บทที่ 17
ก็คือนาง จับนางไว้
“จ้ะ” ตอนแรกฉินจิ่นไม่อยากให้เขาไปส่งนาง แต่เห็นแววตาที่เขามองตัวเองนั้นอบอุ่นมาก จึงตอบตกลงไป
เว่ยเหยียนถิงหยิบจอบเล่มนึง แล้วก็ออกไปพร้อมกับ ฉินจิ่น
“ที่บ้านยังดีอยู่รึเปล่า”
“ก็ดีเ้าค่ะ เมื่อคืนข้าซื้อผักแล้วก็เนื้อส่งไปที่บ้านอีก แล้วเดี๋ยวข้ากลับไปก็จะเอาขนแกะนี้ไปถักเป็ผ้าพันคอ”
เมื่อถึงทางแยก ฉินจิ่นก็ไปทางทิศตะวันตก ส่วน เว่ยเหยียนถิงไปทางทิศตะวันออก
“เอาของให้ข้าเถิด พี่ก็รีบกลับไปที่นาได้แล้ว ไปช่วยน้องสี่เร็ว”
“อื้ม” เว่ยเหยียนถิงทำใจไม่ได้ที่จะเอาถุงขนแกะให้ฉินจิ่น จากนั้นก็มองไปรอบๆ
“มีอะไรรึเปล่าเ้าค่ะ”
จู่ๆ เว่ยเหยียนถิงก็หอมไปที่แก้มของฉินจิ่นอย่างใจกล้า ดึงมือของนางไว้ “รอพี่กลับมานะ”
ตอนนี้……แก้มของฉินจิ่นแดงขึ้น พยักหน้าพูดว่า “อื้ม”
พอถึงบ้านก็มืดแล้ว เสี่ยวซีก็วิ่งออกมาจากบ้านแล้วมาช่วยนางถือของในมือ
“คงหิวแล้วสินะ เดี๋ยวพี่ไปทำกับข้าวให้กินนะ”
ตอนเช้าที่ออกบ้านนั้นได้ทำข้าวเที่ยงไว้แล้ว กลัวว่า เสี่ยวซีที่อยู่ในวัยกำลังโตนั้นจะกินไม่อิ่ม เลยทำเพิ่มอีกหน่อย แต่ว่าคืนนี้ก็กลับมาดึกเลยกลัวว่าเสี่ยวซีจะหิว
เสี่ยวซีตามมาถามนาง “พี่เขยล่ะขอรับ พี่เขยเป็ยังไงบ้าง”
ฉินจิ่นหัวเราะ น้องภรรยาคนนี้ช่างใส่ใจเว่ยเหยียนถิงจริงๆ
“เขาสบายดีมาก บอกให้เสี่ยวซีดูแลตัวเองอยู่ตลอด”
“อื้ม” เสี่ยวซีใช้แรงออกเสียงอื้มไปทีนึง แล้วพยักหน้า “เสี่ยวซีจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ให้พี่เขยต้องเป็ห่วงเลย”
“ดีมาก” ฉินจิ่นมองเขาแล้วก็ยิ้ม
……
ผ่านไปหลายวัน ผ้าพันคอของฉินจิ่นก็ถักเสร็จแล้ว อีกอย่างวันนี้ก็ว่างด้วย เลยรีบไปส่งที่บ้านของคุณหนูเจียง
“เดี๋ยวก่อน เ้าคือใคร”
“ข้ามาส่งของให้คุณหนูเจียงเ้าค่ะ”
คนงานรู้สึกแปลกใจหน่อยๆ “คุณหนูบอกว่าไม่มีใครมาส่งของให้นางนะ”
ทันใดนั้น คุณหนูเจียงก็กลับมาจากข้างนอกพอดี แล้วก็เห็นฉินจิ่น
“เ้านี่เอง ผ้าพันคอทำเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”
“ใช่เ้าค่ะ”
“เอามาให้ข้าดูหน่อยสิ”
ฉินจิ่นส่งของให้ คุณหนูเจียงเพ่งดู มันแปลกใหม่มาก
“ข้าไม่เคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อนเลย แต่ดูรูปร่างก็เหมือนจะดี ครั้งก่อนที่เ้าบอกว่าพันไว้ที่คอ พันยังไงรึ”
ฉินจิ่นเอาผ้าพันคอมา แล้วก็ลองสาธิตบนคอของคุณหนูเจียง
“อบอุ่นจริงๆ ” คุณหนูเจียงดีใจมาก “เท่าไหร่จ๊ะ”
“สี่สิบเหวินเ้าค่ะ”
คนรวยนั้นพอใจอยู่แล้ว “ป้าหวัง เอาเงินให้เขาหน่อยจ้ะ”
