ซ่งจี้หยางได้รับาเ็จากการถูกหนึ่งฝ่ามือของน้องชายเซียนตู เื่นี้พาให้สำนักเมฆาโค้งคำนับแก่พวกเราเนื่องจากคุณชายท่านนั้นมิได้ทำร้ายผู้ใด ผมตอบรับในลำคอทำหน้าบอกบุญไม่รับทว่าในใจกลับเฉยชาไอ้เื่อุบัติเหตุเหล่านี้ถือเป็ฉากเซอวิสปกติของนิยายวายแห่งนี้
‘นายเอกได้รับาเ็จนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ มีพระเอกคอยเอาอกเอาใจ ก่อเกิดเป็ความใกล้ชิดของพระเอก นายเอกแบบนี้มันฟินจะตาย’
นั่นคือคำอธิบายของยัยน้องสาว ฉากนี้เองผมก็จำได้ขึ้นใจในตอนนั้นซ่งจี้หยางที่าเ็จะถูกพี่ชายชุดดำพยุงไปดูแลยังเรือนข้างเคียง เพราะสูญเสียลมปราณพี่ชายชุดดำจึงคอยจับมือซ่งจี้หยางให้กำลังใจตอนตัวเอกเดินลมปราณเพื่อรักษาอาการาเ็ภายในเป็ฉากที่พาให้เห็นถึงความรักของทั้งคู่
“หวังฮ่าวเซวียนเ้าช่วยพาซ่งจี้หยางไปรักษาที่เรือนหยกใกล้กับลานนี้ที” จี้หลี่เอ่ยขึ้นพาให้ผมถลึงตาอ้าปากค้าง เมื่อกี้ว่าอะไรนะคุณพี่ เดี๋ยวๆ นี่มันฉากพี่ชายชุดดำ
“รบกวนเ้าแล้ว” ใบหน้างดงามของซ่งจี้หยางซีดขาวราวหิมะที่ริมฝีปากมีสีชาดแต่งแต้มราวกับใบเมเปิ้ลร่วงหล่นบนหิมะดูแล้วเย้ายวนอยู่ในที เรือนร่างโปร่งบางดูอ่อนแอราวกับจะแตกสลายหากเอื้อมมือไปจับ ท่าทีของเขาพาให้หัวใจของชายหนุ่มในบริเวณหวั่นไหวช่างสมเป็ตัวเอกผู้งดงามเหลือเกิน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากหันไปมองหลี่ป๋อเหวิน
“พี่ใหญ่แล้วท่าน ...”
“เ้าจะให้ข้ารับคนของเซียนตูคนเดียวหรือ เ้าเด็กใจร้าย” จี้หลี่ทำใบหน้าบูดบึ้งในหมู่พวกเราคนที่อายุมากที่สุดและคุ้นเคยกับพีการคือพี่ใหญ่หลี่ป๋อเหวิน
จี้หลี่เองนั้นเป็เ้าขุนเขาแบบลุ่มๆ ดอน เขาไม่ยึดถือกฎระเบียบจัดงานพวกนี้ไม่คล่องสักนิดหากไม่ถูกท่านอาจารย์ให้ตายก็ไม่โผล่มาคงจะเดินเล่นในสวนบ้านตนเองเสียมากกว่า ในสำนักคนที่พึ่งพามีเพียงหลี่ป๋อเหวิน และ ซ่งจี้หยางเท่านั้น
“ข้า” ผมลำบากใจอย่างมากนี่ทำไมนับั้แ่ผมมาที่นี่กลับแย่งบทของพี่ชายชุดดำไปมากเหลือเกิน หวังว่าเขาจะไม่คิดว่าผมไปกีดกันเขากับซ่งจี้หยางจนเอากระบี่มาเสียบผมนะ
“น้องเล็กช่วยพี่หน่อยเถิด เดี๋ยวพี่ใหญ่จะทำขนมให้เ้ากิน” หลี่ป๋อเหวินเป็ชายหนุ่มที่หล่อเหลาใบหน้าคมคายครั้นแย้มยิ้มกลับอบอุ่นราวกับมีฤดูใบไม้ผลิ
“ได้” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเฉยชาคีพลุคตัวร้ายเอาไว้สุดชีวิต หันไปใช้สองมือโอบอุ้มเรือนร่างสูงโปร่งเบื้องหน้า กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาแตะจมูกยามที่ซ่งจี้หน้าซบใบหน้าลงบนหน้าอกผม
ช่างเป็ตัวเอกที่ขี้อ่อยเหลือเกิน...ระวังโดนปล้ำไม่รู้ตัว..
