หลังจากที่เกิดเื่ขึ้นเมื่อหลายวันก่อน ทางสมาพันธ์โลกก็ได้ส่งคนเข้ามาสืบหาถึงเื่ที่เกิดขึ้น
หนึ่งในผู้นำเมืองที่เป็ดั่งเสาหลักของมนุษย์ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เพราะสัญญาณเตือนได้ดังแจ้งเข้ามาว่ามีมอนเตอร์ระดับ 8 หลุดรอดเข้ามา มอนเตอร์ชั้นสูงและมีสติปัญญา พวกมันไม่ต่างไปจากภัยพิบัติที่สามารถเข่นฆ่าเหล่ามนุษย์ได้นับแสน
เผลอๆอาจต่อกรกับนักสู้พันธุกรรมระดับตำนานได้เลยด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะมอนเตอร์กลายพันธุ์ที่สามารถบินได้ ถ้ายังไม่ใช่ระดับตำนาน การจะต่อสู้กับพวกมันก็แทบไม่มีความหวัง
อาวุธเทคโนโลยีไม่อาจทำอะไรพวกมันได้โดยตรง มีเพียงการลงมือของระดับตำนานเท่านั้น ถึงสามารถจัดการพวกมันได้อย่างเด็ดขาด
“หมายความว่าไงอาชา เ้าบอกว่านอกจากพวกโหวหยางแล้วก็ยังมีคนอื่น?”
จางเหว่ยขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยถามออกมา ซึ่งหญิงสาวก็ดันแว่นบริเวณใบหน้าของตน ทำท่าทางที่ดูจริงจังเป็อย่างมาก
“ถูกต้องแล้วค่ะ นอกจากพวกเขามันก็ยังมีคนธรรมดาที่มีชื่อว่าทันย่า”
“เขาเป็ผู้เหลือรอดจากเมืองเทียนหมิ่งที่ล่มสลายไปเมื่อหลายปีก่อน”
“แล้วที่สำคัญ จากการตรวจสอบถึงเบื้องลึกเื้ัแล้ว ผู้นำตระกูลโหวได้ซื้อเขามาในสถานะทาส”
ขณะที่พูด อาชาก็ได้เปิดภาพโฮโลแกรมควบคู่ไปกับการอธิบายข้อมูล
ภายในภาพดังกล่าวปรากฏให้เห็นถึงใบหน้าที่งดงามประหนึ่งเป็นางมารร้ายของทันย่า
มีทั้งประวัติการถือกำเนิด อายุ เพศ หรือแม้แต่นิสัยใจคอ ทั้งหมดต่างถูกรวบรวมมาให้กับพวกเขาได้รับรู้ ด้วยเครือข่ายของสมาพันธ์ที่เปรียบเหมือนปกครองโลก ในที่สุดพวกเขาก็สามารถสืบหาประวัติทั้งหมดของทันย่าผู้นี้มาได้
“นี่มัน.. ชายหนุ่มอายุ 18 ปีคนนึงจะต้องพบเจออะไรแบบนี้เรอะ?!!”
เพียงแค่ได้เห็นประวัติของทันย่า ใบหน้าของจางเหว่ยก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาถึงขั้นตบโต๊ะที่อยู่เบื้องหน้าจนพังทลายลง
“ไอ้พวกสารเลว! ไอ้พวกชั่วช้า! กล้าดียังไงถึงได้ลอบทำการซื้อขายทาสกัน นี่พวกมันเห็นมนุษย์เป็เพียงแค่ของเล่นเท่านั้น”
“จัดการ! ส่งคนออกไปจัดการองค์กรมืดเหล่านี้ซะ! จับพวกมันขังคุกสมาพันธ์ให้หมด ใครที่ขัดขืนสามารถสังหารได้ในทันที!”
“ข้าไม่สนใจหรอกว่าพวกมันทั้งหมดจะมีใครหนุนหลังอยู่ เพราะการซื้อขายทาสนี้ถือเป็เื่ที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง!”
