เมื่อมาถึงที่ค่ายทุกคนก็อยู่ในสภาพอิดโรยเพราะระหว่างทางที่มาก็ถูกดักโจมตีตลอดทาง ดีที่มีปืนกลมือของอันดาที่ยิงขู่ทีเดียวลูกดอกถูกยิงออกไปเป็สิบลูกจนทำให้ข้าศึกถอยกลับไปตั้งหลักก่อน
พวกข้าศึกรู้ดีว่าหากปล่อยให้แม่ทัพหยางกับถึงค่ายแล้วจะเป็การยากในการจู่โจมและทุกอย่างจะกลายเป็วิกฤติของพวกเขา ถึงแม้ว่าจะมีข่าวว่าทางต้าซานจะมีอาวุธวิเศษแต่ก็เป็แค่แม่ทัพคนเดียวที่ได้ใช้ จึงตัดสินใจลงมือทันที กลับกลายเป็ว่าเจออาวุธที่ยิงลูกดอกสังหารได้ทีเดียวพร้อมกัน
ดีที่ปืนกลมือนั้นอยู่ในมืออันดามันจึงเป็การขู่มากกว่าเพราะถ้าเป็แม่ทัพแล้วมันจะกลายเป็การกวาดล้าง
“เ้าหนูทำไมเ้าไม่สังหารพวกมันล่ะ” หยวนอิงที่หอบหิ้วสัมภาระมากกว่าใครบ่นออกมา
“ข้าเป็หมอมีไม่ใช่มือสังหาร” อันดาตอบสั้นๆ
"แล้วทำไมเ้าให้อาวุธท่านแม่ทัพล่ะ เ้าก็รู้ว่าท่านใช้ฆ่าคน ก็ถือว่าเ้าสนับสนุนเขาเหมือนกัน"หยวนอิง
“ให้เพราะเขาเองก็ต้องรักษาชีวิตตัวเองและชีวิตของพวกเราด้วย มันเป็การป้องกันตัว” อันดาตอบ ที่จริงเธอเคยยิงคน มีผู้ก่อการร้ายเข้ามาในหมู่บ้านที่เธอเข้าไปดูแล และคนที่เธอยิงนั้นจับเด็กคนนึงเป็ตัวประกัน เธอยิงไปที่แขนตรงจุดที่ทำให้เป็อัมพาต เพื่อให้เขาปล่อยเด็ก แค่นั้นนั้นเธอก็รู้สึกไม่ดีแล้ว
“อันดาเ้ามานี่” แม่ทัพหยางเรียกอันดาให้เดินไปใกล้ม้าของเขา เมื่ออันดาเข้าไปใกล้ๆ เขาก็หิ้วเธอขึ้นมาแล้วควบออกไป
“ใครเข้าค่ายหลังตะวันตกดินจะไม่ได้กินข้าว” แม่ทัพทิ้งท้ายเอาไว้
“ท่านหยวนอิงท่านหาเื่ให้พวกเราแล้ว” ทหารที่เดินตามกันมาโวยวาย
“รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรไปกวนใจเ้าเด็กอันดา ท่านก็ไม่เลิกตอแย เป็ไงล่ะ ท่านแม่ทัพโกรธแล้ว ท่านแบกไปคนเดียวเถอะพวกข้าไม่รอแล้ว” นายกองเสิ่นบ่นแล้วช่วยกันลากของโดยทิ้งหยวนอิงที่โดนทำโทษไว้คนเดียว
“อะไรกัน พวกเ้ารอข้าด้วยสิ มาด้วยกันจะมาทิ้งกันได้ยังไง” หยวนอิงโอดครวญ
“ส่งลังนั่นขึ้นเกวียนเถอะ ข้าจะช่วยขนไปให้ ส่วนสัมภาระพวกนั้นเ้าแบกไปเอง” รองแม่ทัพที่ปิดขบวนบอกหยวนอิง เขาอยากรู้ว่าในลังไม้นั่นมีอะไรกันแน่ เพราะพวกมหารนั้นคุ้มกันเป็อย่างดี
"ท่านแม่ทัพ ท่านกลับมาแล้ว หลี่เผิงที่เป็ที่ปรึกษาองค์รัชทายาทเดินมารอรับเมื่อเห็นขบวนทัพย่อยมาถึงค่าย
“เด็กๆ เอาตัวหลี่เผิงไปขัง” กลยุทธ์ที่เขาแนะนำนั้นนอกจากจะไม่สำเร็จแต่กลับทำให้ทัพอยู่ในอันตราย แล้วยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าไม่ได้ปืนของอันดาในการข่มขวัญก็ไม่แน่ว่าพวกเขาจะรอดจากการเสี่ยงครั้งนี้
คราวนี้ต้องโทษทางวินัยรุนแรงหยางเฟยหลงไม่มีทางปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้ เพราะเชื่อที่ปรึกษาจึงแอบหนีออกไปซุ่มโจมตีเองผลทำให้แม่ทัพต้องนำคนไปช่วยฝ่าออกมา ทำให้มีทหารเสียชีวิตไปหลายสิบนาย นี่เป็เพราะการขัดคำสั่ง โทษคือเฆี่ยนต่อหน้าทุกคน
“ท่านแม่ทัพ เฆี่ยนไม่ได้นะขอรับท่านเป็ถึง” หยวนอิง
“งั้นเฆี่ยนเ้าแทน” แม่ทัพหยาง
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะขอรับ” หยวนอิงพยายามแก้ตัว ใครจะทำให้องค์รัชทายาทเป็แผลได้อย่างไร
“แล้วยังไง” แม่ทัพถาม
“องค์เอ๊ยท่านรองแม่ทัพหลงเชื่อท่านที่ปรึกษาจึงออกไปโดยพลการ ดังนั้นโทษใหญ่ควรจะเป็เขาที่ต้องรับผิดชอบขอรับ” หยวนอิงอธิบาย