ร่างกายของซ่งจี้หยางยามที่โอบอุ้มนั้นไม่ได้เบาราวขนนก ทว่ามันกลับแน่นตึงดูเหมือนร่างกายภายใต้อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์จะมิได้นุ่มนิ่มดังแกะน้อย เป็เคะประเภทแมนชนแมนสินะ!
“เ้าเดินลมปราณเพื่อรักษาตนเองเถิด” ผมวางซ่งจี้หยางลงกับเตียงพยุงเขาให้นั่งพิงหัวเตียง มองดูใบหน้านวลซีดเซียวแม้จะดูอ่อนแอทว่ากลับงดงามจับใจ มือบอบบางคู่นั้นกอบกุมมือของผมเอาไว้ยามจะละจาก
“ช่วยอยู่กับข้าสักครู่เถิด” ใบหน้างดงามนั้นเหนื่อยล้าดูแล้วงดงามยิ่งกว่าสิ่งใด จันทราที่ลอยเด่นยามเคลื่อนคล้อยกลับน่าถนุถนอมผมนั่งลงข้างเตียงปล่อยให้เรือนร่างนั้นใช้ไหล่อิงแอบ เป็ที่พึ่งพิงให้คนงาม ั์ตาราวกับหงส์หลุบลงปล่อยให้แพขนตางามงอนเป็แพทาบทับบนพวงแก้มขาว ใบหน้าของเขาร่วงหล่นมาซบผมได้ยินเสียงหายใจเบาบางก่อนที่จะััได้ถึงไอเย็นที่แผ่รอบตัวของเขา
ซ่งจี้หยางกำลังเดินลมปราณอยู่ มือของเขาดูอ้างว้างผมจึงทำหน้าที่แทนพี่ชายชุดดำสอดนิ้วทั้งห้าลงในช่องวางกอบกำมือคู่นั้นเอาไว้แน่น ผ่านไปแค่ครึ่งก้านธูปั์ตาคู่สวยก็ลืมขึ้น
“เอ็นอย่างไร ? ” ใบหน้าของเขายังซีดเซียว ซ่งจี้หยางยกชายเสื้อขึ้นเช้ดเืที่ริมฝีบางมองดูใบหน้าผมราวกับเห็นอาหาร
“ข้าขอให้เ้าช่วยได้หรือไม่ ? ” มือเรียวนั้นลูบไล้ฝ่ามือผมพาให้รู้สึกถึงความอ่อนโยน
“้าให้ข้าช่วยอันใด ? ”
“ช่วยถ่ายทอดลมปราณให้ข้า”
“ได้ ! ” ผมหยิบยกให้ความช่วยเหลือ เขาช่วยผมมาอาทิตย์ละ 2 ครั้งผมถ่ายทอดให้เขาคืนบ้างคงไม่เสียหายเท่าใดนัก ผมหันนั่งประจันหน้ากับซ่งจี้หยางกอบกุมมือทั้งสองข้างของเขากำหนดลมหายใจถ่ายทอดลมปราณลงสู่ฝ่ามือทว่าเขากลับดึงมือออกพาให้ผมเงยหน้ามองความงดงามด้วยความสงสัย
“ทำเช่นนี้มันช้าเกินไป ข้า้าถ่ายทอดเช่นเดิม”
เช่นเดิม ? ... สมองของผมประมวลครู่หนึ่งก่อนจะนึกออกว่าเช่นเดิมของเขาก็คือการจูบ
“จับมือก็ได้มิใช่หรือ ? ”
ผมไม่จูบแล้ว ทำไมผมต้องมาจูบกับผู้ชายแปลกหน้าบ่อยๆ ด้วยเล่า!
“หวังฮ่าวเซวียนการถ่ายทอดลมปราณใช้การััได้ก็จริง แต่ยิ่งััจากภายในมากแค่ใดก็ยิ่งได้รับปราณมากเท่านั้นเ้าที่รับปราณจากข้าอาทิตย์ละ 2 ครั้งน่าจะรู้ดีที่สุดมิใช่หรือ ? ”
“แบบนี้...การมีอะไรกันไม่ย่อมกับเป็การถ่ายทอดที่ดีที่สุดหรือ ? ”
“เป็เช่นนั้น”
ผมเบิกตากว้าเมื่อได้ยินกฎเกณฑ์นี้ กำหมัดแน่นในใจสาปส่งพวกสาววายที่เขียนนิยายเื่นี้ขึ้นมา ยัยพวกบ้าเธอฟินกับอะไรแบบนี้งั้นเรอะ!
