ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 17

    “คุณหนูเจ้าคะ.. อย่าทานมากซิเจ้าค่ะ เดี๋ยวคุณหนูก็อ้วนเป็นหมูหรอกเจ้าค่ะ...ZzzZzz” เสียงละเมอของบีเรียดังออกมาพอประมาณ ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังที่จะเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับตกอกตกใจ พวกเขารีบแยกออกจากกัน แล้วมองไปที่ต้นเสียง เมื่อทั้งคู่เห็นว่าบีเรียที่กำลังละเมอออกมาก็หันหน้ามาหากันและกัน พวกเขาหัวเราะออกมาด้วยความตลก ก่อนที่จะดึงหน้าหลบหนี เพราะพึ่งจะนึกขึ้นได้กับเหตุการณ์เมื่อสักครู่“งั้นเดี๋ยวข้าไปหากิ่งไม้เพิ่มก่อนนะ .. ส่วนเจ้าก็ไปนอนได้แล้ว.. ข้า..ข้าเป็นห่วง” รีออนกล่าวออกมาแก้เขิน และมันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่เขาทำอะไรอย่างนี้ ส่วนหญิงสาวที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่คิดอยู่ภายในจิตใจ ‘นี่เขากำลังเป็นห่วงเราอย่างนั้นรึ’ ก่อนที่เธอจะพยักหน้าตอบรับกลับไป รีออนที่รีบพุ่งตัวออกมา เขาถามตัวเองอยู่ซ้ำๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาเอ่ยถามขึ้นมากับอลิส เพราะอลิสน่าจะมีข้อมูลพวกนี้ในฐานข้อมูลโลกเดิมอยู่บาง เมื่อกล่าวถามออกไปอลิสก็ถามถึงอารมณ์ เหตุการณ์ เทียบกับอัตราการเต้นของหัวใจ และการทำงานของอวัยวะของเจ้านายเธอในตอนที่โดนคำถามเหล่านี้ถามกลับไป แน่นอนว่าอลิสก็ได้รับคำตอบในทันที“อาการของด็อกเตอร์ ชี้ชัดว่าด็อกเตอร์กำลังประสบปัญหาที่เรียกว่า อาการรักค่ะ” อลิสกล่าวออกมาอย่างนิ่งๆ เธอไม่ได้รู้สึกอะไรเลยในเรื่องนี้ เพราะมันไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใดกับเจ้านายของเธอ และอลิสก็เชื่อว่าด็อกเตอร์เองก็น่าจะทราบดีว่ามันต้องทำอย่างไรต่อไปด้วยตัวของตัวเอง“อาการรัก!!...ฮ่าๆ.. นี่จะบอกว่าข้าเนี้ยนะที่กำลังหลงรักผู้หญิงคนนั้นน่ะ..ฮ่าๆ เป็นไปไม่ได้หรอก” เขาหัวเราะออกมา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ แต่เขาแค่กำลังหลอกตัวเองอยู่เกี่ยวกับอารมณ์ และความรู้สึก           รีออนเดินไปหัวเราะไปอาการของเขาเริ่มที่จะหนักแล้วเหมือนเป็นเอามาก เขาเดินวนๆอยู่กับที่ไม่ได้ห่างจากกองไฟของกลุ่มเลยแม้แต่น้อย แต่ในจังหวะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงของกระดิ่งแจ้งเตือนภัยที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมารอบค่าย และแน่นอนว่าพวกนักผจญภัยเองก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน รีออนรีบกลับไปยังกองไฟของกลุ่มก่อนที่จะบอกให้สมาชิกของกลุ่มทุกคนเข้าไปหลบอยู่บนรถม้าก่อน ซึ่งพวกเธอก็ทำตามที่เขาขอ“พวกท่านพบเห็นอะไรบ้างหรือไม่..” นักผจญภัยภายในกลุ่มกล่าวออกมาเพื่อที่จะถามกับรีออน“ข้าเองก็ยังไม่เห็นเช่นกัน ไม่รู้ว่ามันจะเป็นโจรป่าหรือสัตว์ร้าย..” รีออนตอบกล่าวพร้อมกับมองไปรอบๆ และก็พบสิ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี และมันทำให้รีออนทำหน้าตาแบบเอิ่มออกมา ใช่แล้วพวกนั้นมันคือโจรป่าที่เขาพึ่งจะพบในตอนเช้าที่ผ่านมา“พวกแก.. คนไหนสะดุดเชือกวะ ... ช่างเถอะ พวกเราบุก!!! ปล้นมันให้หมด” หัวหน้าโจรคนเดิมร้องออกมาอย่างสุดเสียง จากนั้นไม่นานลูกน้องโจรป่าก็วิ่งออกมาจากที่ซ่อนตัวทุกทิศทุกทาง พวกเขาวิ่งเข่ามาจนถึงกลุ่มนักผจญภัยก่อน และยังไม่ทันได้สังเกตเห็นรีออน“พวกเจ้าเป็นโจรป่าอย่างนั้นรึ แย่แล้ว พวกมันมีเยอะกว่าพวกเรา.. เอาไงดี” นักผจญภัยคนหนึ่งกล่าวออกมา พร้อมกับหันไปถามเพื่อนร่วมเดินทางของเขา ส่วนรีออนก็ไม่ได้มีท่าทีที่ตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาค่อยๆเดินไป หวังจะแสดงตัวเพื่อให้โจรพวกนี้ได้รู้ว่ากำลังปล้นผิดคนอีกแล้ว แต่ตอนนั้นเอง“ฮ่าๆ.. พวกเจ้าไม่ต้องรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร... แต่เมื่อพวกเจ้าอย่างรู้ ข้าจะบอกให้ก็ได้ ข้าคือโจรป่าฟันทองคำ..ผู้สง่างาม และทรงเสน่ห์ ...ฮ่าๆ” หัวหน้าโจรป่าพูดออกมาก่อนที่ยิ้มอย่างกระชากใจออกมาเพื่อโชว์ฟันทองของเขา ในขณะที่ลูกน้องของมันก็ทำท่าทางอวยหัวหน้าตัวเอง ผ้าคลุมที่โบกสะบัดโดยแรงคน ไหนจะเอฟเฟคมุ้งมิ้งมือที่ส่ายสะบัดเพื่อให้ตัวหัวหน้าโจรป่าเด่นนั้นอีก“แย่แล้วล่ะ .. เจ้าเขี้ยวทองคำนี่นา... ปกติมันจะคอยดักปล้นอยู่อีกที่ป่าอีกด้านไม่ใช่หรือ.. ทำไมพวกมันถึงมาโผล่ที่นี่ได้ล่ะ” ชายหนุ่มนักผจญภัยกล่าวออกมาอย่างหวาดกลัว และมันไม่ต่างอะไรจากสมาชิกทั้งกลุ่มของเขาเลย ที่กำลังสั่นกลัว มันแตกต่างจากรีออนมากที่กำลังนึกถึงการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เขาชอบมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ถ้ามีแมวโผล่ออกมาด้วยเขาจะเชื่อเลยว่ามันต้องเป็นแก๊งเดียวกับเรื่องนั้นอย่างแน่นอน“ส่งของมีค้ามาให้หมด .. อ่าแล้วอีกอย่างส่งแม่หนูคนนั้นมาด้วย.. แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้าทุกคน ฮ่าๆๆ” สคริปต์เดิมๆที่รีออนเคยได้ยิน จากตอนเช้า มันทำให้เขาอดที่จะส่ายหัวออกมาไม่ได้ แต่ด้วยคำพูดนั้นเอง ปฏิกิริยาของเหล่านักผจญภัยยอมทำตามสิ่งที่มันขออย่างไม่ขัดอะไรเลย“ได้ๆเลยขอรับท่านเขี้ยวทองคำ... ข้าทำตามที่ท่านกล่าวแล้ว ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ ... ส่วนนางผู้หญิงนั้นเชิญท่านทำอะไรกับนางก็ได้เลยขอรับ” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา แต่มันไม่ใช่แค่คนเดียว เกือบจะทั้งกลุ่มเลยที่ยอมให้โจรป่าคนนี้ทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะสั่งอะไรมาพวกเขาก็ยอมทำตามหมด ขอเพียงขอแค่มีชีวิตรอดต่อไปก็พอ ส่วนผู้หญิงคนนั้น มันก็ไม่ใช่ญาติหรือเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่แรก เพียงแค่คนร่วมกลุ่มกันเท่านั้นเอง จะไปห่วงทำไม ห่วงตัวเองจะดีกว่า            ส่วนผู้หญิงเองก็ได้แต่กัดฟันอยู่อย่างนั้น ภายในใจของเธอคิดออกมาว่ามันเป็นวันซวยของเธอจริงๆ ที่ต้องมาเจอเรื่องอะไรอย่างนี้ เธอก็ไม่ได้เป็นคนที่สวยอะไรมาก และก็ไม่ได้เรื่องมากด้วย แต่เธอก็ยังรัก และหวงแหนตัวเองอยู่ แต่ตอนนี้เธอจะทำอะไรได้นอกจากโทษโชคชะตาของเธอที่มันไม่ดีเอง ซึ่งมันตรงกันข้ามกับรีออนเลย ที่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ถูกต้องตามหลักสามัญสำนึก เขาไม่อยากจะพูดอะไรมาก เขาค่อยๆเดินออกไปหากลุ่มโจรกลุ่มนั้นทั้งกลุ่ม ด้วยความมืดที่เห็นกันได้ไม่ชัดเจนนัก โจรลูกน้องก็ได้พูดขึ้นในทำนองที่ว่ามีคนอยากลองของ เขาคนนั้นเลยวิ่งไปหมายจะจัดการให้พวกที่เหลือเห็นเป็นตัวอย่างว่าพวกเขาโหดร้ายมากเพียงใด แต่เมื่อลูกน้องโจรคนนั้นวิ่งเขามาได้ระยะที่พอจะเห็นใบหน้าที่กำลังยิ้มราวกับปีศาจ ที่แสนจะคุ้นเคยก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกับพื้น และแน่นอนว่ารีออนไม่ได้ปล่อยให้โจรคนนั้นพูดอะไรมาก เดี๋ยว!!! โป๊ก!! เสียงของหมัดที่ไม่ได้ออกแรงมากของรีออน กระทบเข้าที่ใบหน้าของของโจรคนนั้นและปลิวกระเด็นออกไปใกล้หลายสิบเมตร จากนั้นเพื่อนๆของโจรคนนั้นก็ปลิวออกไปไกลเช่นกันภายในเวลาไม่ถึงวินาที หัวหน้าโจรที่เห็นภาพที่เกิดมันดูคุ้นเหมือนเคยเห็นเมื่อเช้าก็รีบถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว และคิดในใจว่า“ชายคนนั้นมาอยู่ทางนี้ได้ยังไง.. ไหนไอ้มาคัลมันบอกว่าให้ชายคนนี้เดินทางไปเมืองซาทารอสไง นี่เราก็อุตส่าห์แอบหนีมาปล้นทางนี้แล้ว...เหมือนจะ..” ก่อนที่หัวหน้าโจรจะได้พูดคำนั้นออกมา รีออนก็ยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพุ่งตัวเขาไปหาหัวหน้าโจร และเวลานั้นเองมันเป็นจังหวะที่โจรป่าเขี้ยวทองคำได้หงายหน้าขึ้นมา“ราง.....” พ๊าก!!! เสียงบาทาของรีออกกระทบเข้าที่ปลายคางอย่างจัง และแน่นอนว่าโจรป่าก็กระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศบนท้องฟ้า ก่อนจะพูดคำนั้นออกมาเพื่อให้มันจบประโยคเสียที“รางไม่ดีอีกแล้ววววว” รีออนมองดูโจรป่าที่กระเด็นจนไปถึงดาวลูกไก่อย่างพึงพอใจท่ามกลางความมึนงงของเหล่านักผจญภัย ก่อนที่เขาจะบอกให้หญิงสาวคนนั้นเดินตามเขามา เพราะจากการกระทำอย่างนั้นของเหล่าชายชาตรีแล้ว เธอดูไม่น่าจะปลอดภัยเท่าไร และแน่นอนว่าไม่มีใครกล้าพอที่จะพูดออกมาในจังหวะนั้น หลังจากที่เห็นว่าพวกโจรต่างถูกสยบด้วยชายคนนี้