"ได้" ตอบกลับไปด้วยเสียงแข็ง
"แต่งต้องจดทะเบียนสมรสด้วย" และบอกความ้าของตัวเองออกไปในเมื่อเขา้าอย่างนี้เธอจะยอมทำตามที่เขา้าแต่ก็จะรักษาสิทธิของตัวเองด้วย สิทธิของแม่และภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายจะได้คุ้มกับที่สิ่งที่ผ่านมาและคนอื่นจะได้ไม่ว่าว่าเธอไปอยู่กับเขาเพียงเพราะเขา้าลูกคนเดียวถึงมันจะจริงก็เถอะ
เธออยากรู้ว่าเขาจะยอมไหมหรือจะหาข้ออ้างอื่นมาเป็ทางออกของเื่นี้โดยที่เขาไม่ต้องจดทะเบียนกับเธอ แต่ชายหนุ่มตอบตกลงทันทีที่ได้ยินโดยไม่คิดแม้สักวินาทีเดียวจนทำให้เธออึ้งจนงง เพราะพี่เมย์บอกและเธอก็เชื่อว่าเขาไม่ได้รักเธอแล้วทำไมเขาถึงตอบตกลง ส่วนชายหนุ่มก็ก้มลงมองพื้นซ่อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์แห่งความดีใจที่หญิงสาวเป็ฝ่ายเสนอเองโดยที่เขาไม่ต้องหาวิธีมาหว่านล้อมเื่จดทะเบียนให้ยุ่งยากแต่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้มองเห็นรอยยิ้มนั้นเพราะเขารีบซ่อนมันทันที
หลังจากได้ข้อสรุปแล้วเขาก็ไม่ลืมบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะมารับเธอไปที่เขตส่วนเื่พยานเขาจะจัดการเอง และให้เธอเตรียมข้าวของของเธอกับลูกให้พร้อมเพื่อออกเดินทางไปภูเก็ตทันทีที่เสร็จธุระ เธอนั่งเหม่อลอยคิดถึงเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้และคิดอย่างสับสนในใจว่ามันถูกแล้วใช่ไหมที่เธอเลือกอย่างนี้เธอจะไม่เสียใจที่รักเขาอยู่คนเดียวใช่ไหมเพราะรู้ว่าตนเองยังไม่ลืมเขาไปอย่างที่แสดงออกมา
"ฝ้าย ฝ้าย" เสียงคนที่ยืนด้านหลังดังขึ้นเรียกสติหญิงสาวกลับมา
"ค่ะ" เป็อะไรหรือเปล่าเห็นเหม่อลอยบ่อยวันนี้ ถามด้วยความเป็ห่วงถึงมีศักดิ์เป็นายจ้างแต่ก็รักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง
"เอ่อ ฝ้ายจะขอลาออกนะคะ" ตอบกลับไปด้วยความเกรงใจที่ออกกะทันหัน
"ลาออก ทำไมล่ะ มีเื่อะไรหรือเปล่า"
"คือ ฝ้ายจะย้ายไปอยู่ภูเก็ตนะคะ"
"เพราะเขาใช่ไหม" เอ่ยออกไปอย่างที่สงสัย ตอนเข้าร้านมาทันเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งขับรถออกไปทั้งที่มันยังเช้าและร้านยังไม่เปิดบริการจึงคิดว่าไม่น่าจะใช่ลูกค้าพอเข้าร้านมาก็เห็นว่าวันนี้ทั้งวันลูกจ้างสาวชอบเหม่อลอยเหมือนมีเื่ให้คิดอยู่ตลอดเวลา
"ใช่ค่ะ" ตอบกลับตามจริงเพราะไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ต้องโกหกแถมอีกฝ่ายก็เปรียบเสมือนพี่สาวที่ตนรักและนับถือ
"เขาไม่ได้บังคับอะไรใช่ไหม" อดที่จะไม่ถามไม่ได้เพราะปฏิกิริยาหลังจากชายคนนั้นกลับไปแล้วไม่น่าจะสมัครใจอยากไปเองแน่ๆ
"เปล่าค่ะ ฝ้ายแค่ไม่รู้จะเริ่มบอกยัยหนูยัยไงดีค่ะ" โกหกออกไปเพื่อให้คนฟังสบายใจและไม่เป็กังวล
"ไม่เห็นมีอะไรเลย ฝ้ายแค่บอกยัยหนูไปตรงนี้ พี่เชื่อว่ายัยหนูจะดีใจแน่ๆ" ตอบกลับไปอย่างใจคิดได้ยินแบบนั้นแล้วเธอก็คิดได้ทันทีว่าจะทำให้มันยุ่งยากอะไรบอกไปตรงๆ กับลูกมันคงจะดีกว่าเธอจึงยิ้มออกมาอีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็เบาใจก่อนเดินเข้าไปในครัวก็ย้ำว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่สบายใจเื่อะไรก็บอกก็มาปรึกษากันได้อย่างมองว่าเป็คนอื่นไกลเธอพยักหน้ารับ
หลังจากนั้นเราก็พากันเก็บร้านให้เรียบร้อยก่อนจะแยกย้ายกันกลับส่วนเธอก็ไปรับลูกสาวกลับมาเมื่อลูกอาบน้ำเข้านอนเรียบร้อยก็ออกมาจัดเก็บข้าวของที่จำเป็ต้องใช้ส่วนมากก็จะเป็ของยัยหนู ส่วนเื่พ่อเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้เช้าค่อยบอก