ตะวันยังไม่ขึ้นแต่ควันไฟลอยขึ้นสู่ห้วงอากาศแล้ว เหวินอวี้นั่งหน้าดำพัดวีฟืนไฟให้ลุกโชนไม่ว่าจะผ่านมากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเขาก็ยังไม่ชินกับการทำอาหารด้วยวิธีดั้งเดิมเช่นนี้
"พี่รองขอรับ"
"พี่รองข้าช่วย"
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยวัยสี่ถึงหกขวบร้องขอช่วยเซ็งแซ่
เหวินอวี้ยิ้มกว้างอ่อนโยน"ไม่ต้อง ๆ พี่ชายทำเอง" เขาดันหลังเด็ก ๆ ให้ออกห่างจากฟืนไฟ"เอามันพวกนั้นไปล้างเถิด" ใบหน้าติดเขม่าควันพยักพเยิดไปทางกองมัน
"ขอรับ!!!"เด็กจิ๋วทั้งสามคนรับคำแล้วช่วยกันหามตะกร้าใส่มันออกไปที่หลังครัว
"เฮ้อ!..."เหวินอวี้วางพัดสานลง มองดูประกายไฟที่ดูมีชีวิตขึ้นมาแล้วพลันยิ้มออกมา
วันนี้ก็เป็อีกวันที่จุดไฟติดด้วยตัวเอง
เมื่อไฟลุก่มือเรียวจึงวางหม้อดินเผาลงไป ในหม้อมีข้าวสารและหัวไชเท้าหั่นชิ้น
...ไม่มีเนื้อสัตว์
"โยมน้องรองอาตมาเก็บสิ่งนี้ได้" เหวินอวี้หันไปตามเสียงเป็หลวงพี่ในชุดนักบวชเต๋าสีน้ำตาล โกนหัวจนล้านเตียนคล้องคอด้วยลูกประคำไม้สีน้ำตาลเข้มเกือบดำในมือหนาของพี่ใหญ่ถือหัวแครอทสีส้มเล็กแกร็นหลายหัว
"หลัวโป?"
"อาตมาไม่รู้จัก"หลวงจีนหนุ่มยิ้มแหย สิ่งนี้เขาพบที่ป่าด้านหลัง ฝังอยู่ในหิมะลองขุดดูก็เห็นว่าคล้ายกับหัวไชเท้าจึงนำมาให้น้องรอง
"น่าจะใช่แหละขอรับ"เหวินอวี้เดินไปรับแครอทพวกนั้นมาพิจารณาแล้วพยักหน้ากับตัวเอง
"เช่นนั้นข้าจะต้มมันให้น้องๆ กิน แล้วก็เก็บไว้ผสมข้าวต้มมื้ออื่น"
"อืม"พี่คนโตพยักหน้าเห็นด้วย
ั้แ่ที่อาจารย์ละสังขารไป ศิษย์น้าศิษย์ลุงคนอื่น ๆ ก็ออกเดินทางจากไป เหลือเพียงพวกเขาห้าคนอารามนี้ก็เงียบเหงามาตลอด วันคืนผ่านไป ด้วยข้อจำกัดบางอย่างพวกเขาต้องซ่อนเร้นอยู่ในเงามืด หลีกเลี่ยงการเปิดเผยชื่อแซ่งานบางอย่างก็ไม่สามารถทำได้
ในคราแรก พี่ใหญ่สึกออกไปทำงานทว่าเพียงไม่นานเื่ราวมากมายก็มาเยือน กลายเป็ว่าพวกเขาต่างมีชะตาที่ลิขิตไว้ไม่รู้ว่าอาจารย์ซ่อนสิ่งใดไว้กันแน่
จนถึงตอนนี้ ต่อให้ต้องอดตายพวกเขาก็ไม่สามารถขวนขวายสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเพื่อเอาชีวิตรอดได้
แค่เหวินอวี้ออกไปค้าขายก็เสี่ยงเกินพอแล้ว
ยามเฉินหลังจากกวาดหิมะออกจากหลังจากและลานวัดแล้ว เหวินอวี้ก็เดินถืออุปกรณ์จับปลาไปยังแม่น้ำด้านหลัง
ถึงแม้จะมีหิมะตกลงมาแต่ผิวน้ำยังคงไหลเอื่อยไร้ท่าทีว่าจะแข็งตัว เขาวางอุปกรณ์ลงใต้ต้นไม้ใหญ่มองสำรวจหาตัวปลา
อากาศหนาวเย็น พวกปลาก็ี้เี
เมื่อเห็นเป้าหมายเขาก็หอบอุปกรณ์ลงไปจับพวกมันอย่างง่ายดายได้มาหนึ่งถังเต็ม ๆ
ใบหน้าซีดเซียวจึงยิ้มออกมาได้หากนำไปขายคงได้เงินมาไม่น้อย
ฟันขาวกัดกระทบกันดังกึก ๆเหวินอวี้รีบสะพายตะกร้าใบใหญ่ขึ้นหลัง
"โฮสต์~~~"ระบบกล่าวเสียงหวานหู
เหวินอวี้หยุดฝีเท้าลง
"โฮสต์ขอรับพบเป้าหมาย!"
