#วันจันทร์สีชมพู 13
เช้าวันอาทิตย์คุณหมอขับรถมาส่งที่บ้านจังหวะที่เขาลากกระเป๋าเข้าไปมาส่ง ทั้งเฮียไชน์และซันเดย์ยืนจ้องคุณหมออยู่หน้าประตู เมื่อเดินเข้าไปใกล้ฉันก็เอ่ยแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน ซันเดย์จ้องคุณหมอดุ ๆ ส่วนเฮียไชน์ยืนจ้องอย่างพิจารณา
“โอ๊ย อะไรกันมายืนขวางทางเดินเนี่ย มาเข้าบ้าน ๆ ” เธิร์สเดย์เดินมาจากด้านหลังพร้อมกับเอ่ยขัดความหวงน้องของเฮีย ๆ เธิร์สหนุนหลังเฮียทั้งสองให้เข้าบ้านไม่ลืมส่งสัญญาณให้ทั้งฉันและคุณหมอเดินตามเข้าไป
“พี่จะมีชีวิตรอดกลับไปทำงานไหมครับ ทำไมพี่หนูดุแบบนี้”
“อันนี้ขึ้นอยู่กับพี่แล้วค่ะ” ใบหน้าหล่อ ๆ ของคุณหมอพิงค์เริ่มฉายแววกังวลอยู่ไม่น้อย
“อ้าวมาแล้วเหรอลูก” ม๊าเอ่ยทักเมื่อเราเดินมาถึงห้องนั่งเล่น
“คิดถึงม๊าจังเลย” ฉันเดินเข้าไปกอดอ้อนม๊า
“ปากหวานจริง งานยุ่งจนไม่ว่างมาหาม๊าเลยเหรอลูก”
“ยุ่งนิดหน่อยค่ะ ไม่งอนนะเดี๋ยวหนูจะมาอยู่ด้วยนาน ๆ เลย”
“ให้จริงไม่ใช่แอบกลับไปก่อนแล้วกัน แล้วนี่พาใครมาด้วย” ม๊ามองเลยไปยังด้านหลัง ฉันขยับนั่งบนโซฟามือยื่นไปดึงมือหมอพิงค์ให้นั่งลงข้าง ๆ ท่ามกลางเสียงกระแอมไอของเฮียไชน์และซันเดย์
“พี่พิงค์นี่ม๊าหนูเอง ม๊าตะวันค่ะ”
“สวัสดีครับผมชื่อพิงค์ครับม๊า เป็แฟนของมันเดย์...”
“ใครแฟนใครนะ!?” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังเรา ม๊าตะวันสะดุ้งใไม่น้อยที่ได้ยินคำถามดุ ๆ ดังจากป๊า
“ใครแฟนใครนะ!?” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังเรา ม๊าตะวันสะดุ้งใไม่น้อยที่ได้ยินคำถามดุๆ ดังจากป๊า พี่ชายทั้งสองนั่งยิ้มอย่างผู้ชนะ ส่วนเธิร์สเดย์เดินหายไปหาหลานทั้งสองที่สวนหลังบ้าน
“พี่พิงค์นี่ป๊าหนูเองค่ะ”
“สวัสดีครับป๊า ผมชื่อพิงค์นะครับเป็แฟนของมันเดย์”
“คบกันั้แ่เมื่อไหร่?” ป๊าเดินมานั่งข้าง ๆ ม๊าทั้งยังเอ่ยถามคุณหมอเสียงเข้ม ดุแบบนี้เก๊กแน่ ๆ อ่ะปกติป๊าไม่ดุและใจดีมาก ๆ แต่ทำไมพอเจอคุณหมอถึงได้ดุก็ไม่รู้
“สักพักแล้วครับ ผมต้องขอโทษที่เข้ามาทักทายป๊ากับม๊าช้า...”
