“ว๊าย! อะไรนะคะ?” เ้าหน้าที่ใ
วินัยเขย่าแขนเ้าหน้าที่“ช่วยด้วย เพื่อนผมตายแล้วๆ”
“เดี๋ยวค่ะคุณใจเย็นๆก่อนค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“เพื่อนผมตายแล้วๆ”วินัยพูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้นพร้อมกับลากแขนเ้าหน้าที่คนนั้นเข้าไปในห้อง
“เดี๋ยวค่ะคุณปล่อยดิฉันก่อนค่ะ” เ้าหน้าที่พยายามขืนตัวไว้
วินัยฉุดลากเ้าหน้าที่เข้าไปในห้องจนได้ปากก็พูดซ้ำๆว่า “เพื่อนผมตายแล้วๆๆ”
เ้าหน้าที่พยายามดิ้นแต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ไหว“คุณใจเย็นๆก่อนค่ะ” แต่พอถูกลากไปถึงห้องนอนเธอก็กรี๊ดลั่นเมื่อได้เห็นศพ “ว๊าย!”
“เพื่อนผมตายแล้วๆๆ”วินัยพูดซ้ำๆอยู่อย่างนั้น
เ้าหน้าที่สะบัดตัวจนหลุดแล้วก็รีบวิ่งออกไป“ช่วยด้วย!” เธอวิ่งลงบันไดไม่ยอมรอลิฟท์ด้วยความใ
วินัยวิ่งตามไป“รอผมด้วยๆ”
พอเ้าหน้าที่วิ่งไปถึงออฟฟิตเธอก็บอกหัวหน้าว่า“ช่วยด้วยค่ะ มีคนตายในห้องค่ะ”
“ห๊ะ!” หัวหน้าใ “คุณว่าอะไรนะ?”
“คนตายค่ะคนตายข้างบนค่ะ” เ้าหน้าที่รีบพูดจนลิ้นแทบจะพันกัน
“ห้องไหน?”หัวหน้าถามหน้าตื่น
“ห้องคุณธรรมค่ะ”
“รอผมด้วย”วินัยวิ่งตามมาอย่างสติแตก
“เดี๋ยวผมโทรแจ้งตำรวจก่อน”หัวหน้าบอกแล้วก็รีบโทรแจ้งตำรวจ
พอโทรแจ้งตำรวจแล้วหัวหน้าก็หันไปสั่งลูกน้องว่า“คุณฝ้ายรออยู่นี่แหละแล้วก็คอยดูคุณคนนั้นไว้ด้วยล่ะอย่าให้หนีไปไหนนะ”เขาชี้ไปที่วินัยแล้วก็เดินไปรอคอยรถตำรวจหน้าออฟฟิตอย่างร้อนใจ
ฝ้ายหันไปคอยดูวินัยเอาไว้ตามคำสั่งหัวหน้า
20 นาทีต่อมาตำรวจก็มาถึง “ได้รับแจ้งว่ามีคนตายไหนครับ?”
“ข้างบนครับคุณตำรวจ”หัวหน้าบอกแล้วก็รีบเดินนำตำรวจไปที่ห้องเกิดเหตุ
ตำรวจ2 คนรีบเดินตามไป
เมื่อถึงห้องที่เกิดเหตุตำรวจก็ถ่ายรูปเก็บหลักฐานตามขั้นตอนการทำงาน จากนั้นก็สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกคน
หลังจากนั้นไม่นานก็มีกระแสข่าวตามโซเชียลว่า...ธรรมดาราหนุ่มผู้โด่งดังในอดีตเสียชีวิตแล้ว
บรรดาแฟนคลับแห่ไว้อาลัยประวัติและผลงานที่ธรรมเคยแสดงไว้ก็ถูกพูดถึงอีกครั้ง
วันต่อมา ณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้การฯชัยยศกำลังคุยกับสารวัตรนัฐพล
“หมอนัฐเื่คดีของดาราที่ชื่อธรรมไปถึงไหนแล้วล่ะ?”
