ทอยเดินออกมาจากห้องพยาบาล พร้อมกับผ้าพันแผลอยู่บนหัว เมื่อเขาเดินออกมาเขาก็ได้พบเจอว่ามีคนยืนรอเขาอยู่ ผู้หญิงผมสีแดงคนนั้นนั่นเอง
"อาการเป็ยังไงบ้างล่ะ?" ผู้หญิงคนนั้นกล่าวขึ้น
"ตอนนี้เืก็หยุดไหลแล้วล่ะ ไม่ปวดหัวแล้วด้วย... ตอนนี้ไม่เป็อะไรแล้วล่ะ?"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วล่ะ"
ทั้งสองกล่าวทักทายกันอย่างคุ้นเคย เพราะจริง ๆ แล้วพวกเขานั้นรู้จักกัน เนื่องจากพวกเขานั้นเป็เพื่อนร่วมห้องกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมาก ระหว่างทั้งสองยังคงมีระยะห่างระหว่างกันอยู่
"แต่จะว่าไปนะเฟิร์น เนเน่บอกเธองั้นเหรอ? ว่าฉันได้รับาเ็น่ะ"
ผู้หญิงคนนั้นมีชื่อว่าเฟิร์น นาราภัทร กาญจนาโชติ เธอน่ะเป็ลูกสาวของมหาเศรษฐีในประเทศ นอกจากนั้นเธอก็ยังดำรงตำแหน่งเป็ประธานนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ ทำให้เธอนั้นเป็คนที่มีอำนาจอยู่ในมือมากเลยทีเดียว
เฟิร์นส่ายหน้า "เปล่าหรอก... พอดีฉันแอบไปเห็นพอดีน่ะ"
"อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง"
เฟิร์นมองสายมองซ้ายมองขวา "พูดถึงเนเน่...ตอนนี้เธอไปไหนแล้วล่ะ?"
"เธอถูกเรียกตัวให้ไปทำงานน่ะ ประธานคณะสีก็ยุ่งแบบนี้แหละ"
"งั้นก็ดีเลย!"
เฟิร์นคว้าหมับเข้าไปที่มือของทอยและก็เดินจูงมือพาเขาเดินไป
"เดี๋ยวสิ!?" ทอยไม่ได้ทันตั้งตัวกับเื่ที่เกิดขึ้น "จะพาฉันไปไหนเนี่ย?"
"ฉันมีอะไรอยากให้นายดูพอดีเลย"
"ฟังกันบ้างไหมเนี่ย?"
ถึงจะไม่เต็มใจแต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขายอมให้เธอจูงมือพาไปในสถานที่แห่งหนึ่งโดยไม่ขัดขืนสักนิด
ทอยถูกพาตัวมาที่ห้องพักครู ซึ่งในเวลานี้ไม่มีครูคนใดอยู่ในห้อง มีเพียงแค่โต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารและเก้าอี้ตั้งไว้อยู่
เขาถูกพาเดินไปตรงหน้าจอทีวีที่ติดอยู่บนกำแพงห้องนั้น ในจอทีวีนั่นได้ฉายภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ ซึ่งสถานที่ที่กล้องวงจรปิดกำลังถ่ายอยู่ในขณะนี้นั้นคือ หลังอาคารเรียนที่ไปนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ แต่ในตอนนี้ภาพนั้นยังเป็ภาพปัจจุบัน ทำให้ในจอภาพไม่มีใครอยู่เลย มีเพียงแต่โต๊ะที่ว่างเปล่าตั้งอยู่เรียงราย
"สรุปพาฉันให้มาดูอะไรกันแน่เนี่ย?" ทอยเอ่ยถาม
"รอก่อนเถอะน่า"
เฟิร์นได้กดแป้นพิมพ์ที่เชื่อมกับทีวีนั่น ให้กรอวิดีโอกลับไปใน่เวลาที่เธอ้า และ่เวลาที่เธอ้าก็คือ ตอนที่ทอยกำลังนั่งคอยเนเน่อยู่
"หรือว่าเธอจะให้ฉันดู...ว่าฉันโดนอะไรมาถึงได้หัวแตกใช่ปะ?"
ทอยสันนิษฐานเอาจากสิ่งที่เขาได้เห็นจากจอภาพนั่น
"คงงั้นมั้ง" เฟิร์นตอบส่ง ๆ
ภาพในจอกำลังฉาย่เวลาที่ทอยกำลังร้อนรนใจอย่างมาก จนเขาเอาหัวกระแทกลงไปบนโต๊ะซ้ำ ๆ
"ดะ...เดี๋ยวสิ ไม่ยักจะจำได้เลยว่าฉันทำอย่างนั้นลงไป..."