“แต่ถ้ารองแม่ทัพเห็นข้าอยู่ในสายตาไม่ทะเยอทะยานอยากสร้างผลงานจนหน้ามืดแล้วจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้หรือ รองแม่ทัพเจ็บไม่ได้ แล้วทหารเลวตายได้หรือไง
สิ่งที่สำคัญคือวินัย การขัดคำสั่งถือว่าขัดวินัยสูงสุดโทษเดียวคือตาย นี่ข้าลดโทษแค่เฆี่ยนรอยครั้งมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับชีวิตของทหารที่ต้องเสียไป!” แม่ทัพหยางให้ความสำคัญกับทหารของเขามาก และการกระทำครั้งนี้ไม่สามารถลดหย่อนโทษให้ได้ เพราะมีผลต่อการปกครองของเขาโดยสิ้นเชิง
“เฆี่ยนร้อยครั้งก็เท่ากับฆ่านั่นแหล่ะ” อันดาเห็นแส้ที่ใช้ฟาดดูเหมือนยังมีเศษเนื้อติดอยู่ที่แส้เลย นั่นหมายความว่าในการเฆี่ยนแต่ละครั้งแส้มันจะถลกหนังของคนที่โดนเฆี่ยนออกมาด้วยทุกครั้ง แต่คิดก็สยองแล้ว
“แล้วเ้ามีทางออกอื่นหรือ” แม่ทัพหันไปถาม
“แค่พูดเบาๆ ยังจะได้ยินอีก” อันดาบ่น
“ว่ามา” แม่ทัพหยางดุ
"ก็ไม่ต้องทำร้ายร่างกายแต่ทำร้ายจิตใจไง เอาให้แบบอายไปเลยไม่รู้จะหนีหน้าไปไหน อย่างเช่นให้ไปล้างส้วมหรือแบกน้ำ ทำงานหนักอะไรอย่างนี้น่ะ"อันดาออกความเห็น
ความเห็นครั้งนี้ของอันดาทำให้หยวนอิงรู้สึกดีกับเธอขึ้นมาหน่อยนึงเพราะนั้นเป็การที่ทำให้แม่ทัพจะได้ไม่ต้องโทษที่ทำให้องค์รัชทายาทาเ็
“อ้อ งั้นก็ดี งั้นเ้าเลือกเอาว่าจะโดนเฆี่ยนหรือโดนโกนหัว” เขาหันมถามรัชทายาท
นี่ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา การโกนผมคือการที่ลงโทษที่ร้ายแรงมาก โดยมากใช้สำหรับคนที่ทำผิดมหันต์และต้องเข้าคุก เพราะถือกันว่าเส้นผมนั้นเป็สิ่งสำคัญ เป็ของที่พ่อแม่มองให้มา การตัดผมถือว่าเป็การอกตัญญูอย่างหนึ่ง
“ร้ายแรงเกินไปขอรับ ท่านแม่ทัพโปรดพิจารณาใหม่ด้วย” หยวนอิงคุกเข่าขอร้อง
“ข้าเลือกความตาย” องค์รัชทายาทตอบเสียงเรียบ เื่นี้เขาผิดเองต้องรับผิดชอบ
“ท่านจะบ้าเหรอแค่ตัดผมเอง ดูนี่สิ” อันดาถอดหมวกหนังของเธอทำให้ทุกคนเห็นผมสีน้ำตาลทองนุ่มสลวยแต่สั้นแค่เลยติ่งหูมาหน่อยเดียว
“ดูสิออกจะเท่ ข้ามีปัตตาเลี่ยนช่วยโกนให้ท่านก็ได้ รูปหัวของท่านสวยรับรองหล่อจัด” อันดาช่วยโน้มน้าว
“เ้าเด็กกำพร้า เ้ากล้าดียังไง!” องค์รัชทายาทตวาด
“ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้ากำพร้า แต่ที่จริงข้าเพิ่งรู้ว่าข้าเองก็มีพ่อแม่นะ” อันดายังไม่เข้าใจว่าตัวเองถูกด่าเพราะผมสั้นนั่นเอง
“ไอ้หนูเ้าไม่มีพ่อแม่หรอกเหรอนี่” พวกทหารต่างก็วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา
“ไม่ได้ฟังกันเลยหรือไง ว่าข้าบอกว่าข้าเพิ่งรู้ว่าข้ามีพ่อมีแม่น่ะ” อันดายังคงเถียงกลับ คนพวกนี้เป็อะไรไปกันหมด
“ผมน่ะตัดแล้วก็ยาวออกมาใหม่ได้” แม่ทัพหยางพูดกับหลานชาย
“ข้ายอมโกนผมแทนองค์รัชทายาทขอรับเป็ความผิดของข้าทั้งหมดที่อยากให้ท่านมีผลงานเร็วๆ” หลี่เผิงขอรับผิดแทน
“ที่ปรึกษา!” องค์รัชทายาทไม่ยอมรับ
“เอาอย่างนั้นก็ได้โกนหัวหลี่เผิง ส่วนรองแม่ทัพ โทษตายเว้นได้ แต่โทษเป็ให้ไปล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดคอกม้าและขนน้ำ” แม่ทัพหยางตัดสินท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน
จริงอยู่ที่องค์รัชทายาททำผิด แต่โทษตายหรือการโกนหัวอาจจะเป็เหตุให้ทุกคนนั้นหัวหลุดออกจากบ่าก็เป็ได้