เช้าวันต่อมา
“วันนี้ข้าจะไปตลาดในเมืองนะเ้าคะ”ซินหยางเฟิ่งพูดขึ้น หลังจากกินอาหารมื้อเช้าแล้ว
“เ้าจะไปทำอะไรหรือ” นางซินฟางถามด้วยความแปลกใจเพราะั้แ่วันที่ซินหยางเฟิ่งตกน้ำกลับบ้านมาด้วยสภาพยับเยินวันนั้นก็ไม่เคยเห็นนางออกไปไหนเลยนอกจากูเาหลังบ้าน
“ไปสำรวจตลาดเ้าค่ะ อยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่มีเงินงอกเลยว่าจะไปดูสักหน่อยว่าพอจะมีอะไรให้ข้าทำเงินได้บ้าง”ซินหยางเฟิ่งตอบไปตามความจริง
“ข้าไปด้วยได้หรือไม่ พอดีเลยงานปักของข้าเสร็จหลายผืนแล้ว จะได้เอาไปส่งที่ร้าน” ซินลี่ถังกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นให้ข้าไปเป็เพื่อน พวกเ้าเป็ผู้หญิงไปกันแค่สองคนมันอันตราย” ซินกังรีบเสนอตัว
ซินหยางเฟิ่งกลอกตารอบหนึ่งนางไม่แน่ใจว่าหากเกิดอันตรายใครจะดูแลใครกันแน่
“ทำไมเ้าทำหน้าเช่นนั้น” ซินกังขมวดคิ้วถาม
ซินหยางเฟิ่ง “ไม่มีอะไร เอาเถอะถ้าพวกเ้าอยากไปก็ไปกัน”
ซินลี่ถังและซินกังพอใจในคำตอบของซินหยางเฟิ่ง
หลังจากเตรียมตัวเสร็จเด็กหนุ่มสาวทั้งสามคนก็เดินทางไปตลาด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณสิบลี้ถ้านั่งเกวียนคนเดียวก็สองอีแปะ แต่สามคนหกอีแปะมันมากเกินไป ซินลี่ถังตัดใจไม่ได้เพราะค่าปักผ้าเช็ดหน้าได้เพียงผืนละห้าอีแปะ จึงชวนเดิน อีกสองคนก็ตกลงทุกคนจึงต้องเดินเท้าไปตลาด
“เราแยกกันตรงนี้เถอะ”
ทันทีที่เข้าสู่ตลาด ซินหยางเฟิ่งก็ชวนกันแยกย้ายทันที
“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ทำไมเราไม่ไปพร้อมกันเลยล่ะ”ซินกังไม่เห็นด้วยทันที
“ข้ามีอะไรที่อยากดูตั้งมากมายวันนี้ข้าตั้งใจมาสำรวจตลาด ไม่ได้เจาะจงจะไปร้านไหน จะเดินตามกันไปทำไมข้าไปคนเดียวคล่องตัวกว่า จะได้ไม่ต้องรอกันไปรอกันมา” ซินหยางเฟิ่งอธิบาย
“ถ้าพวกเราแยกกันแล้วถ้าเกิดมีใครมารังแกล่ะ”ซินกังยังกังวลไม่เลิก
“เ้าคิดมากเกินไปแล้วถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไปส่งผ้ากับลี่ถัง คอยดูแลนางเถอะ”
“แล้วเ้าเล่าถ้าเ้าแยกไปคนเดียวหากเกิดอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร”
“หึหึหึ หนึ่ง ข้าอัปลักษณ์ไม่มีใครสนใจข้าหรอก สองถ้ามีคนตาบอดคันนักกล้ามารังแกข้า ข้าก็จะช่วยสงเคราะห์เกาให้ เอาละ ไม่ต้องพูดมากพวกเ้าไปกันเถอะ เอาตามนี้แหละ” ซินหยางเฟิ่งตัดบทใช้มือผลักซินกังให้เดินไปกับซินลี่ถัง
