กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2563
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
ริสามองออกไปผ่านหน้าตาของเครื่องบินท้องฟ้าวันนี้ปลอดโปร่งเป็สีครามสดใสก้อนเมฆสีขาวล่องลอยบนท้องฟ้าแบบมีอิสระเต็มที่ พื้นดินสีเขียวตัดกับท้องฟ้าสีครามอย่างที่เขาว่าอารมณ์ดีมองอะไรก็สวยงามไปหมดเธอซบไหล่เทวาสามีที่แต่งงานกันมาเกือบจะ 1 ปีแล้ว พึ่งจะได้มีเวลาไปฮันนีมูนกันนึกถึงวันเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณชะตาชีวิตที่นำพามาให้รู้จักเทวาผู้ชายคนนี้ดูแลเธออย่างสม่ำเสมอ คอยเช็ดน้ำตาคอยให้กำลังใจและเติมเต็มชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ของเธอ ทำให้เธอไม่รู้ว่าขาดอะไรเลยเทวาโอบกอดเอวริสาเบาๆ อ่านนิตยสารที่สายการบินจัดเตรียมไว้ให้ไปพลางๆบรรยากาศรอบกายของทั้งคู่ ดูสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
ครืน.....ทุกคนในเครื่องบินต่างสะดุ้งใแต่ก็มีปลอบใจตัวเองเครื่องบินน่าจะเพียงตกหลุมอากาศ แต่ทว่าความจริงโชคกลับเลวร้ายกว่านั้นมากนัก
ครืน...“กรี๊สสสสสสส” เครื่องบินยังไม่สามารถทรงตัวบินได้ปกติ สถานการณ์ดูจะเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆเริ่มมีเสียงร้องไห้โวยวายสอบถามสถานการณ์กันหวังว่าจะมีคำตอบที่ดีกว่าสิ่งที่เป็อยู่
ไม่มีเสียงตอบจากผู้ที่ถูกถามมีเพียงเสียงกรีดร้องของผู้คน บอกถึงสถานการณ์ได้เป็ได้อย่างดี
เครื่องบินกำลังจะตก โอกาสรอดน่าจะมีน้อย ริสามองหน้าเทวาทั้งคู่มองตากัน แววตาได้บอกทุกสิ่งทุกอย่าง ริสาสติแทบจะสิ้นการรับรู้แทบจะเลื่อนลาน
พวกเธอกำลังจะตาย
ชีวิตนี้
ชาตินี้กำลังจะหมดสิ้น
ทั้งคู่โอบกอดกันแน่นกว่าที่เคยเทวาเอ่ยพูดด้วยเสียงแหบแห้ง อย่างยากลำบาก
"ผมรักริสา รักมาก ถ้าชาติมีจริงเรากลับมารักกันอีกนะ อย่าลืมผมริสาอย่าลืมผมนะ ผมจะไม่ลืมริสา”
"มะ มะลืม ไม่ลืมเทวา…….ฉัน…ฉันจะไม่มีทางลืมคุณ” ริสาพยายามเอ่ยตอบเทวา เธอร้องให้แทบขาดใจน้ำตาไหลไม่หยุด แต่กลับไร้เสียง สะอื้อ รู้สึกผิดหวังเสียใจ
เธอพยายามทำทุกอย่างอย่างดีที่สุดในชีวิต
ตั้งใจเรียน
ตั้งใจสร้างฐานะ
ทำความดีมาตลอด
ไม่เคยทำร้ายใครเธอพยายามสร้างฐานะมีครอบครัวเธอหวังอะไรไว้มากมายสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ก่อนนี้เธอไม่เคยใช้ชีวิตที่ผ่อนคลายเลย
เธอมีแต่มุ่งมั่นมุ่งมั่น
พยายามพยายาม
วันนี้เธอจึงเริ่มต้นด้วยการไปเที่ยว
แต่วันนี้!!ตอนนี้!! เธอกำลังจะตาย
ทำไมโชคชะตาใจร้ายกับเธออย่างนี้
และเหลือไม่กี่วินาทีจะไม่ได้เจอเทวาอีกแล้ว ไม่ได้ครองคู่จนแก่เฒ่า
สิ่งที่คิด
สิ่งที่หวัง
สิ่งที่อยากจะทำ
วาดฝันที่จะทำด้วยกันไม่มีแล้วโอกาสที่จะได้ทำมัน ริสา มองตาเทวา หวังจะมองจนถึงวินาทีสุดท้าย ภาวนาให้ชาติหน้าจะกลับมาเจอกันอีกขอให้ได้กลับมาสร้างครอบครัวด้วยกัน
