ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 41: การอัปเกรดระดับ 2.5 และระบบตรวจจับอาวุธ

    ภายในห้องโถงคาเฟ่ที่เงียบสงบในยามวิกาลหลังจากปิดบริการแล้ว นนท์ยืนจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมของระบบสีฟ้าครามที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า

     

    หน้าจอระบบแสดงรายละเอียดฟังก์ชันความปลอดภัยต่างๆ ที่เขาเปิดใช้งานอยู่ รวมถึงสถานะของเขตแดนปลอดภัยอันอบอุ่นอย่าง "Peaceful Boundary ระดับ 2"

     

    นนท์ใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอลงมายังแถบเมนูการอัปเกรดระบบย่อย ซึ่งปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ๆ หลังจากร้านค้าของเขาบรรลุเลเวล 15

     

    สายตาของเขาหยุดลงที่หัวข้อระบบป้องกันภัยรุ่นใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจมาก

     

    [ฟังก์ชันความปลอดภัยระดับ 2.5: ระบบสแกนอาวุธและเจตนาร้ายรัศมี 10 เมตร (Weapon Scan System)]

     

    [รายละเอียด: ตรวจจับ วิเคราะห์ และระบุสิ่งของอันตราย อาวุธประเภทต่างๆ รวมถึงประเมินระดับเจตนาร้ายของผู้ที่เข้ามาในรัศมีรอบร้านค้า 10 เมตร พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าบนแผงควบคุมโฮโลแกรมหลัก]

     

    [แต้มมิติที่ต้องใช้ในการอัปเกรด: 100 แต้ม]

     

    "สามร้อยยี่สิบแต้ม... หักออกหนึ่งร้อยแต้มเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในร้านก็นับว่าคุ้มค่ามาก" นนท์พึมพำกับตัวเองเบาๆ

     

    เขาขยับมือแตะปุ่มตกลงบนหน้าจอโฮโลแกรมเพื่อยืนยันการทำรายการในทันที

     

    *วิ้ง...*

     

    หน้าจอระบบกะพริบแสงสีทองและสีฟ้าสว่างไสวสลับกันอย่างสวยงาม ก่อนจะมีเสียงแจ้งเตือนไร้โทนเสียงดังขึ้นในหัว

     

    *ติ้ง!*

     

    [ทำการหักแต้มมิติสะสม 100 แต้มเสร็จสิ้น]

     

    [เริ่มกระบวนการอัปเกรดระบบป้องกันภัย Peaceful Boundary สู่ระดับ 2.5...]

     

    [การอัปเกรดเสร็จสิ้น: ปลดล็อกระบบ Weapon Scan System รัศมี 10 เมตรรอบตัวร้านฝั่งมนุษย์ และรอบบานประตูเชื่อมมิติทั้งสามบาน]

     

    ทันทีที่เสียงของระบบสิ้นสุดลง ละอองคลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนโปร่งใสก็แผ่ซ่านออกจากแกนกลางของตัวร้านและขยายตัวออกไปภายนอกอย่างรวดเร็ว

     

    นนท์รู้สึกได้ถึงแรงกระเพื่อมของพลังมานาที่อ่อนโยนและอบอุ่นระลอกหนึ่งแผ่ผ่านร่างกายของเขาและผ่านผนังอาคารตึกแถวไปอย่างรวดเร็ว

     

    แผนผังโฮโลแกรมสามมิติขนาดกะทัดรัดที่ย่อส่วนของอาคารตึกแถวและพื้นที่พิกัดเชื่อมต่อประตูมิติทั้งสามปรากฏขึ้นบนเคาน์เตอร์บาร์ไม้สน

     

    บนแผนผังจำลองนั้น มีม่านแสงทรงกลมสีเขียวใสหุ้มล้อมรอบตัวอาคารเป็นรัศมีสิบเมตรอย่างเสถียรและมั่นคงเป็นพิเศษ

     

    "สุดยอดเลยค่ะพี่นนท์... หนูรู้สึกเหมือนรอบๆ ร้านมีม่านสายลมหนาแน่นและอบอุ่นคอยปกป้องเราอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ" เอลวิน่าเอ่ยพลางเอามือลูบแขนตัวเองด้วยความอุ่นใจ