ทอยเขากำลังสับสน เพราะภาพที่ฉายอยู่ในจอนั่น ในความทรงจำของเขาไม่มีภาพนั้นอยู่ในหัวเลย
ภาพในจอฉายไปเรื่อย ๆ จนถึง่ที่เขาได้เจอกับเนเน่ เขาเหมือนกำลังคุยบางอย่างที่สำคัญกับเธอ เธอเดินเข้าไปเหมือนเพื่อจะปลอบเขา เขาพูดอะไรบางอย่างจากนั้นเขาก็ล้มลงไป
"เฟิร์น! นี่มันเื่อะไรกันแน่เนี่ย!?"
ความสับสนมันยิ่งทวีคูณมากขึ้นเมื่อเขาเห็นภาพในจอนั่นไปเรื่อย ๆ ภาพในจอนั่นบ่งบอกว่าเขาได้ทำอะไรลงไปบ้าง แต่เขากลับจำอะไรไม่ได้เลย
"เื่อะไรงั้นเหรอ? อืม..." เฟิร์นครุ่นคิดไปสักพัก แล้วจึงตอบคำถามนั่นด้วยรอยยิ้ม "ก็เื่จริงไงล่ะ..."
เพราะคำพูดนั่นจึงทำให้ทอยนั้นทบทวนเื่ราวต่าง ๆ ในความคิดของตัวเอง
'เื่จริง!? หมายความว่ายังไงกัน หรือจะหมายความว่าภาพนั่นคือความจริงอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็อย่างนั้นจริง แล้วทำไมเราถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ครูห้องพยาบาลก็เป็คนบอกเอง ว่าสมองไม่ได้รับกระทบกระเทือน มันหายไปได้ยังไงกัน?'
ระหว่างที่เขาคิดอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นในจิตใจของเขา 'เธอช่วยลืมเื่เมื่อกี้ไปให้หมดเลยนะ'
จากนั้นความทรงจำทั้งหมดของเขาก็กลับมา แต่เพราะการกลับมาของมันก็ทำให้เขานั้นปวดจี๊ดที่สมองอีกครั้ง
ความเ็ปถึงกับทำให้เขานั้นแทบล้มทั้งยืน เขาเอามือกุมไปที่ศีรษะของตัวเองหวังเพื่อจะลดความเ็ปได้บ้าง
"อืม...งั้นก็แปลว่าลบไม่ได้ถาวรงั้นสินะ..." เฟิร์นยืนครุ่นคิดและพึมพำพิจารณาข้อมูลที่ได้รับมาอย่างใจเย็น
ดูเหมือนว่านี่จะเป็แผนของเธอ เพื่อที่จะทดสอบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทอย
"เฟิร์น... นี่หมายความว่ายังไงกัน?" ทอยพยายามเค้นน้ำเสียงออกมา "ไอ้ภาพที่ฉันจำไม่ได้เลยสักนิด มันคืออะไรกันแน่!?"
"อืม... ก็อย่างที่บอกไป มันคือเื่จริง เื่จริงที่นายได้ทำลงไป เป็ไง...พอจำได้บ้างหรือยังล่ะ?"
"..."
ถ้าจะให้พูดว่าเขาจำได้ไหม จริง ๆ เขาก็เริ่มจะจำได้บ้างแล้ว แต่ทว่าเขาก็ยังไม่อยากยอมรับมัน เพราะความจำที่ได้มามีบางสิ่งที่เขานั่นยอมรับไม่ลง นั่นคือการที่เขาเองอาจเป็คนลบความทรงจำไป
เมื่อเห็นว่าทอยไม่ตอบเฟิร์นจึงพูดต่อ "ถ้าไม่ตอบ...ฉันจะถือว่าใช่ละกัน ตอนนี้นายคงกำลังสับสนสินะ ว่านายจะไปลบความทรงจำคนอื่นได้ยังไง เื่ง่าย ๆ เพราะว่านายมีพลังลบความทรงจำของผู้อื่นยังไงล่ะ... ไม่ต้องห่วงไป...มันไม่ใช่เื่แปลกขนาดนั้นหรอก... ถ้าในมุมมองของฉันน่ะนะ"
"มุมมองของเธอ?" หลังปิดปากเงียบมานาน เขาก็พูดออกมา
"อ่าาาา... ในมุมมองของผู้ที่มีพลังเหมือนกัน"
"เหอะ ๆ มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? ที่จะพูดว่ามีพลังอะไรนั่นน่ะ"
เฟิร์นยักไหล่ "ก็...ถ้าโลกนี้ยังมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเรื่อย ๆ การที่พวกเราจะมีพลังขึ้นมามันก็ไม่ใช่เื่แปลกนิ"
"แปลกสิ...แปลกสุด ๆ ไปเลย มันเป็เื่ที่เหนือธรรมชาติเกินไป ยังไงฉันก็ไม่มีทางยอมรับมันแน่" ทอยยืนกราน
"ก็ได้ ๆ งั้นฉันจะแสดงพลังของฉันให้นายเห็นเอง..."
