ภายในห้องโถงคาเฟ่ที่เงียบสงบในยามวิกาลหลังจากปิดบริการแล้ว นนท์ยืนจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมของระบบสีฟ้าครามที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
หน้าจอระบบแสดงรายละเอียดฟังก์ชันความปลอดภัยต่างๆ ที่เขาเปิดใช้งานอยู่ รวมถึงสถานะของเขตแดนปลอดภัยอันอบอุ่นอย่าง "Peaceful Boundary ระดับ 2"
นนท์ใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอลงมายังแถบเมนูการอัปเกรดระบบย่อย ซึ่งปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ๆ หลังจากร้านค้าของเขาบรรลุเลเวล 15
สายตาของเขาหยุดลงที่หัวข้อระบบป้องกันภัยรุ่นใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจมาก
[ฟังก์ชันความปลอดภัยระดับ 2.5: ระบบสแกนอาวุธและเจตนาร้ายรัศมี 10 เมตร (Weapon Scan System)]
[รายละเอียด: ตรวจจับ วิเคราะห์ และระบุสิ่งของอันตราย อาวุธประเภทต่างๆ รวมถึงประเมินระดับเจตนาร้ายของผู้ที่เข้ามาในรัศมีรอบร้านค้า 10 เมตร พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าบนแผงควบคุมโฮโลแกรมหลัก]
[แต้มมิติที่ต้องใช้ในการอัปเกรด: 100 แต้ม]
"สามร้อยยี่สิบแต้ม... หักออกหนึ่งร้อยแต้มเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในร้านก็นับว่าคุ้มค่ามาก" นนท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ
เขาขยับมือแตะปุ่มตกลงบนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อยืนยันการทำรายการในทันที
*วิ้ง...*
หน้าจอระบบกะพริบแสงสีทองและสีฟ้าสว่างไสวสลับกันอย่างสวยงาม ก่อนจะมีเสียงแจ้งเตือนไร้โทนเสียงดังขึ้นในหัว
*ติ้ง!*
[ทำการหักแต้มมิติสะสม 100 แต้มเสร็จสิ้น]
[เริ่มกระบวนการอัปเกรดระบบป้องกันภัย Peaceful Boundary สู่ระดับ 2.5...]
[การอัปเกรดเสร็จสิ้น: ปลดล็อกระบบ Weapon Scan System รัศมี 10 เมตรรอบตัวร้านฝั่งมนุษย์ และรอบบานประตูเชื่อมมิติทั้งสามบาน]
ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง ละอองคลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนโปร่งใสก็แผ่ซ่านออกจากแกนกลางของตัวร้านและขยายตัวออกไปภายนอกอย่างรวดเร็ว
นนท์รู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมของพลังมานาที่อ่อนโยนและอบอุ่นระลอกหนึ่งแผ่ผ่านร่างกายของเขาและผ่านผนังอาคารตึกแถวไปอย่างรวดเร็ว
แผนผังโฮโลแกรมสามมิติขนาดกะทัดรัดที่ย่อส่วนของอาคารตึกแถวและพื้นที่พิกัดเชื่อมต่อประตูมิติทั้งสามปรากฏขึ้นบนเคาน์เตอร์บาร์ไม้สน
บนแผนผังจำลองนั้น มีม่านแสงทรงกลมสีเขียวใสหุ้มล้อมรอบตัวอาคารเป็นรัศมีสิบเมตรอย่างเสถียรและมั่นคงเป็นพิเศษ
"สุดยอดเลยค่ะพี่นนท์... หนูรู้สึกเหมือนรอบๆ ร้านมีม่านสายลมหนาแน่นและอบอุ่นคอยปกป้องเราอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ" เอลวิน่าเอ่ยพลางเอามือลูบแขนตัวเองด้วยความอุ่นใจ
ขณะนั้นเอง เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ ลี่เหม่ย เจ้าหญิงจิ้งจอกเก้าหางค่อยๆ เดินลงมาจากห้องพักชั้นสอง
เธอสวมชุดผ้าไหมสีทองบริสุทธิ์ที่ทำความสะอาดรอยเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดจนหมดจด เผยให้เห็นรูปโฉมที่งดงามและสง่างาม
หางฟูฟ่องทั้งเก้าของเธอขยับไหวตามจังหวะการเดินอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีทองคู่งามจ้องมองไปยังแผนผังโฮโลแกรมบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ
"ขออภัยด้วยนะเจ้าของร้าน... เป็นเพราะตัวข้าแท้ๆ ที่ทำให้ร้านของท่านต้องตกอยู่ในอันตรายจากสายลับสัตว์อสูรและกลุ่มคนพวกนั้น" ลี่เหม่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด
นนท์คลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พลางหมุนตัวเดินเข้าไปในครัวเพื่ออุ่นนมแพะถ้วยหนึ่ง
เขานำน้ำนมแพะสดคุณภาพเยี่ยมมาต้มจนร้อนพอดี ส่งกลิ่นหอมละมุนโชยออกมา ก่อนจะละลายน้ำตาลมนตราเม็ดละเอียดลงไป
น้ำตาลมนตราทำให้น้ำนมสีขาวข้นเปล่งประกายสีเงินจางๆ ส่งกลิ่นหอมคล้ายดอกลาเวนเดอร์ในป่าลึกช่วยผ่อนคลายประสาท
