นิยายเื่นี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน ชื่อบุคคล สถานที่ และสิ่งของต่างๆล้วนเป็สิ่งที่สมมุติขึ้นหากผู้เขียนใช้คำผิดพลาดหรือพาดพิงถึงบุคคลอื่นโดยมิได้เจตนาผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ในอดีต แคว้นต้าโจวปกครองโดยฮ่องเต้ทรราช
และฮองเฮาผู้โง่เขลามักมากในกาม โดยมีกลุ่มขุนนางฉ้อฉลเป็ผู้หนุนหลัง เป็เหตุให้บ้านเมืองลุกเป็ไฟราษฎรเกลียดชังราชสำนัก
ชาวบ้านเดือดร้อนอดอยากทั่วทุกหย่อมหญ้า หญิงสาวและชายหนุ่มถูกฉุดคร่าเข้าวัง
เพื่อเป็เครี่องบำเรอกามให้กับฮ่องเต้ และฮองเฮา หรือไม่ก็ถูกส่งไปขายยังต่างเมือง ราชครูตั้วเิไม่อาจทนเห็นบ้านเมืองล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาได้
จึงแอบติดต่อรวบรวมขุนนางที่จงรักภักดีอย่างลับๆ เพื่อขอความช่วยเหลือจากองค์ชายหลงเทียนเจิน พี่ชายต่างมารดาของฮ่องเต้
ซึ่งในตอนนั้นมีตำแหน่งเป็ชินอ๋อง
อ๋องเจินเป็บัณฑิตที่มีชื่อเสียง แต่ใช้ชีวิตในแบบต้วนซิ่ว (ชายรักชาย)อยู่นอกวังหลวง
มีบุตรบุญธรรมชื่อหย่งเหิง ซึ่งพระองค์ชุบเลี้ยงมาั้แ่เด็ก หย่งเหิงมีตำแหน่งเป็หัวหน้าราชองครักษ์
เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่วิกฤต อ๋องเทียนเจินจึงยอมให้ความช่วยเหลือแก่ขุนนางเ่าั้ โดยรับสั่งให้หย่งเหิงลอบสังหารฮ่องเต้และฮองเฮา
หลังจากนั้นพระองค์ ก็ขึ้นนั่งบัลลังก์อย่างชอบธรรม ฮ่องเต้เทียนเจินได้จัดการขุดรากถอนโคนเหล่าขุนนางโฉด ทำให้ราชสำนักกลับมาหมดจดอีกครั้ง เมื่อบ้านเมืองสงบสุขพระองค์ได้สละราชบัลลังก์ให้แก่บุตรบุญธรรม เป็ผู้สืบทอดส่วนตนเองได้ออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วใต้หล้ากับคนรัก
จากนั้นเป็ต้นมาตระกูลหย่งก็ปกครองแผ่นดินอย่างร่มเย็น มาหลายชั่วอายุคน ราชองครักษ์ทุกคนมีกฏสิบข้อที่ต้องรักษา ซึ่งตระกูลหย่งได้รักษาอย่างเคร่งครัดมาจนถึงทุกวันนี้
ตอนที่1 เมื่อสายลมพัดผ่าน.
เสียงดนตรีดังกึกก้อง ดั่งงานเฉลิมฉลองก็ไม่ปาน หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่รวมทั้งคุณชายเสเพลทั้งหลาย ต่างก็ดื่มกินชื่นชมกับความงามของบรรดาสาวงามตรงหน้า โดยไม่สนใจว่าเวลาได้ล่วงเลยค่อนคืนมานานแล้ว
แม้ชั้นล่างจะสนุกสนานครื้นเครง แต่ระหว่างทางเดินชั้นบนกลับมีร่างบางขาวนวล คล้ายคนครึ่งหลับครึ่งตื่น
ซึ่งบัดนี้ร่างนั้นถูกสตรีสองคนกึ่งลากกึ่งหิ้วไปยังห้อง ห้องหนึ่ง สติของนางเหลือน้อยเต็มที แต่นางก็ยังฝืนร้องออกมา
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ปล่อยข้านะ”
แม่นางน้อยคิดว่าตัวเองะโสุดเสียง ความจริงแล้วหาได้มีเสียงเล็ดลอดออกจากริมฝีปากอวบอิ่มของนางไม่
มันแค่ดังอยู่ในลำคอเท่านั้นเอง
“เร่งมือเข้าหากมีคนมาพบ เราสองคนลำบากแน่”
“ข้ารู้แล้ว” อีกคนตอบ
“ปล่อยข้าเถอะ ขอร้องล่ะ” เสียงพึมพำของนางไม่ได้ทำให้สตรีทั้งสองสนใจสักนิด
แอ้ดดด!!
เสียงประตูเปิดออกทำให้หัวใจของแม่นางน้อยเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ
“พวกเ้าจะพาข้าไปไหนกันแน่”
คำถามของนางกลับไม่ได้รับคำตอบใดๆ
ทั้งสองพาร่างงามไปวางไว้บนเตียง แล้วรีบออกจากห้องไป
ก่อนที่ประตูจะปิดลง หนึ่งในสองคนนั้นก็พูดขึ้นอย่างสำนึกผิด
“ข้าขอโทษด้วย แม่นางเหลียงเฟย เฟย”
มือที่ถูกมัดถึงแม้จะไม่แน่นนัก แต่สติของนางตอนนี้ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อผ้าปิดหน้าถูกเปิดออก
นางก็ต้องใสุดขีด แม้ในห้องจะมืดจนมองไม่เห็นอะไรมาก แต่นางก็พอจะรู้ว่าผู้ที่นั่งร่วมเตียงอยู่กับนางตอนนี้ คือบุรุษผุ้หนึ่งทึ่กำลังมึนเมาเช่นกัน
สติของเขาคงไม่ต่างกับนางมากนัก แล้วใบหน้านั้นก็ค่อยๆโน้มลงมาหาแก้มขาวนวล สิ่งเดียวที่นางทำได้ในตอนนี้คือปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างสิ้นหวัง