จวนราชครูยามเหม่าของเช้าวันใหม่ทุกคนต่างมาต้อนรับการกลับมาของคุณหนูเล็กที่หลับนานถึงสิบปี แต่คนที่พึ่งตื่นทั้งมึนงงและยังสับสนจนไม่กล้าพูดกับใคร
“อิงเอ๋อร์ลูกพูดกับแม่หน่อยสิลูกรัก” ฮูหยินเพียงคนเดียวของราชครูถังอี้ซินทั้งพูดทั้งปลอบสารพัดจนในที่สุดนางก็ทำสำเร็จเมื่อได้ยินเสียงใสๆของบุตรสาว
“ท่านแม่ลูกหลับไปนานสองนาน สมองลูกแค่เด็กเก้าขวบ ลูกกลัวทำให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องอับอาย ไหนจะพี่ใหญ่อีกเล่า ลูกคงต้องเรียนรู้ทุกอย่างให้แตกฉานเสียก่อน ค่อยออกไปพบผู้คนเ้าค่ะ”
“โธ่ลูกสาวแม่เื่เพียงนี้แม่จะจัดการให้เ้าเอง เรียนมันทุกแขนงเอาให้เพียบพร้อมจนหาผู้ใดเทียมไม่ได้เลยเป็อย่างไร”
ท่านราชครูที่ยังหาทางเข้าไปหาลูกสาวยังไม่ได้ ก็ให้ได้แต่รอยยิ้มที่คอยส่งกำลังใจให้บุตรสาวอันเป็ที่รัก นับจากวันนั้นอิงอิง นางก็กลับมาหัดอ่านหัดเขียน เย็บปักถักร้อย ร่ายรำเล่นดนตรีอาหารหมากล้อมนางเรียนหมด ทุกอย่างนางล้วนเก่งกาจเพราะสมอง 35 ปีของโลกใบเดิมช่างจดช่างจำ
หนึ่งปีผ่านไปเหล่าอาจารย์ทั้งหลายก็หมดสิ้นวิชาใดที่จะสอนให้นาง วันนี้จึงเป็วันแรกที่อิงอิงนางจบการศึกษาวิชากุลสตรีของยุคโบราณ อิงอิงนางอายุครบ 20 ปี เป็สตรีทึนทึกที่ยังไม่ออกเรือน ที่พี่ใหญ่ชอบเอามาล้อ อย่างเช่นในตอนนี้
“อิงเอ๋อร์ของพี่ช่างน่าสงสารเทียบแม้เพียงใบเดียวก็ไม่มีบุรุษใดร่อนมา สตรีอายุเท่าเ้าเขามีบุตรสองสามกันหมดแล้วมิรู้หรือน้องพี่”
“หยุดวาจาสิบหาวของท่านซะท่านหัวหน้าองครักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ มัวแต่ว่าน้อง ตัวก็ยังหาสตรีใด มาชายตาแลมิมีเช่นกัน ใยไม่ก้มมองให้ต่ำ ว่าของรักของหวง ของท่านมันเสื่อมสภาพไปแล้วหรือไม่ ดีกว่าไหมพี่ใหญ่ของน้อง”
“เ้าๆอิงเอ๋อร์เ้าเป็สตรีใยเอ่ยวาจาเยี่ยงนั้นผู้ใดได้ยินมิเสียหายไปถึงราชครูมู่หรอกรึ”
“อ่าว!เป็พี่ใหญ่ที่เริ่มก่อน ข้างามคำพูดไม่เกี่ยว ว่าแต่ของมันหมดสภาพหรือยังพี่ใหญ่”
“ไอ้น้องบ้าสตรีวิปลาสพี่ไม่พูดกับเ้าแล้วหึ!”
“ว่าแต่พี่ใหญ่ไม่อยากเลี้ยงน้องแล้วรึถึงอยากให้น้องออกเรือนยิ่งนัก”
“เปล่าซะหน่อยพี่เพียงล้อเ้าเล่นน้องสาวคนเดียวพี่เลี้ยงได้ อีกอย่างหากอิงเอ๋อร์ของพี่ก้าวออกจากจวนพี่กลัวจะรับเทียบแทบไม่ทันนะสิน้องพี่ออกจะงดงามถึงเพียงนี้”
“พี่ใหญ่ข้ามิอยากแต่งงานพี่ใหญ่ช่วยพูดกับท่านพ่อให้ขอราชโองการให้อิงเอ๋อร์เลือกคู่เองได้หรือไม่ นะเ้าคะ พี่ใหญ่ผู้สง่างามของน้อง” ต่อมาสองพี่น้องก็เข้ามาจ้องหน้าราชครูผู้เป็บิดาที่พึ่งกลับจากสอนเหล่าองค์ชายในพระราชวัง
“เอาละพวกเ้ามีสิ่งใดก็ว่ามาพ่อคิดถึงแม่ของเ้าแล้วั้แ่มายังมิได้เห็นหน้านางเลย” สองพี่น้องแอบมองตากันอย่างเข้าใจ ว่าสองผู้เฒ่าที่ชอบแสดงความรักต่อกันไม่อายบุตร
“ท่านพ่ออิงเอ๋อร์ของเรานางมีเื่ให้ท่านพ่อช่วยเหลือ”
“ลูกสาวคนงามของพ่อมีสิ่งใด หรือว่าอยากจะได้เสื้อผ้าเครื่องประดับชุดใหม่”