ซินลี่ถังไม่มีความเห็น ซินกังขมวดคิ้วไม่อยากจะเห็นด้วย แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปกับซินลี่ถังแต่โดยดี
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไปทำธุระของเ้าแล้วมาเจอกันที่ร้านปักผ้ายามอู๋นะ” ซินกังนัดหมาย
ซินหยางเฟิ่ง “ได้”
เมื่อเห็นสองคนนั้นเดินห่างออกไปแล้วซินหยางเฟิ่งก็ออกเดินบ้าง และด้วยใบหน้าเช่นนาง ใครเห็นต่างก็พากันมองเพราะมันดูอัปลักษณ์และแปลกตา ใบหน้าซีกหนึ่งงดงามผิวพรรณขาวผ่องละเอียดอ่อนราวกับคุณหนูจวนขุนนางชั้นสูงแต่ใบหน้าอีกซีกหนึ่งมีตำหนิน่าเกลียดที่ใครเห็นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเสื้อผ้าที่นางสวมใส่ก็ดูเป็ผ้าเนื้อดี การตัดเย็บประณีต แต่หากเป็คุณหนูมีเงินส่วนใหญ่แล้วมักจะหน้าบางถ้างดงามก็ว่าไปอย่างที่จะเปิดเผยใบหน้าให้ผู้อื่นได้ชื่นชมโฉมแต่อัปลักษณ์เสียขนาดนี้ก็คงต้องหาอะไรมาปิดคลุม ไม่ปล่อยเปลือยใบหน้าให้ใครเห็นความอัปลักษณ์ได้โดยง่ายเช่นนี้
แม้ว่าซินหยางเฟิ่งจะเห็นว่าบางคนมองตรงๆ บางคนแอบมองแต่นางก็ไม่สนใจ นางยังคงแวะร้านนั้น เข้าร้านนี้ เพื่อสอบถามหลังจากเดินเข้าออกได้ห้าร้าน ซินหยางเฟิ่งก็ััได้ว่ามีคนเดินตามนางจึงแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่ จากนั้นนางก็เดินเข้าร้านที่หกสอบถามข้อมูลตามปกติเมื่อเดินออกมาก็เห็นชายผิวเหลืองร่างสูงคนหนึ่งรีบหันหลังทำเป็เลือกของหญิงสาวกระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นเดินเอื่อยๆ ตรงไปข้างหน้าเมื่อเห็นว่าตรอกด้านหน้าไม่มีคนเดินผ่านไปมา นางจึงเลือกเดินเข้าไปชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาก็ตามเข้าไปเช่นกัน
“เ้าตามข้ามาทำไม” จู่ๆซินหยางเฟิ่งก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน ทันทีที่ชายผู้นั้นเลี้ยวตามไปจนถึงกลางตรอกแล้วมีทางแยกเพื่อเข้าสู่อีกซอยหนึ่ง
ชายผู้นั้นใไม่คิดว่าหญิงสาวจะรู้ตัวว่ามีคนติดตามนางมา แต่เพียงชั่วลมหายใจเข้าออกเขาก็ปรับสภาพจิตใจได้เป็ปกติ กล่าวโต้ตอบด้วยใบหน้าเ้าชู้
“ก็นะ ข้าเห็นว่าเ้าแต่งตัวงามขนาดนี้แต่กลับเดินคนเดียว เ้ากำลังอ่อยข้าอยู่ใช่หรือไม่”
“หือ ข้ากำลังอ่อยเ้าอยู่หรือ” ซินหยางเฟิ่งเลิกคิ้วไม่คิดเลยว่าจะมีคนหาเหตุผลเช่นนี้มาเป็ข้ออ้างเพื่อหาเื่นาง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจะบอกเ้า ว่าเ้าอ่อยสำเร็จแล้วแต่...ข้าไม่ได้สนใจตัวเ้าหรอกนะ” เขาหยุดพูด ทำท่ามีลับลมคมใน ก่อนที่จะพูดต่อ