“บะ...แบบนั้นไม่แย่งั้นหรือ ? ” ผมรู้สึกเปิดโลกใหม่ เซอวิสขนาดนี้มันเยอะเกินไปแล้ว...อดจะมองใบหน้างดงามของซ่งจี้หยางไม่ได้ในอนาคตเขาอาจจะต้องเสียพรมจรรย์เพียงเพื่อช่วยชายสักคนเป็แน่
“ไม่ถึงขั้นนั้น หากถูกใจใครพวกเราสามารถฝึกคู่เพื่อเพิ่มพูนระดับได้อีกด้วย สมัยนี้ก็มีคนที่จับคู่กันมากมาย”
ผมนิ่งค้างไปผมเคยอ่านอะไรพวกนี้มาก่อนถึงจะพูดให้ดูดีว่าร่วมบำเพ็ญเพียรเพื่อฝึกปรือทว่ามันคือการจับคู่เสพสังวานแล้วพึ่งพิงพลังของกันและกันเพื่อเพิ่มระดับเสียมากกว่า ไม่นึกว่านิยายเื่นี้ก็หยิบยกเอาเซตติ้งเซอวิสนี้มาใช้
“หวังฮ่าวเซวียน ? ” ซ่งจี้หยางเห็นผมสมองหยุดทำงานไปจึงร้องเรียกผมดึงสติกลับมาแน่ใจ 10 ต่อ 10 เลยว่าอีกไม่นานนายเอกของเื่ต้องจับคู่กับพระเอกฝึกปรือร่วมเสพสังวานเพราะนิยายเื่นี้จ่าหัวไว้ว่า R18
“ไม่มีอะไรข้าแค่ ...เอ่อจะให้ข้าจูบ ? ” ผมดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็จริงก้มมองริมฝีปากสีแดงเปล่งปลั่งของซ่งจี้หยาง ริมฝีปากของเขาได้รูปสีเชอรี่น่าลิ้มลองผมเคยััมันมามากจึงรู้ว่ามันอ่อนนุ่มเพียงใดทว่านี่เป็ครั้งแรกที่ผมเป็ฝ่ายเดิมหัวใจพลันเต้นรัว
“หากเ้ามิเต็มใจข้าก็ไม่บังคับเ้า “คนงามเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าพาให้ผมใจอ่อน
“เ้าแบ่งให้ข้า ข้าควรแบ่งกลับ” ผมฝืนใช้น้ำเสียงเ็าตอบเขาทั้งที่ในใจกลับเต้นรัวหัวสมองขาวโล่ง โน้มตัวไปด้านหน้าประคองใบหน้าได้รูปก่อนแนบริมฝีปากไปแ่เบาก่อนละจาก
“หวังฮ่าวเซวียนเมื่อครู่เ้ามิได้ถ่ายทอดลมปราณให้ข้า”
ชิบหาย...
“ข้า...” ผมลังเลอยู่นานั์ตาช้อนขึ้นมองใบหน้างดงามเห็นคราบเืติดอยู่มุมปาก ั์ตาคู่สวยหลุบลงเขาสะบัดหน้าหันหลังให้ผมราวกับหญิงงามที่กำลังน้อยใจผู้เป็สามี
“ข้าขอโทษที่ทำให้เ้าฝืนทั้งที่รังเกียดข้า...” ไหล่บอบบางนั้นสั่นสะท้านเขาแลดูเหมือนนกน้อยที่ถูกทำร้ายพาให้ข้าใจอ่อน
“ข้ามิได้ ไม่เต็มใจ เพียงแต่ข้า...” ั์ตาผมหลุบลงต่ำมองที่มือสองข้า หากเป็หวังฮ่าวเซวียนในนิยายเขาจะตอบเช่นไรนะ
“เช่นนั้นเ้าเต็มใจที่จะจูบข้า? ” น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับสายน้ำดังขึ้นพาให้ผมพยักหน้า วินาทีนั้นโลกของผมก็หมุนคว้างสองมือถูกรวบไว้เหนือศีรษะ ใบหน้างดงามลอยเด่นเหนือร่างราวกับจันทร์ที่ลอยบนฟากฟ้า
ผมถูกเขาจับกดลงที่นอน ?