"งั้นก็จัดมาเลยสิ..."
เฟิร์นในตอนนั้นตัดสินใจที่จะแสดงพลังให้ดู เพราะเธอเชื่อว่าเพียงแค่คำพูดคงกล่อมให้ทอยเชื่อไม่ได้ แต่ถ้าแสดงพลังออกไปคงจะเป็การดีกว่า
"งั้นนายก็ลองถามฉันมาสักเื่สิ เื่เกี่ยวกับตัวนายก็ได้ อย่างเช่นพวก...ความลับที่นายรู้เพียงแค่คนเดียว...อะไรประมาณนั้น และเดี๋ยวฉันจะตอบคำถามนั่นด้วยพลังของฉัน"
ทอยใช้เวลาคิดคำถามสักพัก คำถามที่ไม่ว่าใครยังไงก็ไม่มีทางรู้ ถึงจะเป็เื่ง่าย ๆ แต่เขาก็กลับไม่รู้จะใช้คำถามอะไรดี ในทีแรกเขาก็กะจะถามเกี่ยวกับความลับของเขา แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าเกิดเธอมีพลังขึ้นมาจริง ถ้าอย่างนั้นความลับที่อุตส่าห์เก็บไว้ก็แตกกันพอดีสิ เขาจึงต้องคิดคำถามใหม่ และสุดท้ายก็จบลงที่คำถามนี้
"กางเกงในที่ฉันใส่มาวันนี้สีอะไร!?" ทอยชี้หน้าถามเฟิร์นด้วยความองอาจ
เขาเลือกคำถามนี้ เพราะเขาเชื่อว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางทายสีกางเกงในของเขาได้แน่นอน เพราะสีที่เขาใส่มาวันนี้ก็ค่อนข้างแปลกเลยทีเดียว
"นะ...แน่ใจนะ?" เฟิร์นถามเพื่อความแน่ใจ
"อืม...คำถามนี้แหละ" เขายืนยัน
"เฮ้อ...งั้นก็ได้" เฟิร์นถอนหายใจ ก่อนที่จะหยิบสมุดโน้ตที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อนักเรียนออกมา และได้หน้าหนึ่งของสมุดออกมา จากนั้นก็นำกระดาษมาส่องที่ตัวทอย "กางเกงในที่หมอนี้ใส่มาวันนี้สีอะไร?" เธอพูดขึ้น ต่อมาก็สะบัดแผ่นกระดาษไปมา แล้วจึงมองคำตอบที่ปรากฏบนกระดาษ และเมื่อได้เห็นคำตอบ เธอก็ทำหน้ามู่ทู่หรี่ตาลงมองทอย "เอาจริงดิ?" แล้วจึงพลิกกระดาษให้เขาดู สิ่งที่ปรากฏในกระดาษก็คือคำว่า 'สีแดง'
เมื่อได้เห็นคำตอบที่ตรงกับความเป็จริง ทอยถึงกับต้องอ้าปากค้างและรีบอธิบายแก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น
"ดะ...เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อย่ามองหน้าฉันแบบนั้นสิ พอดีว่ากางเกงในสีอื่นยังไม่ได้สักน่ะ เลยจำเป็ต้องใส่สีนี้มาก่อน"
ไม่รู้ว่ามันจะช่วยแก้ตัวให้เขาได้หรือเปล่า เพราะสีหน้าและสายตาของเฟิร์นก็ยังคงเป็แบบเดิม
"เฮ้อ...เอาเถอะ นายเห็นขนาดนี้แล้ว นายคงจะเริ่มเชื่อฉันขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ"
"ไม่ใช่ว่าเธอแอบดูกางเกงในของฉันงั้นเหรอ?" ทอยทำหน้ากวนโอ๊ย
"จะไปทำแบบนั้นไปทำไมเล่า!!"
และอีกอย่างทั้งวันมานี้ เฟิร์นก็เอาแต่ยุ่งกับงานของสภา ทั้งวันเธอไม่ได้เจอกับทอยเลย เธอไม่มีทางรู้เื่แบบนนั้นได้แน่นอน ทอยรู้เื่นี้ดี
ทอยแบมือทั้งสองเพื่อปรามเธอ "ล้อเล่น ๆ เจอเข้าไปแบบนี้ถ้ายังคงยืนกรานไม่ยอมรับอยู่ล่ะก็ ฉันก็คงได้กลายเป็แค่คนหัวรั้นคนหนึ่งเอาน่ะสิ... แล้ว...พลังของเธอคืออะไรกันแน่ล่ะ?"
" 'อ่าน'ความทรงจำ"
" 'อ่าน'ความทรงจำ?"
"ใช่แล้ว" เฟิร์นพยักหน้า "ความสามารถของฉันคือการอ่านความทรงจำของคนอื่นผ่านกระดาษ ไม่ว่าจะเป็ความทรงจำแบบไหนฉันก็อ่านได้หมดแหละ ขอแค่ว่ามันเคยอยู่ในความทรงจำของคนที่ฉันจะอ่านก็พอ"
"งั้นก็หมายความว่าเธออ่านไม่ได้ตลอดเวลางั้นสิ"
"ถูกต้อง"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีไป ถ้าเธออ่านได้ตลอดเวลาขึ้นมาละก็... ฉันคงแย่แน่ ๆ เลย"
ทอยรู้สึกโล่งใจที่ไม่เป็แบบนั้น แต่เพราะคำพูดนั้นก็ทำให้เฟิร์นรู้เลยว่า ในหัวของเขามีแต่เื่ไม่ดีเต็มไปหมด เธอถึงกับเริ่มมองเขาด้วยสายตาที่ขยะแขยง
"ฉันจะไม่อ่านความทรงจำของนายบ่อย ๆ ละกัน"
"ขอบคุณครับ~"
ทอยแทบจะก้มกราบลงกับพื้นให้กับความกรุณานี้ แต่ถูกเฟิร์นหยุดเอาไว้
สำหรับเขาแล้วมันคืออะไรที่ยิ่งใหญ่มาก กลับกันกับเฟิร์นที่คิดว่ามันเป็เื่เล็กน้อย เพราะเธอก็ไม่อยากเที่ยวไปอ่านความทรงจำใครไปทั่วอยู่แล้ว
"อะแฮ่ม! เอาล่ะ...เข้าเื่ดีกว่า" เฟิร์นกระแอมขึ้น จากนั้นก็จ้องมองทอยด้วยสีหน้าที่จริงจัง "ทอย... พลังของนายคือสิ่งที่ฉันตามหามาตลอดและไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะเจอมัน พลังของนายน่ะอันตรายมากถ้าใช้ไปในทางที่ผิด แต่ถ้านายใช้ไปในทางที่ถูกต้อง พลังของนายก็จะมีประโยชน์อย่างมากเลยล่ะ ฉะนั้นฉันจึงจะขอถาม... นายสนใจ...จะมาเป็นักสืบร่วมกันกับฉันไหมล่ะ?" เธอยื่นมือออกไป
แต่เขาไม่ได้จับตอบ "เื่นั้น...ฉันขอเก็บเอาไปคิดก่อน ถ้าได้คำตอบเมื่อไหร่...เดี๋ยวฉันจะบอกกับเธอเอง"
"นั่นสินะ" เธอดึงมือเก็บกลับมา "คงจะปุบปับไปหน่อย"
"แต่เดี๋ยวสิ!?" ทอยพึ่งคิดอะไรได้ "พลังของฉันมันไม่มีประโยชน์ในการสืบสวนเลยไม่ใช่หรือไง!?"
"ก็จริงอยู่ ที่พลังนายแทบจะไร้ประโยชน์เลยในขั้นตอนการสืบสวน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพลังของนายจะไม่ได้ใช้หลังตอบสืบสวนแล้วเสร็จนี่ ยังไงมันก็ต้องมีผู้ได้รับผลกระทบจากคดีต่าง ๆ บ้างแหละ พลังของนายสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้นะ " เธอยักไหล่ "และอีกอย่าง ถ้าจะให้พูด พลังของฉันก็มีข้อจำกัดมากมาย จนไม่เหมาะกับการใช้สืบสวนเหมือนกันนั่นแหละ"
คำพูดที่ว่า 'พลังของนายสามารถช่วยเหลือพวกเขาได้นะ' มันได้ไปกระทบกับบางอย่างในจิตใจของเขา บางอย่างที่เขาเก็บเอาไว้ข้างในลึกสุด บางอย่างที่เขาทั้งอยากและไม่อยากลืม
"..."
ทอยไม่ได้ตอบอะไร เขาหันหลังกลับ ทีแรกเขากะจะออกเดินออกไปทันทีเพราะเขาคิดว่ามันเท่กว่า แต่ว่าเขาดันคิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ เขาจึงหยุดชะงัก และรีบหันหลังกลับมาพูดกับเฟิร์น ด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
"เฟิร์น เธอช่วยลบคลิปนั่นทิ้งไปทีสิ ถ้ามีคนมาเห็นล่ะก็ ฉันคงโดนล้อไปอีกนานแน่..."
"อะ...อืม ได้สิ"
ในทีแรกเธอนึกว่ามีเื่อะไรที่สำคัญ แต่สุดท้ายก็เป็เื่เพียงแค่นี้ มันทำให้เธอเกือบตั้งตัวไม่ทัน
"ขอบใจมากนะ"
จากนั้นเขาก็เดินก้มหน้าก้าวเดินออกจากห้องไป