“ข้าสนใจเงินเ้าต่างหาก ฮ่าฮ่าฮ่า เอาละอย่าให้เสียเวลา ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งเงินมาให้ข้าเสียดีๆมีเท่าไหร่ส่งมาให้หมด” เขากล่าวพร้อมกับยกมีดปลายแหลมแล่หมูความยาวของคมมีดประมาณหกชุ่นขึ้นขู่ สีหน้าเ้าชู้เปลี่ยนไป น้ำเสียงเข้มขึ้นสายตาข่มขู่ชัดเจนว่าให้ทำตาม
“โอ้ น่ากลัวชะมัด”ซินหยางเฟิ่งแสร้งทำเป็กลัวอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าอย่าได้...เฮ้ย โอ๊ย!” ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันจบมีดในมือของเขาก็หลุดจากมือไปเสียแล้วเพราะซินหยางเฟิ่งก้าวประชิดตัวคนร้ายอย่างกะทันหันมือข้างหนึ่งของนางผลักที่ข้อมือข้างที่ถือมีดตามด้วยขยับจับที่หลังข้อมือข้างนั้นของคนร้าย แล้วบิดหมุนข้อมือของคนร้ายให้พลิกกลับไปที่แผ่นหลังของเขาด้วยความรวดเร็วมือที่ถือมีดของเขาคลายออกทันทีทำให้หญิงสาวดึงมีดออกจากมือของคนร้ายได้อย่างง่ายดาย คนร้ายทรุดตัวลงนั่งชันเข่ารู้สึกเจ็บตึงที่แขน ความกลัวเกิดขึ้นในจิตใจแล้วเขาไม่กล้าขยับตัวด้วยเกรงว่าหากนางปีศาจอัปลักษณ์นี่ไม่พอใจก็อาจจะหักแขนของเขาเลยก็ได้
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นมีดในมือของคนร้ายก็เปลี่ยนคนถือไปเสียแล้ว
หญิงสาวเอามีดจี้คอของคนร้ายในขณะที่มืออีกข้างยังจับแขนข้างที่ทำเลวของเขาขัดไว้ที่หลัง
“โอ๊ย ยอมแล้ว ยอมแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ”ชายคนร้ายร้องโอดโอย เพราะเจ็บแขน
หญิงสาวแนบมีดไปกับลำคอของเขาแล้วสั่ง “หยุด!หยุดส่งเสียงได้แล้ว”
คนร้ายรู้สึกถึงความเย็นเยียบของใบมีดที่แนบติดอยู่กับลำคอของเขาเขาหุบปากทันทีไม่กล้าส่งเสียง
“อยากได้เงินอีกหรือไม่” ซินหยางเฟิ่งถามเสียงเรียบ
“มะ มะ ไม่ ข้าไม่อยากได้แล้วขอรับ” ชายคนร้ายค่อยๆเปล่งวาจาด้วยความสุภาพ เสียงตะกุกตะกัก
ซินหยางเฟิ่ง “อ้อ..แต่ข้าอยากได้นะ”
คนร้าย “หา!”
ซินหยางเฟิ่ง “เอาเงินมา มีเท่าไหร่ส่งมาให้หมด”
คนร้าย “.....”
“ฮี่ฮี่ ดีจัง วันนี้มีทุนแล้ว”ซินหยางเฟิ่งเดินส่ายศีรษะอย่างอารมณ์ดีพึมพำด้วยรอยยิ้มขณะนับเงินในมือหลังจากเดินออกมาจากตรอก
“สามตำลึง ห้าสิบสองอีแปะ ก็พอได้อยู่นะ”ซินหยางเฟิ่งนับเงินเสร็จก็เก็บใส่ไว้ในแขนเสื้อ แล้วเดินไปสำรวจร้านค้าอื่นต่อไป
วันนี้นับเป็ความซวยของโจรจริงๆ ที่เลือกเหยื่อผิดคน เพราะนอกจากจะขโมยไก่ไม่ได้แล้ว ยังเสียข้าวสารอีกกำมือซินหยางเฟิ่งบอกว่า เ้าจี้มา ข้าจี้กลับ ไม่โกง!