ชั่วจังหวะที่โลกหยุดหมุนดวงจันทร์อันงดงามเคลื่อนคล้อยโน้มลงมาริมฝีปากหวานฉ่ำแนบลงพาให้ความร้อนถ่ายทอดลงมาพร้อมกับลมหายใจอุ่น มันเป็จูบที่เขินไปเสียหน่อย
“หวังฮ่าวเซวียน เ้ายังไม่ถ่ายทอดลมปราณ”
“อา...” พอถูกเขาเตือนผมก็ได้แต่ตั้งสติดังนั้นในยามที่ริมฝีปากนุ่มทาบทับลงมาผมกลับเป็ฝ่ายอ้าปากแทรกสอดลมปราณไปกับลมหายใจอุ่น ส่งผ่านความร้อนผ่าวให้กับเรือนร่างที่เย็นสบายนั้น
“อือ...” จูบที่สองนั้นกลับร้อนวูบวาบบนใบหน้าพวกเราไม่ได้ทำสิ่งใดเกินเลยไปมากกว่าการถ่ายทอดลมปราณเหตุใดใบหน้าของผมถึงได้ร้อนผ่าว หัวใจเต้นไม่เป็จังหวะในยามที่แนบชิดถูกกลิ่นดอกกุ้ยฮวาโอบล้อม มันเป็กลิ่นหอมเย็นที่พาให้สมองโล่ง
ในยามนั้นผมถูกจูบไปกี่ครั้งและถ่ายทอดลมปราณให้เขาไปกี่ครั้ง ...
่เวลาที่ราวกับฝันนั้นดำเนินไปอ้อยอิ่งริมฝีปากของผมบวมช้ำ ผมถูมันไปมาในยามที่หอบหายใจเหน็ดเหนื่อยมองซ่งจี้หยางที่บัดนี้มีเืฝาดบนใบหน้า พวงแก้มขาวนั้นแต่งแต้มด้วยสีระรื่นดูน่ามอง ริมฝีปากบางสีเชอรี่บวมฉ่ำเขางดงามจนแทบลืมหายใจ มือที่พันธนาการนั้นเลื่อนหลุดไปั้แ่เมื่อใดไม่รู้ั์ตาคู่สวยหลุบลง
“หวังว่าจะพอแล้ว” ผมยกชายเสื้อขึ้นเช็ดริมฝีปากฉ่ำน้ำหันหน้าไปทางอื่นไม่รู้ทำไมถึงไม่อาจมองหน้าเขาได้
“เพียงพอแล้ว ขอบใจเ้ามาก”
“ข้าจะกลับไปที่สนาม” ผมลุกขึ้นหันหลังให้เขาได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสี เขากำลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพราะเมื่อครู่พวกเราจูบจนร่างกายบดเบียดพอเห็นเขาทำเช่นนั้นผมจึงจัดสาปเสื้อตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง “หากเ้ารู้สึกดีขึ้นจงเร่งกลับไปด้วย”
“ข้าทราบแล้ว ขออภัยที่ทำให้เป็ห่วง”
“ช่างเป็...” ผมละคำคำนั้นเอาไว้ในใจ สมแล้วที่เขาเป็นายเอกของนิยายเื่นี้ อดไม่ได้ที่จะยกแขนเสื้อถูไถรอบริมฝีปาก เช็ดแรงจนเจ็บแต่กลับยังรู้สึกว่าสายใยที่ถ่ายทอดแก่กันนั้นมิได้หายไป ขาก้าวไปที่สนามประลองในยามนี้การคัดเลือกรอบแรกเสร็จไปแล้วหลงเหลือเด็กชายตัวน้อยบนสนามราว 10 คน ใบหน้าของเขาเ่าั้เต็มไปด้วยความอ่อนล้า ผมมองไปที่เด็กหนุ่มผู้หนึ่งเขาตกแต่งกายด้วยผ้าดิบมอซอ ใบหน้าน่ารักสดใสสมวัย เรือนกายไม่สูงมากนักเขาคือศิษย์ที่ผมจะรับ
ผู้มีธาตุไฟแท้ที่หายากในรอบ 100 ปี เด็กชายผู้มีนามว่ากัวเฉิน
