หลังจากที่ทหารฝึกหัดทุกคนยกของขึ้นยานเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทาง
ยานอวกาศลำใหญ่บรรจุคนได้หลายพันคนลอยขึ้นฟ้าและพุ่งออกนอกโลก พวกเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นเมื่อค่อยๆมองโลกที่กำลังเล็กลง จากนั้นไม่นานสภาพแวดล้อมรอบตัวยานปรากฏแสงสีฟ้าขาวเป็เส้น
“นี่พวกเรากำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสงใช่ไหม?” ชายคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น
“ถูกต้อง ในหนังสือก็เขียนเอาไว้แบบนั้น หากเข้าสู่สภาวะความเร็วเหนือแสงเส้นแสงจะปรากฏออกมา”
นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ััถึงปรากฏการณ์เหนือความเร็วแสง จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะตื่นเต้น
จากนั้นพวกเขาก็ได้ประกาศผ่านลำโพงว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณสองวัน โจรู้มาว่าระยะทางจากโลกถึงดาวร้างไกลเพียง 50 ปีแสงเท่านั้น แต่กลับใช้เวลาถึงสองวันในการเดินทาง หากเป็ยานอวกาศที่โจใช้ในสหพันธ์ต่อให้ยานที่ล้าสมัยที่สุดยังใช้เวลาแค่วันเดียวเท่านั้น นี่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ยังล้าสมัยอยู่มาก
ในเมื่อต้องใช้เวลาสองวันโจจึงหาที่เงียบๆและเอนหลังนอนเล่น เวลานี้ไม่มีงานอะไรให้ทำสิ่งที่ต้องทำคือรอเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นทุกคนจึงสนุกไปกับการสำรวจรอบนอกยานอวกาศ พวกเขาเห็นดาวที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและเล็กลงอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ นั่นมันดาวไอร่อนไซต์ ฉันจำได้ว่าดาวดวงนี้ประกอบไปด้วยเหล็กกว่า 80% มันจึงมีชื่อว่าไอร่อนไซต์” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาหลังจากเห็นดาวที่คุ้นตา
“ถูกต้อง หาก้าเหล็กก็สามารถมาขุดเอาที่ดาวดวงนี้ได้ เห็นว่าองค์กรเองก็มาขุดเหล็กที่ดาวดวงนี้อยู่บ่อยๆ”
ทั่วยานเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยอันสนุกสนานและตื่นเต้น
มายด์ขมวดคิ้วเมื่อเห็นโจกำลังงีบในห้องนอนและเธอก็รู้สึกไม่พอใจหลังจากเห็นหน้าเขาอีกครั้ง
‘นี่เธอจะมาหาเื่อะไรอีก’ โจััได้ว่ามายด์กำลังยืนจ้องหน้าเขา
“นายโจ มันใช่เวลานอนไหม?” เพิ่งจะคิดเขาก็ได้ยินเสียงของเธอบ่นใส่
แจ่เขาก็ไม่สนใจและไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น
“ฉันเรียกนายไม่ได้ยินเหรอ” มายด์เริ่มโกรธ แต่โจก็ทำเฉยเช่นเดิมเขาี้เีคุยกับผู้หญิงเ้าอารมณ์
สุดท้ายเธอก็กระทืบเท้าเดินจากไปด้วยความโมโห โจเปิดตาเหลือบมองก่อนจะงีบต่อ
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็วพวกเขามาถึงดาวเคราะห์สีน้ำตาล มันดูคล้ายดาวอังคารแต่ดูเข้มกว่าและมีสีดำแทรกเป็จุดๆ นี่คือดาวร้างที่พวกเขาจะต้องมาสำรวจและหาประสบการณ์
ยานอวกาศลงจอดอย่างนิ่มนวล พวกเขาค่อยๆทยายลงมาจากยานอวกาศ อย่างไรก็ตามพวกเขาสวมชุดสูทสีดำและบริเวณหัวมีบางอย่างโปร่งแสงครอบเอาไว้
นี่คือชุดสูทที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมันสามารถป้องกันแรงะเิได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ที่ครอบหัวโปร่งแสงมีหน้าที่ช่วยกรองอากาศให้คล้ายกับบรรยากาศโลกทำให้พวกเขาหายใจได้เหมือนอยู่บนโลก
โจรู้สึกอึดอัดที่ต้องใส่ที่ครอบหัวแปลกๆ แม้มันจะดูเหมือนไม่ได้ใส่แต่ก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของมัน
“อย่ามัวแต่อู้ไปช่วยคนอื่นยกของและตั้งฐาน” มายด์สั่งโจ
“ครับคุณผู้หญิง” โจยักใหล่และไปช่วยคนอื่น
การฝึกซ้อมตั้งฐานช่วยให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น พวกเขาสามารถใส่ตรงนี้ตรงนั้นได้อย่างรวดเร็วและไม่สับสน นี่คือข้อดีของการฝึกตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือน ในเวลาเพียงสองสามชั่วโมงฐานทัพขนาด 1 พันตารางเมตรก็เสร็จสิ้น
โจบิดี้เีไปมา สำหรับเขาแล้วนี่เป็เพียงงานกล้วยๆไม่พอที่จะทำให้เขาเหงื่อออกด้วยซ้ำ ทว่าคนอื่นๆต่างเต็มไปด้วยเหงื่อและหายใจหอบ การตั้งฐานทัพเป็งานที่หนักจริงๆ
หลังจากพักสองชั่วโมงหัวหน้าโคลได้ประกาศให้ทุกคนทราบ “หน่วยย่อยเชิงรุกแต่ละหน่วยให้ไปรวมกับหน่วยตัวเองแล้วเตรียมตัวออกสำรวจได้”
สิ้นเสียงประกาศทหารฝึกหัดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขากำลังจะได้ออกสำรวจแล้ว แต่หน่วยย่อยที่เป็เชิงรับพวกเขาเต็มไปด้วยความหดหู่ อิจฉาที่คนอื่นๆได้ออกไปสำรวจ
หัวหน้าโคลเห็นดังนั้นก็พูดกล่าวว่า “อย่าเพิ่งหดหู่ แม้ว่าพวกเขาจะได้ออกสำรวจทว่าก็เต็มไปด้วยอันตราย การที่พวกคุณได้อยู่ที่ฐานนับว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง” หลังจากพูดจบพวกเขาเริ่มก็ดีขึ้น
โจเองก็ได้ไปรวมตัวกับหน่วยหิมะ
“หลังจากนี้ให้ฟังคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด ทำตามที่เคยฝึกซ้อมกันมา มีใครจะถามอะไรไหม?” มายด์สีหน้าเคร่งขรึม แม้ว่าใน่เวลาปกติเธอจะนิสัยเสียไปหน่อยแต่ในฐานะหัวหน้าหน่วยย่อยเธอกลับมีท่าทางของผู้นำเต็มเปี่ยม
เห็นว่าไม่มีใครถามอะไรมายด์พยักหน้าและสั่งให้ทุกคนเตรียมเสบียงให้พร้อมและอุปกรณ์ที่จำเป็ต่างๆ หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มารวมตัวกันที่ทางออก
บริเวณทางออกเป็ประตูขนาดใหญ่และบนกำแพงมีทหารถือปืนเดินไปมา ในเวลานี้ทหารฝึกหัดแต่ละหน่วยย่อยได้มารวมตัวกันเต็มพื้นที่
หน่วยหิมะได้ออกเดินทาง การเดินทางสำรวจจะมีแค่ทหารฝึกหัดเท่านั้นที่ออกไปไม่มีพวกระดับสูงในกองทัพออกมาช่วย พวกเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะให้คนรุ่นใหม่หาประสบการณ์ด้วยตัวเอง
โจแบกปืนไรเฟิลเดินไปพร้อมกับคนในหน่วย เขารู้สึกลำคาญปืนในมือ
‘คิดจริงๆเหรอว่าหากเจอพวกสเปคแล้วอาวุธเศษเหล็กพวกนี้จะทำอะไรได้’ โจได้แต่คิดแล้วส่ายหัว
“นายเป็อะไร” มายด์ที่เพ่งเล็งโจและเห็นเขาส่ายหัวจึงเอ่ยถาม
“เปล่า”
คนในหน่วยพากันมองทั้งคู่ด้วยสายตาแปลกๆ พวกเขามักจะเห็นหัวหน้าหาเื่โจตลอดเวลา จึงอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขามีความสัมพันธ์อะไรกันหรือเปล่า ส่วนมิ้นต์หัวเราะคิกคัก
ดาวดวงนี้ไม่มีอะไรนอกจากดินสีแดงดำและอากาศร้อนพอที่จะต้มไข่ให้สุก แต่ชุดสูทของพวกเขาสามารถป้องกันอากาศภายนอกและให้อากาศอบอุ่นแก่ร่างกายทำให้พวกเขาไม่รู้สึกอะไร
“ระมัดระวังกันหน่อยหลังจากนี้” เมื่อเห็นว่ากลุ่มของเธอออกห่างจากฐานมาไกลพอสมควร มายด์จึงกล่าวเตือน
เธอรู้สึกกังวลมาก ในฐานะที่เคยฝึกมาั้แ่เด็กทำให้เธอเป็คนละเอียดรอบคอบ เธอรู้ดีว่าศัตรูครั้งนี้เป็ศัตรูใหม่และเธอก็ไม่รู้อะไรเลย ข้อมูลต่างๆที่ได้อ่านมันไม่มีรูปของศัตรู เธอไม่รู้แม้กระทั่งความสามารถของศัตรู จึงไม่แปลกที่เธอจะกังวล
แต่กับโจหากศัตรูเข้ามาใกล้ในระยะที่เขาััถึงเขาจะรู้ตัวทันทีและตอนนี้เขาััอะไรไม่ได้เลย เขาจึงเดินไปคิดเรื่อยเปื่อยไปด้วย เหมือนตัวเองเดินอยู่สวนหลังบ้าน