ฉู่หลินเฟิงเป็ศิษย์คนเล็กของเจียงอีเฉิน ซึ่งเพิ่งออกไปฝึกฝนหาประสบการณ์ภายนอกได้ไม่นาน วันนี้เขากลับมายังสำนัก และเมื่อทราบว่าท่านอาจารย์หญิงให้กำเนิดบุตรแล้ว เขาจึงรีบเดินทางมาเยี่ยมศิษย์น้องหญิงตัวน้อยโดยไม่หยุดพัก
ทว่าสิ่งที่เขาเห็นคืออะไร? เขากลับเห็นสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งลอบหลบเลี่ยงขอบเขตการป้องกันของสำนักเทียนสุ่ยได้อย่างเงียบเชียบ และแอบลอบเข้ามาในเรือนของเ้าสำนักเพื่อหมายจะลักพาตัวศิษย์น้องหญิงของเขาไป!
สัตว์ประหลาดตัวนั้นอยู่ใกล้ศิษย์น้องหญิงเกินไป ฉู่หลินเฟิงเกรงว่าจะทำให้ศิษย์น้องตื่นตระหนก จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าใกล้ เขาหมอบตัวซ่อนอยู่หน้าประตู มือขวากำกระบี่ยาวที่สะพายอยู่บนหลังไว้แน่น รอจังหวะเพื่อลงมือ
ภายในห้อง เจียงซินสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่หน้าประตู นางจึงตบหัวของซิวโก่วเบา ๆ เพื่อให้มันออกไปตรวจสอบสถานการณ์ ซิวโก่วไม่เข้าใจความหมายของนาง แต่ตัวมันเองก็ััได้ว่ามีคนอยู่หน้าประตูเช่นกัน เมื่อเห็นเจียงซินชี้นิ้วไปทางประตู มันจึงค่อย ๆ ก้าวเดินออกไป
โดนยัยเด็กนี่กดขี่ข่มเหงมาตั้งนาน ประจวบเหมาะยิ่งนัก ได้สังหารคน เพื่อดับโทสะเสียที!
ในขณะเดียวกัน ฉู่หลินเฟิงก็ตระหนักว่านี่คือโอกาสดีที่จะลงมือ เด็กหนุ่มชักกระบี่ยาวออก ร่างกายพุ่งทะยานรวดเร็วราวกับสายฟ้า ตรงเข้าหาเจียงซินทันที "ศิษย์น้องหญิง ข้ามาช่วยเ้าแล้ว!"
ไปตายซะ!
ซิวโก่วคำราม พร้อมปลดปล่อยแรงกดดันระดับแปลงเทพออกมา โดยพยายามจะใช้สิ่งนี้สยบผู้บำเพ็ญกระบี่ตัวน้อยระดับแก่นทองคำที่ไม่รู้จักตายผู้นี้ให้หมอบราบ ทว่าภาพที่คิดว่าระดับแก่นทองคำจะหมอบลงกับพื้นกลับไม่เกิดขึ้น จี้หยกที่คล้องอยู่ที่คอของฉู่หลินเฟิงเปล่งแสงสว่างวาบ ช่วยหักล้างแรงกดดันระดับแปลงเทพของซิวโก่วได้อย่างง่ายดาย ร่างของเขาพุ่งเร็วราวกับสายฟ้า ตรงไปยังเปลเด็กทันที
เมื่อตระหนักว่าเป้าหมายของเขาคือเจียงซิน ซิวโก่วก็ดีใจยิ่ง รีบหลีกทางให้เพื่อให้ฉู่หลินเฟิงเข้าไปฆ่าเจียงซินได้สะดวก
เ้าเป็ถึงระดับแปลงเทพ แต่กลับถอยหลังให้หนึ่งก้าวเนี่ยนะ พูดจริงหรือเปล่า?