วินาทีสุดท้ายริสาได้ตั้งจิตอธิษฐาน ภาวนา อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอโอกาสให้เธอได้ไหมเธอขออ้อนวอน
ก่อนที่สติจะดับวูบไปในห้วงความรู้สึกสุดท้ายของริสายังได้คงยินคำว่า “รัก” ของเทวา
กรุงเทพมหานคร ในมิติคู่ขนาน
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
“ที่นี้ … ที่นี้คือที่ไหน” ริสากระพริบตาหลายครั้งแต่กระนั้นเธอก็ยังมองอะไรไม่ชัดเจน ทุกอย่างดูพร่ามัวไปหมด สติสลึมสลือทันที่เธอรู้สึกตัวแขนขาอ่อนแรง ขยับแขนขาไม่ได้ดังใจ หรือว่าเธอไม่ตาย เครื่องบินตกแต่เธอไม่ตายหรือเธอาเ็หนักกระมังเลยขยับแขนขาไม่ได้ ริสาพยายามมองซ้าย มองขาวแม้หันศรีษะไม่ได้เต็มที่ เห็นคล้ายๆ ร่างคนนอนหลับอยู่ข้างๆ
ริสากำลังจะเปล่งเสียงเรียก แม้จะพยายามเอ่ยปากถามแต่เหมือนเสียงจะไม่มี เธอพยายามอยู่หลายครั้ง แต่เสียงที่ออกมาเป็เพียงเสียง"แอ๋ แอ๋" ครางๆ เบาๆ เท่านั้น
ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร ก็เป็เสียง “แอ้ แอ้ แอ้”ริสาเป็ห่วงเทวา ไม่รู้ว่าเทวาเป็อย่างไรบ้างเสียงร้องจึงเริ่มดังขึ้นเจือสะอื้อเล็กน้อย “แฮ แฮ”สักพักหญิงสาวที่นอนอยู่เตียงข้างๆ สะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วรีบกุลีกุจอเดินเข้ามาหาริสาทันที
“ริสา…ตื่นแล้วหรือคะคนสวย แม่ขอโทษนะแม่นอนเผยหลับไป” เธอค่อยๆโอบกอดอุ้มริสาไว้ในอ้อมกอด อย่างอ่อนโยน แววตามองมาอย่างอบอุ่น
ตรงข้ามกับริสาที่เปิดตามองอย่างใ(*_*)หัวใจเต้นรั่ว มือสั่น หวาดกลัวกับสิ่งที่คิด
มันต้องไม่ใช่ใช่ไหม ริสาได้แต่ภาวนาในใจ
แต่ไม่ทันได้ที่จะได้หาเหตุผลอะไรพรกมลก็เอ่ยถามริสาต่อทันที
“ริสา …คิดอะไรอยู่คะ…มองแม่ตาแป๋วเลย”
สิ่งที่หวาดกลัวเป็จริงแล้ว------
เธอไม่ได้รอดตาย!!
แต่เธอตายแล้ว!!
แล้วเกิดใหม่แล้ว!!
ริสาใตัวชาOoOตัวแข็งเกร็งตัวแผดเสียงร้องเสียงดังทันที “แง แง แง..”
เธอร้องสุดเสียงและแรงเกิด
“แง.. แง… แง..”
พรกมลใรีบปลอบใจลูกน้อยในอ้อมกอดทันที
“ไม่ร้อง ไม่ร้องนะคะ คนเก่ง แม่อยู่นี้แล้ว ไม่กลัวน่า ไม่ต้องกลัว”
ริสาหยุดร้องพักหายใจและร้องให้ต่อเป็พักๆๆ
พรกมลก็เดินอุ้มริสาเดินไปเดินมา ปากก็ปลอบตัวน้อยอยู่ตลอดเวลา
เดินอยู่หลายรอบเสียงร้องให้จึงเงียบลง
ริสาแม้จะใกลัวแค่ไหน
แต่เมื่อได้รับการปลอบโยนจากแม่ความอบอุ่นสายใจรักจากแม่สู่ลูก ใจของริสาก็เริ่มอบอุ่นขึ้นมา ค่อยๆยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ริสาจิตใจจะเป็ผู้ใหญ่แต่ร่างกายยังเป็เด็กเด็กทารกพึ่งเกิด ยัง้า การพักผ่อนเป็อย่างมากหลังจากใช้พลังหมดไปกับการร้องให้อย่างเต็มที่แล้วยังไม่ทันได้วางแผนชีวิตอะไร ริสาก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว