หมับ!
ท่อนแขนแข็งแรงของใครบางคนเอื้อมมาประคองคอดเอวกิ่วของหล่อนเอาไว้ได้ทันก่อนที่ร่างทั้งร่างจะเสียหลักล้มลงอู๋หลิวเงยหน้าขึ้นสบตากับฟ่านอี้คราวนี้เธอสังเกตได้ว่าแววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยแววตาคู่นั้นของเขามันไม่ได้มีแค่ความสงสัยอีกแล้วแต่มันยังเจือไปด้วยความประหลาดใจ และความชื่นชมเล็ก ๆ ที่เขาพยายามซ่อนไว้แต่กลับซ่อนไว้ไม่มิด
เมื่อร่างกายของทั้งสองได้แนบชิดสนิทกันปลายจมูกของอู๋หลิวก็พลันได้กลิ่นอายของบุรุษเพศที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆกลิ่นนั้นแม้ไม่ใช่กลิ่นหอมในอุดมคติที่เธอชอบแต่น่าแปลกที่มันทำให้เธอเสียอาการไปชั่วขณะ
เธอรู้สึกว่ากลิ่นนี้เป็กลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็กลิ่นที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลเอามากๆ นี่คงไม่ใช่ว่า? แค่ข้ามเวลามาอยู่ต่างโลกได้ไม่ถึงวันเธอจะหลงเสน่ห์ฟ่านอี้เข้าแล้วหรอกนะ
คราวนี้เป็อู๋หลิวที่เบี่ยงใบหน้าออกห่างและพยายามหลบสายตาของเขาเธอกลัวเหลือเกิน กลัวว่าหากจ้องตาเขามากไปกว่านี้ เธอจะหลงรักเขาเข้าแล้วจริง ๆ
อู๋หลิวขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจัดระเบียบร่างกายและพยายามทรงตัวให้กลับมายืนได้ด้วยตัวเอง แต่ทว่าฟ่านอี้กลับไม่ยอมปล่อยมือเขาใช้สองมือคู่นั้นจับประคองคอดเอวกิ่วของหล่อนไว้อย่างมั่นคง เพราะเขากลัวว่าหล่อนจะล้มพับลงไปกองกับพื้น
กระทั่งแน่ใจแล้วว่าหล่อนสามารถยืนได้แล้วจริงๆ เขาถึงจะยอมปล่อยมือออกจากคอดเอวของหล่อน แต่ก็จะยังคงเฝ้าระมัดระวังอยู่ใกล้ ๆไม่ห่าง
ััที่อุ่นวาบจากฝ่ามือหยาบกร้านของเขากระตุ้นให้ความทรงจำสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเธอภาพฉากที่กำลังจะฉายให้เห็นต่อไปนี้ คือภาพฉากอันแสนรันทดของผู้ชายตรงหน้า
ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมฟ่านอี้คือผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและฐานะเขาคือลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลเศรษฐีฟ่าน
ก่อนที่ชีวิตของเขาจะตกต่ำได้ถึงขนาดนี้เขาเคยเป็ผู้ชายที่สง่างามมาก ๆ คนหนึ่ง ครอบครัวของเขามั่งคั่งมีชื่อเสียงทำธุรกิจค้าขายอยู่ในตัวเมือง ตระกูลฟ่านค้าขายของเก่า ของสะสม ของหายาก อย่างเช่นเครื่องลายคราม แจกันหายาก ภาพวาดโบราณรวมถึงเครื่องประดับล้ำค่าหลายอย่างโดยเฉพาะเครื่องประดับที่ทำจากหยกเนื้อดี
ฟ่านอี้ในตอนนั้นคือหนุ่มเนื้อหอมที่สาวๆ ทั้งเมืองต่างหมายปองในตัวของเขา รวมถึงจินเซี่ยก็ด้วยหล่อนยอมทำทุกวิถีทางโดยไม่สนวิธีการเพื่อให้ได้เขา รักเขาก็คือส่วนหนึ่งแต่ที่มากเหนือสิ่งอื่นใดเลยก็คือ หล่อนอยากเป็คุณนายน้อยของตระกูลฟ่าน