“ไม่เป็ไรลูก แล้ววันนี้ไปไหนต่อไหม อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะ” มาเอ่ยชวนอย่างหวาน ม๊าน่ะเป็นางฟ้าของพวกเราเลยล่ะใจดีเป็ที่หนึ่ง
“โต๊ะเต็มแล้วครับม๊า” เฮียไชน์เอ่ยขัด ม๊าหันไปมองเฮียดุ ๆ พอป๊าจะพูดเสริมเฮียไชน์ก็ถูกสายตาขู่จากม๊าดักไว้
“ไชน์ม๊าไม่เคยสอนให้ทำแบบนี้นะ”
“ขอโทษครับม๊า”
“ทานข้าวก่อนมีอะไรค่อยคุยกัน” ม๊าบอกเสียงเข้ม ป๊าเองพอรู้ตัวว่าโดนม๊าดุก็อ้อนเสียงหวานชวนไปห้องทานข้าว
“ไปทานข้าวกันค่ะ” ฉันจับมือคุณหมอเดินตามป๊าม๊าไปยังห้องทานข้าว เฮียไชน์ไปเรียกซ้อและเด็ก ๆ มาทานข้าว บนโต๊ะอาหารไม่มีอะไรน่าเครียด เราคุยกันเื่ทั่วไปและถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเราสี่พี่น้อง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยป๊าจึงชวนเราไปนั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ แม่บ้านเสิร์ฟของว่างเสร็จก็กลับไปทำงานเหลือเพียงป๊าม๊าและเฮียไชน์ พี่ซันออกไปรับแฟนส่วนเธิร์สขึ้นไปนอน ส่วนซ้อพาหลาน ๆ เตรียมอาบน้ำนอนกลางวัน
“ว่าไงคะ มีอะไรจะคุยกันทำไมทำหน้าเครียด” ม๊าถามอย่างสงสัย
“หนูได้ข้อความแบบนั้นอีกแล้วค่ะม๊า ส่งมาตลอดเลย เมื่อวานก็มีคนมาเคาะห้อง” ฉันเปิดข้อความไลน์ที่คนนั้นสั่งมาให้ป๊ากับม๊าดู แต่เหมือนจะช้าไปเพราะแอคเคาน์ถูกลบไปแล้ว แต่ยังมีหลักฐานที่คุณหมอบอกให้แคปหน้าจอไว้อยู่
“ั้แ่เมื่อไหร่ลูก ทำไมหนูไม่รีบบอกม๊ากับป๊า”
“ได้ข้อความสักพักแล้วค่ะ ั้แ่เริ่มคุยกับพี่หมอ แต่เมื่อวานเขามาเคาะห้อง”
“หนูเปลี่ยนเบอร์ก่อนแล้วกัน เื่นี้เดี๋ยวป๊าให้คนช่วยหาคนทำ”
“แล้วเบอร์ใหม่หนูไม่ต้องให้ใคร” ป๊าแนะนำ
“หนูให้เพื่อนกับเลขาได้ไหมคะ เผื่อได้ติดต่อกัน”
“ได้ลูก แต่นอกจากนั้นไม่ต้องให้นะ”
“ไชน์ที่บริษัทมีคนแปลก ๆ เข้ามาวนเวียนไหมลูก”
“ไม่มีครับ ปกติทุกอย่างไม่มีพนักงานใหม่นะครับ”
“อือ ต้องรอไปก่อน ว่าแต่ สองคนนี้น่ะคบกันนานหรือยังนะ?” ท้ายประโยคป๊าเหมือนจะนึกขึ้นได้ จึงหันกลับมาจ้องฉันและคุณหมออย่างคาดคั้น
“คุยกันั้แ่ปลายปีแล้วครับ เพิ่งขอน้องคบเกือบสามเดือน...”