ซินหยางเฟิ่งไปที่ร้านปักผ้าตามเวลานัดเมื่อเกือบจะถึงร้าน ก็เห็นซินกังและซินลี่ถังกำลังนั่งคุยกันอยู่ระหว่างรอนางซินลี่ถังเห็นนางก่อน เมื่อซินกังเห็นปฏิกิริยาของซินลี่ถังก็มองตามสายตาของนางจึงได้รู้ว่าซินหยางเฟิ่งมาแล้ว ทั้งสองคนเดินมาหานางทันที ในมือของทั้งสองคนว่างเปล่า
ซินหยางเฟิ่ง “นี่พวกเ้าไม่ได้ขยับตัวไปไหนกันเลยหรือ”
ซินลี่ถัง “ไปเดินเล่นรอบตลาดมาแล้ว”
ซินหยางเฟิ่งคิดแล้วก็พยักหน้าเข้าใจพวกเขาคงเสียดายเงิน ต้องไม่ยอมซื้ออะไรแน่ๆ
ซินหยางเฟิ่ง “แล้วพวกเ้ากินอะไรกันหรือยัง”
ซินลี่ถังส่ายหน้า ในขณะที่ซินกังบอกว่ากินแล้วพูดจบซินลี่ถังและซินกังก็มองหน้ากัน
ซินหยางเฟิ่ง “เอายังไงแน่ ตกลงกินกันแล้วหรือยัง”
นางไม่เชื่อว่าในขณะที่คนหนึ่งยังไม่ได้กินอีกคนจะกินแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่กินคือซินกังเขาจะกินโดยปล่อยให้เด็กผู้หญิงอย่างซินลี่ถังอดได้อย่างไร
ซินกังเม้มปาก เขาไม่คิดว่าซินหยางเฟิ่งจะถามพวกเขาก็เลยไม่ได้นัดแนะกันก่อน
ซินหยางเฟิ่งกลอกตา ไม่ถามอีกแต่พูดว่า“ถ้าอย่างนั้นก็ไปหาอะไรกินกันเถอะ ตอนนี้ข้าหิวแล้ว”
ซินลี่ถังไม่พูดอะไร แต่พยักหน้าเพราะนางก็หิวแล้วเช่นกัน ซินกัง ผู้ชายคนเดียวใบหน้าขึ้นสีเพราะถูกจับได้ทันทีว่าโกหกจึงไม่พูดอะไรเช่นกันได้แต่เดินตามนาง
เดินผ่านร้านซาลาเปา ซินหยางเฟิ่งไม่แวะ
ผ่านร้านก๋วยเตี๋ยว นางก็ไม่แวะซินลี่ถังและซินกังหันมามองหน้ากัน ต่างคิดในใจ‘ไหนนางบอกว่าจะมาหาอะไรกิน’
ผ่านร้านข้าวเล็กๆ นางก็ยังไม่แวะอีกสองคนที่เดินตามเริ่มขมวดคิ้ว
ซินกังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “เ้าไม่แวะหรือแล้วเ้าจะไปกินที่ร้านไหน”
ซินหยางเฟิ่ง “เอาน่า เ้าตามข้ามาก็แล้วกัน”
ซินกังและซินลี่ถังหยุดพูดแล้วเดินตามนางไปเงียบๆจนไปหยุดอยู่ที่หน้าภัตตาคารแห่งหนึ่งเห็นซินหยางเฟิ่งยกยิ้มมุมปากสายตาบ่งบอกว่าพึงพอใจ
“จะ เ้า เ้าจะพาพวกข้ามากินที่นี่หรือ”ซินกังรีบดึงแขนเสื้อของซินหยางเฟิ่ง สายตาบอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะที่นี่คือภัตตาคารซุ่นหัว
เมืองฉูเฉิงจัดว่าเป็เมืองใหญ่ มีภัตตาคารเปิดหลายแห่งและภัตตาคารซุ่นหัวก็เป็ภัตตาคารใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งซินกังคิดแล้วรู้สึกหัวโตทันที เพราะมันต้องแพงมากแน่ๆ
ซินลี่ถังก็หน้าซีดเช่นกัน นางรีบยกมือขึ้นจับอกเสื้อเพราะในนั้นมีเงินที่นางเพิ่งได้รับจากค่าปักผ้า นางหวงมากนางจะไม่ยอมจ่ายเงินไปกับค่าอาหารที่ภัตตาคารนี้เด็ดขาดทั้งที่นางหน้าซีดแต่สายตาก็เด็ดเดี่ยวมาก ฉายชัดว่าไม่ยินยอม
ซินหยางเฟิ่งทำเป็ไม่เห็น พูดปลอบใจ “ไม่ต้องกังวลแค่ตามข้ามาก็พอแล้ว”
‘ไม่ต้องกังวลกับผีน่ะสิ’ ซินลี่ถังได้แต่พูดเถียงในใจแต่ก็ยอมเดินตามทั้งที่ยังกล้าๆ กลัวๆ