ตอนที่11 ฮีโร่
ไช่ซินหยูมีแฟนหนุ่มคว้ารอบเอวไว้แน่นเพราะไม่้าให้กลายเป็ข่าวใหญ่ เนื่องจากเสียงะโด่าทอของทั้งคู่ได้เรียกความสนใจของผู้คนด้านนอกให้หันหน้าเข้ามามองภายในร้านมากขึ้น โดยมีพนักงานหญิงเ้าเล่ห์เข้ามาช่วยยืนขวางหน้าระหว่างคู่กรณีไว้
ด้านโจวหนิงอันมีพนักงานหญิงอีกคนปราดเข้ามาคว้าแขนรั้งตัวไว้โดยพนักงานหญิงทั้งสองคนต่างร้องห้ามปรามเสียงดังหวังให้ลูกค้าทั้งคู่ยินยอมสงบศึกลงว่า
“คุณผู้หญิงคะ ได้โปรดอย่าหาเื่กันในนี้เลยนะคะ”
“คุณหนูไช่คะ ได้โปรดใจเย็น ๆ ก่อนเถอะคะ”
“กรี๊ด!!! ไม่!!!พวกแกไม่เห็นหรือไงว่านังนั่นทำร้ายฉันก่อน ไปเรียกผู้จัดการร้านมาเดี๋ยวนี้!”
ไช่ซินหยูพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากการควบคุมของแฟนหนุ่ม เธอไม่ยอมให้ถูกทำร้ายเพียงฝ่ายเดียวแต่้าเอาคืนให้สาสม
วินาทีถัดมาผู้จัดการร้านหญิงวัยกลางคนในชุดสูทกระโปรงวิ่งเข้ามาพร้อมหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสองคนพลางปราดเข้าไปยืนเคียงข้างไช่ซินหยูผู้คุ้นเคย แล้วถามหญิงสาวด้วยความสุภาพแกมงุนงงว่า
“คุณหนูไช่! นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย?!”
ไช่ซินหยูเห็นว่าผู้จัดการร้านมายืนเข้าข้างตนเองพลางชี้นิ้วตรงไปยังศัตรูเก่าแล้วสาธยายกลับดำเป็ขาวว่า
“ผู้จัดการมาก็ดีแล้ว นังนี่กล้าสาดน้ำใส่ฉัน แล้วยังจะมาแย่งสินค้าลิมิติดด้วยดูน้ำหน้าอย่างมันสิ มันจะมีปัญญาซื้อสินค้าราคาแพงได้ยังไงผู้จัดการเคยเห็นมันมาก่อนไหมล่ะ รู้หรือว่ามันจะมีเงินจ่ายสินค้าในร้านนี้”
ผู้จัดการร้านพลางกวาดตาสำรวจโจวหนิงอันในสภาพเปียกปอนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางเห็นว่าใบหน้าและเนื้อตัวเลอะเทอะตรงตามคำบอกของลูกค้าสาวกระเป๋าหนัก จึงเชื่อคำกล่าวอ้างโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อนแล้วบอกยามประจำห้างให้ตรงเข้าไปจับตัวลูกค้าสาวอีกคนว่า
“เห็นท่าจะจริงเหมือนคุณหนูไช่ว่ามา ยาม! จับตัวยัยคนนี้โยนออกไปนอกร้าน เร็วเข้า!!!”
“บังอาจ!!! ใครกล้าทำร้ายเพื่อนของฉัน?!”