“ก็ยังดีที่เข้ามา แล้วนี่พักอยู่ไหนล่ะ” ป๊าถามต่อ
“พักคอนโดเดียวกับน้องครับ แต่บ้านเกิดอยู่แม่ฮ่องสอน พ่อกับแม่พักอยู่ที่นั่นครับ” ว้าว เพิ่งรู้เลยนะเนี่ยว่าพ่อกับแม่เขาอยู่แม่ฮ่องสอน
“งั้นเหรอ ยังไงก็อย่าเพิ่งรีบกันล่ะ ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปก่อน ถ้าลูกสาวป๊าเสียใจนะ น่าดู”
“ป๊า ทำไมยอมง่ายจังไม่สนุกเลยเนี่ย” เฮียไชน์งอแงเมื่อป๊ายอมอ่อนข้อลงมา
“ก็ม๊าจะงอนป๊าน่ะสิ แกล้งเยอะไม่ได้” ป๊าหัวเราะ ม๊าส่ายหน้าขำกับท่าทางของป๊า ถือว่าผ่านด่านละนะ คุณหมอพิงค์น่ะ
อยู่ด้วยกันเกือบบ่ายคุณหมอลาป๊ากับม๊าเพื่อที่เขาจะได้กลับไปทำงาน เมื่อส่งคุณหมอขึ้นรถฉันก็กลับเข้าไปอ้อนม๊าให้ทำขนมให้ทาน วันนี้ตอนเย็นเรามีปาร์ตี้กันด้วยนะ มีแฟนเฮียซันด้วย ส่วนแฟนเธิร์สไม่ได้มาเห็นบอกว่ามีงานด่วนเข้ามาพอดี ทำเอาเธิร์สหงุดหงิดไปไม่น้อย ก็อยากให้แฟนมาด้วยนี่นา ฉันรู้น่า
ระหว่างมื้อปาร์ตี้ในตอนเย็น สนามหญ้าหน้าบ้านมีเสียงหัวเราะอย่างสนุกของหลานตัวแสบอย่างซีและซอล ถัดไปเป็ป๊ากับม๊าที่นั่งดูหลาย ๆ วิ่งเล่น อ้อ มีคุณลุงหยางด้วยนะแล้วก็มีเฮียซันเดย์กับพี่ฟาง ฮื่อ คู่นี้น่ารักมากจริง ๆ นะ ตอนที่เฮียซันกลับไปทำงานในวงการบันเทิงบ้างแล้วฉันนี่แหละที่ชอบไปทวิตในแท็กคู่ชิปของทั้งคู่แอบถ่ายรูปน่ารัก ๆ ไว้เยอะเลย ส่วนเธิร์สฉันยังไม่เคยเจอหน้าแฟนน้องชายเลยรู้แค่ว่าทำงานในสนามแข่งที่เป็สปอร์เซอร์ให้กับทีมของเธิร์ส
“ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวลูก” เสียงม๊าดังขึ้นใกล้ ๆ ท่านทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ มือก็ยื่นจานบาร์บีคิวมาให้
“ขอบคุณค่ะม๊า”
“ว่าไง หนูมีอะไรหรือเปล่า หนูมีเื่เครียดแต่ไม่เคยยอมเล่าให้ม๊าฟังเลยนะ...” ฝ่ามืออบอุ่นของม๊ายกลูบที่ผมเบา ๆ ความเหนื่อยความเครียดที่สั่งสมมานานถูกปล่อยผ่านอออกมาในรูปของน้ำตา ม๊าเช็ดน้ำตาให้ทั้งยังมองด้วยสายตาระคนเอ็นดู ฉันขยับเข้าไปกอดซบม๊า ฉันน่ะ เรียนก็เลือกที่จะไปอยู่ไกล ๆ จบมาก็ซื้อคอนโดพัก เพราะฉันไม่อยากกลับมาที่นี่ฉันเกลียดตัวเองเวลาถูกคนอื่นมองว่ามีทุกวันนี้ได้เพราะครอบครัว ฉันอยากจะสร้างความมั่นคงให้ตัวเองโดยที่ไม่พึ่งม๊ากับป๊า แต่มันเป็ไปไม่ได้เลย ในเมื่อทุกอย่างที่ฉันทำอยู่เป็ของป๊ากับม๊า บางทีฉันก็เกลียดตัวเองที่คิดติดลบแบบนั้น รู้สึกผิดมาก ๆ เพราะป๊าและม๊าทำทุกอย่างเพื่อนพวกเราจริงๆ
“หนูมีเื่ไม่สบายใจใช่ไหมคะ?” ม๊าลูบผมเบา ๆ พร้อมกับถามเสียงนุ่มนวล ฉันพยักหน้ายอมรับม๊าหัวเราะอีกครั้งแล้วเงียบเสียงไป
“หนูบอกม๊าได้ไหมลูก อะไรที่ทำให้หนูไม่สบายใจ บอกม๊าได้ไหม...”
