนเสีย เรียกได้ว่าไม่เหลือทางออกให้กับครอบครัวของเขาเลย
วันนี้เฟลิกซ์ก็พยายามเมินเฉยทุกปัญหาที่เกิดขึ้น และเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเหมือนทุกวัน ทั้งที่ในหัวของเขามีแต่ปัญหาพวกนี้วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแทบจะทำให้เขาเสียสติอยู่แล้ว
“เื่ของผู้ใหญ่ เดี๋ยวพ่อก็จัดการได้แหละ มันไม่แย่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง…”
ชายหนุ่มพยายามฝืนปลอบใจตัวเองทั้ง ๆ ที่รู้ว่าปัญหามันใหญ่ขนาดไหน เขายื่นมือที่ชุ่มเหงื่อ ซึ่งหลั่งออกมาเพราะความเครียด เลื่อนเมาส์ไปกดเชื่อมต่อเกมที่เล่นเป็ประจำ เพื่อที่จะได้ลืมปัญหาพวกนี้ไปสักชั่วครู่หนึ่ง
ระหว่างที่เกมทำการดาวน์โหลดข้อมูลที่อัปเดตใหม่ล่าสุดอยู่ ในหัวของเฟลิกซ์ก็ไม่หยุดคิดถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เขาพยายามคิดหาทางว่าจะต้องทำยังไง ถึงจะช่วยผ่อนปรนปัญหาของที่บ้านได้บ้าง
แต่หนุ่มมหาลัยอย่างเขา ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เรียนก็ยังไม่จบ งานการก็ยังไม่มีให้ทำ เขาทำได้แค่หาเงินค่าขนม จากการขายไอเทมเกมที่เขาหวงแหนมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของตัวเอง ซึ่งเงินจำนวนมากสุดที่เขาเคยขายได้ ก็แค่ไม่กี่หมื่นดอลลาร์เท่านั้น ไม่กี่หมื่นดอลลาร์… ถึงจะดูเหมือนว่ามันมากโขอยู่ แต่จริง ๆ แล้ว เงินแค่นี้ถือว่าน้อยกระจ้อยร่อยไปเลย เมื่อเทียบกับหนี้สิบล้านดอลลาร์ที่พ่อหอบมาให้กับครอบครัวในเพียงไม่ชั่วข้ามคืน
เฟลิกซ์สามารถมีไอเทมหายากมาไว้ในได้ ก็เพราะเขาเป็เซียนเกมระดับมาสเตอร์ เรียกได้ว่าไม่มีเื่ไหนในบาวาเรียเวิลด์ที่เขาจะไม่รู้ ทุกปีเขายังถูกเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงประจำปีของเกม ในฐานะผู้เล่นระดับมาสเตอร์ที่มีอยู่ไม่กี่คนในเกมอีกด้วย
[ติ๊ง ติ๊ง]
เสียงข้อความจากระบบเกม ได้ดึงสติของเฟลิกซ์ให้กลับคืนมาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง และลืมปัญหาที่วุ่นวายไปชั่วขณะ เฟลิกซ์ทำตามรูทีนประจำของตัวเองเหมือนกับทุกครั้งที่เข้าเกม โดยการเข้าไปกดรับของรางวัลเช็กชื่อประจำวัน และเช็กกล่องจดหมาย เพื่อกดรับไอเทมที่ค้างอยู่ จนมาถึงข้อความสุดท้าย
[จดหมายจาก M (?) ]
“หืม? คอนเทนต์ที่อัปเดตใหม่ของสัปดาห์นี้เหรอ? ทำไมไม่เห็น GM อัปเดตแพทช์ หรือแจ้งให้ทราบก่อนเหมือนทุกทีเลยล่ะ”
ชายหนุ่มเร่งเข้าไปยังเว็บไซต์หลักของเกม เพื่อตรวจสอบรายละเอียดแพทช์ที่อัปเดตประจำสัปดาห์ แต่ก็ไม่พบคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับข้อความปริศนาที่เขาเห็นเลย ถึงจะฉงนกับข้อความปริศนาที่ค้างอยู่ในกล่องข้อความ แต่เฟลิกซ์ก็ไม่รอช้า เร่งมือเลื่อนเมาส์กดปุ่มรับ [จดหมายจาก M (?) ] ที่อยู่ด้านล่างขวาในทันที
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าสลับเขียวอมม่วงเป็ประกายพุ่งกระจายออกเป็เสี่ยง ๆ ราวกับแสงที่เปล่งออกมาเมื่อยานอวกาศทะลุเข้ารูหนอน แสงนั้นสาดส่องออกมาจากหน้าจอ แล้วพุ่งเข้าไปที่ม่านตาของเฟลิกซ์ จนทำให้เขาแสบตาจนปวดหัวจี๊ด ยิ่งกว่าตอนดูดน้ำสมูทตี้เย็นจัดเร็ว ๆ เสียอีก เขาต้องเบือนหน้าหนีและหลับตาปี๋ เพื่อปกป้องดวงตาตามสัญชาตญาณที่ติดตัวมาั้แ่เกิด
แต่พอลืมตาขึ้นอีกที เขาถึงกับอึ้งจนทำตัวไม่ถูกกับทิวทัศน์ที่แสนพิศวง เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นคือ บาวาเรียเวิลด์ของจริง เฟลิกซ์พยายามตั้งสติแล้วตบหน้าตัวเองไปสองสามครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้บ้าหรือกำลังฝันไป
“เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าฉันหลุดเข้ามาอยู่ในเกมจริง ๆ งั้นตอนต้นเื่ก็ต้องพบกับเรดเดมอน NPC หลักของเกมก่อนสิ แล้วอยู่ไหนล่ะ ไม่เห็นมีเลย”
ชายหนุ่มที่ฉงนกับเหตุการณ์ลึกลับตรงหน้า พยายามมองหาเรดเดมอน ซึ่งเป็ NPC ตัวแรกในเกมที่นักผจญภัยจะได้พบ เพราะหากไม่มีเรดเดมอน ตัวละครก็จะไม่สามารถดำเนินเควสต์ เพื่อก้าวไปสู่ขั้นต่อไปได้ แต่ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตปริศนาที่มีลักษณะคล้ายกับภูติญญาที่จับต้องไม่ได้ ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าเฟลิกซ์ พร้อมกับเสียงทักทาย
“สวัสดี นักผจญภัย ได้สติแล้วหรือ? ข้านึกว่าเ้าตายไปแล้วเสียอีก”