“ท่านพ่อที่มีอยู่ใช้ถึงฤดูกาลหน้าลูกยังสวมใส่ไม่ครบเลย ลูกเพียงไม่อยากแต่งงาน แต่ฐานะอย่างลูกไม่วันใดวันหนึ่งต้องมีผู้ใช้ราชโองการบังคับลูกแน่ ลูกจึงอยากให้ท่านพ่อขอราชโองการให้ลูกเลือกคู่ครองเองเ้าคะ”
“อิงเอ๋อร์แต่ลูกเป็หญิงอีกอย่างอายุของลูกก็ควรที่จะออกเรือนได้แล้ว แล้วมีเหตุอันใดที่ไม่อยากออกเรือนพ่อไม่เห็นบุตรสาวพ่อจะมีข้อบกพร่องสิ่งใด”
“ลูกอยากอยู่ดูแลท่านพ่อท่านแม่ทดแทนเวลาที่ลูกเอาแต่นอนี้เีอย่างไรเ้าคะ หรือท่านพ่อมิอยากให้ลูกอยู่ด้วยแล้วเ้าคะลูกเสียใจยิ่งนัก”
“หาใช่ไม่ ลูกสาวคนเดียวพ่อเลี้ยงได้ เอาเถอะถ้าลูก้าแบบนั้นพ่อจะลองขอฝ่าาดู เ้าเองก็ยังเจ็บป่วยร่างกายอ่อนแอ จะให้ออกเรือนในเวลานี้ก็ยังไม่ควร พวกเ้าไปพักกันเถอะพ่อจะทำงานอีกเพียงเล็กน้อยก็จะเข้านอนแล้วเหมือนกัน”
“ท่านพ่อดูแลสุขภาพด้วยขอรับ หาไม่ท่านแม่ไปสนใจบุรุษอื่นแล้วท่านจะเสียใจ”
“บ๊ะ! เ้าลูกคนนี้ชอบพูดให้พ่อคิดมากอยู่เลื่อย ใครมันจะกล้า แหย่หนวดเสือ พ่อเ้าคนนี้จะขย้ำไม่ให้เหลือซาก ฮึ!ไปๆ” คิกๆ เสียงหัวเราะใสๆของบุตรสาวลอยมาให้ได้ยินในรอบสิบปีเพียงเท่านี้ราชครูมู่ก็ยิ้มอย่างเป็สุขแล้ว
พระอาทิตย์ที่ค่อยๆสาดแสงสีทองงามตา ฝ่าหมอกหนาสีขาวค่อยๆทะลุก้อนเมฆน้อยใหญ่ก่อนที่จะปรากฏตัวอวดโฉมกลมโตทอแสงสว่างจ้าต้อนรับวันใหม่อันสวยงาม อินทิราในร่างของอิงอิง นั่งทบทวนความฝันในยามค่ำคืน ฝันนั้นคือภาพอดีตสามีที่อยู่ภายใต้ร่มกรดพระธุดงค์ใต้ต้นโพใหญ่ ส่งยิ้มมาให้ แต่จะเป็ไปได้อย่างไร คนอย่างประนพหรือจะยอมปลงผมบวชได้ในเมื่อเขายังมีผู้หญิงคนนั้นอยู่เคียงข้าง
“อิงเอ๋อร์ลูกมีอะไรให้ต้องคุ้นคิด ถึงไม่ได้ยินที่แม่ถาม”
“อุ๊ย!ท่านแม่ลูกขอโทษลูกกำลังนึกถึงความฝันนะเ้าคะ”
“อิงเอ๋อร์ฝันสิ่งใดมิสู่เล่าให้พ่อฟัง”
“ฝันเห็นพระ เออ นักบวช นะเ้าคะ ลูกคิดว่าอยากจะขอท่านพ่อตั้งโรงทานสักสามวันได้ไหมเ้าคะ”
ซูเค่อมองบุตรสาวที่โตขึ้นจนผิดสังเกต แต่ก็ถือว่าดีแล้วเขาถึงได้อนุญาตตามที่ลูกขอ
“เอาสิลูกจะตั้งนานกว่าสามวันก็แล้วแต่ลูก ดีเหมือนกันจะได้ถือซะว่าสร้างกุศลที่ลูกสาวพ่อตื่นมาดื้อให้พ่อกับแม่ได้อบรมสั่งสอนเป็อย่างไรฮูหยิน” ราชครูในวัยห้าสิบต้นๆหันไปโอบเอวฮูหยินทำทีไถ่ถามแต่ในสายตาบุตรคือกินเต้าหู้ภรรยาต่อหน้าบุตรอย่างแท้จริง ส่วนมารดานางนะหรืออายจนแก้มทั้งสองแดงปลั่ง
“ดีจริงเ้าคะท่านพี่นี่ถ้าเทียนเอ๋อร์รู้เข้าต้องดีใจมากแน่เลยเ้าคะ”
“นั่นสิท่านแม่ลูกยังไม่เจอพี่ใหญ่เลยเ้าคะ”
“พี่เ้ากลับไปทำงานที่วังอ๋องสามแล้ว พี่ใหญ่เ้าต้องค้างที่วังอ๋องถ้าเ้าคิดถึงก็เขียนจดหมายให้คนของเรานำไปส่งก็ย่อมได้อิงเอ๋อร์”
วังอ๋องปีศาจนะหรือ อ๋องสามจ้าวหลงเสวี่ย โอรสองค์ที่สามของฝ่าา ที่ว่าผู้คนต่างยำเกรง และยังทรงไม่ชมชอบสตรีแม้แต่ในวังยังไม่มีแม้แต่นางกำนัล สงสัยจะเป็อ๋องเพื่อนสาว อิงอิงคิดไปขำไปเมื่อนึกถึงพี่ชายที่ต้องไปดูแลเพื่อนสาว จนไม่ยอมมองหาฮูหยินทั้งที่อายุอานามก็ไม่น้อย ทำให้บิดามารดาต้องกลุ้มใจเพราะกลัวตระกูลล่มสลาย