ได้เงินมาสี่สิบเหวินแล้ว แน่นอนว่าฉินจิ่นนั้นดีใจมากเป็ธรรมดาอยู่แล้ว ตอนนี้เข้าฤดูหนาวแล้ว อาหารที่ตุนไว้ก็กินทุกวันจนจะหมด ฉินจิ่นเลยซื้อผักและเนื้ออีก แล้วอีกสิบเหวินที่เหลือก็เก็บไว้
วันรุ่งขึ้นฉินจิ่นถักผ้าพันคออยู่ที่บ้าน แล้วจู่ๆ เสี่ยวซีก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกแล้วพูดว่า “พี่สาวขอรับ ข้างนอกมีคนมากันเป็กลุ่มใหญ่ ดูแล้วเหมือนจะมาทางบ้านของพวกเราเลย”
ฉินจิ่นรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แล้วก็เดินออกไป คนพวกนั้นมาที่บ้านของพวกเขา แต่หน้าตาของคนพวกนั้นทั้งโเี้และดูชั่วร้าย ฉินจิ่นเห็นแต่ไกลว่าในนั้นเหมือนจะมีป้าหวังของคฤหาสน์เจียงคนเมื่อวานด้วย
“พวกเ้าเป็ใครกัน” ฉินจิ่นให้เสี่ยวซีอยู่ข้างหลังตัวนาง
“เป็นางรึ” คนที่นำหน้านั้นถามป้าหวัง
ป้าหวังพยักหน้า “ใช่แล้ว เป็นางที่ให้ของเล่นกับคุณหนูเมื่อวาน”
“ข้าถามเ้าหน่อย ว่าเมื่อวานเ้าให้อะไรกับคุณหนูของพวกข้า”
“……ผ้าพันคอน่ะ” ฉินจิ่นช่วยเพิ่มเติมให้เขา
“ใช่ จากนั้นก็ทำให้คุณหนูของเราคันตัวไปหมด” ป้าหวังพูดด้วยความโกรธแล้วก็เอานิ้วชี้หน้านาง “ผู้หญิงคนนี้ จิตใจทำด้วยอะไร”
“ของที่ข้าทำ ไม่มีปัญหาแน่นอนเ้าค่ะ” ฉินจิ่นพูด
เสี่ยวซีก็ะโอยู่ข้างหลัง “ใช่ ของที่พี่สาวของข้าทำไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”
“คุณหนูของพวกข้าร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเกิดเื่แบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ได้เป็ปัญหาของเ้า แล้วเป็ปัญหาของพวกเรารึไง” ป้าหวังพูดแล้วจู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมา “นี่มันบาปกรรมอะไรของคุณหนูของข้ากัน ถึงได้รับกรรมแบบนี้”
ฉินจิ่นได้ยินพวกเขาพูดถึงอาการแล้ว ก็รู้สึกว่าเหมือนจะเป็อาการแพ้ ตอนที่ตัวเองอยู่ยุคปัจจุบันก็เคยเห็นตัวอย่างแบบนี้มาอยู่เหมือนกัน แพ้ขนแกะก็มีอยู่เหมือนกัน
“วันนี้เ้าต้องให้คำอธิบายกับพวกเราให้ได้ ไม่งั้นข้าจะให้เ้าได้รู้ถึงความโหดร้ายของพวกข้าแน่” คนที่เป็หัวหน้านั้นดัดไม้ที่อยู่ในมือ คิดว่าต้องเป็ผู้คุ้มกันของบ้านเจียงแน่ๆ
“คุณหนูของพวกเ้าคงจะแพ้น่ะเ้าค่ะ ไม่มีเื่ใหญ่อะไร แค่ไม่พันผ้าพันคอผืนนั้น ผ่านไปสักพักก็จะหายดีเอง” ฉินจิ่นอธิบาย
“เ้าบอกว่าไม่เป็ไรก็ไม่เป็ไรงั้นรึ คุณหนูของข้าคันไปหมดทั้งตัว จุดแดงๆ ก็ขึ้นไปทั้งตัว” พอป้าหวังเปิดปากก็พูดเก่งจริงๆ เมื่อวานที่เจอครั้งแรก ฉินจิ่นยังคิดว่านางเป็คนแก่ที่เงียบขรึมคนนึง “เ้าไม่ใช่หมอใหญ่สักหน่อย จะให้ฟังคำพูดของเ้าได้ยังไง”