     

    ขณะนั้นเอง เสียงก้าวเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ ลี่เหม่ย เจ้าหญิงจิ้งจอกเก้าหางค่อยๆ เดินลงมาจากห้องพักชั้นสอง

     

    เธอสวมชุดผ้าไหมสีทองบริสุทธิ์ที่ทำความสะอาดรอยเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดจนหมดจด เผยให้เห็นรูปโฉมที่งดงามและสง่างาม

     

    หางฟูฟ่องทั้งเก้าของเธอขยับไหวตามจังหวะการเดินอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีทองคู่งามจ้องมองไปยังแผนผังโฮโลแกรมบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ

     

    "ขออภัยด้วยนะเจ้าของร้าน... เป็นเพราะตัวข้าแท้ๆ ที่ทำให้ร้านของท่านต้องตกอยู่ในอันตรายจากสายลับสัตว์อสูรและกลุ่มคนพวกนั้น" ลี่เหม่ยเอ่ยเสียงแผ่วเบา แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิด

     

    นนท์คลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พลางหมุนตัวเดินเข้าไปในครัวเพื่ออุ่นนมแพะถ้วยหนึ่ง

     

    เขานำน้ำนมแพะสดคุณภาพเยี่ยมมาต้มจนร้อนพอดี ส่งกลิ่นหอมละมุนโชยออกมา ก่อนจะละลายน้ำตาลมนตราเม็ดละเอียดลงไป

     

    น้ำตาลมนตราทำให้น้ำนมสีขาวข้นเปล่งประกายสีเงินจางๆ ส่งกลิ่นหอมคล้ายดอกลาเวนเดอร์ในป่าลึกช่วยผ่อนคลายประสาท

     

    นนท์เลื่อนแก้วนมแพะอุ่นใบนั้นไปตรงหน้าลี่เหม่ยด้วยความเต็มใจ

     

    "อย่าคิดมากเลยครับคุณลี่เหม่ย ร้านหลบมุมคาเฟ่เปิดต้อนรับลูกค้าทุกคนที่แสวงหาความสงบและอาหารอร่อยอยู่แล้ว"

     

    "และตอนนี้ระบบป้องกันใหม่ของพวกเราก็น่าจะช่วยรับประกันความปลอดภัยให้พวกเราทุกคนได้ดีขึ้นเยอะเลยล่ะครับ"

     

    *งับ...*

     

    ลี่เหม่ยยกแก้วขึ้นจิบน้ำนมแพะอุ่นๆ รสชาติหวานนุ่มนวลและกลิ่นหอมชื่นใจของน้ำตาลมนตราทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

     

    พลังมานาอุ่นๆ ไหลเวียนจากกระเพาะอาหารแผ่ซ่านไปตามเส้นชีพจรเวทมนตร์ ช่วยสลายความเหนื่อยล้าสะสมในร่างกายของเธอจนหมดสิ้น

     

    "อร่อยและอบอุ่นหัวใจมากเลยค่ะ... ขอบคุณท่านจริงๆ เจ้าของร้าน" ลี่เหม่ยเอ่ยพลางก้มศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความซาบซึ้ง

     

    วันรุ่งขึ้น ยามที่ร้านเปิดให้บริการตามปกติ นนท์ยืนสังเกตการณ์ทำงานของระบบจำลองสแกนอาวุธบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างตั้งอกตั้งใจ

     

    ในหน้าจอโฮโลแกรมฝั่งพิกัดเชื่อมต่อดินแดนป่าเอลฟ์ ปรากฏจุดแสงสีขาวอันเป็นตัวแทนของลูกค้าเอลฟ์เดินตามทางเดินป่าเข้ามาทีละคน

     

    *ติ๊ด!*

     

    ทันใดนั้น มีจุดแสงจุดหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนทันทีเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระยะสิบเมตรรอบประตูมิติ

     

    [ตรวจพบสัญญาณแจ้งเตือน: คาเอล พกพากริชล่าสัตว์ระดับต่ำและธนูยาวไม้โอ๊กแฝงเวทมนตร์ป่าไม้]

