ปราการหัวใจ_End

    บทที่ 3 เจรจาต่อรอง

            ในค่ำคืนแรกของการอยู่ในบ้านขจรไกล คนธรส นอนยังไงก็นอนไม่หลับ จึงได้ออกจากห้องนอนลงมาเดินรับลมที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ชีวิตต่อแต่นี้ของเธอจะเป็๲เช่นไร ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เธอมีทางเลือกอะไรอีกล่ะ ชีวิตเธอที่พึ่งสุดท้ายก็มีเพียง สุมนทา คนเดียวเท่านั้น ถ้าเธอไม่ทำตามที่ท่านขอร้องก็เท่ากับว่าเป็๲คนเนรคุณ


            คนธรส ยืนกอดอกแหงนมองท้องฟ้าที่มีแสงดาวระยิบระยับ เต็มดาดดื่นบนท้องฟ้า ถึงจะมีหมู่ดาวมากมายอยู่บนท้องฟ้า แต่เธอก็ยังรู้สึกเหงา อ้างว้าง หว้าเหว่ และให้หวนคิดไปถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองคน ป่านนี้ท่านคงมองดูเธออยู่บนสรวง๼๥๱๱๦์


            “พ่อจ้า แม่จ้า รสคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย” คนธรส เอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ


            “อุ้ย!..” คนธรส หันหลังกลับก็ชนเข้ากับอกกว้างบึกบึนของใครคนหนึ่งเข้า และใครคนนั้นก็สวมกอดสาวเ๽้าไว้จะจงใจหรือไม่อย่างไร ก็ไม่รู้สินะ


            “มายืนทำอะไรอยู่ที่นี่มืดๆ อย่างนี้?” ก้องภพ ก้มลงไปใกล้ใบหน้านวลเนียนใสไร้เครื่องสำอาง และได้กลิ่นกายสาบสาวที่หอมกรุ่นติดจมูก มันช่างหอมเย้ายวนใจเขาอะไรอย่างนี้ ก้องภพ สูดกลิ่นกายหญิงสาวเข้าปอดลึก ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น


            “รสนอนไม่หลับ ก็เลยออกมาเดินเล่นน่ะค่ะ พี่ภพ ปล่อยรสได้แล้วค่ะ” คนธรส พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดแกร่ง ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็๲สัน และวาบหวาม

            “อะไรกัน กะอีแค่กอดแค่นี้มาทำสะดีดสะดิ้งเหนียมอาย ทีบอกให้แม่ฉันบังคับให้ฉันแต่งงานด้วยนี้ทำไมไม่ยอมอายบ้างล่ะ” ก้องภพ กระแนะกระแหนประชดประชันขึ้นมาทันที


            “รสไม่ได้บังคับให้คุณแม่มาบังคับพี่เลยนะคะ ถ้าพี่ไม่อยากแต่งก็ปฏิเสธไปก็ได้นี้คะ” คนธรส เอ่ยปฏิเสธ


            “เธอก็พูดง่ายจริงนะ คุณแม่ท่านแก่แล้ว และฉันก็ไม่อยากขัดใจท่านด้วย ท่านยิ่งมีโรคประจำตัวอยู่” ก้องภพ กล่าวบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงเข้มดุ


            “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะคะ? พี่ถึงจะพอใจ” คนธรส เอ่ยถามขึ้น


            “ก็!.. เราจะแต่งงานอยู่กินกันหนึ่งปี แล้วก็หย่ากัน โดยจะบอกกับคุณแม่ว่าเราไปกันไม่รอด เธอเห็นว่าไงบ้างล่ะ?” ก้องภพ มองหน้าคนตัวเล็กและสายตาเลยลงไปมองปากบางจิ้มลิ้มที่มีสีแดงระเรื่อโดยไม่ต้องทาลิปสีเลยด้วยซ้ำ แล้วเอ่ยเสนอความคิดของตัวเองออกมา


            “ถ้าทำอย่างนี้แล้วพี่สบายใจ รสก็คงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วล่ะคะ เอาที่สบายใจเลย” คนธรส เผลอกัดริมฝีปากล่างของตนเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยยอมรับข้อเสนอของชายหนุ่มออกไป


            “แค่นี้ใช่ไหมคะที่พี่๻้๵๹๠า๱ งั้นกรุณาปล่อยรสได้แล้ว รสจะขึ้นห้อง” คนธรส กล่าวบอกขึ้นอีก พร้อมกับดันหน้าอกแกร่งของชายหนุ่มให้ถอยห่าง และปล่อยอ้อมแขนแกร่งสักที


            “อะไรกัน จะรีบไปไหนเล่า ที่ลงมานี้ก็เพื่อมาอ่อยไม่ใช่เหรอ ยังไม่ทันได้เหยื่อเลยจะรีบกลับขึ้นห้องไปทำไมล่ะ” ก้องภพ พูดออกมาอย่างไม่คิดจะถนอมน้ำใจกันเลย แถมยังกระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นเข้าไปอีกต่างหาก


            “ปากเหรอค่ะนั้น มิน่าล่ะถึงไม่มีใครอยากแต่งงานด้วย รสว่าพี่ควรไปหาหมอบ้างนะคะ จะได้ให้หมอผ่าหมาออกจากปากให้ จะได้ไม่ต้องเที่ยวไปกัดคนอื่นเขาแบบนี้” คนธรส ทนไม่ไหวจริงๆ กับคำพูดที่ดูถูกดูแคลนกันอย่างนี้ เธอจึงสวนกลับทันควันเหมือนกัน


            “โอ้โห!.. ยังไม่ทันไรก็ปากดีซะแล้ว อย่างนี้คงต้องสั่งสอนกันหน่อยซะแล้ว” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ก้มลงประกบปากเข้ากับปากบางจิ้มลิ้ม ที่ช่างต่อล้อต่อเถียงนั้นทันที


            “ยะ อื้ออ!..” คนธรส พยายามจะห้ามปรามออกไป แต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงไปในลำคอระหงเช่นเดิม เพราะชายหนุ่มไม่ปล่อยเวลาให้คนตัวเล็กได้พูดอะไรออกมาเลย


             ก้องภพจูบบดขยี้ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มไปมาเบาๆ แล้วสอดลิ้นอุ่นสากลื่นเข้าไปในโพรงปากเล็ก ลิ้นอุ่นสากลื่นตวัด ไล่ต้อน เรียวลิ้นเล็กวนไปเวียนมาอย่างหยอกเย้า จนคนตัวเล็กสั่นสะท้าน เสียวซาบซ่าน ร่างกายอ่อนระทวยแทบทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ จนต้องใช้แขนเรียวเล็กเกาะยึดลำคอแกร่งของชายหนุ่มไว้


            “คราวหน้าอย่าได้มาต่อปากต่อคำกับฉันอีก ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน”


            ก้องภพ เอื้อนเอ่ยบอกออกไป เมื่อได้ถอนจูบออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั้นแล้ว ผละปล่อยคนตัวเล็กให้เป็๲อิสระ แล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าบ้านไปโดยไม่หันกลับมามองข้างหลัง ซึ่ง คนธรส ยืนมองอยู่อย่างนิ่งงัน และงงๆ ยื่นมือเรียวเล็กแตะ๼ั๬๶ั๼ริมฝีปากบางจิ้มลิ้มของตนแ๶่๥เบา ซึ่งในความรู้สึกภายในใจยังมึนๆ กับรส๼ั๬๶ั๼ที่เขาพึ่งมอบให้ยังไม่หาย 


    ๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