ฉู่หลินเฟิงรู้สึกประหลาดใจในใจ แต่การเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง เขาพุ่งเข้าไปอุ้มเจียงซินแล้วะโออกทางหน้าต่างเพื่อหลบหนี
ทันทีที่พุ่งออกจากกระท่อม ฉู่หลินเฟิงก็กวัดแกว่งกระบี่โจมตีเข้าใส่ค่ายกลคุ้มกันขนาดใหญ่ในลานบ้านโดยตรง พลังิญญาปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่น ค่ายกลคุ้มกันขนาดใหญ่ที่ปกติจะซ่อนตัวไร้ลักษณ์พลันเปล่งแสงสว่างจ้า และโจมตีเข้าใส่ฉู่หลินเฟิงพร้อมกัน ฉู่หลินเฟิงชูป้ายหยกประจำตัวศิษย์ขึ้น การโจมตีจึงหยุดลงและสลายหายไป
นี่คือค่ายกลที่ฉีหลานชิงเป็ผู้จัดวางด้วยตนเอง เมื่อใดก็ตามที่ถูกโจมตี ฉีหลานชิงและสามีจะรับรู้ได้ในทันที เพราะััศักดิ์สิทธิ์ระดับแปลงเทพนั้นแข็งแกร่ง เพียงแค่มีความผันผวนที่ผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็สามารถตรวจพบได้
ก่อนหน้านี้ฉู่หลินเฟิงซ่อนตัวอยู่หน้าประตู ไม่กล้าแจ้งผู้ใหญ่เพราะเกรงว่าสัตว์ประหลาดในห้องจะไหวตัวทัน ตอนนี้เขาต้องอุ้มเจียงซินหนีเอาชีวิตรอด ไม่มีมือว่างพอจะหยิบหยกสื่อสาร จึงทำได้เพียงใช้วิธีนี้เพื่อแจ้งอาจารย์และอาจารย์หญิง
ฉู่หลินเฟิงรู้ดีว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสัตว์ประหลาดระดับแปลงเทพตัวนี้ หาก้าหนีให้สำเร็จ ต้องยอมเสี่ยงเดินหมากอันตราย เด็กหนุ่มรีบบินมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลัก ทั้งที่ตนเองยังไม่โตเต็มที่ แต่กลับทำตัวเหมือนผู้ใหญ่คอยปลอบเจียงซิน "ศิษย์น้องหญิงเ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะต้องช่วยเ้าออกไปให้ได้!"
เจียงซินรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
[ท่านดูเป็คนดีจังเลยนะ แต่ทำไมข้าถึงไม่เห็นว่ามีอันตรายตรงไหนเลยล่ะ?]
เสียงนุ่มนิ่มแบบเด็กทารกดังขึ้นข้างหู ฉู่หลินเฟิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ พลางมองไปรอบ ๆ
ใครพูด?
ศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักเทียนสุ่ยที่ได้ยินเสียงความวุ่นวายแล้วออกมาตรวจสอบ ล้วนเป็ผู้บำเพ็ญที่โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว ไม่มีเด็กเลย ฉู่หลินเฟิงจึงจำต้องเบนสายตามายังศิษย์น้องหญิงตัวน้อยในอ้อมแขน
คงไม่ใช่ว่าศิษย์น้องหญิงเป็คนพูดหรอกนะ?
[พี่ชายหน้าตาดีจัง อยากบีบแก้มจังเลย]
เจียงซินยื่นมือน้อย ๆ ที่อวบอ้วนออกมา นิ้วทั้งสิบขยับกำและแบ พยายามจะบีบให้ได้ ฉู่หลินเฟิงลองยื่นหน้าเข้าไปด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มือเล็ก ๆ ของเจียงซินบีบแก้มเขาเบา ๆ สองที แล้วนางก็หัวเราะอย่างมีความสุข
[เย้ ๆ ๆ ! บีบได้แล้ว! แก้มพี่ชาย นุ่มจังเลย!]
ฉู่หลินเฟิงตกตะลึง
เสียงนุ่มนิ่มแ่เบานี้มาจากศิษย์น้องหญิงจริง ๆ ด้วย! ตอนที่เสียงดังขึ้น ศิษย์น้องหญิงไม่ได้อ้าปาก แสดงว่านี่คือเสียงในใจของนาง เขาสามารถได้ยินเสียงในใจของศิษย์น้องหญิงได้!
เขาบอกแล้วว่าเขาคือ ผู้ที่์เลือก!
ห้วงมิติถูกฉีกออก เจียงอีเฉินและฉีหลานชิงปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อเห็นว่าเจียงซินไม่เป็อะไร ทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน "หลินเฟิง เกิดอะไรขึ้น?"
ฉู่หลินเฟิงรีบกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ข้าไปหาศิษย์น้องหญิง แล้วพบสัตว์ประหลาดระดับแปลงเทพอยู่ในห้องของท่านอาจารย์หญิง! ข้าไม่สามารถติดต่อท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงได้ จึงต้องไปกระตุ้นค่ายกลของอาจารย์หญิงขอรับ"
เจียงซินพอได้ยินก็รู้ทันทีว่าเข้าใจผิด
[นั่นไม่ใช่สัตว์ประหลาดนะ เป็เ้าหมาน้อยนำโชคของข้าต่างหากล่ะ]
เ้าหมาน้อยนำโชคคืออะไร? ฉู่หลินเฟิงไม่เข้าใจ ไม่ว่าเขามองอย่างไร เขาก็รู้สึกว่านั่นคือสัตว์ประหลาด และยังเหมือนกับสัตว์ประหลาดที่มีเฉพาะในแดนิญญาปีศาจเสียด้วย
เสียงในใจของเจียงซินแ่เบามาก ต้องตั้งใจฟังอย่างมากถึงจะได้ยินชัดเจน บางคำบางครั้งก็ฟังไม่ถนัด เมื่อได้ยินคำว่า ‘ซิวโก่ว’ เป็ครั้งที่สอง ในใจของฉีหลานชิงก็เกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา
ซินซินคงไม่ได้แอบเลี้ยงสัตว์ประหลาดจากแดนิญญาปีศาจเป็สัตว์เลี้ยงหรอกนะ?