“ในเมื่อป้าอยากจะหาหมอ งั้นเราก็ไปหาหมอด้วยกัน จะได้ไปดูคุณหนูเจียงด้วย ถ้าเป็ความผิดของข้า ข้าจะรับผิดชอบต่อตระกูลเจียงแล้วก็ทุกๆ คน” ฉินจิ่นฟังอาการคันทั้งตัว มีจุดแดงๆ ขึ้นตามที่นางบอก ก็กล้าตัดสินได้เลยว่าเป็อาการของการแพ้
“ได้”
ฉินจิ่นหันหลังไปบีบแก้มของเสี่ยวซีแล้วพูดว่า “เ้าอยู่บ้านดีๆ ล่ะ พี่ไปสักครู่แล้วเดี๋ยวจะกลับมานะ”
เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวซีถูกเื่แบบนี้ทำให้ใ พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า “พี่สาว ไม่ใช่ว่าพี่จะไม่กลับมาใช่ไหม”
“ไม่หรอก” ฉินจิ่นได้ยินคำพูดแบบนี้แล้ว ในใจก็รู้สึกอบอุ่น “ไปแล้วเดี๋ยวก็กลับ เ้าอยู่บ้านดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ”
“อื้ม พี่สาวต้องรีบกลับมานะ” เสี่ยวซีมองนางอย่างทำใจไม่ได้ ในตานั้นเต็มไปด้วยน้ำตาที่กลั้นเอาไว้
ฉินจิ่นเดินไปไกลมากๆ หันกลับมาก็ยังเห็นเสี่ยวซียืนมองนางที่หน้าประตู เด็กคนนี้ช่างดีกับนางจริงๆ
ตามความ้าของพวกเขา แล้วก็ไปหาหมอที่ร้านขายยา เถ้าแก่หวูอยู่ที่ร้านพอดี ก็พูดอย่างยิ้มแย้มว่า “แม่นาง เ้ามาส่งยาอีกหรือ แต่เหมือนว่าวันนี้จะยังไม่ถึงวันกำหนดนะ”
“เปล่าจ้ะ วันนี้จะมาขอเชิญให้เถ้าแก่หวูไปรักษานอกสถานที่ให้หน่อยน่ะเ้าค่ะ” ฉินจิ่นส่ายหน้า “ยาน่ะ ข้าค่อยส่งมาให้นะเ้าค่ะ”
“ออกไปรักษานอกสถานที่รึ” เถ้าแก่หวูมองดูกลุ่มคนเยอะแยะที่อยู่ข้างหลังฉินจิ่น ดูออกว่าเป็คนของบ้านเจียง ในใจเข้าใจแล้ว ว่าทั้งสองฝ่ายไม่กล้าที่จะผิดใจด้วย ยาที่แม่นางส่งมา ก็กลายเป็สินค้าขายดีของร้านไปแล้ว บ้านเจียงมีฐานะร่ำรวย ไม่มีคนฐานะทั่วไปคนไหนมีปัญญาที่จะผิดใจได้ เลยตอบตกลงด้วยความกังวล
“อาฉาง ไปเอากล่องยาของข้ามา ข้าจะออกไปรักษาข้างนอก เ้าก็เฝ้าร้านให้ดีๆ ล่ะ” เถ้าแก่หวูจัดระเบียบเสื้อผ้า สะพายกล่องยาไว้บนหลังแล้วออกเดินทางพร้อมพวกเขา
ตัวของคุณหนูเจียงมีผื่นแดงๆ ขึ้น ไม่สะดวกพบปะผู้คน เลยคลุมผ้าคลุมหน้าเอาไว้ แต่บนมือที่โผล่ออกมาก็มีผื่นแดงเป็แถบ
“เป็ยังไงบ้าง”
เถ้าแก่หวูวัดชีพจรไปด้วยแล้วก็ลูบเคราไปด้วยแล้วพูดว่า “ชีพจรปกติ ไม่มีเื่ใหญ่อะไร เพียงแค่แพ้เท่านั้น ข้าจะออกยาให้สักสองสามตัว แล้วก็รักษาสุขภาพให้ดีก็ได้แล้วขอรับ”
ป้าหวังที่อยู่อีกฝั่งบ่นพึมพำ “แปลกแต่จริง สุดท้ายก็เป็เหมือนที่แม่นางคนนี้บอกเป๊ะๆ เลย”
“ได้” ท่านเจียงพูด “ส่งเถ้าแก่หวูออกไปก่อน”
ฉินจิ่นยืนอยู่ที่เดิม คิดว่าน่าจะเพราะไม่อยากให้คนอื่นรู้เื่แบบนี้ ถึงได้เหลือนางไว้