“หนูไม่ชอบเวลาคนอื่นบอกว่าหนูมีทุกวันนี้ได้เพราะป๊ากับม๊ารวย หนูอยากทำให้พวกเขาเห็นว่าหนูก็ยืนได้ด้วยตัวเอง ฮึก”
“หนูรู้ไหมม๊าไม่ได้รวยเลยลูก แต่เพราะก่อนจะมีหนูกับพี่ ๆ ม๊าผ่านอะไรมาเยอะมาก ยิ่งพอจะเริ่มต้นสร้างครอบครัวม๊าบอกตัวเองไว้อย่างแรกเลย รู้ไหมม๊าตกลงกับป๊าไว้ยังไง...” ฉันผละออกห่างจากม๊าพรางส่ายหน้าเล็กน้อย ม๊าเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น รอยยิ้มที่ฉันชอบมอง
“ม๊าขอกับป๊าว่าถ้าเรายังไม่พร้อมเราจะยังไม่มีลูก ถึงแม้ว่าตอนนั้นฐานะทางการเงินและการงานของป๊าเราจะมั่นคงแต่ม๊ายังไม่มีอะไรเลย ม๊าจึงบอกไปแบบนั้น ม๊ากลัวว่าวันหนึ่งคนจะมาว่าลูกม๊าว่าไม่มีกิน แต่พอทุกอย่างพร้อมม๊าถึงได้มีพวกหนู หนูรู้ใช่ไหมว่าม๊าหมายถึงอะไร?” เป็อีกครั้งที่ฉันส่ายหน้า
“ที่จะบอกม๊าแค่อยากให้หนูภูมิใจที่ทั้งป๊าและม๊าทำทุกอย่างไว้รอพวกหนู เพื่อที่พวกหนูจะได้ไม่ลำบาก คนอื่นเขาจะว่ายังไงก็ช่างเขาไม่ได้มาวางแผนครอบครัวเรานะลูก เขาพูดได้ ทำร้ายความรู้สึกเราได้ แต่เขาไม่มีวันทำลายความรักและความผูกพันเราได้หรอกนะ”
“ป๊ากับม๊าจะทำงานหนักทำไมกันถ้าทำแล้วพวกหนูไม่สบาย”
“ม๊า ฮึก หนูขอโทษที่คิดแบบนั้น”
“ไม่เป็ไรเลยลูก แค่หนูมีอะไรไม่สบายใจแชร์กับม๊าได้ ม๊าอยากเป็ทั้งม๊าของหนูและเพื่อนของหนู”
“ฮึก หนู หนูรักม๊านะคะ รักมาก ๆ เลย”
“ม๊าก็รักหนูลูก เอาละ ไปหาอะไรมาทานกันดีกว่า หลาน ๆ ถามหาอามันเดย์ใหญ่เลยแต่อาทำหน้าดุหลานไม่กล้ามาเรียก”
“ฮื่อ หลานจะกลัวหนูไหม ไม่เอานะ หลานห้ามกลัวหนูนะคะ”
“ถ้าไม่อยากให้หลานกลัวก็เช็ดน้ำตา และยิ้มเยอะ ๆ ให้สมกับเป็วันจันทร์แสนสุขของม๊า”
(ทำอะไรมาครับ ตามบวมเชียว) ปลายสายเอ่ยทักเมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต
“ร้องไห้มาค่ะ”
(หนูเป็อะไรไม่สบายเหรอ) น้ำเสียงร้อนรนบวกกับใบหน้ากังวลฉายชัดผ่านหน้าจอโทรศัพท์
“ไม่ใช่ค่ะ คุยกับม๊านิดหน่อยเื่ที่เคยเครียด ๆ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะ แล้วพี่เลิกงานหรือยัง”