“เป็อย่างไรบ้าง ? ” หลี่ป๋อเหวินหันมาถาม ผมคิดว่าเขาคงจะห่วงแฟนของตนเองจึงรีบทำให้หน้าตัวเองเป็ปกติ ไม่กล้าบอกสักคำเดียวว่าแอบไปจูบแฟนของเขามา
“เขาค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ข้าให้เขานอนพักอีกหน่อย”
“ดีจริง” หลี่ป๋อเหวินหันมาคลี่ยิ้มอ่อนโยนเขาเลื่อนมือมาลูบศีรษะของผม “น้องเล็กเ้าเหินห่านพวกเราไปเนิ่นนาน ตอนแรกข้านึกว่าพวกเราจะไม่มีวันได้นั่งเคียงข้างกันแล้วเสียอีก “
ใช่แล้วด้วยนิสัยของหวังฮ่าวเซวียนในนิยายนั้นไม่มีทางจะช่วยซ่งจี้หยางหรือมานั่งให้หลี่ป๋อเหวินลูบศีรษะเป็แน่แท้ ผมกำลังทำตัวละครนี้ผิดนิสัยอยู่
“ที่ท่านอาจารย์บอกว่าเ้าลมปราณตีกลับทำให้อุปนิสัยเปลี่ยนไป ข้าคิดว่าเ้าก็แค่ย้อนไปมีนิสัยยังเยาว์เท่านั้น ในกาลก่อนเ้าชอบเดินตามหลังพวกเราออดอ้อนขอขนม”
“นั่นมันสมัยกี่ขวบกัน พี่ใหญ่ไยท่านยังติดภาพนั้นอีก” พอพูดไปอีกฝ่ายกลับคลี่ยิ้มจนตาหยี เฮ้อ เป็ผู้ชายที่น่ารำคาญเหลือเกินแถมยังดึงดันจับมือผมคลายออกหยิบลูกอมใส่และประคองมือบีบให้รับอีก
เอาแต่ใจเหลือเกิน...
“ข้าจะไปบอกการประลองรอบต่อไป พวกท่านก็พักบ้างเสียเถิด” จี้หลี่ถือพัดคลี่ยิ้มอ่อนโยนให้พวกเราสองคน “ขอบคุณศิษย์พี่มากในวันนี้”
การรับศิษย์ของสี่ขุนเขาไม่ได้เสร็จภายในวันเดียว มันยาวนานถึง 3 วันโดยวันแรกพวกเขาจะให้เหล่าอนุชนทั้งหลายแสดงพลังและการขึ้นเขา วันที่สองจะจับคู่ประลอง และวันที่สามคือการต่อสุ้กับศิษย์เอกหรือเ้าขุนเขา ผมหันไปมองกัวเฉินศิษย์ที่ผมตั้งใจจะรับเขาจะได้ต่อสุ้กับศิษย์เอกของซ่งจี้หยางและพ่ายแพ้ ทว่าเขาเป็เด็กน่ารักร้องไห้ได้น่าสงสารพาให้หลี่ป๋อเหวินใจอ่อนรับมาเป็ศิษย์ของตน
เด็กชายผู้นี้มีร่างธาตุไฟการฝึกสอนของหลี่ป๋อเหวินที่มีธาตุดินนั้นไม่เหมาะกับเขาตอนอยู่ในสำนักเป็เพียงแค่ตัวประกอบจนกระทั่งหวังฮ่าวเซวียนตายลงเขาได้รับคัมภีร์ของเ้าขุนเขาแห่งความตายและแสดงพลังที่แท้จริง ร่างกายของเขาเหมาะกับวิชาของหวังฮ่าวเซวียนเพราะพวกเขามีธาตุไฟเช่นกัน
หวังฮ่าวเซวียนนั้นหากพูดตามตรงเขามีพร์ขั้นกลางทว่ามันสมองอันชาญฉลาดทำให้เขาได้ครองขุนเขา ส่วนกัวเฉิงนั้นมีพร์ขั้นสุดยอด ทว่าสมองตื้นเขิน...
“หวังฮ่าวเซวียน” เสียงอ่อนโยนร้องเรียกในยามที่ผมเดินผละจาก อ้อมแขนแกร่งยื่นมาตวัดนรัดรอบตัวผมในยามที่ปลอดผู้คน มือใหญ่ขยี้ศีรษะไปมาก่อนริมฝีปากนุ่มจะจรดลงที่หน้าผาก “ข้าดีใจที่ได้น้องเล็กกลับคืนมา ...”