“นิติเวชฯตรวจพบว่าตายเพราะพิษร้ายแรงครับมีาแถูกกัดที่คอ คาดว่าน่าจะเป็งูตัวใหญ่ครับ” นัฐพลรายงานความคืบหน้าของคดี
ชัยยศพยักหน้ารับรู้
“จากการสอบปากคำพยานผู้ตายเคยเป็ลูกค้าของร้านดรีมแกลอรี่ครับผมว่าร้านนี้มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆครับ มีหลายคดีเลยครับที่เราพบว่าผู้ตายหรือไม่ก็ผู้ที่หายสาบสูญล้วนแล้วแต่เป็ลูกค้าของร้านดรีมแกลอรี่ครับ”นัฐพลพูดตามความคิดเห็นของตัวเอง
ชัยยศนิ่งคิด“ถ้างั้นคุณลองไปสืบที่ร้านดรีมแกลอรี่ดูก่อนถ้ามีอะไรคืบหน้าก็รีบมารายงานผมด้วย”
“ครับท่าน”นัฐพลรับคำสั่งแล้วก็เดินออกไป
ณร้านดรีมแกลอรี่ ลูกค้าถือห่อรูปภาพเดินออกมาจากร้านนัฐพลมองตามจนลูกค้าขึ้นรถขับออกไปจากหน้าร้าน เขาหันไปมองตึกแถว 3 ชั้น 2 ห้องซึ่งเป็สถานที่เปิดร้านอย่างพิจารณาด้านหน้าร้านมีซุ้มไม้เลื้อยออกดอกสีแดงสดเต็มซุ้มสวยงามถัดจากซุ้มไม้เลื้อยเป็ประตูกระจกบานประตู้าแขวนกระดิ่งสีทองเอาไว้ส่งเสียงกังวานเสนาะหูทุกครั้งที่ประตูถูกเปิด
เขาเดินลอดซุ้มไม้เลื้อยผลักประตูเข้าไป
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ” ราตรียืนต้อนรับยิ้มแย้มให้
“สวัสดีครับผมอยากได้งูพิษซักตัวครับ” นัฐพลบอกแล้วก็จับตาดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
นิมิตราได้ยินก็เดินออกมาพบลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“แหมคุณนี่เข้าใจพูดเล่นนะคะ ร้านเราเป็ร้านขายรูปนะคะ ไม่มีสัตว์ขายหรอกค่ะถ้าคุณ้าซื้องู ดิฉันแนะนำว่าคุณควรจะไปที่สวนจตุจักรนะคะที่นั่นมีสัตว์เลี้ยงขายหลากหลายชนิดเลยค่ะ สัตว์แปลกๆหายาก สัตว์นำเข้าก็มีขายค่ะ”
นัฐพลมองหน้าหญิงสาวซึ่งคาดว่าอายุน่าจะไม่เกิน 20 ปีคงเป็พวกนักเรียนที่มารับจ๊อบหารายได้พิเศษล่ะมั้ง “นี่หนูเราพูดกันไม่รู้เื่หรอก เ้าของร้านอยู่ไหน? ฉันเป็ตำรวจ”
“ดิฉันนี่แหละค่ะเ้าของร้าน”นิมิตราบอกด้วยสีหน้าถือตัวที่ถูกมองด้วยสายตาดูถูก
นัฐพลชะงักไปนิด“ถ้างั้นคุณก็เป็คนขายรูปให้กับคุณธรรม ธนากร”
“ธรรมธนากร...” นิมิตราทวนคำ “อ๋อ...ดิฉันเห็นข่าวแล้วค่ะยังหนุ่มอยู่เลยน่าเศร้าจังเลยค่ะ”
นัฐพลนิ่งฟังอย่างตั้งใจ“แล้ว...”
“คุณธรรมเป็ลูกค้าประจำของเราค่ะเขาซื้อรูปภาพจากทางเราไปหลายรูปมากค่ะ ซักประมาณ 10 กว่าบานมั้งคะ” นิมิตราบอก
“แล้วรูปนี้ล่ะครับ”นัฐพลเปิดไฟล์รูปในไอแพ็ดให้ดู ซึ่งเป็ภาพกรอบรูปมีตราสลักบนกรอบว่า ‘ดรีมแกลอรี่’ อยู่ตรงด้านล่างของกรอบรูปแต่ไม่มีภาพใดๆเลยในกรอบ
นิมิตราอึ้งไปครู่นึง“โธ่...ไม่น่าเลย”
นัฐพลงงนิดๆไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
“ภาพหายากได้สูญสลายไปเสียแล้วทั้งๆที่ภาพนี้เป็ภาพหายากที่หาไม่ได้อีกแล้ว โธ่เอ๋ย...ไม่น่าเลย...”นิมิตราค่ำครวญด้วยความเสียใจและเสียดาย
“ภาพอะไรเหรอครับ?”นัฐพลถามด้วยความอยากรู้
“ภาพส่างห่าค่ะ”นิมิตราบอกแล้วก็ค่ำครวญต่อ “โธ่...ไม่น่าเลยจริงๆ”
นัฐพลคิดในใจว่ายัยคนนี้ค่ำครวญเสียใจเพราะภาพหายสำคัญยิ่งกว่าเื่ที่คนตายซะอีก
“ตอนนี้กรอบรูปบานนี้อยู่ที่ไหนคะ?ดิฉันขอคืนได้ไหมคะ?”