(เลิกแล้วครับ กำลังจะไปทานข้าว พลมันชวน)
(พูดถึงกูเหรอ!! อยากคุยกับแฟนมึงอะ เมื่อวานรู้สึกผิดมากรับสายน้องด้วยประโยคฮาร์ดคอ ฮา ๆ ๆ ๆ) เสียงหมอพลดังแทรกเข้ามา หมอพิงค์หัวเราะน้อย ๆ เขานั่งอยู่ในรถคนหนึ่งโดยมีคุณหมอพลเป็คนขับ
“วางก่อนไหม กลับห้องค่อยโทร”
(ไม่เป็ไรคอลไว้อย่างนี้นี่แหละ พลมันจะได้พูดเพราะ ๆ // บ้าจริง! มึงจะดัดนิสัยกระผมใช่ไหมขอรับ // พูดหลายสรรพนามเพื่อ)
(หนูอาบน้ำหรือยัง)
“เรียบร้อยแล้วค่ะ วันนี้มีปาร์ตี้ด้วยนะมาทุกคนเลยเสียดายพี่ทำงาน”
(เอาไว้ครั้งหน้าก็ได้ แล้วหนูจะพักที่บ้านยาวเลยใช่ไหม)
“ใช่ค่ะ อยู่ยาว ๆ ”
(ถ้าพี่คิดถึงจะทำยังไงล่ะครับ บางวันขอป๊ามาค้างที่คอนโดด้วยสิ มาค้างห้องพี่อ่ะ)
“อ่า อันนี้พี่มาขอป๊าเองนะ หนูไม่กล้า”
(โห ถ้าพี่ขอ พี่จะมีชีวิตรอดออกมาไหมครับ ป๊าดุมากเฮียเราก็ดุ)
“ฮา ๆ ๆ ป๊าน่ะแกล้งเฉย ๆ ดุจริงนุ่นเลยค่ะ ซันเดย์กับเฮียไชน์ สองคนนั้นบอกว่าถ้าว่างก็นัดทานข้าวกันหน่อยนะคะ ยังไมทันได้คุยเลย เฮียบอกมาแบบนั้น”
(ซ้อมทักทายก่อนนะครับ ดุเกินกลัวเจอแล้วพี่พูดผิด) ปลายสายยิ้มน้อย ๆ
“เวอร์แล้วค่ะ หนูง่วงอ่ะทำไงดี” ฉันปิดปากหาว ตอนนี้สามทุ่มครึ่งแต่รู้สึกง่วงจนแทบทนไม่ไหว
(หนูนอนเลยแต่ไม่ต้องวางพี่คิดถึงอยากเห็นหน้า)
“หนูไม่เกรงใจแล้วนะ ขอนอนก่อนนะคะไม่ไหวเลย”
(ครับ ฝันดีนะคนเก่ง พรุ่งนี้มื้อเที่ยงพี่จะรับไปทานข้าวนะ)
“ค่ะ ฝันดีล่วงหน้านะคะ”
(วางแล้วเหรอ//ไม่ น้องหลับ คงเหนื่อย)
(น้องน่ารักดีนะ กูนึกว่าจะไม่กล้าเข้าหาน้อง // ทีแรกก็ไม่กล้าหรอกแต่ตอนนั้นคิดว่าน้องชายน้องเป็คนที่เข้ามาจีบน้องเลยหวงน่ะ ก็เลยอยากลองดูสักครั้ง)
(ก็ดีกว่าที่ไม่ลองทำอะไรเลยนั่นแหละ ได้มีโอกาสดูแลเขาแล้วก็อย่าทำให้เข้าเสียใจ // รู้ มึงน่ะ เมียไม่หอบลูกหนีแล้วเหรอ)
(ว่าไปนั่น ทุกวันนี้ได้ตามกลับบ้านตลอด หาทางหนีกูทุกวัน)
=========
หลังจากที่ทำโน๊ตบุ๊คตกแตกและไปซ่อมนานหลายวัน ตอนนี้ได้กลับคืนมาแล้วนะคะ ใจหายว้าบเลยเพราะกลัวน้องพัง T_T