ฉับพลันปรากฏร่างชายหนุ่มสูงใหญ่กำยำ สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน ผมยาวประบ่ารวบมัดไว้ด้านหลังใบหน้าไว้หนวดเคราตัดแต่งสวยงาม เขาเดินเข้ามาพร้อมถอดเสื้อหนังแขนยาวออกโชว์เสื้อยืดแขนกุดอวดกล้ามเนื้อเป็มัด สวมกางเกงทหารพร้อมรองเท้าคอมแบต
ชายหนุ่มแปลกหน้าไม่พูดพล่ามแต่เดินตรงเข้ามาหากลุ่มคนกำลังทะเลาะกันอยู่พลางนำเสื้อหนังไปคลุมให้กับโจวหนิงอันด้วยท่าทีเหมือนคุ้นเคยกันมาก่อนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน
“คุณชายซ่ง! คุณชายมาได้ไงครับ” กัวเฟยสุ่ยรู้จักชายหนุ่มผู้เข้ามาใหม่เป็อย่างดีพลางถามอย่างกังวลใจ
“คุณชายซ่ง!” ไช่ซินหยูอุทานด้วยความตื่นตระหนก
“..........” โจวหนิงอันเหลือบมองชายหนุ่มไว้หนวดเคราด้วยความงุนงง
“ไปเถอะครับ อย่าเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกเลย นักข่าวกำลังจะมาแล้วถ้าคุณไม่อยากกลายเป็ข่าวใหญ่ละก็ รีบออกมากับผมดีกว่า”
ซ่งเหอหลุนกระซิบบอกเหตุผลกับโจวหนิงอันด้วยน้ำเสียงเร่งรีบเขาไม่้าเสียเวลาอธิบายให้เธอฟังตอนนี้ แต่้าพาไปยังสถานที่ปลอดภัยก่อนด้วยกลัวว่าหญิงสาวปริศนาผู้กลายเป็นางแบบของตนจะเสียเปรียบฝั่งชายหนุ่มหญิงสาวผู้มาจากตระกูลอันดับสองแห่งเมืองหลวง
“ค่ะ” โจวหนิงอันยินดีรับความช่วยเหลือจากชายหนุ่มนิรนามอย่างเข้าใจสถานการณ์ไปก่อน
จากนั้นซ่งเหอหลุนผลักไหล่สะใภ้รองตระกูลหลงเบา ๆ เพื่อให้เธอรีบหมุนตัวเดินออกไปจากร้านโดยไม่มีใครกล้าเข้ามาขัดขวาง เนื่องจากหลายคนรู้จักชายหนุ่มสไตล์อินดี้คนนี้เป็อย่างดี
โจวหนิงอันเดินออกมาจากร้านพร้อมกวาดตามองหาหลงคุนผู้ควรจะอยู่อารักขาตนเองทว่าเขากลับหายตัวไปใน่เวลาสำคัญ กระนั้นเธอไม่ได้นึกโกรธเคืองเขาเพราะคิดว่าอีกฝ่ายอาจมีภารกิจเร่งด่วน
หลังจากโจวหนิงอันเดินออกไปจากร้านพร้อมซ่งเหอหลุนเพียงไม่กี่วินาที บรรดานักข่าวเกาะติดชีวิตส่วนตัวของผู้คนสังคมไฮโซวิ่งกรูเข้ามาในร้านจำหน่ายโทรศัพท์หรูเป็จำนวนมากแล้วพากันทำข่าวกับกัวเฟยสุ่ยและไช่ซินหยูแทน
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีผู้จัดการใหญ่ดูแลห้างสรรพสินค้าเดินตามหลังหลงคุนอย่างนอบน้อมตรงมายังร้านจำหน่ายโทรศัพท์ทั้งคู่ยืนตกตะลึงครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจต่อภาพวุ่นวายหน้าร้าน
“ผู้จัดการ! รีบเข้าไปดูข้างในเร็วเข้า!”