นนท์เลื่อนแก้วนมแพะอุ่นใบนั้นไปตรงหน้าลี่เหม่ยด้วยความเต็มใจ
"อย่าคิดมากเลยครับคุณลี่เหม่ย ร้านหลบมุมคาเฟ่เปิดต้อนรับลูกค้าทุกคนที่แสวงหาความสงบและอาหารอร่อยอยู่แล้ว"
"และตอนนี้ระบบป้องกันใหม่ของพวกเราก็น่าจะช่วยรับประกันความปลอดภัยให้พวกเราทุกคนได้ดีขึ้นเยอะเลยล่ะครับ"
*งับ...*
ลี่เหม่ยยกแก้วขึ้นจิบน้ำนมแพะอุ่นๆ รสชาติหวานนุ่มนวลและกลิ่นหอมชื่นใจของน้ำตาลมนตราทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
พลังมานาอุ่นๆ ไหลเวียนจากกระเพาะอาหารแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจรเวทมนตร์ ช่วยสลายความเหนื่อยล้าสะสมในร่างกายของเธอจนหมดสิ้น
"อร่อยและอบอุ่นหัวใจมากเลยค่ะ... ขอบคุณท่านจริงๆ เจ้าของร้าน" ลี่เหม่ยเอ่ยพลางก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความซาบซึ้ง
วันรุ่งขึ้น ยามที่ร้านเปิดให้บริการตามปกติ นนท์ยืนสังเกตการณ์ทำงานของระบบจำลองสแกนอาวุธบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างตั้งอกตั้งใจ
ในหน้าจอโฮโลแกรมฝั่งพิกัดเชื่อมต่อดินแดนป่าเอลฟ์ ปรากฏจุดแสงสีขาวอันเป็นตัวแทนของลูกค้าเอลฟ์เดินตามทางเดินป่าเข้ามาทีละคน
*ติ๊ด!*
ทันใดนั้น มีจุดแสงจุดหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนทันทีเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระยะสิบเมตรรอบประตูมิติ
[ตรวจพบสัญญาณแจ้งเตือน: คาเอล พกพากริชล่าสัตว์ระดับต่ำและธนูยาวไม้โอ๊กแฝงเวทมนตร์ป่าไม้]
[การวิเคราะห์เจตนา: ไม่มีเจตนาร้าย (ลูกค้าปกติที่พกพาอุปกรณ์เดินทาง)]
[สถานะระบบป้องกัน: อาวุธได้รับข้อยกเว้นและถูกสลายพลังทำลายล้างชั่วคราวขณะอยู่ในเขตแดน]
"ใช้ได้ผลจริงๆ ด้วยแฮะ..." นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นรายละเอียดการวิเคราะห์ของลูกค้าคาเอลปรากฏขึ้นอย่างเป็นระบบระเบียบ
การอัปเกรดครั้งนี้ช่วยรับประกันความปลอดภัยล่วงหน้า ทำให้นนท์และทีมงานในร้านสามารถเตรียมการรับมือได้ทันท่วงที
ตลอดทั้งวันนั้น ร้านหลบมุมคาเฟ่คึกคักไปด้วยผู้คนหลากหลายมิติที่สลับสับเปลี่ยนเข้ามาใช้บริการอย่างหนาตา
กลุ่มไซบอร์กจากดินแดนรกร้างจักรกลพากันเข้ามาสั่งเค้กไข่หวานนุ่มเพื่อเติมพลังงานความรู้สึก
ขณะที่กลุ่มเอลฟ์ก็เดินทางเข้ามาหลบความร้อนและสั่งเครื่องดื่มสมุนไพรดับกระหาย
นนท์ยืนปรุงชาไทยโบราณใส่นมเต้าหู้เย็นอย่างขยันขันแข็ง กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาอัสสัมต้มสุกสีส้มเข้มข้นโชยฟุ้งผสมกับความมันหอมของน้ำเต้าหู้สด
*ซ่า!*
เสียงตักน้ำแข็งใส่น้ำชาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นนท์เสิร์ฟแก้วชาเย็นฉ่ำให้ลูกค้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่นใจ
จนกระทั่งแสงตะวันลับขอบฟ้าและถึงเวลาปิดบริการร้านค้า หน้าจอสรุปยอดของระบบก็กะพริบสว่างไสวขึ้นกลางร้านอีกครั้ง
*ติ้ง!*
[ระบบประมวลผลยอดขายและผลงานประจำวันเสร็จสิ้น]
[ได้รับยอดรายได้บริการสะสมระหว่างวัน: +4,500 บาท]
[ได้รับแต้มประสบการณ์ร้านค้าสะสม: +450 EXP]
[ได้รับแต้มมิติสะสม: +50 แต้ม]
[ยินดีด้วย! ค่าประสบการณ์ร้านค้าสะสมถึงระดับสูงสุด]
[ร้านค้าอัปเลเวลขึ้นสู่: เลเวล 16]
[ค่าประสบการณ์สะสมใหม่: 0 / 2,000 EXP]
[สรุปแต้มปัจจุบัน:]
[แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 270 แต้ม (ได้รับเพิ่ม 50 แต้มหลังจากหักอัปเกรด 100 แต้ม)]
[ยอดเงินสดสกุลบาทสะสมปัจจุบัน: 49,000 บาท (สะสมเพิ่มจากเดิม 44,500 บาท)]
ละอองแสงสีเงินและสีทองประกายงดงามระยิบระยับร่วงหล่นลงมาจากเพดาน อาบไล้ไปทั่วโถงร้านและชั้นสองอย่างอ่อนโยน
ความอบอุ่นและความมั่นคงแผ่ซ่านลึกซึ้งเข้าไปในทุกเสาไม้และผนังอิฐของร้าน
ร้านหลบมุมคาเฟ่แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น เพื่อรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากต่างโลกทุกคนให้ได้รับความอบอุ่นและปลอดภัยอยู่เสมอ...