“ตอนนี้ทางตำรวจกำลังตรวจค้นคอนโดหาหลักฐานอยู่ครับยังเคลื่อนย้ายอะไรออกมาไม่ได้ครับ แต่หลังจากที่ตำรวจเก็บหลักฐานเสร็จแล้วญาติของคุณธรรมก็จะเข้ามาจัดการกับทรัพย์สินต่อไปครับถ้าคุณ้ากรอบรูปคืนคุณคงต้องติดต่อกับญาติของคุณธรรมนะครับ”เขาบอกแล้วก็นึกสงสัย “ทำไมคุณ้ากรอบรูปคืนด้วยล่ะครับ? หรือว่ากรอบรูปนี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?”เขาจ้องมองอย่างคาดคั้น
“ถ้าตำรวจตรวจเจอว่าในกรอบรูปนี้ซ่อนยาเสพติดไว้ล่ะก็ร้านคุณไม่รอดแน่”เขาคาดโทษอย่างเอาเื่
“จะมีของแบบนั้นได้ไงคะ?ไม่เอาน่าคุณตำรวจ ดิฉันขายความสุขให้ลูกค้านะคะ ไม่มียาเสพติดหรอกค่ะ” นิมิตรายิ้มหวาน
ความสุขงั้นเหรอ?พูดซะเลิศหรูเชียว! นัฐพลนึกโมโหอยู่ในใจ
“คุณตำรวจจะรับต้นเคลซักหน่อยไหมคะ?”นิมิตราถามยิ้มๆ
“นี่คุณผมไม่มีที่ปลูกหรอกนะ” นัฐพลโมโหที่เธอเปลี่ยนเื่คุย
“ไม่ได้ให้ไปปลูกค่ะดิฉันให้คุณเอาไปผัดกินค่ะ ผักเคลมีแคลเซี่ยมมากกว่าเนื้อสัตว์หลายเท่าเชียวค่ะคนโมโหง่ายอย่างคุณก็เพราะขาดแคลเซี่ยมน่ะค่ะ” นิมิตราแดกดัน เหยียดยิ้มนิดๆ
“นี่คุณ!” นัฐพลโมโหจนทนไม่ไหวต้องรีบออกจากร้านไป
นิมิตรามองตามเชิดหน้าใส่แล้วก็เดินกลับเข้าไปด้านใน
ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาตินัฐพลยืนพึมพำอย่างโมโหอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง “หนอย...ยัยเด็กบ้า! ปากยิ้มแย้มแต่สายตาจิกกัดน่าดู พูดจาน่าโมโหนักเพราะงี้แหละฉันถึงเกลียดผู้หญิงนักเชียว”
“บ่นอะไรอยู่ได้ไอ้นัฐ?เอ้า นี่รายงานความคืบหน้าคดีของนายธรรม ธนากร” สารวัตรกิตติเดินเข้ามายื่นแฟ้มให้เพื่อนร่วมงาน
“ในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้าแมีแค่ที่ลำคอเป็รอยเขี้ยวงู ดูจากรอยเขี้ยวแล้วคาดว่างูตัวนี้น่าจะมีขนาดซัก8-9 เมตรได้ แต่ค้นทั่วทั้งห้องแล้วไม่เจองูเลยซักตัวเจอแต่รูปภาพงู กิ้งก่า ัโคมันโด ซึ่งทุกภาพมาจากร้านดรีมแกลอรี่ส่วนของใช้ผู้หญิงที่เจอในห้องเป็ของภรรยาเก่าที่แยกกันอยู่ได้ 3 เดือนมาแล้ว ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่พบว่ามีคนเข้าออกทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุจนกระทั่งนายวินัยซึ่งเป็เพื่อนกับผู้ตายได้ไปที่เกิดเหตุและไปพบศพตรงกับคำให้การสอบปากคำพยานคนอื่นๆแล้วก็ไม่มีพิรุธอะไรเลย ไม่มีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกับใครเลยพบแค่มีด 1 เล่มตกอยู่ในห้องนอนเท่านั้นตรวจหารอยนิ้วมือแล้วก็มีแต่รอยนิ้วมือของผู้ตายว่ะ” กิตติบอก
“เดี๋ยวนะแล้วกรอบรูปที่ไม่มีรูปภาพนั่นล่ะ เจออะไรไหม?” นัฐพลถาม
“อ๋อไม่เจออะไรเลย” กิตติบอก “อ่อ...แต่กรอบรูปทุกบานทำจากไม้กฤษณา ซึ่งไม้ประเภทนี้ก็จะราคาแพงหน่อยงานแกะสลักบนกรอบรูปก็เป็งานช่างฝีมือเยี่ยม” กิตติบอก
นัฐพลอึ้งอะไรกันเนี่ย? ไม่มีหลักฐานอะไรเลย!