“อือ “พี่ชายชุดดำแท้จริงแล้วอ่อนโยนถึงเพียงนี้ ัันุ่มนวลที่หน้าผากพาให้ผมจั้กจี้ ...ผมไม่เคยมีพี่ชาย มีแต่น้องสาวหากยัยน้องคนนั้นไม่คุยกับผมนานนับสิบปีใจผมคงจะเหลวดังนั้นจึงเข้าใจอารมณ์ของเขา
“วันนี้ข้ากับซ่งจี้หยางจะค้างอยู่เรือนของจี้หลี่เ้าจะค้างด้วยไหม ? ”
ผมคิดถึงระยะทางระหว่างที่พักอาศัยของตนเองกับที่นี่แล้วก็พยักหน้าอย่างไม่ต้องสาวความให้ยาวแม้จะมีร่างกายแข็งแรงก็ใช่ว่าจะอยากเดินไกล จี้หลี่และพี่ใหญ่อยู่รั้งพูดคุยกันปล่อยให้ลูกศิษย์ของจี้หลี่นำทางผม ผมมองใบหน้าน่ารักของเด็กหนุ่มผู้นั้นจำได้ว่าเขาคือศิษย์เอกของจี้หลี่
“เชิญทางนี้ขอรับ” เฉาจุนเซียงโค้งกายให้กับผม เด็กหนุ่มเดินนำหน้าไปเขาเองก็เป็ผู้ที่ในนิยายไม่ได้กล่าวถึงคู่เอาไว้ชัดเจนเหมือนหวังฮ่าวเซียน ในฐานะคนโสดสนิทไร้คู่ข้างกายผมควรจะสนิทกับเขาเอาไว้ คิดได้ไม่นานก็ถูกนำทางมายังห้องพักที่สะอาดสะอ้านเสียแล้ว
ป่านนี้ซ่งจี้หยางจะเป็อย่างไรบ้างนะ เขาาเ็สาหัสทำให้ต้องรั้งพักที่นี่ผมจำฉากนี้ในนิยายได้พี่ชายจะเข้าไปดูแลซ่งจี้หยางก่อเกิดฉากที่น้องสาวเรียกว่าฉากฟิน ผมนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งในใจรู้สึกแปลกประหลาดไม่อาจล้มตัวนอนในยามนี้ได้สุดท้ายก็ได้แต่เดินออกไปด้านนอกแหงกหน้ามองดูดวงดาราที่ประดับประดาบนฟากฟ้า
เหตุใดจิตใจของผมถึงได้รู้สึกปั่นป่วนกัน ?
“ท่านเ้าขุนเขาแห่งความตาย” เสียงร้องเรียกพาให้ผมหันหลังกลับไปพานพบกับเด็กหนุ่มหน้าตาหมดจด ั์ตาคมเขามีลักษณะของบุรุษที่ดีบ่งบอกว่าเติบโตต้องเป็ชายที่หล่อเหลามากผู้หนึ่ง ในนิยายบรรยายคนผู้นี้เอาไว้ว่าเหมือนกับดวงดาราที่ประดับบนฟากฟ้า ส่องแสงสว่างไสวชักชวนให้ผู้คนอยากเข้าหา
เด็กหนุ่มผู้นี้คือศิษย์เอกของซ่งจี้หยาง เจิ้งฝานซิง
เขาว่ากันว่าอาจารย์เป็เช่นไรลูกศิษย์ย่อมเป็เช่นนั้น ซ่งจี้หยางงดงามสูงส่งสง่างามเจิ้งฝานซิงก็เป็เช่นนั้นช่างเป็คู่ศิษย์อาจารย์ที่ดูแล้วราวกับภาพวาดงดงามตราตรึงใจ ผมสะบัดหน้าไม่สนใจต่อเสียงเรียกนั้นทางที่ดีผมควรเริ่มทำตัวเป็บิดาที่มีลูกสาวแต่เนิ่นๆ เพราะลูกศิษย์ที่ผมจะรับกัวเฉินนั้นเป็คู่ของอีกฝ่ายแถมยังเป็เคะอีกด้วย
โถว เ้าศิษย์เอ๋ย เ้าน่าสงสารยิ่งนักอย่างน้อยที่เ้าจะถูกสามีของตนเองข่มแหงรังแกอาจารย์ผู้นี้จะสั่งสอนและเอ็นดูเ้าให้มากๆ
“ได้โปรดฟังข้าก่อน” ผมสาวเท้าไปด้านหน้าไม่ฟังเสียงของเด็กหนุ่มที่ไล่ตามมาด้านหลัง เขาไม่อาจทำการเสียมารยาทอย่างขวางทางผมจึงได้ไล่ตามเป็ดั่งเงาตามตัว “ได้โปรดฟังข้าน้อยด้วย ได้โปรดช่วยอาจารย์ข้าน้อยที”