"เป้าหมาย?"คืออะไร
!!!
[[เป้าหมาย :แม่ทัพมู่จื่อเซียว
หัวซือฝ่าและเศษหยกิญญา]]
ภารกิจวันนี้>>>
[[ขายปลาให้แม่ทัพมู่ :0/5 ตัว]]
[[รางวัล :เนื้อแดดเดียวหนึ่งจินและหญ้าจวินอู๋]]
[[บทลงโทษ :ส่งกลับโลกเดิมทันที]]
"แม่ทัพมู่มีสิ่งที่โฮสต์้าถ้านำมาได้ก็ไม่ต้องออกไปหาที่อื่นหรือรอสุ่มจากภารกิจขอรับ"
"อืมเข้าใจแล้ว" ดวงตาของเหวินอวี้ทอประกายแห่งความหวังขึ้นมาในโลกนี้มีหลายสิ่งที่เขา้าแต่ก็แลกมาด้วยภารกิจที่ดูแล้วค่อนข้างใช้เวลาอีกยาวไกล
ระหว่างทางกลับเขาก็ได้เจอกับแม่ทัพมู่คนนั้นจริง ๆ เหวินอวี้ยิ้มกว้าง เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเว้นระยะห่างไกลโข แล้วป้องปากะโ
"ท่านแม่ทัพขอรับ!!!ข้าเพิ่งได้ปลามาสด ๆ เลยขอรับ ท่านสนใจหรือไม่ขอรับ"ถัดจากที่ที่ท่านแม่ทัพมู่ยืนอยู่เป็ค่ายทหารขนาดย่อม ๆ
มู่จื่อเซียวได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเขาขมวดคิ้ว ไม่เคยรู้จักกับคนผู้นี้
"ท่านแม่ทัพขอรับซื้อปลาวันนี้ ข้ามีบริการทำซุปปลาให้ด้วย รับรองว่าอร่อยติดใจ"เหวินอวี้ยังคงะโแข่งกับลมหนาว เสื้อผ้าที่เคยเปียกเริ่มหมาดลงแล้วและมันกำลังจะแข็งตามสภาพอากาศ
มู่จื่อเซียวขมวดคิ้วมุ่นเหลือบตามองร่างเล็กบางของเด็กหนุ่มเสียงใส
แวบหนึ่งก็คุ้นตาแต่เขาไม่มักคุ้นกับอีกฝ่ายเป็แน่
ทว่า ด้วยสิ่งใดดลใจเขาจึงได้เอ่ยอนุญาตให้อีกฝ่ายเอาปลามาให้ดู
เมื่อเห็นว่าเป็ปลาสดน่ากินก็พยักหน้าทำการค้ากับอีกฝ่ายจนได้ทั้งที่ให้ทหารใต้บัญชาไปจับมาให้ก็ได้
ใบหน้าขาวซีดของเหวินอวี้ฉีกยิ้มกว้างลงมือทำซุปภายในค่ายทหารชั่วคราวนั้นโดยมีพ่อครัวทหารคอยคุมเชิงอยู่ตลอด
เขาทำต้มยำปลาให้อย่างถึงพริกถึงขิงรสชาตินับว่าจัดจ้าน กระเพาะร้องขอชีวิต เมื่อผ่านการทดสอบพิษแล้วเพื่อยืนยันเขาก็ต้องกินด้วยหนึ่งถ้วย
เหวินอวี้ยิ้มรับอย่างสดใสยินดีอยู่แล้วปลาพวกนี้นำกลับไปทำที่วัดก็ทำได้แค่ข้าวต้มปลากับปลาย่างเพราะเครื่องปรุงไม่มีเลยไม่เหมือนที่นี่ มีครบแทบทุกอย่าง
มู่จื่อเซียวมองแก้มขาวที่ขยับเคี้ยวอาหารตุ่ยๆ ก็หลุบตามองซุปกลิ่นประหลาดในหม้อ อืม ก็คงปลอดภัย กินได้