บทที่133: เสียงฝีเท้าที่ไม่เคยจากไป
เมื่อเห็นสายตาที่ซ่อนเร้นภายใต้ชุดคลุมของโมแรนเฮรัคก็รู้ได้ทันทีว่านางกำลังเชื้อเชิญให้เขาก้าวล่วงเข้าสู่คลังปัญญาแห่งความตายเขาไม่รอช้า ตัดสินใจเอ่ยถามถึงเวทมรณะศาสตร์ที่เหมาะสมกับตนเองในทันที
“เจ้าเคยเผชิญกับวิญญาณร้ายมาก่อนใช่หรือไม่?”
โมแรนเอ่ยถามขึ้นลอยๆทว่าคำถามนั้นกลับทำให้เฮรัครู้สึกเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง
“ใช่ครับ แต่นั่นมันนานมาแล้ว...ท่านยังสัมผัสร่องรอยของมันได้อยู่อีกหรือ?”
“กลิ่นอายของผู้วายชนม์ไม่ได้ล้างออกง่ายๆเหมือนคราบไคลหรอกนะ” โมแรนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของนางแหบพร่าชวนสยองขวัญ
“สำหรับข้า กลิ่นของมันบนตัวเจ้าน่ะ...ยังชัดเจนเหมือนคนที่พึ่งเหยียบอุจจาระสุนัขมาเมื่อครู่นี้เอง”
นางอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“มันจะดึงดูดพวกวิญญาณเร่ร่อนให้เข้าหาเจ้าได้ง่ายขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา...แค่ซื้อเวทมนตร์จากข้า แล้วข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้”
โมแรนแนะนำคาถาระดับศูนย์สามบทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งได้แก่ เนตรผู้วายชนม์ เพื่อเปิดประสาทสัมผัสในการมองเห็นวิญญาณ มงกุฎจิตมาร เพื่อสร้างเกราะป้องกันจิตใจจากเสียงกระซิบของคนตาย
และ ดาบปลิดวิญญาณ อาวุธเวทมนตร์ที่เฮรัคสามารถผสานอนุภาคธาตุมืดลงไปเพื่อฟาดฟันดวงวิญญาณได้โดยตรง
เฮรัคจ่ายหินเวท 15ก้อนเพื่อแลกกับแบบจำลองคาถาทั้งสามอย่างไม่ลังเล
“เอาละ...ถึงเวลาล้างคราบสกปรกนั่นออกเสียที”
โมแรนยื่นมือขาวซีดราวกับคนตายออกมาจากชุดคลุมทันใดนั้นรอยแยกบนฝ่ามือของนางพลันอ้าออกเป็นปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมน่าสยดสยองก่อนจะพ่นแมลงปีกแข็งสีดำทมิฬที่มีคีมยักษ์คู่หนึ่งออกมา
“ไปสิ... กลืนกินมันซะ เจ้าตัวน้อย”
แมลงปีศาจบินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของเฮรัคพริบตานั้นบรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าลึกลับที่เขาเคยได้ยินในเมืองหุบเขาประหลาดนั้นดังขึ้นอีกครั้ง! เฮรัคตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลังจนชุ่ม
หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อรู้แจ้งในวินาทีนั้นว่าสิ่งที่ตามเขามาตลอดทางไม่ได้หายไปไหนแต่มันฝังตัวซ่อนเร้นอยู่ในเงาของเขามาเนิ่นนานแล้ว
“แจ้งเตือน:ตรวจพบคลื่นเสียงความถี่ต่ำในรูปแบบก้าวเดิน... แหล่งกำเนิด:พิกัดทับซ้อนกับเงาของโฮสต์... ชิปพันธุกรรม ไม่สามารถระบุองค์ประกอบทางชีวภาพได้”เชนหลาน รายงานเสียงเรียบ
แมลงปีกแข็งกางคีมออกคว้าหมอกสีเทาจางๆที่พยายามจะดิ้นรนหนีออกมาจากหลังคอของเฮรัค เสียงฝีเท้าดังถี่รัวด้วยความหวาดกลัวก่อนจะถูกแมลงปีศาจกลืนกินลงไปจนสิ้นซาก
“มันคือส่วนผสมของวิญญาณชั่วรย และคำสาปที่เชี่ยวชาญการซ่อนตัว”
โมแรนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“มันมองเจ้าเป็นสารอาหารและเติบโตขึ้นตามพลังของเจ้า หากปล่อยไว้จนมันโตเต็มที่แม้แต่อาณาจักรทั้งอาณาจักรก็อาจถูกทำลายได้”
เพื่อความปลอดภัยถาวร โมแรนหยิบสร้อยคอออกมา
“มันคือ ผลึกกลืนวิญญาณ มันเป็นวัตถุปีศาจที่ถูกสลักค่ายเวทเฉพาะตัวไว้เพื่อชำระล้างเศษซากวิญญาณชั่วร้ายและแจ้งเตือนภัยหากผลึกร้อนจนแผดเผาผิวเจ้า... นั่นแปลว่าเจ้าควรเริ่มมองหาหลุมศพดีๆให้ตัวเองได้เลย ราคา 500 หินเวท ฮิฮิ”
เฮรัคไม่ลังเล ยอมควักหินเวทอีก 500ก้อนจ่ายออกไป แม้จะเจ็บปวดกับราคามหาศาล แต่นี่คือการซื้อชีวิตเขาคว้าสร้อยมาสวมทันทีสัมผัสเย็นเยียบของผลึกทำให้เขารู้สึกมั่นคงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
“นักเล่นปรุงยาเนี่ยรวยจริงๆ เลยนะข้าแค่บอกราคาเล่นๆ ไปงั้นเอง”
โมแรนหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเฮรัคจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
“หา? ท่านล้อเล่นหรือ?”เฮรัคอุทาน
“ล้อเล่นน่ะ ราคามันตามนั้นจริงๆถ้าไม่เชื่อก็ไปถามอาจารย์เจ้าดูสิ” โมแรนโบกมือไล่ส่งพลางหัวเราะร่วนทิ้งท้าย