“ก็น่ารักดีนี่ลูก” คุณวิยดากล่าวอย่างเอาใจไม่อยากให้หนุ่มสาวทั้งสองมีเื่ขัดใจกันไปมากยิ่งกว่านี้
“แต่พิ้มไม่ชอบ” หญิงสาวหน้างอ
“แล้วหนูพิ้มจะทำอย่างไรต่อไปละจ๊ะ” คุณวิยดาลองถามหยั่งเชิง
“เขาอยากให้ใส่ พิ้มก็จะใส่คะ พิ้มรู้ว่าเขาจงใจแกล้งเพราะไม่อยากให้พิ้มไปทำงานด้วย เขาคิดว่าพิ้มไม่มีความสามารถ พิ้มจะ พิสูจน์ให้เขาดู”
หญิงสาวกล่าวอย่างมาดมั่น ั์ตาวาวโรจน์ คุณวิยดาผ่อนลมหายใจพรู ไม่รู้ว่าด้วยความโล่งใจ หรือหนักใจกันแน่ หรืออาจจะทั้งสองอย่างเลยก็ไม่รู้...
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
พิมพ์มณีไปทำงานที่บริษัทได้เกือบครบอาทิตย์แล้ว แต่หญิงสาวยังไม่ได้หยิบจับงานอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลย เพราะมีนิสัยเบื่อที่จะต้องนั่งอยู่กับที่ครั้งละนานๆดั่งนั้นนอกจากฟังอรดีสอนงานให้นิดๆหน่อยๆกับช่วยทำโน้นทำนี้อีกเล็กๆน้อยๆแล้ว นอกนั้นหญิงสาวก็จะเดินว่อนไปทั่วสำนักงานเพื่อพูดคุยทักทายกับพนักงานคนโน้นคนนี้อย่างสนุกสนานสนิทสนมและเป็กันเอง
และเพียงในระยะเวลาสั้นๆทั่วทั้งบริษัทก็ไม่มีใครที่ไม่รู้จักพิมพ์มณี สาวสวยรวยเสน่ห์ผู้มากด้วยมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี พฤติกรรมของหญิงสาวทำให้มีทั้งคนที่รักและคนที่เกลียด บางคนชื่นชมที่ที่หล่อนสวย น่ารัก ไม่ถือตัวและมีน้ำใจกับทุกๆคน แต่ส่วนใหญ่แล้วออกจะหมั่นไส้ที่หล่อนเอาแต่กรีดกรายไปมาแต่ทำงานไม่เป็...
ข่าวคราวของหล่อนแว่วมาเข้าหูธนวินท์บ่อยครั้ง แต่เขาก็มัวยุ่งๆ ไม่มีเวลาใส่ใจและวันนี้เป็วันแรกที่พิมพ์มณีจะต้องทำหน้าที่เลขาของเขาอย่างเต็มตัว เพราะอรดีได้ออกไปแล้ว
“คุณเอาเอกสารนี้ไปพิมพ์ให้ผมหน่อย ด่วนเลยนะ”
เขาสั่งอย่างเป็งานเป็การเมื่อเรียกหล่อนเข้าไปพบในห้องทำงาน พร้อมกับยื่นเอกสารให้ปึกหนึ่ง
“ถ่ายเอกสารเอาไม่ได้หรือคะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลานั่งพิมพ์”
ข้อโต้แย้งของหล่อนทำให้คิ้วหนาเข้มของเขากระตุกเข้าหากันอย่างไม่พอใจ
“นี่มันเป็ลายมือเขียนที่ผมร่างขึ้น คุณต้องพิมพ์ขึ้นมาก่อนหนึ่งชุด จากนั้นค่อยนำไปถ่ายเอกสารให้เป็สามชุดก่อนส่งให้ผู้ถือหุ้นแต่ละคน เข้าใจไหม” เขากล่าวเสียงเข้ม
“เ้าค่ะ”
หญิงสาวย่อตัวถอนสายบัวประชดท่าทางซีเรียสของเขา แล้วคว้าปึกเอกสารเดินออกมา...
กำลังคร่ำเคร่งทำงานอยู่ ก็มีแขกคณะหนึ่งเข้ามาขอพบเ้านายของหล่อน พิมพ์มณีต้องลุกขึ้นไปทำหน้าที่เชื้อเชิญพวกเขาให้เข้าไปพบกัน เมื่อกลับออกมานั่งลงที่เดิมแล้วกดแป้นพิมพ์ได้แค่สองจึก ก็มีสียงเรียกผ่านเครื่องติดต่อดังขึ้นมาอีก
“คุณพิมพ์มณี ขอกาแฟให้แขกของผมด้วย”
“อะไรกันคุณ ฉันกำลังทำงานอยู่นะ”
ความที่เหนื่อยเพราะวุ่นมาทั้งวันทำให้หญิงสาวลืมตัวแหวออกไปอย่างนั้น
“วางงานนั้นไว้ก่อน แล้วทำตามที่ผมสั่ง”
เสียงนั้นเย็นเฉียบอย่างพยายามสะกดอารมณ์
แต่พิมพ์มณีรู้สึกจะลืมตัวไปแล้วจริงๆ
“ที่กำลังทำอยู่นี่ก็ตามที่คุณสั่ง คุณดีแต่สั่งๆๆวันทั้งวันฉันทำตามแต่ที่คุณสั่งจนหัวหมุนไปหมดแล้ว เอกสารนี่คุณก็สั่งให้ฉันพิมพ์ด่วนๆๆๆ แต่มัวมาใช้ฉันทำโน้นทำนี่ แล้วเมื่อไหร่มันจะเสร็จ พอเสร็จไม่ทันใจ คุณก็เล่นงานฉันอีก”
หล่อนใส่ฉอดๆๆก่อนหยุดหายใจ พร้อมกับฟังว่าเขาจะโต้ตอบมาอย่างไร แต่ก็เงียบ...กลายเป็ประตูห้องทำงานของเขาเปิดออกมาแทน ร่างสูงๆของเขาก้าวเข้ามา
“เรามีเื่ต้องคุยกัน”
เขากัดฟันพูดพร้อมกับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนกลมกลึงซึ่งซ่อนอยู่ในเสื้อสูทแขนยาวผ้าเนื้อบางแล้วบีบแรงรั้งจนร่างอรชรต้องลุกตามเพื่อผ่อนความเจ็บให้แก่ตัวเอง
เขาดึงพิมพ์มณีติดมือเข้าไปในห้องหนึ่งที่อยู่ติดกับห้องทำงานนั้นเอง หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันคือห้องอะไร เมื่อเข้ามาแล้วถึงได้รู้ว่ามันคือห้องพักผ่อนส่วนตัวของเขานั้นเอง
“มีอะไรก็ว่ามา”
พิมพ์มณีสะบัดแขนออกจากมือเขา แล้วถามเสียงฉุนเฉียว...ก็กล้าดียังไงมาทำกันแบบนี้
“ฉันนึกแล้วเชียวว่าเธอไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายอย่างที่โอ้อวดไว้แต่แรกหรอก เธอมันก็แค่เด็กที่เอาแต่ใจจนเคยตัว”
อ๋อ...นี่เขาลากพิมพ์มณีมาด่าอย่างนั้นหรือ แล้วเื่อะไรจะยอม
“อย่ามาว่ากันนะ ก็นายแก้ลงฉันนี่ จิกใช้ฉันยิ่งกว่าเป็คนรับใช้ นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”
หญิงสาวเชิดหน้าต่อคำกับเขา