     

    [การวิเคราะห์เจตนา: ไม่มีเจตนาร้าย (ลูกค้าปกติที่พกพาอุปกรณ์เดินทาง)]

     

    [สถานะระบบป้องกัน: อาวุธได้รับข้อยกเว้นและถูกสลายพลังทำลายล้างชั่วคราวขณะอยู่ในเขตแดน]

     

    "ใช้ได้ผลจริงๆ ด้วยแฮะ..." นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นรายละเอียดการวิเคราะห์ของลูกค้าคาเอลปรากฏขึ้นอย่างเป็นระบบระเบียบ

     

    การอัปเกรดครั้งนี้ช่วยรับประกันความปลอดภัยล่วงหน้า ทำให้นนท์และทีมงานในร้านสามารถเตรียมการรับมือได้ทันท่วงที

     

    ตลอดทั้งวันนั้น ร้านหลบมุมคาเฟ่คึกคักไปด้วยผู้คนหลากหลายมิติที่สลับสับเปลี่ยนเข้ามาใช้บริการอย่างหนาตา

     

    กลุ่มไซบอร์กจากดินแดนรกร้างจักรกลพากันเข้ามาสั่งเค้กไข่หวานนุ่มเพื่อเติมพลังงานความรู้สึก

     

    ขณะที่กลุ่มเอลฟ์ก็เดินทางเข้ามาหลบความร้อนและสั่งเครื่องดื่มสมุนไพรดับกระหาย

     

    นนท์ยืนปรุงชาไทยโบราณใส่นมเต้าหู้เย็นอย่างขยันขันแข็ง กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาอัสสัมต้มสุกสีส้มเข้มข้นโชยฟุ้งผสมกับความมันหอมของน้ำเต้าหู้สด

     

    *ซ่า!*

     

    เสียงตักน้ำแข็งใส่น้ำชาดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง นนท์เสิร์ฟแก้วชาเย็นฉ่ำให้ลูกค้าด้วยรอยยิ้มอบอุ่นใจ

     

    จนกระทั่งแสงตะวันลับขอบฟ้าและถึงเวลาปิดบริการร้านค้า หน้าจอสรุปยอดของระบบก็กะพริบสว่างไสวขึ้นกลางร้านอีกครั้ง

     

    *ติ้ง!*

     

    [ระบบประมวลผลยอดขายและผลงานประจำวันเสร็จสิ้น]

     

    [ได้รับยอดรายได้บริการสะสมระหว่างวัน: +4,500 บาท]

     

    [ได้รับแต้มประสบการณ์ร้านค้าสะสม: +450 EXP]

     

    [ได้รับแต้มมิติสะสม: +50 แต้ม]

     

    [ยินดีด้วย! ค่าประสบการณ์ร้านค้าสะสมถึงระดับสูงสุด]

     

    [ร้านค้าอัปเลเวลขึ้นสู่: เลเวล 16]

     

    [ค่าประสบการณ์สะสมใหม่: 0 / 2,000 EXP]

     

    [สรุปแต้มปัจจุบัน:]

     

    [แต้มมิติสะสมคงเหลือปัจจุบัน: 270 แต้ม (ได้รับเพิ่ม 50 แต้มหลังจากหักอัปเกรด 100 แต้ม)]

     

    [ยอดเงินสดสกุลบาทสะสมปัจจุบัน: 49,000 บาท (สะสมเพิ่มจากเดิม 44,500 บาท)]

     

    ละอองแสงสีเงินและสีทองประกายงดงามระยิบระยับร่วงหล่นลงมาจากเพดาน อาบไล้ไปทั่วโถงร้านและชั้นสองอย่างอ่อนโยน

     

    ความอบอุ่นและความมั่นคงแผ่ซ่านลึกซึ้งเข้าไปในทุกเสาไม้และผนังอิฐของร้าน

     

    ร้านหลบมุมคาเฟ่แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น เพื่อรอต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากต่างโลกทุกคนให้ได้รับความอบอุ่นและปลอดภัยอยู่เสมอ...

    คล้ายกับเรื่องร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ ที่คุณอ่าน