“ว่าไงนะ ? ” ผมหันกลับไปในทันทีเกิดอะไรกับซ่งจี้หยางช่างเป็โฉมงามที่บอบบางเสียจริง
“ท่านอาจารย์อาการทรุดลงเรียกหาแต่ท่าน” เจิ้งฝานซิงมองผมด้วยสายตาราวกับโกเด้นรีฟทีเวอร์ตัวน้อยมันเป็สายตาที่พาให้ผมใจอ่อน
“นำทางไป “ผมเดินตามได้ไม่นานก็มาถึงห้องของซ่งจี้หยางเจิ้งฝานซิงโค้งกายให้ผมก่อนจะเดินจากไปราวกับรู้งาน ผมผลักประตูเข้าไปมองดูคนงามที่พวงแก้มซีดเซียวเมื่อกลางวันเขาก็ยังดีดีอยู่
“หวังฮ่าวเซวียน” น้ำเสียงเพราะดังขึ้น ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มบางเบาราวกับดอกหลิวที่กำลังจะร่วงโรยเขาดูขาวซีดไปทั้งตัวผมจึงขยับเข้าไปใกล้ประคองใบหน้านั้นจูบถ่ายทอดลมปราณ เป่าลมหายใจเข้าไปแม้จะอายไปบ้างทว่าเมื่อทำมากเข้าก็เริ่มชินชา
“ดีขึ้นหรือไม่ ? ”
“ดีขึ้นมาก ขอบใจเ้ามาก” ซ่งจี้หยางคลี่ยิ้มเขาเอื้อมมือมาลูบพวงแก้มของผม ั์ตาคู่สวยหรี่ลง “ข้าไม่รู้ว่าอาการของตนเองจะทรุดลงอีกหรือไม่? ”
“เ้าช่างน่ารำคาญเหลือเกิน” ผมมองดูตัวเอกของนิยายเื่นี้อีกไม่นานพี่ชายชุดกำจะเข้ามาดูเขาไม่ใช่หรือ
“ขออภัยด้วย” ซ่งจี้หยางหลุบั์ตาลงท่าทีราวกับนางเอกที่กำลังโดนตัวร้ายรังแกอยู่ ผมถอนหายใจหวังว่าพี่ชายมาคงจะไม่ฆ่าผมทิ้งนะ
“เห็นแก่ที่เ้าเคยช่วยข้าเอาไว้ ...วันนี้ข้าจะอยู่กับเ้าเองถือว่าหนี้ในคราก่อนเราหายกัน” ผมหันไปมาพบว่าที่ห้องแห่งนี้มีเตียงเพียงเตียงเดียวหากผมนอนร่วมเตียงกับซ่งจี้หยางจะต้องถูกสามีในอนาคตของเขาลุกมาฆ่าแน่นอนจึงได้เดินไปที่เก้าอี้หยิบเอาผ้ารองเก้าอี้มาปูนอนใต้เตียงของเขา ใช้ั์ตาของตัวร้ายมองนางเอกของเื่ “หากเ้ารู้สึกไม่ดี้าลมปราณก็เรียกข้า”
“หวังฮ่าวเซวียนเ้าอย่านอนข้างล่างเลย ขึ้นมานอนบนเตียงเถิด”
“ข้าไม่นอนเบียดกับเ้า”
ผมกลัวตาย!
“เช่นนั้นเ้าขึ้นมานอน แล้วให้ข้าลงไปนอนข้างล่างเถิด” ผมถลึงตามองนางเอก โอ๊ยนี่พ่อคุณจะเป็นางเอกไปขนาดไหน
“ถ้าอาการเ้าแย่ขึ้นมาที่ข้ามาที่นี่มันก็ไร้ความหมาย อย่าทำอะไรให้ข้าลำบากไปมากกว่านี้ซ่งจี้หยาง! ” ผมใช้น้ำเสียงตัวร้ายตวาดใส่เขาจนอีกฝ่ายได้แต่ทำสีหน้าเศร้าโศก ให้ตายนี่มันนางเอกดาวพระศุกร์ประเทศข้างเคียงชัดๆ ผมล้มตัวลงนอนบนผ้าข้างใต้เตียงของซ่งจี้หยางดุเขาด้วยเสียงดัง “นอนได้แล้ว! ”
“ได้ ตามใจเ้า” ผมนอนตะแคงหันหลังให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงผ้าเสียดสี “นี่”
“อะไร ? ” เสียงเรียกพาให้ผมต้องตอบ เกิดอยากได้ลมปราณอีกหรือไร ?