ความเดือดดาลของนักสู้ระดับตำนานได้ทำให้ตึกอาคารสูงใหญ่ต้องสั่นะเื
คนในสมาพันธ์สาขานี้ต่างก็ััได้ถึงความโกรธเกรี้ยวที่ไร้ขีดจำกัด ประหนึ่งเป็สัตว์ร้ายที่พร้อมจะกระโจนออกมาขย้ำเหยื่อ บ้างก็หน้าซีดเผือดเมื่อััได้ถึงแรงกดดันที่รุนแรงมหาศาล บ้างก็ส่ายหัวให้กับคนที่ต้องตกเป็เป้าหมาย
ใครก็ตามที่ถูกท่านจางเหว่ยหมายตา พวกมันย่อมไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้
“เข้าใจแล้วค่ะท่าน เดี๋ยวพวกเราจะส่งหน่วยนักสู้พิเศษไปเยี่ยมเยียนพวกมัน”
อาชาเองก็โกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน ทันย่าผู้นี้เป็ผู้ชายแต่มีความงดงามไม่ต่างไปจากเทพธิดา เขาต้องถูกกระทำไม่ต่างไปจากสัตว์ป่า พอได้นึกถึงภาพที่ตนเองต้องถูกข่มขื่นไม่เว้นแต่ละวัน จิตใจของหญิงสาวก็เต็มไปด้วยหม่นหมอง แทบจะจมดิ่งลงไปสู่ห้วงของความมืดมิด
หญิงสาวเข้าใจถึงความเ็ปที่ทันย่าผู้นี้ต้องเผชิญ แล้วมันก็เป็เวลากว่าหลายปีที่เขาต้องประสบพบเจอสถานการณ์ที่เลวร้าย จิตใจของเขาในฐานะมนุษย์คงสูญสลายหายไปอย่างสมบูรณ์ ไม่ต่างไปจากการตกนรกทั้งเป็เลยทีเดียว
“ว่าแต่ชายหนุ่มทันย่าผู้นี้ไปอยู่ที่ไหน?”
“ตัวเขาไม่ได้ตกตายแต่กลับหายตัวไป?”
หลังจากที่กลับมามีสติ จางเหว่ยก็เริ่มเอ่ยคำถามกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาชาเองก็หรี่ตาลงและตอบกลับอย่างเคร่งเครียด
“ค่ะ จากกล้องบันทึกของยานพาหนะที่ยังไม่พังทลาย เห็นว่าอินทรีทองคำขนเพรชนำพาตัวของเขาไปค่ะ”
“พวกเราไม่รู้ถึงจุดประสงค์ของมอนเตอร์ที่มีสติปัญญาชั้นสูงแบบนี้ เราไม่รู้เลยว่ามัน้าอะไร!!”
เมื่อได้ยินว่ามอนเตอร์นำพามนุษย์ผู้หนึ่งไป จางเหว่ยก็ดูแตกตื่นใเป็อย่างมาก
“อะไรนะ?!! มันเป็ไปได้ยังไง โดยปกติพวกเหล่ามอนเตอร์จะเข้าโจมตีและสังหารมนุษย์เช่นพวกเราในทันที”
“ทำไมมันถึงไม่สังหารทันย่าคนนี้กัน.. แต่กลับนำพาตัวของเขาไปเนี่ยนะ นี่มันเป็เื่ที่ผิดปกติมากจริงๆ!!”
สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความมึนงงให้กับคนในหน่วยงานสมาพันธ์เป็อย่างมาก เพราะมนุษย์และมอนเตอร์นั้นเปรียบได้ดั่งน้ำและไฟ
ขั้วอำนาจสองสายที่ไม่อาจมาอยู่ร่วมกันได้ เมื่อมอนเตอร์ได้มาเผชิญหน้ากับมนุษย์ พวกมันจะต้องเข่นฆ่ากัน จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายนึงจะตายกันไปข้าง ขณะเดียวกันมนุษย์เองก็ลงมืออย่างเด็ดขาด มองพวกมอนเตอร์เป็สัตว์ประหลาดที่ชั่วร้าย เข่นฆ่าพวกมนุษย์ ไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้
ในกรณีของทันย่าผู้ย่อมถือว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ ยิ่งเป็ถึงมอนเตอร์ชั้นสูงที่มีสติปัญญาไม่ต่างไปจากมนุษย์ด้วยแล้ว
“เข้าใจแล้ว หลังจากนี้ก็ลองสืบหาทันย่าผู้นี้ต่อไป ชีวิตของเขามันน่าสงสารเกินไปจนทำให้ข้าอยากจะช่วยเหลือ”
หลังจากนั้นสมาพันธ์โลกสาขาป้อมปราการแห่งนี้ก็ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ในเบื้องลึกเบื้องล่าง ทำการกวาดล้างองค์กรมืดที่ซื้อขายทาสกันอยู่ในโลกมืด หน่วยนักสู้พันธุกรรมก็ได้ถูกมอบหมายให้มองหาตัวทันย่าในอาณาเขตรัศมีหลายร้อยกิโลเมตร
