(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 133: เสียงฝีเท้าที่ไม่เคยจากไป

    บทที่133: เสียงฝีเท้าที่ไม่เคยจากไป

     

     

     

    เมื่อเห็นสายตาที่ซ่อนเร้นภายใต้ชุดคลุมของโมแรนเฮรัคก็รู้ได้ทันทีว่านางกำลังเชื้อเชิญให้เขาก้าวล่วงเข้าสู่คลังปัญญาแห่งความตายเขาไม่รอช้า ตัดสินใจเอ่ยถามถึงเวทมรณะศาสตร์ที่เหมาะสมกับตนเองในทันที

     

    “เจ้าเคยเผชิญกับวิญญาณร้ายมาก่อนใช่หรือไม่?”

     

    โมแรนเอ่ยถามขึ้นลอยๆทว่าคำถามนั้นกลับทำให้เฮรัครู้สึกเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง

     

    “ใช่ครับ แต่นั่นมันนานมาแล้ว...ท่านยังสัมผัสร่องรอยของมันได้อยู่อีกหรือ?”

     

    “กลิ่นอายของผู้วายชนม์ไม่ได้ล้างออกง่ายๆเหมือนคราบไคลหรอกนะ” โมแรนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของนางแหบพร่าชวนสยองขวัญ

     

    “สำหรับข้า กลิ่นของมันบนตัวเจ้าน่ะ...ยังชัดเจนเหมือนคนที่พึ่งเหยียบอุจจาระสุนัขมาเมื่อครู่นี้เอง”

     

    นางอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ“มันจะดึงดูดพวกวิญญาณเร่ร่อนให้เข้าหาเจ้าได้ง่ายขึ้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา...แค่ซื้อเวทมนตร์จากข้า แล้วข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้”

     

    โมแรนแนะนำคาถาระดับศูนย์สามบทที่มีความสำคัญอย่างยิ่งได้แก่ เนตรผู้วายชนม์ เพื่อเปิดประสาทสัมผัสในการมองเห็นวิญญาณ มงกุฎจิตมาร เพื่อสร้างเกราะป้องกันจิตใจจากเสียงกระซิบของคนตาย

     

    และ ดาบปลิดวิญญาณ อาวุธเวทมนตร์ที่เฮรัคสามารถผสานอนุภาคธาตุมืดลงไปเพื่อฟาดฟันดวงวิญญาณได้โดยตรง

     

    เฮรัคจ่ายหินเวท 15ก้อนเพื่อแลกกับแบบจำลองคาถาทั้งสามอย่างไม่ลังเล

     

    “เอาละ...ถึงเวลาล้างคราบสกปรกนั่นออกเสียที”

     

    โมแรนยื่นมือขาวซีดราวกับคนตายออกมาจากชุดคลุมทันใดนั้นรอยแยกบนฝ่ามือของนางพลันอ้าออกเป็นปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมน่าสยดสยองก่อนจะพ่นแมลงปีกแข็งสีดำทมิฬที่มีคีมยักษ์คู่หนึ่งออกมา

     

    “ไปสิ... กลืนกินมันซะ เจ้าตัวน้อย”

     

    แมลงปีศาจบินวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของเฮรัคพริบตานั้นบรรยากาศรอบกายพลันหนักอึ้งและเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็นไอ

     

    ตึก... ตึก...

     

    เสียงฝีเท้าลึกลับที่เขาเคยได้ยินในเมืองหุบเขาประหลาดนั้นดังขึ้นอีกครั้ง! เฮรัคตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลังจนชุ่ม

     

    หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อรู้แจ้งในวินาทีนั้นว่าสิ่งที่ตามเขามาตลอดทางไม่ได้หายไปไหนแต่มันฝังตัวซ่อนเร้นอยู่ในเงาของเขามาเนิ่นนานแล้ว

     

    “แจ้งเตือน:ตรวจพบคลื่นเสียงความถี่ต่ำในรูปแบบก้าวเดิน... แหล่งกำเนิด:พิกัดทับซ้อนกับเงาของโฮสต์... ชิปพันธุกรรม ไม่สามารถระบุองค์ประกอบทางชีวภาพได้”เชนหลาน รายงานเสียงเรียบ

     

    แมลงปีกแข็งกางคีมออกคว้าหมอกสีเทาจางๆที่พยายามจะดิ้นรนหนีออกมาจากหลังคอของเฮรัค เสียงฝีเท้าดังถี่รัวด้วยความหวาดกลัวก่อนจะถูกแมลงปีศาจกลืนกินลงไปจนสิ้นซาก

     

    “มันคือส่วนผสมของวิญญาณชั่วรย และคำสาปที่เชี่ยวชาญการซ่อนตัว”

     

    โมแรนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

     

    “มันมองเจ้าเป็นสารอาหารและเติบโตขึ้นตามพลังของเจ้า หากปล่อยไว้จนมันโตเต็มที่แม้แต่อาณาจักรทั้งอาณาจักรก็อาจถูกทำลายได้”

     

    เพื่อความปลอดภัยถาวร โมแรนหยิบสร้อยคอออกมา

     

    “มันคือ ผลึกกลืนวิญญาณ มันเป็นวัตถุปีศาจที่ถูกสลักค่ายเวทเฉพาะตัวไว้เพื่อชำระล้างเศษซากวิญญาณชั่วร้ายและแจ้งเตือนภัยหากผลึกร้อนจนแผดเผาผิวเจ้า... นั่นแปลว่าเจ้าควรเริ่มมองหาหลุมศพดีๆให้ตัวเองได้เลย ราคา 500 หินเวท ฮิฮิ”

     

    เฮรัคไม่ลังเล ยอมควักหินเวทอีก 500ก้อนจ่ายออกไป แม้จะเจ็บปวดกับราคามหาศาล แต่นี่คือการซื้อชีวิตเขาคว้าสร้อยมาสวมทันทีสัมผัสเย็นเยียบของผลึกทำให้เขารู้สึกมั่นคงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

     

    “นักเล่นปรุงยาเนี่ยรวยจริงๆ เลยนะข้าแค่บอกราคาเล่นๆ ไปงั้นเอง”

     

    โมแรนหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นเฮรัคจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว

     

    “หา? ท่านล้อเล่นหรือ?”เฮรัคอุทาน

     

    “ล้อเล่นน่ะ ราคามันตามนั้นจริงๆถ้าไม่เชื่อก็ไปถามอาจารย์เจ้าดูสิ” โมแรนโบกมือไล่ส่งพลางหัวเราะร่วนทิ้งท้าย

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก ที่คุณอ่าน