นางหายตัวไปจากจุดนั้นทันที และกลับเข้าไปในห้อง
...
ภายในห้อง เ้าหมาน้อยนำโชคที่อยากจะออกไปหาที่ที่มีพวกอ่อนแอเพื่อเข่นฆ่าให้สะใจ กำลังเอียงคอหมอบอยู่หน้าประตู พลางทำหน้ากลุ้มใจกับค่ายกลที่เปิดทำงานทั้งหมดอยู่ด้านนอก
ครั้งก่อนเป็เพราะความไม่รู้จึงไม่กลัว อาศัยโชคขั้นสุดยอดจึงรอดพ้นมาได้ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นค่ายกลที่แผ่รังสีฆ่าฟันเหล่านี้แล้ว มันไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้าไปเด็ดขาด นี่คือค่ายกลระดับผสานกายา เพียงแค่ััโดนครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้มันสลายกลายเป็เถ้าถ่าน
ขณะที่กำลังลังเล มันก็เห็นฉีหลานชิงปรากฏตัวขึ้นในห้องกะทันหัน จึงรู้สึกถึงลางร้าย ไม่ทันที่มันจะได้ขยับตัว ยันต์แผ่นหนึ่งก็ปลิวมา ฉีหลานชิงซัดมันจนสลายไปทันที เ้าหมาน้อยนำโชคกลายเป็ควันดำ ล่องลอยอยู่ในห้อง และค่อย ๆ จางหายไป ฉีหลานชิงร่ายอาคมลม ส่งควันดำทั้งหมดออกไปนอกห้อง เพื่อไม่ให้เหลือปัญหาตามมาภายหลัง
สัตว์ประหลาดเหล่านี้โเี้กระหายเื จะปล่อยให้มันอยู่ข้างกายซินซินไม่ได้เด็ดขาด
เจียงอีเฉินอุ้มลูกสาว แสร้งทำเป็ชวนลูกศิษย์คุย แต่ความจริงคือพยายามหลอกล่อให้ได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน "สัตว์ประหลาดตัวนั้นมาจากไหนกัน? ต้องให้อาจารย์หญิงของเ้าจัดวางค่ายกลเพิ่มอีกหรือไม่?"
[ค่ายกลของท่านแม่เก่งมากอยู่แล้ว คนนอกเข้ามาไม่ได้เลยล่ะ เ้าหมาน้อยนำโชคข้าเป็คนพากลับมาเองนะ ซิวโก่วว่านอนสอนง่ายที่สุดเลย! ข้าชอบมาก ๆ ด้วย!]
ั้แ่เกิดจนถึงตอนนี้ นอกจากสำนักเทียนสุ่ยแล้ว เจียงซินเคยไปเพียงสำนักฉีมู่และแดนิญญาปีศาจ เมื่อรวมกับคำบรรยายของฉู่หลินเฟิงเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวนั้น เห็นได้ชัดว่าพากลับมาจากแดนิญญาปีศาจ เจียงอีเฉินใที่ลูกสาวสามารถพาสัตว์ประหลาดกลับมาได้ภายใต้สายตาของพวกเขา และยิ่งใกว่าที่ลูกสาวสามารถสยบสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้
เพื่อศึกษาสัตว์ประหลาดจากแดนิญญาปีศาจ พวกเขาเคยพยายามใช้พลังบำเพ็ญระดับผสานกายาเพื่อบังคับสยบสัตว์ประหลาดระดับต่ำ แต่สัตว์ประหลาดเ่าั้ยอมะเิตัวเองตายดีกว่าถูกสยบ ลูกสาวสุดที่รักของเขาทำได้อย่างไรกัน?