และหล่อนก็ทำสำเร็จ! แต่ทว่าจินเซี่ยได้เป็คุณนายน้อยตระกูลฟ่านรวมถึงได้อยู่กินเสพสุขอยู่บนกองเงินกองทองได้ไม่นานเื่อันน่าสลดก็ดันเกิดขึ้นแบบฟ้าผ่า
เื่มันเกิดจากวันนั้นวันที่ฝนตกหนัก…
รถยนต์หรูของคนตระกูลฟ่านเกิดเหตุพลิกคว่ำท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาไม่หยุดอุบัติเหตุครั้งนั้นพรากชีวิตพ่อและแม่ของฟ่านอี้ไปตลอดกาลเหลือเพียงฟ่านอี้ที่เป็คนขับรถ และรอดชีวิตมาได้เพียงลำพังแต่ทว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นก็ทำให้เขากลายเป็ใบ้จนถึงทุกวันนี้
ความรู้สึกผิดบาปที่ว่าตนเองเป็คนขับรถพาพ่อแม่ไปตายกัดกินหัวใจของชายหนุ่มจนแหลกสลาย ความโศกเศร้าที่ทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆทำให้เขากลายเป็คนเงียบขรึม เก็บตัว และไม่ยอมพบเจอผู้คน
ต่อมาเมื่อมีเื่อื่นเข้ามากระทบจิตใจของเขาเรื่อยๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มสุดหล่ออย่างฟ่านอี้กลายเป็โรคซึมเศร้าฉับพลันประกอบกับที่เขาพูดจาสื่อสารไม่ได้เหมือนเดิม จึงทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูแย่ไปหมด
หมอเ้าของไข้ที่รักษาอาการป่วยของฟ่านอี้ไม่สามารถวินิจฉัยอย่างเป็ทางการได้ ว่าอาการเป็ใบ้ของเขาเกิดจากอะไร
แต่โชคดีที่หมอท่านหนึ่งวินิจฉัยได้ว่าการที่เขาเป็ใบ้พูดไม่ได้อย่างฉับพลัน เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ผนวกกับมีเื่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงจึงทำให้เส้นประสาทสมองส่วนที่ควบคุมการพูดมีปัญหาส่งผลให้เขาสูญเสียความสามารถในการพูด แม้ว่าเขาจะยังได้ยินเสียงตามปกติก็ตาม
หมอท่านนั้นให้ยามากินหลายแขนงแต่อาการเป็ใบ้ของฟ่านอี้ก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลย ไป ๆ มา ๆก็เหมือนการเอาเงินไปละลายแม่น้ำทิ้งเพราะไม่อยากให้เสียเงินเปล่าฟ่านอี้จึงเลิกไปหาหมอและเลือกยอมรับชะตากรรมของตัวเอง
เขาคิดว่า…การที่เขาเป็ใบ้แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องไปยุ่งกับใครและไม่มีใครมายุ่งกับเขาเพราะเขารู้สึกว่าชีวิตนี้ของเขามันมืดมนเกินกว่าจะไปข้องเกี่ยวกับใครได้อีกโดยเฉพาะญาติพี่น้องของเขา
‘โธ่…ฟ่านอี้’ ในขณะที่อู๋หลิวกำลังซึมซับภาพฉากความทรงจำเ่าั้หล่อนก็เผลอร้องครางออกมาในใจอย่างสุดจะทน ฟ่านอี้คนนี้เป็ผู้ชายที่น่าสงสารและน่าเห็นใจคนหนึ่ง
ตลอดชีวิตของเขาเขาไม่เคยเบียดเบียนใคร ไม่เคยทำให้ใครต้องเดือดร้อนแต่ทำไมชีวิตของเขาถึงได้เจอแต่เื่เฮงซวยแบบนี้ล่ะที่เคยบ่นว่า์เล่นตลกกับชีวิตของหล่อน หล่อนขอถอนคำพูดก็แล้วกันต้องบอกว่า์เล่นตลกกับชีวิตของฟ่านอี้สิมันถึงจะถูก