ศิษย์พี่หญิง
หลังจากที่ผู้อาวุโสหยวนเอาป้ายคำสั่งและข้อความของราชาเซียนเต้าจีออกมาผู้อาวุโสของตำหนักภารกิจก็ไม่สามารถถียงได้เพราะถ้าเรื่องนี้ไปถึงตำหนักคุมกฎละก็เขาจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักแน่“พวกเรากลับ!!!!!!!!” ผู้อาวุโสตำหนักภารกิจคำรามออกมาด้วยความโกรธ“เหอะแล้วเจอกันที่ตำนักคุมกฎ” ผู้อาวุโสหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเป็นเพราะคนของตำหนักภารกิจจงใจเดินทางมาช้าอย่างมากทำให้ตัวเขาเกือบจะต้องตายที่นี่ผู้อาวุโสตำหนักภารกิจแสดงสีหน้าโกรธอย่างมากก่อนจะจากไป เมื่ออีกฝ่ายจากไปแล้วผู้อาวุโสหยวนเองก็ได้เวลาเดินทางกลับนิกาย หลังจากการต่อสู้กับอสูรผ่านไปชื่อเสียงของสำนักจู่หลงก็กลับมาอีกครั้ง ในเวลานี้ขุมอำนาจอื่น ๆเริ่มไม่อยากเป็นศัตรูกับสำนักจู่หลง กลับกันพวกเขาเริ่มที่จะเข้าหาเพื่อประจบอีกด้วยทางด้านสำนักเว่ยเจ้าสำนักเว่ยได้ถูกผู้อาวุโสในสำนักยึดอำนาจและปลดออกจากตำแหน่งเจ้าสำนักทันที ด้วยความกลัวว่าเจ้าสำนักคนเก่าจะทำเรื่องอะไรไม่เข้าท่าและฟางเฉินอาจจะกลับมาแก้แค้นพวกเขาเลยต้องลงมืออย่างเด็ดขาดทางด้านฟางเฉิน ฟางเฉินในตอนนี้ได้ฝึกฝนอยู่บนยอดเขาเต้าจีซึ่งเป็นยอดเขาของราชาเซียนเต้าจี“ข้าได้ส่งข้อมูลของเจ้าให้ทางนิกายแล้ว คือจากนี้เจ้าคือศิษย์ของนิกายพฤกษาครามเต็มตัวแล้ว แต่ว่าถึงแม้เจ้าจะเป็นศิษย์ของข้าแต่สถานะจริง ๆของเจ้าไม่ต่างจากศิษย์สายนอกเพราะงั้นเจ้าอย่าลืมทำภารกิจที่ทางนิกายมอบหมายให้ด้วยละ” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“แล้วเรื่องตำหนักภารกิจ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้ากังวล“เจ้าไม่ต้องห่วง พวกนั้นไม่สามารถออกภารกิจที่ยากเกินกว่าระดับบ่มเพาะของเจ้าได้หรอก เพราะถ้าพวกมันทำแบบนั้นพวกมันจะต้องพบเจอกับคนของตำหนักคุมกฎ และนั่นคือสิ่งที่พวกมันไม่ต้องการที่จะเจอ ดังนั้นด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าตอนนี้น่าจะไม่มีปัญหาอะไรเรื่องภารกิจ และนี่คือแผนที่ทั้งหมดในทวีปพฤกษาแห่งนี้” ราชาเซียนเต้าจีกล่าว“ศิษย์ทราบแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“เอาละต่อจากนี้เจ้าก็ฝึกฝนไปก่อน ส่วนอาจารย์จ้องไปจัดการเรื่องที่พวกมันทำไว้ที่ตำหนักคุมกฎก่อน” ราชาเซียนเต้าจีกล่าวพร้อมกับเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า“ถ้างั้นข้าควรจะฝึกฝนทักษะเคลื่อนอสนีให้เชี่ยวชาญก่อนสินะ” ฟางเฉินคิดและเริ่มฝึกฝนทันทีขณะที่ฟางเฉินกำลังฝึกฝนทักษะเคลื่อนอสนีอยู่นั้น อยู่ ๆในศาลาริมน้ำก็ปรากฎหญิงสาวกำลังนั่งดีดพิณอยู่ซึ่งนางปรากฎขึ้นมาในตอนใหนฟางเฉินก็ไม่รู้ตัวเลย“ทักษะที่เจ้าฝึกนั้นจะไม่สามารถฝึกได้ถ้าเจ้าไม่รู้จักอสนีดีพอ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นฟางเฉินตื่นตระหนกและหันหลังกลับไปที่ศาลาก็พบกับหญิงสาวชุดฟ้ากำพลังนั่งดีดพิณอยู่ ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าทั้งงดงามและอ่อนหวาด“ผู้อาวุโสท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ฟางเฉินคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของนิกาย“ผู้อาวุโส??? อ้อเจ้ายังไม่เคยเห็นข้านี่นะ ยินดีที่ได้รู้จักศิษย์น้อง ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้า นามว่าซวนนู่” ซวนนู่กล่าว“ที่แท้เป็นศิษย์พี่ 2 นี่เอง ศิษย์น้อง 6 ขอคารวะศิษย์พี่สอง” ฟางเฉินกล่าว“อืมเจ้านับมามีมารยาทงามกว่าเจ้าห้ามากนัก เจ้านั่นตอนมาใหม่ชอบแสดงท่าทางอวดดีจนข้าอดไม่ได้ที่จะแกล้งเจ้านั่นจนร้องให้” ซวนนู่กล่าวด้วยรอยยิ้มใบหน้าของฟางเฉินกลายเป็นหลั่งเหงื่อสามารถแกล้งผู้อาวุโสหยวนให้ร้องให้ได้ถือว่าเป็นคนที่น่าหวาดกลัวคนหนึ่ง“แล้วที่ศิษย์พี่สองกล่าวหมายถึง????” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“ทักษะที่เจ้าใช้คงเป็นทักษะเคลื่อนอสนีสินะ ข้าเองก็เคยเห็นทักษะนี้มาก่อนเพราะงั้นการจะฝึกทักษะนี้ให้สำเร็จนั้นจำเป็นต้องรู้จักกับอสนีให้ดีก่อน และการจะรู้จักอสนีให้ดีก็จำเป็นต้องสัมผัสกับอสนีโดยตรงยังไงละ” ซวนนู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ศิษย์พี่สองสัมผัสอสนีที่ท่านว่า ท่านคงไม่คิดที่จะ!!!!!” ฟางเฉินเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี“ในฐานะศิษย์พี่ข้าจะช่วยเจ้าก็แล้วกันเด็กน้อย” ซวนนู่กล่าวพร้อมกับดีดสายพิณอย่างรุนแรงพริบตานั้นอสนีก็พุ่งออกมาจากสายพิณและตรงมายังฟางเฉิน ฟางเฉินตื่นตระหนกเพราะอสนีของซวนนู่นั้นรวดเร็วกว่าของฉินเย่หลายเท่า“หลบไม่ทัน!!!! อ๊ากกกกกกกกก” ฟางเฉินถูกอสนีเข้าปะทะตรง ๆทำให้ฟางเฉินคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด“ผู้หญิงคนนี้กำลังสนุกอยู่” ความโลภกล่าวด้วยสีหน้าหวาดกลัวในตอนนี้สีหน้าที่อ่อนหวานของซวนนู่หายไปเหลือแต่สีหน้าที่กำลังสนุกกับการได้แกล้งฟางเฉิน ฟางเฉินเคลื่อนใหวหลบหนีอสนีของซวนนู่อย่างยากลำบาก“ทำไมมันถึงเร็วอย่างนี้” ฟางเฉินแสดงสีหน้าตื่นตระหนกหลังจากผ่านไปหลายวันเสียงกรีดร้องของฟางเฉินก็ยังดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในเวลาเดียวกันตอนนี้หยวนมู่หรือผู้อาวุโสหยวนและศิษย์คนที่ 4 เหิงซานกำลังหลบอยู่ในมุมมืดและมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยใบหน้าซีดขาว“ยัยจิ้งจอกนี่จมูกเร็วจริง ๆทุกครั้งที่อาจารย์รับศิษย์เข้ามายัยนี่จะต้องปรากฎตัวออกมาแกล้งศิษย์ใหม่ตลอด” เหิงซานกล่าว“แสดงว่ามันมีมาตั้งแต่ตอนศิษย์พี่แล้วงั้นเหรอ” หยวนมู่กล่าว“ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีมาตั้งแต่ศิษย์พี่ใหญ่ที่จากไปแล้วและนางก็ยังแค้นที่ไม่ได้เอาคืนศิษย์พี่ใหญ่และเอามาลงที่พวกเรา” เหิงซานกล่าว“โอ๊ะ ดูเหมือนศิษย์น้องเล็กจะฝึกฝนเคลื่อนอสนีสำเร็จแล้ว” หยวนมู่กล่าวในตอนนี้เองฟางเฉินเริ่มเข้าใจพลังของอสนีและคุณลักษณะของอสนีอีกด้วย ทำให้ฟางเฉินสามารถใช้เคลื่อนอสนีหลบการโจมตีของซวนนู่กล่าว“ไม่เลว ไม่เลว ศิษย์น้องเล็กใช้เวลาไม่กี่วันก็เข้าใจพลังของอสนีและฝึกเคลื่อนอสนีจนสำเร็จจนได้” ซวนนู่ตบมือด้วยความชื่อชม“ขอบคุณศิษย์พี่หญิงที่สั่งสอน เอ่อ แล้วศิษย์พี่ทั้งสองทำไมต้องแอบอยู่ตรงนั้นด้วย” ฟางเฉินกล่าวและหันไปทางพวกหยวนมู่“แย่แล้วลืมไปว่าศิษย์น้องเล็กมีจิตวิญญาณดวงตาระดับเทวะจึงไม่มีสิ่งใดหลบซ่อนจากสายตาคู่นั้นได้” หยวนมู่กรีดน้องออกมาและกำลังเคลื่อนใหวหลบหนี“บัดซบแล้วทำไมเจ้าไม่บอกเรื่องนี้ก่อนหนีเร็ว!!!!!” เหิงซานเองก็ไม่รอช้าหันหลังหลบหนีทันทีเพียงแต่ในตอนนั้นเองท้องฟ้าเหนือหัวของทั้งสองก็ปรากฎอสนีกำลังคำรามออกมาทำให้ทั้งสองยืนแข็งทื่อและหันหลังกลับไป ทั้งสองก็พบกับซวนนู่กำลังนั่งยิ้มอยู่แต่รอยยิ้มของนางทำให้ทั้งสองหัวใจเต้นโคมคามด้วยความกลัว“ศิษย์น้องทั้งสองคารวะศิษย์พี่หญิง” ทั้งสองยิ้มแห้งๆออกมาและกล่าวพร้อมกัน“พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ถึงตัวตนของพวกเจ้างั้นเหรอ แล้วอีกอย่างการเรียกชื่อศิษย์พี่ผู้ใจดีคนนี้ว่านังจิ้งจอกมันไม่เกินไปหน่อยงั้นเหรอ” ซวนนู่กล่าว“แย่แล้วนางได้ยินทั้งหมดเลยนี่” เหิงซานกล่าวพร้อมกับหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