หลงคุนพลันนึกห่วงใยนายหญิงของตนอยู่ภายในร้านทันที พลางสั่งการให้ผู้จัดการรีบเข้าไปตรวจสอบสถานการณ์โดยเร็ว
“ครับเลขาซ้าย!” ผู้จัดการใหญ่รับคำสั่งแล้วผลุนผลันใช้กำลังเปิดทางให้หลงคุนตามเข้าไปพร้อมกับตน
กระทั่งผู้จัดการใหญ่และหลงคุนฝ่าฝูงชนเข้ามาในร้านได้สำเร็จทั้งคู่กำลังมองเห็นไช่ซินหยูบีบน้ำตาให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่
หลงคุนปราดเข้าไปถามพนักงานร้านใกล้ตัวคนหนึ่ง ซึ่งเป็พนักงานหญิงเคยดูแลโจวหนิงอันพอดีพลางถามถึงนายหญิงด้วยความกังวลใจว่า
“นี่พนักงาน! ผู้หญิงใส่ชุดเดรสสีครีมที่เคยเข้ามาในร้านน่ะตอนนี้ไปไหนแล้วล่ะ”
เลขานุการซ้ายกวาดตามองหาทั่วร้านแล้วไม่พบร่างนายหญิง พลางกังวลใจเพราะตนทำหน้าที่บกพร่องจึง้าตามหานายหญิงให้พบโดยเร็ว
พนักงานหญิงตาโตนึกออกเพราะข้อมูลตรงกับลูกค้าเคยเข้ามาแล้วมีเื่ทะเลาะกับลูกค้าสาวอีกคนจึงรีบบอกชายหนุ่มแปลกหน้าผู้ยืนอยู่กับผู้จัดการใหญ่ของห้างทันทีว่า
“อ๋อ! เมื่อตะกี้มีผู้ชายใส่หมวกแก๊ป รูปร่างสูงใหญ่พาออกไปแล้วค่ะ”
“พาออกไป! ออกไปได้ยังไงหา?!!!” หลงคุนถามเสียงสูงอย่างไม่พอใจ
พนักงานหญิงสะดุ้งใเมื่อเหลือบเห็นสายตากดดันจากชายหนุ่มแปลกหน้ากับผู้จัดการใหญ่ก่อนเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้รับรู้คร่าว ๆ จนถึงเหตุการณ์ทำให้มีชายหนุ่มอีกคนเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าสาว
ทันใดนั้นผู้จัดการร้านโทรศัพท์เหลือบเห็นผู้จัดการใหญ่ของห้างเข้ามาพูดคุยกับพนักงานของตนพอดีจึงปราดเข้ามาทักทายอย่างสุภาพ โดยปล่อยให้ลูกค้าสาวและแฟนหนุ่มให้สัมภาษณ์กับนักข่าวไปก่อนว่า
“โอ้! ผู้จัดการใหญ่!ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่คะเนี่ย มีอะไรให้ทางร้านเราช่วยเหลือไหมคะ”
หลงคุนหันขวับมองผู้จัดการร้านด้วยสายตาวาววับ พลางขบกรามแน่นด้วยความโมโหในความผิดพลาดของตนเองและยังโกรธแค้นผู้จัดการตาถั่วไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำก่อนเค้นเสียงสั่งผู้จัดการใหญ่ของห้างว่า
“ผู้จัดการใหญ่ ไล่ร้านนี้ออกไปจากห้างดิวัน ห้างเราไม่ต้อนรับร้านเลือกปฏิบัติกับลูกค้าออกไปภายในวันนี้!”
“ขะ.....ครับเลขาซ้าย” ผู้จัดการใหญ่ลอบปาดเหงื่อพร้อมก้มหัวรับคำสั่งแต่โดยดี
จากนั้นผู้จัดการใหญ่หันหน้าไปออกคำสั่งกับผู้จัดการร้านจำหน่ายโทรศัพท์แบรนด์หรูด้วยความโมโหถึงขีดสุดเนื่องจากการกระทำของร้านนี้อาจส่งผลให้ตนได้รับโบนัสลดลงหรือแม้แต่ถูกลดขั้นได้ว่า
“ผู้จัดการเฉียว! พวกคุณเก็บข้าวของแล้วย้ายร้านออกไปซะ ไปเดี๋ยวนี้เลย! ไป๊!!!”
“อะ.....อะไรนะคะผู้จัดการใหญ่?!!!”