โดยที่จางเหว่ยก็ยังคงมีความหวัง ว่ามอนเตอร์อย่างอินทรีทองคำขนเพรชนั้นจะยังไม่ได้นำตัวของเขาออกไปยังอาณาเขตของมนุษย์ ทว่าพวกเขากลับไม่ได้ทราบถึงความเป็จริง ต่อให้จะออกสำรวจไปทั่วบริเวณอาณาเขต พวกเขาก็ไม่พบเจอกับทันย่าที่หายสายสูญนี้หรอก
เพราะในเวลานี้ทันย่ากำลังอยู่ในอีกฟากนึงของโลกมนุษย์นั้นเอง แถมเขาก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็ถึงสายพันธุ์เบฮีมอทแล้วด้วย
ไม่นาน เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปเกือบหนึ่งอาทิตย์ ในที่สุดบททดสอบพื้นฐานของทันย่าก็ได้สิ้นสุดลง ร่างกายของเขาในเวลานี้เหมือนถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยโลหะเหล็กกล้า เกล็ดสีดำดูแข็งแกร่งและทนทานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับพละกำลัง แน่นอนว่ามันยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล
“ปัง!”
เครื่องวัดพลังถูกโจมตีจนสั่นะเืไปมาอยู่เล็กน้อย จากนั้นภาพสามมิติสีฟ้าครามก็ได้ปรากฏขึ้นบริเวณ้าของเครื่องวัดพลังดัชนี ฉายภาพการประมวลผลที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของทันย่าก่อนหน้านี้ และมันก็เป็พละกำลังการโจมตีที่สูงมากที่สุด
[ติ๊ง! ค่าดัชนีพลังอยู่ที่ 8,150 กิโลกรัม เกณฑ์เฉลี่ยนักสู้พันธุกรรมของท่านอยู่ในระดับที่ 4]
หลังจากที่ฝึกฝนการเทคนิคการขัดเกลาร่างดวงดาวและคริสตัลจิตดาวฤกษ์มาอยู่ตลอด
ในที่สุดความแข็งแกร่งของทันย่าก็ได้ก้าวมาถึงนักสู้พันธุกรรมระดับ 4 กลายเป็มอนเตอร์ระดับ 4 อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่นี้ก็ยังเป็เพียงแค่การโจมตีธรรมดา เขายังไม่ได้เปิดใช้วิชาลับของเผ่าพันธุ์อสูรกลืนกินดวงดาวเลยซักนิด
ถ้าเปิดการใช้งานวิชาการต่อสู้ทั้งหมด เขาอาจสังหารนักสู้พันธุกรรมระดับ 5 ได้ในพริบตาเดียว ร้ายกาจเป็อย่างมาก
[พัฒนาได้รวดเร็วจริงๆ สมกับที่เป็ยีนส์พันธุกรรมของเผ่าพันธุ์เบฮีมอทละนะ]
[ขนาดไม่มีทรัพยากรในการช่วยเหลือ ยีนส์พันธุกรรมก็ยังยกระดับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว]
[แต่หลังจากนี้เ้าต้องใช้เวลาในการพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น ยิ่งยีนส์พันธุกรรมพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นมากเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงของพวกมันก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น จำเป็ต้องใช้พลังแห่งดวงดาวและความขยันอดทน เพราะความแข็งแกร่ง มันไม่มีหนทางลัดอะไรทั้งสิ้น]
ทันย่ารับฟังคำพูดของท่านอาจารย์ตนอย่างเคร่งครัด แววตาดูเคารพยกย่องในตัวของดาวาลเป็อย่างมาก
[เอาเถอะ ตอนนี้ฝึกฝนมามากพอแล้ว ความแข็งแกร่งของเ้าคงเพียงพอสำหรับดาวเคราะห์โลกใบนี้]
[งั้นก็ได้เวลาที่ตัวของเ้าจะได้ออกไปเริ่มต้นเส้นทางของผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ขึ้นไปยัง้ากันเถอะ]