“หลี่ป๋อเหวิน ...ไม่สิ พี่ใหญ่เรียกเ้าว่าน้องเล็กเช่นนั้นข้าเรียกเ้าว่าน้องเล็กดังเดิมได้หรือไม่ ? ”
“ไม่ได้! ”
นายอย่ามายุ่งกับผมเลย
“เช่นนั้นข้าเรียกว่าเ้าว่า อาเซวียนได้หรือไม่ ? ”
“ไม่ได้! ”
นายอย่ามาแสดงความสนิทสนมกับผมหน่อยเลย เดี๋ยวพี่ชายชุดดำก็หึงตาย
“เช่นนั้นข้าจะ...”
“เ้าหุบปากแล้วหลับไปเสีย ! ” ผมเป็ตัวร้ายไม่จำเป็ต้องเห็นใจใดใดนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ง่วงเฟ้ย
“ขอให้เป็ค่ำคืนที่ดี” เสียงนุ่มนวลของซ่งจี้หยางเลือนหายไปทดแทนด้วยเสียงหายใจสม่ำเสมอผมลุกขึ้นมองดูเรือนร่างบนเตียง ในที่สุดก็หลับได้เสียทีจึงได้แต่ขดตัวนอนบนผืนผ้าพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนินทรา
เฮ้อ หวังว่าพรุ่งนี้ผมคงจะไม่ถูกพี่ชายชุดดำแหกอกเอานะ
***********************************************
ซ่งจี้หยางแกล้งหลับั้แ่ทีแรกยามที่ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอเขาจึงลุกขึ้น เดินไปดับกำยานที่อยู่บนห้องมันคือกำยานที่มีส่วนผสมของดอกไม้บางชนิดมีฤทธิ์ทำให้หลับ
“...” ข้าลุกขึ้นมองดูเรือนร่างเล็กที่นอนอยู่เบื้องล่างเอื้อมมือไปแตะพวงแก้มนวลเนียนหากเขาตื่นมาในยามนี้ข้าสามารถแก้ตัวว่า้าพลังจากเขาได้ทว่าอีกฝ่ายยังคงหลับสนิท แขนใหญ่สอดใต้ร่างนั้นแ่เบาโอบอุ้มอีกฝ่ายเดินไปทางเตียงวางสิ่งมีค่าบนเตียงนุ่มจูบหน้าผากมน
การฝึกวิชาทำให้นิสัยเปลี่ยนแปลงได้ถึงเพียงนี้เชียวนี้เลยหรือ?
นี่คือหวังฮ่าวเซวียนคนนั้นหรือไม่ ?
ข้ารู้สึกว่าเขาราวกับเป็คนละคน ...มือใหญ่ดึงรั้งสาปเสื้อถอดผ้าคาดเอวมองดูผิวกายขาวนวล แตะลงยังจุดไฝเล็กที่อยู่ที่ไหปลาร้ามันเป็ตำหนิบนร่างกายนี้
ร่างกายนี้เป็ร่างกายของหวังฮ่าวเซวียนเช่นนั้น...คนข้างในยังเป็หวังฮ่าวเซวียนหรือไม่ ?
“เ้าคนใหม่นี่ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง”
ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่แสนพยศ
“เ้าไม่ใช่น้องเล็กคนเก่าของข้า “ตัวตนนี้พาให้รู้สึกประหลาดใจ มือใหญ่ดึงรั้งเสื้อผ้าจัดสวมใส่ให้อีกฝ่ายดังเดิม โน้มตัวลงจูบยังริมฝีปากนุ่มคลอเคลียพวงแก้มนุ่มมองดูเปลือกตาที่ปิดสนิทบดเบียดร่างกายลงเคียงข้าง สูดดมกลิ่นกายตรงหน้านึกถึงเสียงใสในอดีตกาล
‘พี่สาม หากท่านฝันร้ายข้าจะนอนกอดให้ท่านสบายใจเอง’ เด็กชายที่มีั์ตาราวไพลินสวยงามน่าหลงใหลมองตรงที่ข้าที่ยังคงเฝ้าฝันถึงอดีตของมารดาที่เลวร้าย
หวังฮ่าวเซวียน...บางทีในวันนี้ข้าคงฝันดี
*******************