เจียงอีเฉินนึกเสียดายที่ไม่สามารถถามคำนี้ออกไปตรง ๆ ได้ เมื่อเห็นฉีหลานชิงจัดการสัตว์ประหลาดไปแล้ว เจียงอีเฉินจึงไม่สะดวกที่จะเอ่ยถึงเื่นี้อีก เดิมทีทั้งสองกำลังหารือเื่สำคัญกับเหล่าผู้าุโ เพราะกังวลว่าลูกสาวจะเป็อะไรจึงรีบมา ตอนนี้เื่คลี่คลายแล้ว ย่อมต้องกลับไปหารือเื่สำคัญต่อ
เมื่อเห็นฉู่หลินเฟิงมองเจียงซินด้วยสายตาละห้อย เจียงอีเฉินจึงยิ้มแล้วส่งลูกสาวให้ "อยากอุ้มก็อุ้มเถอะ อาจารย์และอาจารย์หญิงยังมีธุระสำคัญ เ้าช่วยพาสินซินไปเล่นก่อนนะ"
ฉู่หลินเฟิงยื่นมือออกมารับอย่างระมัดระวัง อุ้มเจียงซินราวกับกำลังอุ้มเทพเ้าองค์หนึ่ง
เขาคิดว่าตนเองเก่งพอแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าศิษย์น้องหญิงจะเก่งยิ่งกว่า!
หลังจากส่งคู่สามีภรรยาเจียงอีเฉินจากไป ฉู่หลินเฟิงก็ค่อย ๆ วางเจียงซินกลับลงในเปลอย่างแ่เบา เมื่อเห็นศิษย์น้องหญิงยื่นมือน้อย ๆ ขยับกำและแบในอากาศไม่หยุด ฉู่หลินเฟิงจึงถามด้วยความสงสัย "ศิษย์น้องหญิง เ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ?"
[เรียกิญญา ซิวโก่ว เ้าตายได้น่าสงสารจังเลย ถูกท่านแม่ตีจนกลายเป็ควันดำเลย แต่ไม่เป็ไรนะ ข้าสามารถปั้นเ้าขึ้นมาใหม่ได้]
เจียงซินมีสีหน้าจริงจัง ในเมื่อเลี้ยงซิวโก่วแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบต่อซิวโก่ว แม้ว่าท่านแม่จะเข้าใจผิดต่อซิวโก่วเล็กน้อย แต่นางเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป ท่านแม่จะรับรู้ถึงความดีของซิวโก่วเอง
หัวใจดวงน้อยของฉู่หลินเฟิงสั่นสะท้าน
ศิษย์น้องหญิง เ้าอย่าพูดเสียงในใจที่น่าสยองขวัญแบบนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยได้หรือไม่ เ้าเห็นสัตว์ประหลาดเป็ของล้ำค่า แต่สัตว์ประหลาดนั่นอยากจะให้ข้าทำร้ายเ้าจนตายนะ!
ฉู่หลินเฟิงแทบอยากจะจับแขนเจียงซินแล้วเขย่าแรง ๆ พร้ะโกนว่า "ศิษย์น้องหญิง เ้าตื่นเถอะ!"
เขาไม่กล้าให้ใครรู้ว่าตนเองได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน แต่ก็อยากขัดขวางไม่ให้เจียงซินชุบชีวิตสัตว์ประหลาด จึงคว้ามือน้อย ๆ ที่กำลังเรียกิญญาของนางไว้ พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของเจียงซิน "ศิษย์น้องหญิง ข้าชื่อฉู่หลินเฟิง เป็ศิษย์พี่ห้าของเ้า"
เจียงซินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพิจารณาฉู่หลินเฟิงอย่างตั้งใจ เมื่อถูกจ้องมองด้วยดวงตาที่สดใสนั้น และแน่ใจว่าตอนนี้ศิษย์น้องหญิงไม่ได้คิดถึงสัตว์ประหลาดแล้ว ฉู่หลินเฟิงจึงเบาใจลง และยื่นถุงศิลาิญญาใบใหญ่ให้เจียงซิน "นี่คือของขวัญแรกพบที่ศิษย์พี่มอบให้เ้า รอเ้าโตกว่านี้อีกนิด ศิษย์พี่จะพาเ้าไปเลือกสัตว์เลี้ยงิญญา สำนักของเรามีสัตว์เลี้ยงิญญาทุกรูปแบบเลยนะ!"
ต้องซื่อสัตย์ต่อเ้ามากกว่าสัตว์ประหลาดจากแดนิญญาปีศาจแน่นอน!
ถุงศิลาิญญาพองโต มีกลิ่นอายพลังิญญาเข้มข้นแผ่ออกมา มองปราดเดียวก็รู้ว่าศิลาิญญาข้างในมีจำนวนมาก เจียงซินใช้สองมือน้อย ๆ กอดถุงศิลาิญญาไว้ จ้องมองฉู่หลินเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง "แง้!"
[ฮือ ๆ ๆ ศิษย์พี่ห้า ท่านตายได้น่าสงสารจังเลย!]
ฉู่หลินเฟิงงุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน
สิ่งที่เขามอบให้คือศิลาิญญา ไม่ใช่ชีวิต ทำไมถึงกลายเป็ตายได้น่าสงสารไปได้ล่ะ?