“ถ้างั้นฉันไปทำงานต่อล่ะ”กิตติบอกแล้วก็เดินจากไป
นัฐพลพยักหน้ารับรู้แล้วก็นั่งลงครุ่นคิด ไม่ใช่แค่นายธรรมเท่านั้นคดีการตายที่เกี่ยวข้องกับสัตว์แต่หาตัวสัตว์ไม่เจอ บางคดีสภาพศพเละยังกับถูกกัดกินบางคดีก็ถูกสัตว์มีพิษกัด บางคดีก็ถูกดูดเืจนหมดตัวบางคดีก็แห้งตายเหมือนมัมมี่ บางคดีก็หายสาบสูญแต่ทุกคดีที่เกิดขึ้นมีสิ่งที่เหมือนกันก็คือทุกคนที่ตายหรือหายสาบสูญล้วนแล้วแต่เป็ลูกค้าร้านดรีมแกลอรี่ด้วยกันทั้งนั้นมันบังเอิญเหรอ? ไม่ใช่แน่ๆ ต้นตอของคดีทั้งหมดต้องอยู่ที่ร้านนี้แน่ๆ
หลังจากนั่งคิดทบทวนหลายรอบแล้วเขาก็ออกไปคอยเฝ้าจับตามองร้านดรีมแกลอรี่
นิมิตรามองจากในร้านออกไปทีไรก็มักจะพบว่าตำรวจหนุ่มคนนั้นมาคอยเฝ้าป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆหน้าร้านเป็ประจำหลายวันแล้วแทบจะนั่งเฝ้านอนเฝ้าตลอดทั้งวันทั้งคืน เธอเหยียดยิ้มดูแคลนอย่างไม่ยี่หระที่ถูกเฝ้าจับตาดู
จนกระทั่งวันนึง นัฐพลเห็นนิมิตราออกไปข้างนอกเขาจึงเข้าไปในร้านหาทางตีสนิทกับพนักงานสาว
“สวัสดีครับ”เขาเข้าไปพบกับพนักงานสาวในร้าน
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ” ราตรียิ้มแย้มทักทายตามปกติ
“ผมอยากมาถามเกี่ยวกับคุณธรรมธนากรหน่อยนะครับ” นัฐพลบอก
ราตรียิ้มให้“เชิญค่ะ เชิญชมภาพตามสบายนะคะ” จากนั้นเธอก็เดินไปยกน้ำชามาเสิร์ฟให้ตามหน้าที่
“ขอบคุณครับ”นัฐพลรับน้ำชามาจิบแล้วก็ถามว่า “คุณธรรมมาที่นี่บ่อยไหมครับ?”
ราตรียิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรเธอยืนนิ่งมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอยู่อย่างนั้น
“คุณธรรมชอบซื้อภาพประเภทไหนเหรอครับ?”นัฐพลถามอีก
ราตรียืนนิ่งยิ้มแย้มอยู่เช่นเดิม
“คุณธรรมซื้อรูปจากที่นี่ไปกี่ใบเหรอครับ?”นัฐพลถาม ยืนจ้องหน้าพนักงานสาวอย่างไม่ละความพยายามพลางนึกในใจว่ายัยคนนี้ถามอะไรก็ไม่ตอบซักอย่าง!
ราตรียังยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม
นัฐพลพยายามระงับความโมโหแกล้งมองรูปแล้วก็ถามว่า“รูปนี้ดอกอะไรเหรอครับ”
“ดอกลิลลี่ค่ะ”ราตรีตอบสีหน้ายิ้มแย้ม
“ในห้องคุณธรรมผมเห็นมีแต่รูปสัตว์เลื้อยคลานเขาไม่ชอบรูปอื่นบ้างเหรอครับ” นัฐพลรีบถาม
ราตรียืนนิ่งยิ้มแย้มเช่นเดิม
นัฐพลรอฟังคำตอบแต่ก็...เงียบจนเขาโมโห ไรว่ะ!ถามอะไรเกี่ยวกับนายคนนั้นแม่นี่ไม่ตอบซักคำ เอาแต่ยิ้มอยู่ได้
“แล้วนี่รูปอะไรครับ?”เขาแกล้งถามอีก
“รูปแสงออโรร่าค่ะ”ราตรีตอบสีหน้ายิ้มแย้ม
“คุณช่วยบอกผมหน่อยเถอะนะครับว่าคุณธรรมมาที่นี่บ่อยไหม?มาซื้อรูปไปกี่ใบ? ซื้อรูปอะไรไปบ้าง?” นัฐพลพยายามล้วงข้อมูลให้ได้
นิมิตราผลักประตูร้านเข้ามาเห็นตำรวจหนุ่มยืนอยู่ในร้านก็พูดว่า“คุณจะถามอะไรเกี่ยวกับลูกค้าทางเราก็ไม่ตอบหรอกค่ะเพราะเป็ความลับของลูกค้าค่ะ”
นัฐพลหน้าหงิกทันทีวินาทีถัดมาเขาก็รีบปรับสีหน้า ยิ้มแย้มพูดประเหลาะว่า “คุณช่วยตอบผมหน่อยนะครับนะครับ ได้โปรด พลีสสสสส...”
นิมิตรายิ้มตอบแต่สายตาจิกกัด“ไม่ว่าคุณจะถามกี่ครั้ง เราก็บอกไม่ได้หรอกค่ะ”
นัฐพลโมโหปรี๊ด! เขาสะบัดหน้าเดินออกจากร้านไปเลย
นิมิตรามองตามแสยะยิ้มแล้วก็เดินเข้าไปด้านใน
ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นัฐพลโมโหบ่นเป็หมีกินผึ้งกับเพื่อนร่วมงาน“ให้มันได้งี้ดิ! ไม่เคยเจอใครกวนตีนเท่านี้เลยว่ะยัยลูกน้องนั่นถามไรเกี่ยวกับนายธรรม ไม่ยอมตอบซักคำแต่พอถามเื่รูปในร้านล่ะทำเป็รีบตอบเชียว ส่วนยัยเ้าของนั่นก็กวนพอกันเลยพูดหน้าตายิ้มแย้มแต่ตานี่จิกกัดซะไม่มี ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนกวนโคตรๆเท่าแม่ 2 คนนี่เลยว่ะ”
“เอาน่าใจเย็นๆไอ้นัฐ”กิตติตบบ่าปลอบใจ “ฉันรู้มาว่าเ้าของร้านนี้ชอบกินขนมหวาน เอ้า นี่กรอบรูปบานที่เขาเคยบอกแกว่าขอคืนแกลองเอาไปคืนให้เขาล่ะกัน แล้วก็นี่ช็อกโกแล็ตยี่ห้อดังที่คุณเ้าของร้านคนนั้นเขาชอบกินผู้การฯสั่งให้แกเอาไปให้เขา เผื่อเขาจะใจอ่อนยอมให้ข้อมูลอะไรบ้าง”
นัฐพลกลอกตามองบน“จะให้ฉันเนี่ยนะเอาไปให้ยัยนั่นน่ะ?”
“ก็แกนั่นแหละจะมีใครอีกล่ะผู้การฯสั่งมา รีบไปได้แล้วเพื่อน โชคดีนะ” กิตติอวยพรยิ้มๆ“อ่อ...แล้วแกต้องพูดกับเธอดีๆด้วยล่ะ ผู้หญิงน่ะเขาชอบคนพูดจาไพเราะเหมือนกันทุกคนแหละ”
นัฐพลถอนหายใจอย่างเซ็งๆ“เอ้อ!!! ให้มันได้งี้ดิ!”เขาหยิบของแล้วก็เดินออกไป
พอไปถึงร้านดรีมแกลอรี่เขาเปิดประตูเข้าไปเห็นนิมิตรายืนอยู่พอดีเขาก็รีบยิ้มทักทาย “สวัสดีครับ”
นิมิตราแอบทำหน้าเซ็งแว๊บนึง“ไม่ว่าคุณจะมากี่ครั้ง ดิฉันก็ไม่มีอะไรจะบอกหรอกค่ะ”
“คือผมเอากรอบรูปอันล้ำค่ามาคืนครับ”นัฐพลพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ยิ้มปะเหลาะ
นิมิตราชะงักไปครู่นึงที่อีกฝ่ายพูดดีด้วย“ขอบคุณค่ะที่อุตส่าห์เอามาให้”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