ผู้จัดการร้านโทรศัพท์มึนงงแว่บหนึ่ง ก่อนถามผู้จัดการใหญ่เสียงสูงด้วยความตื่นตระหนกโดยยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของการขับไล่พวกตนออกไป
อย่างไรก็ตามเสียงตอบโต้ดังลั่นของคนทั้งคู่ ได้เรียกกลุ่มนักข่าวซึ่งทำการสัมภาษณ์ไช่ซินหยูเสร็จพอดีต่างวิ่งกรูเข้ามาตรวจสอบเหตุการณ์ใหม่อย่างกระตือรือร้น
ผู้จัดการร้านโทรศัพท์ไม่อาจปล่อยให้เกิดเหตุบานปลายได้ จึงทรุดนั่งคุกเข่าอ้อนวอนผู้จัดการใหญ่ของห้างว่า
“ผู้จัดการใหญ่ ได้โปรดเถอะคะ อย่าให้ร้านสาขานี้ต้องย้ายออกไปเลยนะคะฉันขอร้องล่ะ ถ้าฉันทำอะไรผิดพลาดไป ได้โปรดบอกฉันมาตามตรงเถอะนะคะ ฉันยินดีปรับปรุงให้เป็ไปตามเงื่อนไข”
ผู้จัดการใหญ่เหลือบเห็นแผ่นหลังหลงคุนวิ่งตามหาหญิงสาวปริศนาไปไกลแล้ว จึงหันหน้ามาตอบผู้จัดการร้านด้วยความโมโหโดยไม่สนใจการบันทึกภาพของบรรดานักข่าวแต่อย่างใดว่า
“ปรับปรุงงั้นเหรอ?! คุณนี่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำซะเลย กล้าทำให้เลขาซ้ายแห่งดิวันไม่พอใจลงโทษแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ออกไปเลยนะ เก็บของย้ายออกไปวันนี้เลย ได้ยินไหม?!”
สุดท้ายผู้จัดการใหญ่โมโหจัดจนะโขับไล่พร้อมชี้นิ้วให้ผู้จัดการร้านออกไปจากห้างดิวันในทันทีเขาไม่สนใจว่าจะทำให้ใครขุ่นเคืองใจหรือไม่ เนื่องจากเ้านายมีเพียงคนเดียวคือประธานผู้ลึกลับซึ่งเป็ผู้ก่อตั้งกลุ่มดิวันอันทรงอิทธิพลเท่านั้น
ฝ่ายไช่ซินหยูและแฟนหนุ่มเห็นว่านักข่าวกรูเข้ามาทำข่าวอยู่ด้านหน้าร้านซึ่งมีผู้จัดการร้านกำลังนั่งคุกเข่าอ้อนวอนอยู่พลางนึกสงสัยว่าเกิดความผิดปกติใด จึงเดินเข้าไปสอบถามกับผู้จัดการใหญ่เพราะเคยพบหน้ากันมาก่อนว่า
“นั่นผู้จัดการใหญ่นี่เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย แล้วทำไมถึงต้องไล่ร้านของแอดวานซ์กรูปออกไปด้วยไม่กลัวมีปัญหากับตระกูลกู้หรือคะ”
ไช่ซินหยูรู้สึกประหลาดใจต่อท่าทีแข็งกร้าวของผู้จัดการใหญ่เนื่องจากร้านจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือเป็ธุรกิจของตระกูลกู้ซึ่งเป็หนึ่งในตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองหลวงจึงไม่คิดว่าจะมีคนกล้างัดข้อกับตระกูลทรงอิทธิพลได้
ผู้จัดการใหญ่หันขวับมองไช่ซินหยูด้วยท่าทีเฉยเมยด้วยคิดว่าไม่มีความจำเป็ต้องเกรงใจอีกฝ่ายเนื่องจากมั่นใจในอิทธิพลของเ้านายฝั่งตนจึงตอบหญิงสาวตามจริงว่า
“ผมทำตามคำสั่งเ้านายครับในเมื่อเ้านายบอกให้ร้านนี้ออกไป ผมก็ต้องสั่งให้ออกไป”